ข้ามไปเนื้อหา

แคทเธอรีน วูดวิลล์ ดัชเชสแห่งบักกิงแฮม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แคทเธอรีน วูดวิลล์
ดัชเชสแห่งบัคกิงแฮม
ดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด
เคาน์เตสแห่งเพมโบรก
ภาพเหมือนของแคทเธอรีน วูดวิลล์ ที่วาดในปี ค.ศ. 1483
เกิดประมาณ ค.ศ. 1458
แกรฟตันเรจิส, นอร์แทมป์ตันเชอร์, ราชอาณาจักรอังกฤษ
ถึงแก่กรรม18 พฤษภาคม 1497 (อายุ 3839)
ตระกูลวูดวิลล์
คู่สมรสเฮนรี สแตฟฟอร์ด ดยุกที่ 2 แห่งบักกิงแฮม
แจสเปอร์ ทิวดอร์ ดยุคแห่งเบดฟอร์ดที่ 1
เซอร์ ริชาร์ด วิงฟิลด์
บุตรเอ็ดเวิร์ด สตาฟฟอร์ด ดยุคที่ 3 แห่งบักกิงแฮม
เอลิซาเบธ สตาฟฟอร์ด เคาน์เตสแห่งซัสเซ็กซ์
เฮนรี สตาฟฟอร์ด เอิร์ลที่ 1 แห่งวิลต์เชอร์
แอนน์ สตาฟฟอร์ด เคาน์เตสแห่งฮันติงดอน
บิดาริชาร์ด วูดวิลล์ เอิร์ลริเวิร์สที่ 1
มารดาจาเค็ตตาแห่งลักเซ็มเบิร์ก

แคทเธอรีน วูดวิลล์ (อังกฤษ: Catherine Woodville หรือ Wydville หรือ Wydeville หรือ Widvile) เป็นสมาชิกครอบครัววูดวิลล์ที่ขึ้นมาเรืองอำนาจหลังพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 แห่งอังกฤษสมรสกับเอลิซาเบธ วูดวิลล์ พี่สาวของเธอ

ความรุ่งโรจน์ในรัชสมัยของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4

[แก้]

แคทเธอรีนเกิดในปี ค.ศ. 1458 โดยบิดาของเธอคือเซอร์ริชาร์ด วูดวิลล์ เอิร์ลริเวอร์ที่ 1 อัศวินฝ่ายแลงคัสเตอร์ ส่วนมารดาคือจาเค็ตตา ดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด ธิดาขุนนางแห่งลักเซมเบิร์กผู้เป็นชายาม่ายของจอห์น ดยุคแห่งเบดฟอร์ด พระปิตุลาของกษัตริย์อังกฤษ ครอบครัววูดวิลล์เป็นครอบครัวใหญ่ซึ่งแคทเธอรีนน่าจะเป็นบุตรคนสุดท้องหรือไม่ก็บุตรคนท้าย ๆ ในบรรดาบุตร 14 คนของครอบครัว เธอได้รับการศึกษาอย่างสมควรแก่ฐานะ แคทเธอรีนน่าจะมีเพื่อนเล่นอย่างน้อยหนึ่งคนคือแมรี พี่สาวที่แก่กว่าเธอเพียง 2 ปี ทั้งคู่น่าจะถูกเลี้ยงดูและเข้ารับการศึกษาด้วยกัน ตระกูลวูดวิลล์ใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ ในบ้านที่แกรฟตันเรจิสในนอร์แทมป์ตันเชอร์

จุลจิตรกรรมแสดงพิธีสมรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 กับเอลิซาเบธ วูดวิลล์ ใน 'Anciennes Chroniques d'Angleterre' โยฌ็อง เดอ วาแวร็ง คริสต์ศตวรรษที่ 15

