ข้ามไปเนื้อหา

นิโกลัส มาดูโร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิโกลัส มาดูโร
มาดูโรใน พ.ศ. 2566
ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา คนที่ 46[a]
ดำรงตำแหน่ง
19 เมษายน พ.ศ. 2556[b][c]  5 มกราคม พ.ศ. 2569
รองประธานาธิบดี
ดูรายชื่อ
ก่อนหน้าอูโก ชาเบซ
ถัดไปเดลซี โรดริเกซ
(รักษาการ)
ประธานพรรคสหสังคมนิยมแห่งเวเนซุเอลา
เริ่มดำรงตำแหน่ง
5 มีนาคม พ.ศ. 2556
ก่อนหน้าอูโก ชาเบซ
รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
ดำรงตำแหน่ง
13 ตุลาคม พ.ศ. 2555  5 มีนาคม พ.ศ. 2556
ประธานาธิบดีอูโก ชาเบซ
ก่อนหน้าเอลิอัส ฮาวา
ถัดไปฮอร์เฮ อาร์เรอาซา
ตำแหน่งอื่น ๆ ที่เคยดำรง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
9 สิงหาคม พ.ศ. 2549  15 มกราคม พ.ศ. 2556
ประธานาธิบดีอูโก ชาเบซ
ก่อนหน้าอาลี โรดริเกซ อาราเก
ถัดไปเอลิอัส ฮาวา
ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดำรงตำแหน่ง
5 มกราคม พ.ศ. 2548  7 สิงหาคม พ.ศ. 2549
ก่อนหน้าฟรันซิสโก อาเมเลียช
ถัดไปซิเลีย โฟลเรส
สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดำรงตำแหน่ง
3 สิงหาคม พ.ศ. 2543  7 สิงหาคม พ.ศ. 2549
เขตเลือกตั้งเขตเมืองหลวง
ตำแหน่งทางการทูต
เลขาธิการขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
ดำรงตำแหน่ง
17 กันยายน พ.ศ. 2559  25 ตุลาคม พ.ศ. 2562
ก่อนหน้าแฮแซน โรว์ฮอนี
ถัดไปอิลฮัม แอลีเยฟ
ประธานชั่วคราวแห่งสหภาพชาติอเมริกาใต้
ดำรงตำแหน่ง
23 เมษายน พ.ศ. 2559  21 เมษายน พ.ศ. 2560
ก่อนหน้าตาบาเร บัซเกซ
ถัดไปเมาริซิโอ มากริ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด
นิโกลัส มาดูโร โมโรส

23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2505 (63 ปี)
การากัส,  เวเนซุเอลา
พรรคการเมืองพรรคสหสังคมนิยมแห่งเวเนซุเอลา (พ.ศ. 2550–ปัจจุบัน)
การเข้าร่วม
พรรคการเมืองอื่น
ขบวนการสาธารณรัฐที่ 5 (? – พ.ศ. 2550)
คู่สมรสอาเดรียนา เกร์รา อังกูโล (หย่า)
ซิเลีย โฟลเรส (สมรส พ.ศ. 2556)
บุตรนิโกลัส มาดูโร เกร์รา
ลายมือชื่อ
สถานะทางคดีถูกคุมขังที่ศูนย์กักกันเมโทรโพลิแทน[1][2]
ข้อหา4 ข้อหา[d]

นิโกลัส มาดูโร โมโรส (สเปน: Nicolás Maduro Moros; 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2505) เป็นนักการเมืองชาวเวเนซุเอลาที่ได้เป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เขาเคยเป็นรองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาดูโรรักษาราชการแทนประธานาธิบดีหลังอูโก ชาเบซถึงแก่อสัญกรรม เขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2556

มาดูโรเป็นอดีตพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ก่อนมาเป็นผู้นำสหภาพแรงงาน และได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในปี พ.ศ. 2543 เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงหลายตำแหน่งในรัฐบาลเวเนซุเอลาภายใต้ชาเบซ จนที่สุดได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในปี พ.ศ. 2549 เขาได้การบอกเล่าในช่วงนั้นว่า "นักปกครองและนักการเมืองผู้มีความสามารถที่สุดในวงในของชาเบซ"[5]

หลังชาเบซถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556 มาดูโรสืบทอดอำนาจและความรับผิดชอบในตำแหน่งประธานาธิบดี มีการจัดการเลือกตั้งพิเศษขึ้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน เพื่อเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งมาดูโรชนะด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 50.62 ในฐานะผู้สมัครจากพรรคสหสังคมนิยมแห่งเวเนซุเอลา คู่แข่งหลักของเขาในการเลือกตั้ง คือ เอนริเก กาปริเลส (Henrique Capriles) ผู้ว่าการรัฐมิรันดา ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญในการเถลิงอำนาจและการเลือกตั้งเขาเข้ารับตำแหน่งถูกฝ่ายค้านตั้งคำถาม[6][7]

แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้มาดูโรสละตำแหน่งประธานาธิบดีหลังครบวาระแรกเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562 แต่เขาก็สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 ในพิธีที่ดำเนินการโดยศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งเวเนซุเอลา ส่งผลให้มีการตำหนิติเตียนอย่างกว้างขวาง ไม่กี่นาทีหลังจากมาดูโรสาบานตน สภาถาวรแห่งองค์การรัฐอเมริกาได้ผ่านมติในสมัยประชุมวิสามัญ ประกาศให้มาดูโรเป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่[8] สภานิติบัญญัติแห่งชาติระบุว่าประเทศกำลังเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินและบางชาติได้ถอนคณะทูตของตนออกจากเวเนซุเอลา ด้วยความเชื่อว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นไปอย่างไม่ชอบธรรม สภานิติบัญญัติอ้างว่ามาดูโรจะเปลี่ยนเวเนซุเอลาเป็นรัฐเผด็จการโดยพฤตินัยหากเขาขึ้นครองอำนาจอีกครั้ง[9][10][11][12]

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562 ฮวน กวยโด ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้รับการประกาศให้เป็นประธานาธิบดีชั่วคราวโดยสภานั้น เขาได้รับการรับรองทันทีในฐานะประธานาธิบดีชอบด้วยกฎหมายจากชาติและองค์การต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงสหรัฐ บราซิล และองค์การรัฐอเมริกา มาดูโรคัดค้านการอ้างเป็นประธานาธิบดีของกวยโดและประกาศยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับหลายชาติที่รับรองการอ้างดังกล่าว[13]

เชิงอรรถ

[แก้]
  1. ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
  2. รักษาการระหว่าง 5 มีนาคม ถึง 19 เมษายน พ.ศ. 2556, พิพาทกับฮวน กวยโด ระหว่างวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562 ถึง 5 มกราคม พ.ศ. 2566 และเดลซิ โรดริเกซตั้งแต่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
  3. สถานะของนิโกลัสในฐานะประธานาธิบดีไม่ชัดเจนตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารใน พ.ศ. 2569 ซึ่งทำให้นิโกลัสถูกจับกุมและส่งตัวไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อดำเนินคดี นิโกลัสยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญ ในขณะที่เดลซิ โรดริเกซ ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจรักษาการประธานาธิบดี
    • สมคบคิดองค์กรก่อการร้ายเกี่ยวกับยาเสพติด
    • สมคบคิดนำเข้าโคเคน
    • ครอบครองอาวุธทำลายล้างร้ายแรง
    • สมคบคิดครอบครองอาวุธทำลายล้างร้ายแรงต่อต้านสหรัฐ[3]
    [4]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Venezuelans will form 'wall of resistance' against U.S., defense minister says". NBC News. 3 January 2026. สืบค้นเมื่อ 3 January 2026.
  2. O'Connell, Oliver; Buschschlüter, Vanessa (3 January 2026). "Maduro to be taken to Brooklyn detention centre". BBC. สืบค้นเมื่อ 3 January 2026.
  3. Bergengruen, Vera (3 January 2026). "Maduro Faces Federal Drug-Trafficking Charges in U.S.". The Wall Street Journal. {{cite web}}: |url= ไม่มีหรือว่างเปล่า (help)
  4. "Indictment". United States Department of Justice. 3 January 2026. {{cite web}}: |url= ไม่มีหรือว่างเปล่า (help)
  5. de Córdoba, José; Vyas, Kejal (9 December 2012). "Venezuela's Future in Balance". Wall Street Journal. สืบค้นเมื่อ 10 December 2012.
  6. Carroll, Rory; Lopez, Virginia (9 March 2013). "Venezuelan opposition challenges Nicolás Maduro's legitimacy". The Guardian.
  7. "Venezuela poll: Maduro opponent Capriles demands recount". BBC News. 15 April 2013.
  8. "La OEA aprobó la resolución que declara ilegítimo al nuevo gobierno de Nicolás Maduro". Infobae. 10 January 2019.
  9. "Venezuela's Maduro starts new term, as US describes him as "usurper"". Reuters. 10 January 2019. สืบค้นเมื่อ 10 January 2019.
  10. "Alemania apoya para que asuma poder" [Germany supports Assembly taking power off Maduro]. El Nacional. 9 January 2019. สืบค้นเมื่อ 10 January 2019.
  11. "Peru, Paraguay, etc. recall diplomats after Maduro inauguration". Al Jazeera. สืบค้นเมื่อ 10 January 2019.
  12. "National Assembly declares State of Emergency with the usurpation of Maduro as President". Asamblea Nacional. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-01-11. สืบค้นเมื่อ 10 January 2019.
  13. "US says it now backs Venezuela opposition". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2019-01-24. สืบค้นเมื่อ 2019-01-24.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]