ดิว ไปด้วยกันนะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดิว ไปด้วยกันนะ
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
เขียนชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
นำแสดงศุกลวัฒน์ คณารศ
ญารินดา บุนนาค
ภวัต จิตต์สว่างดี
ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์
ดริสา การพจน์
อาภาศิริ นิติพน
วราพรรณ หงุ่ยตระกูล
ดนตรีประกอบชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล
พงศ์ธร เตชะบุญอัคโข
วุฒิพล อธิพงศ์กิจ
ค่ายซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
ซีเจ เอ็นเตอร์เทนเมนต์
สแลป มอนสเตอร์
เอ็ม พิคเจอร์ส
จำหน่าย/เผยแพร่ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
ฉาย31 ตุลาคม พ.ศ. 2562
ประเทศไทย
ภาษาไทย

ดิว ไปด้วยกันนะ (อังกฤษ: Dew) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก ออกฉายวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562 กำกับและเขียนบทโดยชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล สร้างโดยซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ นำแสดงโดยศุกลวัฒน์ คณารศ, ญารินดา บุนนาค, ภวัต จิตต์สว่างดี, ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์, ดริสา การพจน์, อาภาศิริ นิติพน และวราพรรณ หงุ่ยตระกูล[1]

ดิว ไปด้วยกันนะ มีเรื่องราวเกิดขึ้น ณ ปางน้อย ปี พ.ศ. 2539 ของเด็กหนุ่มวัย 17 ปี สองคนที่ชื่อ ดิวกับภพ ที่เป็นคนใกล้ชิดกัน แต่ก็ต้องปกปิดไว้เนื่องจากสังคม ณ ตอนนั้นยังไม่ยอมรับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกัน จนหลังจากนั้นอีก 23 ปีถัดมา ในปี พ.ศ. 2562 ภพได้กลับมายังปางน้อยอีกครั้ง[2]

นักแสดง[แก้]

เนื้อเรื่อง[แก้]

ณ ปางน้อย ปี พ.ศ. 2539 ดิว (ภวัต จิตต์สว่างดี) ซึ่งเป็นเด็กใหม่กำลังเดินทางไปโรงเรียน ได้พบกับภพ (ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์) ที่ขี่จักรยานยนต์มา จึงได้อาสาไปส่งที่โรงเรียน แต่เมื่อฝนตกจึงทำให้รถล้มลงไปในคูข้างทาง มาถึงโรงเรียนจึงต้องเปลี่ยนชุด โดยดิวให้ยืมชุดพละของตน ส่วนดิวใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ ที่หน้าเสาธง ครูประกาศเรื่องการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ จึงได้ให้นักเรียนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง มาลงทะเบียน

ดิวกับภพ เริ่มทำความรู้จักมากขึ้นหลังจากคลาสเต้นลีลาส ที่ได้จับคู่เต้นกัน เวลาผ่านไปทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น และชวนกันไปเชียงใหม่เพื่อเรียนพิเศษ โดยทั้งคู่อยู่ร่วมห้องกันที่เชียงใหม่ ที่โรงเรียนสอนพิเศษมีโครงการให้แปลเพลงไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยดิว แปลเพลง "ก่อน" ของวงโมเดิร์นด็อกเพื่อหวังเป็นผู้ชนะเลิศไปกระโดดบันจีจัมพ์ที่นิวซีแลนด์ จนวันหนึ่งภพสอนดิวขี่จักรยานยนต์ แต่ก็ได้ทะเลาะกัน ไล่ภพกลับ แต่ท้ายสุดภพก็กลับมากอดดิว จูบกันในตู้โทรศัพท์ขณะฝนตก ทั้งคู่กลับไปที่ห้องพัก ภาพที่เห็นคือทั้งคู่เปลือยในห้องน้ำ แต่พอออกจากห้องน้ำ เพื่อนร่วมห้องอีกคนก็เข้ามาเห็นพอดี

กลับมายังปางน้อย ภพเปลี่ยนไปเพราะกลัวมีใครรู้ ไม่ยอมคุยกับดิว แต่ดิวไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จึงทะเลาะกันจนดิวต่อยภพ จนเพื่อนเข้ามาห้ามภายหลัง ครูได้ทำการสอบสวนต่อหน้าผู้ปกครองของทั้งคู่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จนดิวเปิดเผยสถานะว่าตนเองเป็นเกย์ เรื่องนี้ทำให้รู้กันทั้งโรงเรียน ภพนัดดิวมาเจอเพื่อเอาจะขอบัตรนักเรียนไปรับการบำบัดแทน ทั้งคู่คุยกันว่าจะหนีออกจากปางน้อย แต่พ่อภพรู้ว่าภพไปค่ายบำบัดการเบี่ยงเบน มีปากเสียงจนภพหนีออกจากบ้าน และได้ส่งข้อความไปทางเพจเจอร์ให้หนีไปด้วยกัน ตอน 5 ทุ่มครึ่ง แต่แม่ดิวเข้ามาอ่านข้อความ แม่จึงเริ่มซักไซ้ ไม่อยากให้ดิวไปเพราะแม่อยู่คนเดียว ขณะที่กำลังคุยกันภพโทรเข้าบ้านดิว แตท้ายสุด ดิวตัดสินใจไม่ไป จะอยู่กับแม่ ภพบอกที่ภพทำทุกอย่างเพราะดิว จนต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่ภพก็ทิ้งท้ายว่า ที่ทำทุกอย่างเพราะแค่ส่งสารดิวเท่านั้น