เอลิซาเบธ พี่สาวคนโตของแคทเธอรีนสมรสกับเซอร์จอห์น เกรย์และมีบุตรชายด้วยกันสองคน ในปี ค.ศ. 1461 สามีของเอลิซาเบธถูกสังหารในสมรภูมิเซนต์อัลบันส์ครั้งที่สองโดยเขาได้ต่อสู้ในฝั่งแลงคัสเตอร์ ในปี ค.ศ. 1464 เธอได้สมรสอย่างลับ ๆ กับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 กษัตริย์หนุ่มรูปงามแห่งราชวงศ์ยอร์กของอังกฤษ นับแต่นั้นคนในตระกูลวูดวิลล์ก็มีตำแหน่งที่ยืนในราชสำนักและได้สมรสเข้าตระกูลขุนนางของอังกฤษ

แคทเธอรีนน้อยวัย 6 ปีกลายเป็นพระขนิษฐาของพระราชินี ในฐานะธิดาของขุนนางท้องถิ่น เธอถูกหมายตาให้สมรสกับอัศวินท้องถิ่น แต่เมื่อกลายเป็นพระขนิษฐาของพระราชินี ตระกูลของเธอได้มองหาเจ้าบ่าวที่สูงศักดิ์กว่านั้น พี่น้องในตระกูลวูดวิลล์ต่างก็ได้สมรสเข้าตระกูลขุนนางตระกูลใหญ่ในราชอาณาจักร น้องสาวของเอลิซาเบธ ได้แก่ มาร์กาเร็ตได้เป็นเคานเตสแห่งอารันเดลจากการสมรส, แอนน์ได้เป็นเคานเตสแห่งเคนต์, จาเค็ตตาได้สมรสกับลอร์ดสแตร็งแห่งน็อคกิน ส่วนแมรีได้สมรสกับเอิร์ลแห่งฮันติงดอน การคลุมถุงชนที่น่าตกใจที่สุดคือจอห์น น้องชายวัย 19 ปีของแคทเธอรีนที่ถูกจับสมรสกับแคทเธอรีน เนวิลล์ ดัชเชสแห่งนอร์ฟอล์กม่ายวัย 65 ปี

ในปี ค.ศ. 1465 ก่อนราชาภิเษกพระราชินีของเอลิซาเบธไม่นาน แคทเธอรีนวัย 6 ปีได้สมรสกับเฮนรี สแตฟฟอร์ด ดยุคที่ 2 แห่งบักกิงแฮมวัย 11 ปี เฮนรี สแตฟฟอร์ด สามีของแคทเธอรีนเป็นดยุคแห่งบักกิงแฮมตั้งแต่ยังเล็ก ฮัมฟรีย์ สแตฟฟอร์ด บิดาของเขาได้รับบาดเจ็บในสมรภูมิเซนต์อัลบันส์ครั้งที่ 1 และเสียชีวิตด้วยสาเหตุทางธรรมชาติในปี ค.ศ. 1458 ส่วนเซอร์ฮัมฟรีย์ สแตฟฟอร์ด ดยุคที่ 1 แห่งบักกิงแฮม ปู่ของเขาถูกสังหารในสมรภูมินอร์แทมป์ตันในปี ค.ศ. 1460 ทั้งคู่ต่างเป็นผู้สนับสนุนพระเจ้าเฮนรีที่ 6 และราชวงศ์แลงคัสเตอร์ เฮนรีในวัย 5 ปีขึ้นเป็นดยุคโดยอยู่ในการดูแลของแอนน์ เนวิลล์ผู้เป็นย่า (ซึ่งเป็นน้องสาวของเซซิลี พระมารดาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4)

