จาเค็ตตาแห่งลักเซ็มเบิร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จาเค็ตตา ลักเซมเบิร์ก
เกิดค.ศ. 1415/1416
เสียชีวิต30 พฤษภาคม ค.ศ. 1472 (55-57 ปี)
ฐานันดรดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด
ดัชเชสริเวอร์
คู่สมรสจอห์นแห่งแลงแคสเตอร์ ดยุกที่ 1 แห่งเบดฟอร์ด
ริชาร์ด วูดวิลล์ เอิร์ลริเวิร์สที่ 1
บุตรเอลิซาเบธ วูดวิลล์
แอนน์ วูดวิลล์
แอนโธนี วูดวิลล์ เอิร์ลริเวอร์ที่ 2
แมรี วูดวิลล์
จอห์น วูดวิลล์
ริชาร์ด วูดวิลล์ เอิร์ลริเวอร์ที่ 3
ไลโอเนล วูดวิลล์
เอ็ดเวิร์ด วูดวิลล์ ลอร์ดสเกล
แคทเธอรีน วูดวิลล์ ดัชเชสแห่งบักกิงแฮม
บิดามารดาปิแอร์ที่ 1 เคานต์แห่งแซ็งโปล
มาร์เกอรีตแห่งบู

จาเค็ตตาแห่งลักเซมเบิร์ก (อังกฤษ: Jacquetta of Luxembourg) เป็นมารดาของเอลิซาเบธ วูดวิลล์ สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษผู้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 แห่งอังกฤษ

ดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด[แก้]

ภาพจอห์น ดยุคที่ 1 เบดฟอร์ดสามีคนแรกของจาเค็ตตา จากจุลจิตรกรรมใน 'Bedford Hours'

จาเค็ตตาเกิดเมื่อราวปี ค.ศ. 1415 ในลักเซมเบิร์ก โดยเธอเป็นบุตรคนโตในบรรดาบุตรเก้าคนของปิแอร์แห่งลักเซมเบิร์ก เคานต์แห่งแซ็งโปลชาวฝรั่งเศสกับมาร์เกอรีตแห่งบู (หรือมาร์เกริตา เดล บัลโซ) แม้จะเกิดบนทวีปยุโรปและไม่ใช่ชาวอังกฤษโดยกำเนิดแต่จาเค็ตตามีบรรพบุรุษเป็นชาวอังกฤษ ย่าทวดของเธอเป็นทายาทสายตรงของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษ ส่วนยายทวดเป็นทายาทสายตรงของพระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ ครอบครัวของเธอยังสืบเชื้อสายมาจากจักรพรรดิชาร์เลอมาญและเป็นลูกพี่ลูกน้องกับจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

จาเค็ตตาเกิดในช่วงที่อังกฤษกับฝรั่งเศสกำลังทำสงครามร้อยปี ฌ็องที่ 2 แห่งลักเซมเบิร์ก ลุงของเธอเป็นผู้นำของกองทัพที่จับกุมตัวฌานแห่งอาร์ก ฌ็องคุมตัวฌานไว้ในปราสาทของตนระยะหนึ่งก่อนที่จะขายเธอให้แก่ชาวอังกฤษที่ต่อมาได้ประหารชีวิตเธอ นักประวัติศาสตร์บางคนมองว่าจาเค็ตตาน้อยอาจเคยเจอกับฌานในช่วงที่เธอถูกขังอยู่ในปราสาทของฌ็อง