ณ ปางน้อยปี พ.ศ. 2562 ภพ (ศุกลวัฒน์ คณารศ) กลับมายังปางน้อยอีกครั้งพร้อมภรรยาที่ชื่อ อร (ญารินดา บุนนาค) ได้กลับมาสอนที่โรงเรียนเก่าของตัวเอง ภพได้รับคำสั่งให้ดูแลนักเรียนหญิงเกเรที่ชื่อ หลิว (ดริสา การพจน์) ที่ซ่องสุมกับเด็ก ม.6 ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นแฟนของหลิว ที่ชื่อ ท็อป (พันธุ์ธัช กันคำ) ซึ่งภพต้องคอยดูแลหลิวที่มักโดดเรียนอยู่เสมอ ก่อนที่ภพจะผ่านการประเมินบรรจุเป็นครู ภพต้องหากิจกรรมให้นักเรียนทำเป็นผลงาน ภพได้ชวนหลิวไปแข่งตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ที่เชียงใหม่ ภพพูดคุยกับหลิวเรื่องที่ว่าเคยมาเชียงใหม่ตอนเด็ก แล้วภพก็ถามหลิวว่า เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดหรือไม่ ขณะที่ท็อป แฟนของหลิว เริ่มรู้สึกว่าทั้งคู่เริ่มมีความใกล้ชิดกันเกินไป ภพยังได้ช่วยแปลเพลง "ก่อน" ของวงโมเดิร์นด็อก เพื่อไม่ให้หลิวตกซ้ำชั้น

ภาพตัดมาที่ภพวัยเด็ก หลังเหตุการณ์หนีออกจากบ้าน ภพกลับมายังปางน้อยอีกครั้ง จึงได้รู้ว่าดิวตายไปแล้ว ถูกรถชนในวันที่ภพหนีออกจากบ้าน ขณะที่หลิวเริ่มนึกได้ถึงเหตุการณ์ ความสัมพันธ์ของดิว ภพ ส่วนท็อปก็รู้สึกไม่พอใจ จึงหาเรื่องครูภพ หลิวเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ จนภพต่อยท็อป เมื่อมีการสืบสวน คณะครูว่าหากใครเริ่มก่อนจะเป็นฝ่ายนั้นจะถูกไล่ออก หลิวเข้าข้างภพ ทำให้ท็อปถูกไล่ออก

ภพไปหาหลิวที่ห้องที่แต่งห้องแบบยุคคริสต์ทศวรรษ 1990 ภพพูดกับหลิวราวกับว่า หลิวนั้นคือดิว เพราะภพเชื่อว่าหลิวนั้นคือดิวกลับชาติมาอยู่ในร่างหลิว ท้ายสุดทั้งคู่สวมกอดกัน ในจังหวะเดียวกับที่ท็อปได้เข้ามาและได้ถ่ายทอดสดลงสังคมออนไลน์ เหตุนี้ทำให้รู้กันไปทั่ว รวมถึง อร ภรรยาภพ และได้บอกเลิกภพและเดินทางกลับกรุงเทพ ภพได้เก็บข้าวของจากโรงเรียนเพื่ออกจากโรงเรียน

ภาพตัดสลับไปมาเหตุการณ์ในอดีตกับปัจจุบัน หลิวขับจักรยานยนต์จะมาหาภพที่สถานีรถไฟ ส่วนดิวก็ขับมาที่สถานีรถไฟสถานีรถไฟเช่นกัน ทั้งดิวและหลิวประสบอุบัติเหตุ แต่ดิวเสียชีวิต ส่วนภาพปัจจุบัน หลิวกลับมาหาภพได้ ดิวกับภพคุยกันเรื่องว่าหายไปไหน จำเหตุการณ์อะไรได้บ้าง บนรถไฟ หลิวแทนตัวเองว่าดิว และได้เดินทางมายังเชียงใหม่ เพื่อมากระโดดบันจีจัมพ์ด้วยกัน ตามที่ทั้งดิวและภพอยากเมื่อตอนเด็ก ตอนจบของเรื่องเป็นภาพภพกับหลิวกระโดดลงมาโดยที่ไม่ได้ผูกเชือกไว้