สองสามีภรรยาเด็กน้อยได้เข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของพระราชินีเอลิซาเบธในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1465 ด้วยความที่อายุยังน้อยทั้งสองคนได้ถูกจับขึ้นบ่าของบุคคลนิรนามในระหว่างการประกอบพิธี แคทเธอรีนเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารเย็น มีหลักฐานว่าเธอรับใช้อยู่ในครัวเรือนของพระราชินีในช่วงกลางจนถึงปลายคริสต์ทศวรรษ 1460 ในช่วงนั้นสามีของเธอและน้องชายถูกส่งไปอยู่ในการดูแลของพระราชินีที่นอกจากจะดินแดนในเวลส์ของดยุคน้อยแล้วยังได้เงินอีก 500 มาร์คซึ่งต่อมาได้เพิ่มเป็น 100 ปอนด์เพื่อใช้ในการดูแลเด็กชายทั้งสอง

สองเด็กน้อยสแตฟฟอร์ดอยู่ในการดูแลของพระราชินีร่วมกับแคทเธอรีน ชายาน้อยของดยุคจนกระทั่งพระเจ้าเฮนรีที่ 6 ได้กลับมาครองบัลลังก์ในปี ค.ศ. 1470–71 ดยุคน้อยถูกส่งกลับไปอยู่ในการดูแลของย่าและสามีใหม่คือวอลเตอร์ บลันต์ ลอร์ดแห่งเมาต์จอย นับแต่นั้นฮัมฟรีย์ น้องชายของเขาก็หายไปจากบันทึก เป็นได้ได้ว่าอาจป่วยจนเสียชีวิตในวัยเด็ก

เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1473 ดยุคแห่งบักกิงแฮมวัยเพียง 17 ปี ได้รับเครื่องยศดยุคและทรัพย์สินที่ดินของปู่ แม้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 จะได้กลับมาครองบัลลังก์แต่พระองค์ก็ไม่ค่อยโปรดปรานดยุคเฮนรี เขาจึงไม่ค่อยได้อยู่ในราชสำนัก แต่กลับอาศัยอยู่ในที่ดินของตนกับภรรยาและครอบครัวเป็นหลัก ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ ด้วยกันในคฤหาสน์ที่เบรกอนในเวลส์

ภาพพิธีสมรสของริชาร์ดแห่งชรูวส์บรี ดยุคแห่งยอร์กกับเลดีแอนน์ โมว์เบรย์ โดยเจมส์ นอร์ธโคท

ในปี ค.ศ. 1475 เฮนรีมีส่วนร่วมในการบุกฝรั่งเศสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด แต่เขากลับมาก่อนที่จะมีการเจรจาสันติภาพที่ปีกีนยีในเดือนสิงหาคม แคทเธอรีนเข้าร่วมพิธีสมรสและงานเลี้ยงฉลองสมรสของริชาร์ด ดยุคแห่งยอร์ค หลานน้าของเธอกับแอนน์ โมว์เบรย์ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1478 ราวหนึ่งเดือนต่อมาแคทเธอรีนได้ให้กำเนิดเอ็ดเวิร์ด บุตรชายคนแรกของทั้งคู่โดยมีพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ทำหน้าที่เป็นพ่อทูนหัว แคทเธอรีนกับเฮนรีมีบุตรธิดาด้วยกัน 5 คน สี่ในห้ามีชีวิตอยู่จนผ่านวัยเด็ก คือ

  • เอ็ดเวิร์ด สแตฟฟอร์ด ดยุคที่ 3 แห่งบักกิงแฮม (เกิด ค.ศ. 1478) สมรสกับเอเลนอร์ ธิดาของเฮนรี เพอร์ซี เอิร์ลที่ 4 แห่งนอร์แทมป์ตัน ถูกประหารชีวิตในปี ค.ศ. 1521 ในรัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 8
  • เอลิซาเบธ สแตฟฟอร์ด เคานเตสแห่งซัสเซ็กซ์ (เกิด ค.ศ. 1479) สมรสกับรอเบิร์ต แรดคลิฟฟ์ เอิร์ลแห่งซัสเซ็กซ์
  • แอนน์ สแตฟฟอร์ด เคานเตสแห่งฮันติงดอน (เกิด ค.ศ 1483) สมรสครั้งแรกกับเซอร์วอลเตอร์ เฮอร์เบิร์ต ต่อมาสมรสครั้งที่สองกับจอร์จ เฮสติงส์ เอิร์ลแห่งฮันติงดอน
  • เฮนรี สแตฟฟอร์ด เอิร์ลที่ 1 แห่งวิลต์เชอร์ (เกิด ค.ศ. 1479) สมรสครั้งแรกกับเมอร์เรียลหรือมาร์การเร็ต ธิดาของเอ็ดเวิร์ด เกรย์ ไวส์เคานต์เดอ ลิเซล ต่อมาสมรสครั้งที่สองกับเซซิลี บุตรสาวของวิลเลียม โบนวิลล์ บารอนฮาร์ริงตัน
  • ฮัมฟรีย์ เสียชีวิตในวัยเด็ก

