ข้ามไปเนื้อหา

ดรีส แมร์เตินส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดรีส แมร์เตินส์
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ดรีส แมร์เตินส์[1]
วันเกิด (1987-05-06) 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1987 (38 ปี)
สถานที่เกิด เลอเฟิน, เบลเยียม
ส่วนสูง 1.69 m (5 ft 7 in)[2]
ตำแหน่ง กองหน้า / ปีก / กองกลางตัวรุก
สโมสรเยาวชน
1996–1998 สตาเดอเลอเฟิน
1998–2003 อันเดอร์เลคต์
2003–2005 เกนต์
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2005–2007 เกนต์ 0 (0)
2005–2006เอนดรัคต์อาลสต์ (ยืมตัว) 14 (4)
2006–2007อาเคโอเฟเฟ (ยืมตัว) 35 (2)
2007–2009 อาเคโอเฟเฟ 73 (28)
2009–2011 ยูเทรกต์ 65 (16)
2011–2013 เปเอสเฟ 62 (37)
2013–2022 นาโปลี 295 (113)
2022–2025 กาลาทาซาไร 100 (20)
รวม 648 (221)
ทีมชาติ
2004 เบลเยียม ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี 4 (0)
2011–2022 เบลเยียม 109 (21)
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2014
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด
ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2014

ดรีส แมร์เตินส์ (ดัตช์: Dries Mertens, ออกเสียง: [ˈmɛrtəns]) เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1987 เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวเบลเยียมที่เล่นในตำแหน่งกองหน้าและปีก

ก่อนที่จะมาเล่นให้กับนาโปลี แมร์เตินส์เคยเล่นให้กับสโมสรต่าง ๆ ทั้งในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ กา.อา.อา. แค็นต์ (เกนต์), เอนดรัคต์อาลสต์, อาเคโอเฟเฟ อาเปิลโดร์น, ยูเทรกต์ และเปเอสเฟ ไอนด์โฮเฟิน

ในฐานะผู้เล่นทีมชาติเบลเยียมตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 แมร์เตินส์ได้ลงเล่นแล้วกว่า 30 นัด รวมทั้งในฟุตบอลโลก 2014และฟุตบอลโลก 2018ด้วย

ระดับสโมสร

[แก้]

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2006 เมอร์เทนส์ได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับสโมสร เอจีโอวีวี อาเพลโดร์น (ซึ่งต่อมาได้ยุบทีมในปี 2013) ด้วยสัญญายืมตัวตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมเงื่อนไขในการซื้อขาดในภายหลัง[3]

หลังจากบรรลุข้อตกลงกับเอจีโอวีวีในเดือนมีนาคม 2009 สโมสรอูเทร็คท์ก็ได้เสร็จสิ้นขั้นตอนการเซ็นสัญญากับเมอร์เทนส์อย่างเป็นทางการในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล เอเรอดีวีซี ฤดูกาล 2009–10 ด้วยค่าตัว การย้ายทีม 600,000 [4]

ในเดือนมิถุนายน 2011 มีการประกาศว่าเมอร์เทนส์ได้เซ็นสัญญากับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟิน สโมสรเพื่อนร่วมลีกเอเรอดีวีซี เพื่อเป็นตัวแทนของ บอลาฌ จูดฌาก ที่ย้ายออกไป โดยเป็นการย้ายทีมแบบแพ็กคู่พร้อมกับ เกฟิน สโตรตมัน เพื่อนร่วมทีมอูเทร็คท์ ด้วยค่าตัวรวมกัน 13 ล้านยูโร[5]

เซอเรน เลอร์บี เอเยนต์ของเมอร์เทนส์ยืนยันเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2013 ว่านักเตะได้ตกลงที่จะเซ็นสัญญากับ นาโปลี โดยเขากลายเป็นนักเตะคนแรกที่ ราฟาเอล เบนิเตซ เซ็นสัญญาคว้าตัวมาร่วมทีมในฐานะ ผู้จัดการทีม คนใหม่ของนาโปลี หลังจากที่มีการตกลงค่าตัวกับพีเอสวีที่รายงานว่าอยู่ที่ 9.5 ล้านยูโร[6]

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2022 เมอร์เทนส์ได้เข้าร่วมสโมสรตุรกี กาลาตาซาราย แบบไม่มีค่าตัว[7] เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2024 กาลาตาซารายประกาศว่าเมอร์เทนส์ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลาหนึ่งปี[8]

เลิกเล่น

[แก้]

เมื่อสัญญาของเขาสิ้นสุดลง ในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2025 แมร์เตินส์ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพแล้ว และจะลงเล่นเป็นครั้งสุดท้ายในแมตช์เทสติโมเนียลที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่มาเร็ก ฮัมชีก[9][10] แมร์เตินส์ประกาศเลิกเล่นในฐานะตำนานที่ไม่มีใครโต้แย้ง[11][12][13]

ทีมชาติ

[แก้]