งานสร้าง[แก้]

ชูเกียรติได้หันมาทำละครหลังจากที่กำกับภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม จนในช่วงปี 2561 แฟนของชูเกียรติซึ่งมีส่วนร่วมในกองถ่ายด้วย ป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ทำให้เตรียมปั้นนักแสดงเพื่อทำหนังเรื่องใหม่ ซึ่งแฟนของเขาก็ยังมีส่วนร่วมในการถ่ายทำหนังเรื่อง ดิว ไปด้วยกันนะ ด้วยเช่นกัน[3]

ค่ายหนังซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ได้ให้บทภาพยนตร์ต้นฉบับกับชูเกียรติ เป็นบทภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง Bungee Jumping of Their Own[4] บทดั้งเดิมเป็นเรื่องราวของอดีตหนุ่มสาวที่ไม่สมหวัง แต่ในบทที่ชูเกียรติแก้ไข เป็นเรื่องของดิวและภพ สองเด็กชายวัยมัธยมปลายในปางน้อย[5] ชูเกียรติได้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้จากภาพส่วนหนึ่งของความทรงจำตัวเอง ที่มีทั้งความสุขสนุกสนานไปกับเสียงเพลงและงานศิลปะ และช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตที่เห็นเพื่อนที่มีความหลากหลายทางเพศต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง[6] หนังมีชื่อลำลองในช่วงแรกว่า That March[7]

การคัดเลือกนักแสดง ชูเกียรติ ยืนยันที่จะเลือกศุกลวัฒน์ คณารศมารับบท ภพ[8] ศุกลวัฒน์ยังได้ขอทีมงานเพื่อให้พบกับศดานนท์ ที่รับบท ภพตอนเด็ก เพื่อพูดคุยเรื่องจังหวะการพูดคุยให้คล้ายกัน[9] สถานที่ถ่ายทำ ถ่ายที่ตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่[10], โรงเรียนแม่อายวิทยาคม[11], อำเภอฝาง[12]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มีรอบทดสอบฉาย 2 รอบ และได้มีการเปลี่ยนแปลงแล้วถึง 7 ฉบับ[3] เพลงประกอบที่ใช้ประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ "I’m Not Alone" ดนตรีโดย SpringTree และขับร้องโดย Zach Holmes & Neny[13]

คำวิจารณ์[แก้]

เนื่องจาก ดิว ไปด้วยกันนะ เป็นการดัดแปลงบทจากภาพยนตร์เกาหลี Bungee Jumping of Their Own สนุก.คอม เขียนไว้ว่า "ชูเกียรติเลือกตัดผ่ายกเครื่องบทหนังโดยหยิบยกจุดพีคที่คอหนังต้นฉบับซูฮกมาไว้ในครึ่งเรื่องแรกแทน...แต่บทสรุป ยังดูไม่น่าเชื่อถือเท่าใดนัก" และยังพูดถึงประเด็นบาดแผลระหว่างทางเติบโตของวัยรุ่นของหนังเรื่องก่อน ๆ ของชูเกียรติ ตั้งแต่ รักแห่งสยาม, เกรียน ฟิคชั่น หรือตอนแรกของ โฮม ความรัก ความสุข ความทรงจำ ว่า "ถูกนำมาเน้นย้ำผ่านเรื่องราวของดิวและภพจนสามารถเชื่อมต่อเป็นจักรวาลหนังวัยรุ่นของมะเดี่ยวได้อย่างไม่ขัดเขินเลยทีเดียว"[14]

เดอะสแตนดาร์ด เขียนวิจารณ์ว่า สิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้ผู้ชมเชื่อในสิ่งละอันพันละน้อยที่หนังบอกเล่า คือ "‘พล็อตเรื่องในส่วนที่พิลึกพิลั่น" และชื่นชมการแสดงของศุกลวัฒน์ คณารศ ถ่ายทอดบทบาทได้ดี และชม ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์ ที่รับในบทภพวัยรุ่น ว่า เป็นนักแสดงที่เปล่งประกายฉายแสง "ทำให้สัมผัสได้ถึงความเปราะบางอ่อนไหวของตัวละคร" และชมงานสร้างและงานกำกับภาพที่เนรมิตเมืองสมมติทางตอนเหนือได้ชวนฝัน[15] อะเดย์ วิจารณ์ถึงการถ่ายทอดภาพว่า "[สร้าง]องค์ประกอบของยุค 90 ทั้งหนัง เพลง และเทคโนโลยี ที่เข้ามาสร้างความรู้สึกโหยหาอดีตให้คนดูตลอดครึ่งแรก" รวมถึงความน่าสนใจคือ "จำลองภาพเหตุการณ์การปฏิบัติต่อกลุ่มคนรักร่วมเพศในอดีตให้คนดูเห็น"[16]

