จักรวาลในเรื่องเดอะ เมทริกซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
รหัสสีเขียวของเมทริกซ์ สัญลักษณ์ที่ปรากฏในเมทริกซ์ทุกๆภาค

โลกของเมทริกซ์ (อังกฤษ: The Matrix Universe) คือชุดเรื่องราวทั้งหมดที่ต่อยอดมาจากภาพยนตร์แนวไซไฟเรื่อง The Matrix (เดอะ เมทริกซ์ เพาะพันธุ์มนุษย์เหนือโลก 2199) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรในโลกอนาคต สร้างสรรค์และกำกับโดยพี่น้องวาชอว์สกี้ (Andi Wachowski และ Larry Wachowski) โดยการร่วมงานสร้างกับวอร์เนอร์สบราเธอร์ส(Warner Bros.) และ Village Roadshow Pictures ออกฉายครั้งแรกในปี 1999

สื่อต่างๆ ของเมทริกซ์[แก้]

ปัจจุบันเรื่องชุดเมทริกซ์ปรากฏออกมาในรูปของสื่อต่างๆมากมาย ทั้งภาพยนตร์ วิดีโอเกม โดยส่วนที่เป็นเนื้อหาหลักมีรายชื่อดังต่อไปนี้

The Ultimate Matrix Collection ชุดรวมภาพยนตร์ Matrix และเบื้องหลังการถ่ายทำทุกภาคในรูปแบบ DVD

The Matrix[แก้]

ดูบทความหลักที่: เดอะ เมทริกซ์

ภาพยนตร์เรื่องแรกของไตรภาคชุดเดียวกัน ออกฉายครั้งแรกในปี 1999 และก่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย รวมถึงสร้างแนวทางของภาพยนตร์แอ๊คชั่นขึ้นใหม่นับจากนั้นเป็นต้นมาอีกด้วย

The Matrix Reloaded[แก้]

ดูบทความหลักที่: เดอะ เมทริกซ์ รีโหลดเดด

ภาพยนตร์เรื่องที่สองของไตรภาคเดียวกัน ออกฉายครั้งแรกเดือนพฤษภาคมปี 2003 เป็นช่วงแรกของส่วนที่เหลือในไตรภาค

The Matrix Revolutions[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องที่สามและเรื่องสุดท้ายของไตรภาค ออกฉายครั้งแรกเดือนพฤศจิกายนปี 2003 เป็นบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดก่อนที่จะขึ้นต้นเรื่องใหม่ในเกม The Matrix Online

The Animatrix[แก้]

ดูบทความหลักที่: ดิ แอนิเมทริคซ์

เป็นชุดภาพยนตร์ขนาดสั้น 9 เรื่อง ที่เล่าเสริมเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เมทริกซ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ออกวางจำหน่ายในรูปแบบของ VCD และ DVD ครั้งแรกในปี 2003

Enter The Matrix[แก้]

เป็นวิดีโอเกมเกมแรกในชุดของเมทริกซ์ มีเนื้อหาที่เชื่อมต่อกับภาพยนตร์ The Matrix Reloded ออกวางจำหน่ายสำหรับเครื่อง Play Station2 และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลครั้งแรกในปี 2003

The Matrix Online[แก้]

เป็นเกม MMORPG สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ใช้เนื้อหาเป็นเรื่องราวต่อจากภาพยนตร์ The Matrix ไตรภาค ผลิตโดย Monolith Productions และการพัฒนาในระยะสุดท้ายโดย Sony Online Entertainment เริ่มเปิดให้ผู้เล่นทดสอบระบบครั้งแรกในเดือนมิถุนายนปี 2004 จากนั้นจึงออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน และในปัจจุบันได้ปิดการให้บริการเกมไปแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2009

The Matrix:Path of Neo[แก้]

เป็นวิดีโอเกมชุดที่สามสำหรับเรื่องราวของ The Matrix ผลิตโดยบริษัท Shiny Entertainment จากเสียงเรียกร้องของแฟนเกมที่อยากจะสัมผัสเรื่องราวของนีโอ ตัวละครหลักของเรื่อง ตัวเกมจับเนื้อหาของนีโอตั้งแต่แรกเริ่มจนจบไตรภาค วางจำหน่ายสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล XBox และ Play Station2 ในเดือนพฤศจิกายน ปี2005

อะไรคือเมทริกซ์[แก้]