เมอร์เทนส์มีชื่ออยู่ในขุมกำลัง 23 คนของ มาร์ก วิลโมตส์ สำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลของทีมชาติเบลเยียม เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2014[14] หลังจบฟุตบอลโลก เบลเยียมได้เริ่ม แคมเปญรอบคัดเลือก สำหรับ ยูโร 2016 โดยเมอร์เทนส์ทำประตูเบิ้ลครั้งแรกให้กับทีมชาติเบลเยียมในนัดเปิดสนามรอบคัดเลือก ซึ่งเขายิงได้สองประตูภายในเวลาสามนาทีในเกมที่ถล่มเอาชนะ อันดอร์รา ไป 6–0[15]

ภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง โรเบร์โต มาร์ติเนซ เมอร์เทนส์ยิงได้ 5 ประตูใน รอบคัดเลือก สำหรับ ฟุตบอลโลก 2018 ของเบลเยียม รวมถึงสองประตูในนัดที่เปิดบ้านเอาชนะ เอสโตเนีย 8–1 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2016[16] จากนั้นเขามีชื่อติดทีมชุดลุยทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้าย และทำประตูได้ในนัดเปิดสนามของทีมชาติในเกมที่ชนะ ปานามา 3–0[17][18][19]

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2021 เมอร์เทนส์ลงเล่นเป็นนัดที่ 100 ให้กับเบลเยียมในเกมที่เอาชนะ เดนมาร์ก 2–1 ระหว่างการแข่งขัน ยูโร 2020[20]

เมอร์เทนส์เป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังทีมชาติเบลเยียมสำหรับ ฟุตบอลโลก 2022 ที่ กาตาร์ ซึ่งทีมทำผลงานได้ไม่ดีนักและไม่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2023 โดเมนีโก เตเดสโก ผู้จัดการทีมคนใหม่ของเบลเยียม ได้ตัดชื่อเมอร์เทนส์ออกจากทีมในเกมรอบคัดเลือก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป โดยอ้างถึงการขาดความพร้อมทางร่างกายและจังหวะการเล่นของนักเตะ[21]

เกียรติประวัติ

[แก้]
เปเอสเฟ ไอนด์โฮเฟิน
  • กาเอ็นเฟเบ เบเกอร์ (เคเอ็นวีบี คัพ) : 2011–12[22]
  • โยฮันไกรฟฟ์สคาล (โยฮันไกรฟฟ์ชีลด์) : 2012[23]
นาโปลี

อ้างอิง

[แก้]
  1. "2014 FIFA World Cup Brazil: List of Players". FIFA. 11 June 2014. p. 4. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2015-06-11. สืบค้นเมื่อ 10 July 2014.
  2. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-11-05. สืบค้นเมื่อ 2014-11-08.
  3. "Why Napoli's winger Dries Mertens should start for Belgium at the World Cup | BeNeFoot". BeNeFoot (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2014-04-30. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-07-15. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  4. "Official: Utrecht Sign AGOVV Forward Dries Mertens". www.goal.com. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  5. "PSV agree deals for Utrecht duo Dries Mertens & Kevin Strootman". www.goal.com. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  6. "Napoli snap up Mertens". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  7. "Galatasaray'a hoş geldin Dries Mertens!". www.galatasaray.org. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  8. "Dries Mertens ile yeni sözleşme imzalandı". www.galatasaray.org. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  9. "Dries Mertens confirms retirement after Galatasaray exit as ex-Napoli star set to bow out with final clash involving ex-Man Utd striker Edinson Cavani and Liverpool legend Martin Skrtel". 23 June 2025. สืบค้นเมื่อ 23 June 2025.
  10. "Napoli's leading goalscorer, Dries Mertens, announces retirement from football". 23 June 2025. สืบค้นเมื่อ 23 June 2025.
  11. "🎥 Why Dries Mertens is such a Napoli legend 🩵". 11 December 2024.
  12. "All hail Dries Mertens – an unexpected modern Napoli legend". 26 February 2020.
  13. "Dries Mertens confirms retirement after Galatasaray exit as ex-Napoli star set to bow out with final clash involving ex-Man Utd striker Edinson Cavani and Liverpool legend Martin Skrtel | Goal.com US". www.goal.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2025-06-23. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  14. "Adnan Januzaj included in Belgium's World Cup squad". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2014-05-13. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  15. "European Qualifiers: Belgium thrash Andorra 6–0 in Group B clash in Brussels". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  16. "World Cup qualifying: Dominant Belgium score eight against Estonia". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2016-11-13. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  17. "World Cup 2018: Belgium include Vincent Kompany but Christian Benteke misses out". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2018-06-04. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  18. Christian, Benteke (2014-05-13). "GMNC". gmnc.space (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  19. "'Moment of magic' - Mertens volley sets up Belgium win". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-12-27. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  20. "Dries Mertens pakt tegen Denemarken 100ste cap en voegt zich zo bij select clubje". www.hln.be. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  21. "Belgium coach Tedesco wields the axe for Euro qualifiers". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  22. "PSV - Heracles Almelo: 3 - 0 ( 8 april 2012)". FCUpdate.nl (ภาษาดัตช์). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-08-01. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  23. "PSV 4 – 2 Ajax: First blow by Advocaat". 11tegen11 (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2012-08-05. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-12-29. สืบค้นเมื่อ 2026-03-08.
  24. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-03-31. สืบค้นเมื่อ 2014-11-08.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]