เมื่อมีอายุได้ 17 ปีจาเค็ตตาได้สมรสกับจอห์นแห่งแลงคัสเตอร์ ดยุคที่ 1 แห่งเบดฟอร์ด พระอนุชาของพระเจ้าเฮนรีที่ 5 แห่งอังกฤษและเป็นพระโอรสคนสุดท้องของพระเจ้าเฮนรีที่ 4 โดยจอห์นมีพระชนมายุ 43 พรรษา หลังภรรยาคนแรกเสียชีวิตด้วยโรคระบาดเมื่อเก้าปีก่อนในปี ค.ศ. 1432 พระองค์ได้สมรสกับจาเค็ตตาที่มีสถานะทางสังคมโดยชาติกำเนิดเท่าเทียมกับตน พิธีเฉลิมฉลองการสมรสถูกจัดขึ้นในฝรั่งเศสโดยลุงของจาเค็ตตาซึ่งเป็นบิชอปผู้เป็นพันธมิตรของพระเจ้าเฮนรีที่ 6 แห่งอังกฤษในการอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ฝรั่งเศส จาเค็ตตาได้รับยศเป็นดัชเชสแห่งเบดฟอร์ดและกลายเป็นเลดีคนสำคัญที่สุดของอังกฤษเนื่องจากพระเจ้าเฮนรีที่ 6 พระโอรสน้อยของพระเจ้าเฮนรีที่ 5 ผู้ล่วงลับยังไม่อภิเษกสมรส จอห์น สามีของเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระเจ้าเฮนรีที่ 6 เมื่อครั้งที่พระเจ้าเฮนรีที่ 5 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1422 ขณะที่กษัตริย์คนใหม่ซึ่งเป็นพระโอรสของพระองค์ยังเป็นเพียงทารกน้อย หลังจาเค็ตตาสมรสเข้าราชตระกูลได้ไม่นานพระเจ้าเฮนรีที่ 6 ก็ได้อภิเษกสมรส ทำให้เธอกลายเป็นเลดีหมายเลขสองของอังกฤษที่เป็นรองเพียงพระราชินีคนเดียว

การสมรสครั้งนี้ส่งผลดีต่อจาเค็ตตา หลังการสมรสไม่กี่เดือนเธอกับสามีเดินทางไปอังกฤษ ทั้งคู่อาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านของดยุคแห่งเบดฟอร์ดที่วอริกเชอร์และลอนดอน เธอได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เตอร์ในปี ค.ศ. 1434 หลังจากนั้นไม่นานสองสามีภรรยาก็เดินทางกลับฝรั่งเศส ชีวิตสมรสของทั้งคู่จบลงเร็วกว่าที่คิดเมื่อจอห์นถึงแก่กรรมในเดือนกันยายน ค.ศ. 1435 หลังจากสมรสกับจาเค็ตตาได้เพียงสองปี ทั้งคู่ไม่มีบุตรธิดาด้วยกัน จาเค็ตตาซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 20 ปีได้ครองตัวเป็นม่ายโดยไม่ได้สมรสใหม่อยู่หลายปี อันที่จริงก่อนที่สามีจะเสียชีวิต จาเค็ตตาได้สนิทสนมกับมหาดเล็กคนหนึ่งของสามี คือ เซอร์ริชาร์ด วูดวิลล์ ซึ่งมีชาติกำเนิดเป็นสามัญชน เขาเป็นอัศวินที่ยากจนและมีสถานภาพต่ำต้อยกว่าเธอมาก

การสมรสครั้งที่สอง[แก้]

ในตอนที่ดยุคแห่งเบดฟอร์ดเสียชีวิต จาเค็ตตากับสามีอยู่ในกาแล อาณาเขตในครอบครองของอังกฤษซึ่งอยู่ในฝรั่งเศส พระเจ้าเฮนรีที่ 6 ได้ส่งริชาร์ด วูดวิลล์มารับเธอกลับอังกฤษ มิตรภาพของทั้งคู่จึงแปรเปลี่ยนเป็นความรักจนทำให้ทั้งสองสมรสกันอย่างลับๆ ฝ่าฝืนคำสั่งของกษัตริย์ที่ไม่อนุญาตให้เธอสมรสใหม่หากไม่ได้กับการอนุญาตจากพระองค์ ด้วยทรงมีแผนที่จะให้เธอสมรสใหม่กับลอร์ดอังกฤษผู้ร่ำรวย ทั้งการสมรสของทั้งยังเป็นการสมรสข้ามชนชั้นซึ่งเป็นการสมรสระหว่างชายหญิงที่มีสถานภาพแตกต่างกัน แต่โดยส่วนมากฝ่ายหญิงจะเป็นผู้ที่อยู่ในสถานภาพต่ำต้อยกว่า พระเจ้าเฮนรีไม่ยอมพบหน้าจาเค็ตตาและริชาร์ดอยู่ระยะหนึ่ง กระทั่งทั้งคู่ยอมจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 1,000 ปอนด์เพื่อคลายโทสะของกษัตริย์ พระองค์จึงยอมให้ทั้งคู่กลับเข้ามาในราชสำนักได้ ทั้งยังอนุญาตให้ทายาทของทั้งสองสืบทอดมรดกได้ซึ่งนับเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับการสมรสข้ามชนชั้นในอังกฤษ