เพลงประกอบ[แก้]

  • ดีเกินไป - Smile Buffalo
  • ก่อน (Acoustic Version) - Modern Dog
  • รบกวนมารักกัน - ทาทา ยัง
  • รุ้ง - OMD
  • ก่อน (Cover Version) - Pchy

อ้างอิง[แก้]

  1. "ตัวอย่างหนัง Dew ดิว ไปด้วยกันนะ". bugaboo.tv. 18 กันยายน 2562. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2562.
  2. ""ดิว ไปด้วยกันนะ" พร้อมโชว์ตัวอย่างแรก ผลงานกำกับล่าสุด "มะเดี่ยว" คว้า "เวียร์ ศุกลวัฒน์" แสดงนำ". ผู้จัดการออนไลน์. 22 กันยายน 2562. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2562.
  3. 3.0 3.1 ณัฐนันท์ เฉลิมพนัส (21 กันยายน 2562). "มะเดี่ยว ชูเกียรติ แด่คนรักที่เพิ่งจากไป และหนุ่มสาวผู้ไม่หวาดกลัวความตาย". เดอะสแตนดาร์ด. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2562.
  4. "[Review] "ดิว ไปด้วยกันนะ" หนังรักที่ก้าวข้ามผ่านความแตกต่าง". ทรูไอดี. 29 ตุลาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2562.
  5. "ดิวไปด้วยกันนะ รำลึกความหลังกับยุค 90 ช่วงเวลาแห่งความรักและความเจ็บปวด". สนุก.คอม. 26 ตุลาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2562.
  6. ณัฐนันท์ เฉลิมพนัส (13 กันยายน 2562). "'ดิว ไปด้วยกันนะ' หนัง LGBTQ ของ 'มะเดี่ยว' ที่จะพาย้อนสู่ยุคอัลเทอร์เนทีฟ และยืนยันว่า 'รักแท้' มีอยู่จริง". เดอะสแตนดาร์ด. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2562.
  7. "คำม่วนจับมือ CJ Major เปิดตัวหนังใหม่พี่มะเดี่ยว ดึง "เวียร์-ญารินดา" เปิดซิง "โอม - นนท์"". 27 เมษายน 2562. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2562.
  8. ""ดิว ไปด้วยกันนะ" ทำ "เวียร์" ขนลุก!! เหมือนได้เจอพี่ชายตัวเอง". ผู้จัดการออนไลน์. 9 ตุลาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2562.
  9. "เวียร์ ยิ้มแก้มปริ ลงรูปถอดเสื้อบ่อยจน เบลล่า ต้องเข้ามาแซวโชว์เก่ง". ข่าวสด. 18 กันยายน 2562. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2562.
  10. "เพราะที่นี่มีความทรงจำ..รวมหนังที่มีโลเคชั่นถ่ายทำใน จังหวัดเชียงใหม่". เมเจอร์ซีนีเพลกซ์. สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2562.
  11. "อวย! อุ๋ม ส่งอารมณ์จนน้ำตาแตก!". ไทยรัฐ. 10 พฤศจิกายน 2562. สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2562.
  12. ฟินไปด้วยกันกับ โอม นนท์ ปั๋น จาก ดิวไปด้วยกันนะ. เด็กดี. Event occurs at 13:13. สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2562.
  13. "I'm Not Alone เพลงแรกบรรยากาศเหงาๆ "ดิว ไปด้วยกันนะ " หนังจากผู้สร้างรักแห่งสยาม". Major Cineplex. 23 กันยายน 2562. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2562.
  14. "[รีวิว]ดิว..ไปด้วยกันนะ-รีเมคเกาหลีด้วยบาดแผลก้าวข้ามวัยสไตล์มะเดี่ยว". สนุก.คอม. 1 พฤศจิกายน 2562. สืบค้นเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2562.
  15. ประวิทย์ แต่งอักษร (4 พฤศจิกายน 2562). "'ดิว ไปด้วยกันนะ' เพื่อนเก่า วันก่อน และบางเรื่องที่ไม่เคยเลือนหาย". เดอะสแตนดาร์ด. สืบค้นเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2562.
  16. พัฒนา ค้าขาย (3 พฤศจิกายน 2562). "'ดิว ไปด้วยกันนะ' หนังแห่งการเริ่มต้นใหม่ เพราะไม่ควรมีใครถูกทิ้งไว้กับอดีต". อะเดย์. สืบค้นเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2562.