ความตกต่ำในรัชสมัยของพระเจ้าริชาร์ดที่ 3

[แก้]
ภาพ 'เจ้าชายในหอคอย' โดยจอห์น เอเวอเรตต์ มิเล

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 สิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันในเดือนเมษายน ค.ศ. 1483 ผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระองค์คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 พระโอรสน้อย ทว่าริชาร์ด ดยุคแห่งกลอสเตอร์ พระอนุชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ได้แย่งชิงบัลลังก์ไปจากพระภาติยะโดยมีสามีของแคทเธอรีนให้การช่วยเหลือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 และริชาร์ด ดยุคแห่งยอร์กผู้เป็นพระอนุชาถูกจองจำในหอคอยลอนดอนตามคำแนะนำของเฮนรี เฮนรีได้รับการตกรางวัลก้อนโตจากพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 เนื่องจากพระเจ้าริชาร์ดเป็นศัตรูตัวฉกาจของครอบครัวของแคทเธอรีน เธอจึงไม่ได้เข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของพระองค์

ฤดูใบไม้ร่วงของปี ค.ศ. 1483 เจ้าชายทั้งสองหายตัวไปจากหอคอยและไม่มีใครได้พบเห็นอีกเลย ในดือนตุลาคม ดยุคแห่งบักกิงแฮมได้ตัดสินใจก่อกบฏต่อพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ด้วยเหตุผลบางอย่างและได้เข้าร่วมเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนเฮนรี ทิวดอร์ผู้ถูกเนรเทศไปอยู่ที่เบรอตาญให้ขึ้นครองบัลลังก์ เขาพยายามปลุกระดมผู้สนับสนุนฝ่ายแลงคัสเตอร์ในรัฐชายแดนเวลส์ แคทเธอรีนตามสามีเดินทางออกจากเบรกอนไปแวบรีโดยทิ้งบุตรสาวไว้ที่เบรกอน ด้วยปัญหาด้านสภาพอากาศการก่อกบฏได้ล้มเหลว ดยุคแห่งบักกิงแฮมหนีไปโดยฝากฝังบุตรชายคนโตให้อัศวินที่ไว้ใจช่วยคุ้มครอง สุดท้ายเขาถูกจับกุมตัวได้และถูกตัดหัวที่ซอลส์บรีในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1483 ในพินัยกรรมดยุคแห่งบักกิงแฮมทิ้งมรดกเป็นเงิน 1,000 มาร์คไว้ให้แคทเธอรีน แต่เธอถูกสภานิติบัญญัติเพิกถอนสิทธิ์และริบเงินก้อนดังกล่าวไป