การเป็นชายาม่ายของพระปิตุลาของพระเจ้าเฮนรีที่ 6 ทำให้จาเค็ตตาอยู่ในลำดับสูงของราชสำนัก เธออยู่เหนือกว่าหญิงทุกคนยกเว้นมาร์เกอรีตแห่งอ็องฌู พระราชินีของพระเจ้าเฮนรีที่ 6 ซึ่งก็เป็นญาติกับจาเค็ตตาเนื่องจากพระปิตุลาของพระนางได้สมรสกับน้องสาวของเธอ จาเค็ตตามีสถานภาพที่สูงส่งกว่าแคทเธอรีนแห่งวาลัว พระมารดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 6 และยังคงถูกเรียกว่าดัชเชสแห่งเบดฟอร์ดตามยศที่ได้รับมาจากการสมรสครั้งแรกแม้เธอจะสมรสใหม่แล้วก็ตาม ริชาร์ดกับจาเค็ตตาอาศัยอยู่ด้วยกันในคฤหาสน์ที่แกรฟตันเรจิสใกล้กับนอร์แทมป์ตันเชอร์ ทั้งคู่มีบุตรธิดาด้วยกัน 14 คน คือ

  1. เอลิซาเบธ วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1437) สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ สมรสครั้งแรกกับเซอร์จอห์น เกรย์ ต่อมาสมรสครั้งที่สองกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 แห่งอังกฤษและเป็นพระมารดาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 กับเอลิซาเบธแห่งยอร์ก
  2. ลูอิส วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1438) เสียชีวิตในวัยเด็ก
  3. แอนน์ วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1439) สมรสครั้งแรกกับวิลเลียม โบชิเยร์ ไวส์เคานต์โบชิเยร์ ต่อมาสมรสครั้งที่สองกับจอร์จ เกรย์ เอิร์ลที่ 2 แห่งเคนต์
  4. แอนโธนี วูดวิลล์ เอิร์ลริเวอร์ที่ 2 (เกิด ค.ศ. 1440) สมรสครั้งแรกกับเอลิซาเบธ สเกลส์ บารอนเนสสเกลส์ที่ 8 ต่อมาสมรสครั้งที่สองกับแมรี ฟิตซ์ลูอิส แอนโธนีถูกพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ประหารชีวิตพร้อมกับริชาร์ด เกรย์
  5. จอห์น วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1444) สมรสกับแคทเธอรีน เนวิลล์ ดัชเชสแห่งนอร์ฟอล์กม่ายซึ่งแก่กว่าเขาหลายปี โดยเธอเป็นธิดาของราล์ฟ เนวิลล์กับโจน โบฟอร์ตและเป็นพี่น้องกับเซซิลี เนวิลล์ แม่สามีของเอลิซาเบธ วูดวิลล์ พี่สาวคนโตของจอห์น
  6. จาเค็ตตา วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1445) สมรสกับจอห์น เลอ สแตร็ง บารอนสแตร็งที่ 8 แห่งน็อคกิน
  7. ไลโอเนล วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1446) บิชอปแห่งซัลสบรี
  8. ริชาร์ด วูดวิลล์ เอิร์ลริเวอร์ที่ 3 (เกิด ค.ศ. 1453)
  9. มาร์ธา วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1450) สมรสกับเซอร์จอห์น บรอมลีย์แห่งแบดดิงตัน
  10. เอเลนอร์ วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1452) สมรสกับแอนโธนี เกรย์ บุตรชายของเอ็ดมันด์ เกรย์ เอิร์ลที่ 1 แห่งเคนต์
  11. มาร์กาเร็ต วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1450/1455) สมรสกับธอมัส ฟิตซ์อาลัน เอิร์ลที่ 17 แห่งอารันเดล
  12. เอ็ดเวิร์ด วูดวิลล์ ลอร์ดสเกลส์ (เกิด ค.ศ. 1454/1458)
  13. แมรี วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1456) สมรสกับวิลเลียม เฮอร์เบิร์ต เอิร์ลที่ 2 แห่งเพมโบรก
  14. แคทเธอรีน วูดวิลล์ (เกิด ค.ศ. 1458) สมรสครั้งแรกกับเฮนรี สแตฟฟอร์ด ดยุคที่ 2 แห่งบักกิงแฮม ต่อมาสมครครั้งที่สองกับแจสเปอร์ ทิวดอร์ ดยุคแห่งเบดฟอร์ด พี่น้องของเอ็ดมันด์ ทิวดอร์ ทั้งคู่เป็นบุตรชายของโอเวน ทิวดอร์กับแคทเธอรีนแห่งวาลัว พระมารดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 6 แคทเธอรีนสมรสครั้งที่สามกับริชาร์ด วิงฟีลด์ บุตรชายของจอห์น วิงฟีลด์กับเอลิซาเบธ ฟิตซ์ลูอิส