การพบกันครั้งแรกของมอร์เฟียสและนีโอ มอร์เฟียสเพียงเกริ่นนำถึงเมทริกซ์ให้นีโอฟังเท่านั้น

What is The Matrix (อะไรคือเมทริกซ์?)คือคำถามแรกที่ภาพยนตร์ตั้งแก่คนดู ในครั้งที่ยังไม่มีใครทราบว่าเมทริกซ์คืออะไร ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่ตัวละครในเรื่องสงสัย คำตอบที่มอร์เฟียส หนึ่งในตัวละครหลักตอบในตอนต้นเรื่อง The Matrix เขาได้ให้อธิบายไว้ว่า

"The Matrix is everywhere. It is all around us. Even now, in this very room. You can see it when you look out your window or when you turn on your television. You can feel it when you go to work... when you go to church... when you pay your taxes. It is the world that has been pulled over your eyes to blind you from the truth. That you are a slave, Neo. Like everyone else you were born into bondage. Into a prison that you cannot taste or see or touch. A prison for your mind"

เมทริกซ์มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง มันอยู่รอบๆตัวเรา รวมถึงตอนนี้ มันอยู่ในห้องๆนี้ คุณมองเห็นมันเมื่อคุณมองออกไปทางหน้าต่าง มองเห็นมันเมื่อคุณเปิดโทรทัศน์ คุณรู้สึกได้ตอนคุณไปทำงาน...ตอนคุณไปที่โบสถ์...ตอนคุณจ่ายภาษี มันคือโลกที่ฉุดรั้งคุณไว้ให้มืดบอดจากความเป็นจริง ที่ว่าเราเป็นทาส เหมือนกับทุกๆคนที่เกิดมาถูกจองจำ ถูกขังไว้ในคุกที่ไม่สามารถลิ้มรส มองเห็น หรือสัมผัส เป็นคุกแห่งจิตใจ

(ตัดตอนจากบทสนทนาของนีโอและมอร์เฟียส เมื่อพบกันครั้งแรก)

องค์ประกอบต่างๆในโลกของเมทริกซ์[แก้]

Zion ไซออน[แก้]

ชาวไซออนชุมนุมกันที่โบสถ์ของเมือง

Zion หรือ "ซออน เป็นเมืองใต้ดิน ที่เป็นแหล่งสุดท้ายของมนุษย์บนโลก มนุษย์ที่หนีรอดจากการถูกรุกราน และถูกจับโดย Machine จะหลบมารวมตัวกันที่นี่ นอกจากนั้น ไซออนยังเป็นฐานทัพของยานรบที่ใช้ในการติดต่อเข้ากับโลกของ Matrix อีกด้วย

Machine เครื่องจักร[แก้]

The Matrix Digital Rain โค้ดเมทริกซ์[แก้]

Bullet Time มุมกล้องเวลากระสุน[แก้]

ความเป็นจริงเกี่ยวกับเมทริกซ์[แก้]

ค.ศ.2100 เกิดสงครามระหว่างเครื่องจักรกับมนุษย์ โดยมนุษย์ประสบความสำเร็จในการทำลายท้องฟ้าจนกระทั่งเครื่องจักรไม่อาจใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ แต่อย่างไรก็ตามเครื่องจักรก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะเหนือเผ่าพันธุ์มนุษย์ พร้อมด้วยแหล่งพลังงานใหม่ที่เครื่องจักรค้นพบซึ่งก็คือพลังงานจากร่างของมนุษย์ผู้เป็นปรปักษ์เอง

ตั้งแต่นั้นมา มนุษย์ก็กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นมาในแคปซูลที่เครื่องจักรเป็นผู้ปกครอง ถูกควบคุมจิตใจด้วยโลกเสมือนจริงที่เรียกว่า เมทริกซ์ ในขณะที่ถูกดึงพลังงานความร้อนและไฟฟ้าชีวภาพไปใช้ในฐานะของแหล่งพลังงานของเครื่องจักร