กษัตริย์ส่งคนออกตามล่าแคทเธอรีนกับลูกๆ บุตรชายคนโตของเธอรอดจากการถูกจับกุมตัวแต่แคทเธอรีนกับเฮนรีถูกคริสโตเฟอร์ เวลล์สบอร์นและริชาร์ด ฮัดเดิลสตันพบตัวและถูกนำตัวไปลอนดอน เดือนธันวาคม ค.ศ. 1483 แคทเธอรีนได้รับอนุญาตให้พาบุตรสาวและข้ารับใช้จากเวลส์มาอยู่ที่ลอนดอน แต่ไม่มีใครรู้ว่าในรัชสมัยที่เหลืออยู่ของพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 แท้จริงแล้วเธออยู่ที่ไหน บางทีเธออาจตามไปสมทบกับพระราชินีเอลิซาเบธผู้เป็นพี่สาวที่หลบภัยอยู่ในวิหารเวสต์มินสเตอร์ หรือไม่เธออาจถูกขังไว้ที่ไหนซักแห่งในลอนดอนในศาสนสถาน หรือไม่ก็อยู่ในครัวเรือนของขุนนางที่กษัตริย์ไว้ใจตามวิถีปฏิบัติทั่วไปของยุคนั้น วันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1484 พระเจ้าริชาร์ดได้พระราชทานเงิน 200 ปอนด์ต่อปีจากรายได้ของทอนบริดจ์ในเคนต์ให้แก่เธอ

การคืนสถานะในรัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 7

[แก้]

ชะตากรรมของแคทเธอรีนพลิกผันอีกครั้งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1485 เมื่อเฮนรี ทิวดอร์นำกองทัพบุกอังกฤษและดับลมหายใจของพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ที่ทุ่งบอสเวิร์ธในวันที่ 22 สิงหาคม พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ถูกสังหารระหว่างทำสมรภูมิและเฮนรี ทิวดอร์ได้ครองบัลลังก์เป็นพระเจ้าเฮนรีที่ 7 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ทิวดอร์ตามสิทธิ์แห่งการพิชิต ก่อนพิธีราชาภิเษกของพระเจ้าเฮนรี เอ็ดเวิร์ด บุตรชายคนโตวัย 7 ปีของแคทเธอรีนได้รับแต่งตั้งเป็นอัศวินบาร์ธ สิทธิ์ในการดูแลบุตรชายคนโตสองคนของเธอตกเป็นของมาร์กาเร็ต โบฟอร์ต มารดาของกษัตริย์ เด็กชายทั้งสองเติบโตในครัวเรือนของมาร์กาเร็ต

พระราชบัญญัติฉบับใหม่ได้ยกเลิกการเพิกถอนสิทธิ์ ไม่ใช่เพียงแค่สินสอดแต่แคทเธอรีนยังได้รับมรดก 1,000 มาร์คที่สามีทิ้งไว้ให้ในพินัยกรรมกลับคืนมา ดินแดนซึ่งเป็นสินสอดเธอประกอบด้วยที่ดินและคฤหาสน์ราวครึ่งหนึ่งของดยุคแห่งบักกิงแฮมทั้งในอังกฤษและเวลส์ ทั้งยังรวมถึงทรัพย์สินที่ดินอันกว้างใหญ่ในเคนต์, เซอร์รีย์, ลอนดอน, นอร์ฟอล์ก, กลอสเตอร์เชอร์, คอร์นวอลล์, เฮริฟอร์ด และรัฐชายแดนเวลส์ รายได้ต่อปีที่สูงถึง 2,500 ปอนด์ทำให้เธอกลายเป็นหญิงที่ร่ำรวยมาก