การสมรสกับจาเค็ตตาทำให้ริชาร์ดขึ้นมามีอำนาจในราชสำนักของพระเจ้าเฮนรีที่ 6 ด้วยอิทธิพลของมาร์เกอรีตแห่งอ็องฌู พระราชินีซึ่งเป็นสหายสนิทของจาเค็ตตา พระเจ้าเฮนรีที่ 6 ได้แต่งตั้งริชาร์ด วูดวิลล์เป็นบารอนซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกว่าเดิมสำหรับชายที่สมรสกับดัชเชส เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะเซอร์ริชาร์ด วูดวิลล์ เอิร์ลริเวอร์

สงครามดอกกุหลาบ[แก้]

เมื่อสงครามดอกกุหลาบอุบัติขึ้น ริชาร์ดและจาเค็ตตาต่อสู้อยู่ฝั่งแลงคัสเตอร์ซึ่งเป็นฝั่งของพระเจ้าเฮนรีที่ 6 กับมาร์เกอรีตแห่งอ็องฌูที่เป็นทั้งญาติและสหายสนิทอย่างมั่นคง ทว่าเอลิซาเบธ วูดวิลล์ บุตรคนโตของทั้งคู่ได้เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างสิ้นเชิง

จุลจิตกรรมแสดงการสมรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 กับเอลิซาเบธ วูดวิลล์ใน ‘Anciennes Chroniques d’Angleterre’ โดยฌ็อง เดอ แวแวร็ง คริสต์ศตวรรษที่ 15

เอลิซาเบธสมรสตั้งแต่ยังเป็นสาวน้อยกับเซอร์จอห์น เกรย์ อัศวินที่ต่อสู้อยู่ฝั่งแลงคัสเตอร์ในการทำสงคราม เมื่อเขาถูกสังหารที่สมรภูมิเซนต์อัลบันส์ครั้งที่สอง มารดาของเขาไม่ยอมให้บุตรชายทั้งสองของเอลิซาเบธกับจอห์นได้สิทธิ์ในการสืบทอดทรัพย์สินที่ดินของตระกูลเกรย์ ขณะเดียวกันฝ่ายแลงคัสเตอร์ได้พ่ายแพ้ที่สมรภูมิทาวตันในปี ค.ศ. 1461 จึงเสียบัลลังก์ให้แก่ฝ่ายยอร์ก พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 กษัตริย์คนใหม่จากฝั่งยอร์กได้ขึ้นครองบัลลังก์ สามีของจาเค็ตตาและแอนโธนี บุตรชายคนโตในอยู่ฝ่ายแพ้สงครามและถูกจองจำในหอคอยลอนดอน แต่เนื่องจากครอบครัวของจาเค็ตตามีสายสัมพันธ์อันดีกับดยุคแห่งบูร์กอญผู้มีส่วนช่วยในชัยชนะของพระเจ้าเอ็ดชนะ สามีและบุตรชายของจาเค็ตตาจึงได้รับการปล่อยตัวในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ขณะที่เอลิซาเบธ บุตรสาวคนโตของจาเค็ตตาได้ร้องเรียนต่อกษัตริย์คนใหม่เป็นการส่วนตัวเพื่อขอสิทธิ์ในการสืบทอดมรดกให้แก่บุตรชาย พระองค์ให้ตามที่เธอขอ ทั้งยังตกหลุมรักเธออย่างหัวปักหัวปำ ทั้งคู่สมรสกันอย่างลับๆ โดยมีเพียงจาเค็ตตา, เด็กร้องเพลงประสานเสียง และนักบวชเป็นสักขีพยาน การสมรสถูกปิดเป็นความลับอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งลูกพี่ลูกน้องของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดประกาศว่าจะจัดการหมั้นหมายพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดกับเจ้าหญิงฝรั่งเศส เมื่อนั้นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดจึงได้เปิดเผยเรื่องการสมรสที่สร้างความตกตะลึงให้แก่เซซิลี เนวิลล์ มารดาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและริชาร์ด เนวิลล์ ลูกพี่ลูกน้องของพระองค์

เอลิซาเบธได้เป็นพระราชินีขณะที่จาเค็ตตา มารดาของเธอกลายเป็นพระชนนีของพระราชินี หลังต่อสู้อยู่ฝั่งแลงคาสเตอร์มาเป็นเวลาหลายปีจาเค็ตตาได้กลายเป็พระมารดาของพระราชินีฝ่ายยอร์ค ตระกูลวูดวิลล์ทั้งหมดเปลี่ยนฝ่ายมาอยู่ฝ่ายยอร์ค ทำให้จาเค็ตตาต้องสะบั้นมิตรภาพใกล้ชิดที่มีมาอย่างยาวนานกับมาร์เกอรีตแห่งอ็องฌู พระราชินีผู้ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

การสมรสกับเอลิซาเบธ วูดวิลล์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดสร้างความไม่พอใจให้แก่ลูกพี่ลูกน้องที่ช่วยให้พระองค์ได้ครองมงกุฎ ริชาร์ด เนวิลล์ เอิร์ลแห่งวอริกได้สูญเสียอิทธิพลให้แก่ตระกูลวูดวิลล์ที่เข้ามาครองความเป็นใหญ่ในราชสำนัก เขาจึงหันมาต่อสู้กับเอ็ดเวิร์ดโดยมีเป้าหมายคือให้จอร์จ พระอนุชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดขึ้นครองบัลลังก์แทนพระองค์ ทั้งสองฝ่ายทำสมรภูมิห้ำหั่นกันและกระทบกระทั่งกันหลายครั้ง ในปี ค.ศ. 1469 ริชาร์ด เนวิลล์ได้ก่อรัฐประหารขังพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดไว้ในปราสาทมิดเดิลแฮมและขึ้นปกครองประเทศด้วยตนเอง ที่เคนิลเวิร์ธกองทัพของริชาร์ด เนวิลล์ได้จับกุมตัวเซอร์ริชาร์ด วูดวิลล์ เอิร์ลริเวอร์ และจอห์น วูดวิลล์ บุตรชายของทั้งคู่ที่สมรสกับป้าผู้สูงวัยของเอิร์ลแห่งวอริก ทั้งคู่ถูกตัดหัวอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีการไต่สวน การสังหารสามีและบุตรชายของจาเค็ตตา (ซึ่งเป็นบิดาและพี่น้องชายของเอลิซาเบธ) ทำให้เขากลายเป็นศัตรูของพระราชินีและพระชนนีของพระนาง

การถูกกล่าวหาว่าใช้มนตราศาสตร์มืด[แก้]

เดือนกันยายน ค.ศ. 1470 กองทัพของริชาร์ด เนวิลล์ได้รับชัยชนะ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ถูกถอดออกจากตำแหน่งและหนีไปเนเธอร์แลนด์ บัลลังก์ถูกคืนให้แก่พระเจ้าเฮนรีที่ 6 เอลิซาเบธ วูดวิลล์ซึ่งกำลังท้องแก่ได้หนีเข้าไปหลบภัยในวิหารเวสต์มินสเตอร์พร้อมกับลูกๆ จาเค็ตตาถูกไต่สวนคดีในข้อหาใช้มนตราศาสตร์มืด ริชาร์ด เนวิลล์ให้เหตุผลว่าจาเค็ตตาซึ่งเป็นหนึ่งในสักขีพยานในพิธีสมรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดกับเอลิซาเบธ วูดวิลล์ได้ใช้มนตราศาสตร์มืดทำให้กษัตริย์หลงรักธิดาของตน ทั้งยังใช้ตุ๊กตาพิวเตอร์ (โลหะผสมดีบุกกับตะกั่ว) รูปพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและเอลิซาเบธ วูดวิลล์ที่บางส่วนถูกหลอมเข้าด้วยกันมาเป็นหลักฐาน ทว่าด้วยมิตรภาพครั้งเก่าก่อนที่มีกับพระราชินีผู้ได้บัลลังก์กลับคืนมาและด้วยสายสัมพันธ์ทางครอบกับพระเจ้าเฮนรีที่ 6 ทำให้ไม่มีลูกขุนคนไหนกล้าตัดสินให้เธอมีความผิด เนื่องจากกลัวว่าจะถูกแก้แค้นโดยกษัตริย์และพระราชินีผู้กลับคืนสู่บัลลังก์ จาเค็ตตาจึงได้อิสรภาพกลับคืนมาและตามไปสมทบกับเอลิซาเบธในที่หลบภัย ในเดือนธันวาคมเธอได้ช่วยทำคลอดพระราชบุตรคนที่หกซึ่งเป็นพระโอรสคนแรกของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ถูกตั้งชื่อว่าเอ็ดเวิร์ดตามพระบิดา