แคทเธอรีนสมรสกับแจสเปอร์ ทิวดอร์ พระปิตุลาวัย 55 ปีของกษัตริย์คนใหม่ที่เพิ่งถูกตั้งให้เป็นดยุคแห่งเบดฟอร์ด เขาเลี้ยงดูกษัตริย์คนใหม่มาด้วยตัวคนเดียวในช่วงที่ถูกขับไล่ไปอยู่ในเบรอตาญหลังฝ่ายแลงคัสเตอร์พ่ายแพ้ที่ทูว์กสบรีในปี ค.ศ. 1471 กษัตริย์จึงตกรางวัลให้ด้วยการสมรสกับแคทเธอรีนที่จะช่วยส่งเสริมสถานะผู้แทนกษัตริย์ในเวลส์ของเขาให้มั่นคงขึ้น การสมรสได้รับการรับรองจากสภานิติบัญญัติในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1485 ทรัพย์สินที่ดินของแคทเธอรีนถูกบริหารปกครองแยกจากทรัพย์สินที่ดินของสามี แคทเธอรีนกับแจสเปอร์เข้าร่วมงานในราชสำนักช่วงเทศกาลคริสต์มาสของปี ค.ศ. 1485 พระเจ้าเฮนรีพระราชทานจอกทองคำเป็นของขวัญให้แก่แคทเธอรีน ต่อมาในเดือนมีนาคมแจสเปอร์เดินทางกลับไปเวลส์แต่แคทเธอรีนยังคงอยู่ที่วิหารสแตฟฟอร์ดใกล้กับลอนดอน พระเจ้าเฮนรีที่ 7 สมรสกับเอลิซาเบธแห่งยอร์ก หลานน้าของแคทเธอรีนในวันที่ 18 มราคม ค.ศ. 1486 แคทเธอรีนเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของพระราชินีเอลิซาเบธในวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1487 โดยนั่งอยู๋ในรถม้าหลังพระราชินีระหว่างการเดินทางจากหอคอยลอนดอนไปวิหารเวสต์มินสเตอร์ และนั่งอยู่ข้างพระราชินีในงานเลี้ยงหลังพิธี

แคทเธอรีนใช้เวลาส่วนใหญ่ในปราสาทของดยุคแห่งเบดฟอร์ดที่ธอร์นบรีในกลอสเตอร์เชอร์ ทั้งคู่ไม่มีบุตรธิดาด้วยกัน พี่สาวของเธอซึ่งเป็นพระราชินีม่ายสิ้นพระชนม์ในวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 1492 เธออาจจะเข้าร่วมหรือไม่ได้เข้าร่วมพิธีศพที่จัดขึ้นในอีกสี่วันต่อมา แจสเปอร์ สามีของเธอเสียชีวิตในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1495 แคทเธอรีนไม่มีชื่ออยู่ในพินัยกรรมของเขา

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1496 แคทเธอรีนสมรสกับริชาร์ด วิงฟิลด์ผู้อ่อนวัยกว่าเธอถึง 12 ปี เขาเป็นบุตรชายคนเล็กของครอบครัวใหญ่ที่มีปัญหาด้านการเงิน จอห์นกับเอ็ดมันด์ พี่ชายสองคนของเขารับใช้อยู่ในครัวเรือนของแคทเธอรีน ริชาร์ดเองก็อาจจะเช่นกัน ทั้งคู่ไม่มีบุตรธิดาด้วยกันแต่ริชาร์ดได้ใช้ปราสาทคิมโบลตันและได้ร่วมใช้รายได้ในสแตฟฟอร์ดเป็นเงิน 1,000 ปอนด์ต่อปีในช่วงที่แคทเธอรีนยังมีชีวิตอยู่ การสมรสเกิดขึ้นโดยไม่ได้ขออนุญาตกษัตริย์ พระเจ้าเฮนรีที่ 7 จึงปรับทั้งคู่เป็นเงินก้อนโตจำนวน 2,000 ปอนด์ ทว่ากว่าการจ่ายค่าปรับจะเกิดขึ้นก็เมื่อบุตรชายคนโตของแคทเธอรีนได้ขึ้นเป็นดยุคที่ 3 แห่งบักกิงแฮมหลังแคทเธอรีนเสียชีวิตในวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1497 ชีวิตสมรสครั้งที่สามของเธอมีอายุเพียงปีกว่าๆ สามีคนที่สามไม่เคยลืมเธอแม้จะสมรสใหม่ในภายหลังก็ตาม ในพินัยกรรมที่เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1525 เขาขอให้ผู้คนสวดมนต์เพื่อขอความสงบให้แก่ดวงวิญญาณของแคทเธอรีน

อ้างอิง

[แก้]