ภาพสมรภูมิทูว์กสบรีในเอกสารของเกนท์

เดือนเมษายน ค.ศ. 1471 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเดินทางกลับมาอังกฤษพร้อมกับกองทัพ หลังชัยชนะที่บาร์เน็ตและทูว์กสบรีพระองค์ได้ถอดพระเจ้าเฮนรีที่ 6 ออกจากบัลลังก์อีกครั้งและกลับมาครองบัลลังก์เช่นเดิม เอลิซาเบธ วูดวิลล์ได้กลับมาเป็นพระราชินี ชื่อเสียงของจาเค็ตตาได้รับการกอบกู้หลังพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดได้ยกฟ้องข้อหาใช้มนตราศาสตร์มืดของเธออย่างเป็นทางการ พระเจ้าเฮนรีที่ 6 กลับไปอยู่ที่หอคอยลอนดอน ไม่นานพระองคก็ถูกปลงพระชนม์ (นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นฝีมือหรือไม่ก็เป็นคำสั่งของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 กับพระอนุชา) พระโอรสและทายาทคนเดียวของพระองค์ถูกสังหารในสนามรบ มาร์เกอรีตแห่งอ็องฌูถูกจับกุมตัวและถูกคุมขังในหอคอยลอนดอนเป็นเวลาสองสามปีก่อนที่ญาติทางฝรั่งเศสของพระนางจะยอมจ่ายค่าไถ่ พระนางจึงได้กลับไปใช้ชีวิตที่เหลือในฝรั่งเศส

จาเค็ตตาใช้ชีวิตที่เหลือด้วยการเป็นมารดาและยายผู้ทุ่มเทกระทั่งถึงแก่กรรมด้วยวัย 56 ปีใน ค.ศ. 1472 สามปีหลังจากสามีผู้เป็นที่รักของเธอถูกสังหาร เธอถูกกล่าวหาว่าใช้มนตราศาสตร์มืดอีกครั้งโดยพระอนุชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ที่ต่อมาขึ้นครองตำแหน่งเป็นพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 พระองค์ใช้ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้มนตราศาสตร์มืดทำให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดหลงรักเอลิซาเบธของจาเค็ตตาเป็นเหตุผลในการทำให้การสมรสของทั้งคู่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พระราชบุตรทุกคนกลายเป็นบุตรนอกสมรสทำให้พระองค์ได้สิทธิ์ขึ้นเป็นครองราชย์กษัตริย์

สองปีต่อมาหลังพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ถูกกองทัพของเฮนรี ทิวดอร์สังหารในสนามรบและขึ้นเป็นกษัตริย์คนใหม่ พระเจ้าเฮนรีที่ 7 ได้สมรสกับเอลิซาเบธแห่งยอร์ก พระธิดาคนโตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 กับเอลิซาเบธ วูดวิลล์ซึ่งเป็นหลานยายของจาเค็ตตา เอลิซาเบธแห่งยอร์ก, จาเค็ตตาและริชาร์ดผู้เป็นสามีจึงกลายเป็นบรรพบุรุษสายตรงของพระมหากษัตริย์อังกฤษทุกพระองค์นับจากนั้นเป็นต้นมา รวมถึงสมเด็ตพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

อ้างอิง[แก้]