ภายในโลกเสมือนจริงนั้นได้จำลองโลกในยุคสมัยศตวรรษ์ที่ 21 (ช่วงเวลานี้ถูกเลือกเนื่องจากความเจริญทางด้านเทคโนโลยีสูงสุดของมนุษย์ในฐานะของประชากร ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะกลายเป็นประชากร) เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมือนจริงทำให้มนุษย์ที่เชื่อมกับเมทริกซ์ต่างไม่ได้ตระหนักถึงลักษณะที่แท้จริงของมัน อย่างไรก็ตาม ตัวละครหลักส่วนใหญ่ในภาพยนตร์และเกมนั้นรู้ดีว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏอยู่จริง ซึ่งส่งผลให้พวกเขาสามารถเบี่ยงเบนกฎฟิสิกส์บางส่วนเพื่อที่จะมีทักษะเหนือมนุษย์ในโลกจำลองนี้

เมทริกซ์ 1.0[แก้]

หลังจากความพ่ายแพ้ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เครื่องจักรได้สั่งสมประสบการณ์ในการเชื่อมต่อจิตใจมนุษย์เข้ากับโลกไซเบอร์ เวอร์ชันแรกของเมทริกซ์ที่มนุษย์ได้เชื่อมต่อด้วยนั้นถูกสร้างโดย The Architect (สถาปนิก) ดั่งที่นีโอได้พบเขาในตอนท้ายเรื่อง The Matrix Reloaded – เมทริกซ์นี้เป็นเวอร์ชันแรกที่จำลองโลกเสมือนจริงที่ไม่มีสงคราม โรคระบาด หรือภยันตรายใดๆ ทั้งปวง เป็นยูโทเปียหรือโลกในอุดมคติอันสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม มนุษย์เริ่มทำการปฏิเสธโลกเสมือนจริงรูปแบบนี้ ในฐานะที่มันดีเกินกว่าจะเป็นความจริงได้ ความไม่เชื่อถือจากธรรมชาติของมนุษย์เหล่านี้ทำให้พวกเขาล้มตาย ส่งผลให้เมทริกซ์เวอร์ชันนี้ล้มเหลวในการควบคุม นำไปสู่การสร้างเมทริกซ์ 2.0

เมทริกซ์ 2.0[แก้]

ถ้าเปรียบเทียบเมทริกซ์ 1.0 ว่าเป็นสวรรค์แล้ว เมทริกซ์ 2.0 ก็จะเป็นนรกสำหรับผู้อาศัยอยู่ ด้วยสงคราม โรคระบาด และความตาย เปรียบเทียบได้ในยุคคอมมิวนิสต์รัสเซีย หรือการปกครองของนาซี และเหยื่อจากรังสีของระเบิดนิวเคลียร์

ในเวอร์ชัน 2.0 นี้คือต้นกำเนิดของโปรแกรมดั่งเช่น Merovingian (ชายชาวฝรั่งเศสในภาค Reloaded)และ Persephone (ภรรยาของ Merovingian ที่ช่วยเหลือนีโอในการช่วย The Keymaker แลกกับการที่นีโอจูบเธอด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกับที่เขาจูบทรินิตี้) และยังเป็นต้นกำเนิดของ ผี(The Twin ที่ทรินิตี้และมอร์เฟียสต่อสู้ด้วยบนไฮเวย์ในภาค Reloaded ที่มีความสามารถในการรักษาอาการบาดเจ็บของตน และทะลุผ่านของแข็งได้ด้วยการกลายร่างเป็นสิ่งที่คล้ายวิญญาณสลับกับการคืนร่างเดิม) มนุษย์หมาป่า และแวมไพร์ เช่นเดียวกับโปรแกรมเหนือธรรมชาติอื่นๆ

เวอร์ชันนี้ล้มเหลวในการควบคุมจิตใจมนุษย์เช่นกัน โดยอาจอธิบายได้ว่า หากความสมบูรณ์แบบคือสิ่งที่ไม่อาจเชื่อว่ามันปรากฏอยู่จริงได้แล้ว สิ่งนี้ก็เปรียบได้ว่า คือฝันร้ายที่ไม่มีวันจบ

เมทริกซ์ 3.0[แก้]

การสร้างเมทริกซ์เวอร์ชันนี้ถูกระแวงสงสัยจนกระทั่งหนทางในการรับมือกับธรรมชาติอันคาดเดาไม่ได้ของมนุษย์ถูกค้นพบ การแก้ปัญหาถูกพบโดยสิ่งที่ The Architect เรียกมันว่าโปรแกรม “สัญชาตญาณ” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เครื่องจักรเข้าใจจิตใจมนุษย์มากยิ่งขึ้น โดยมนุษย์รู้จักโปรแกรมนี้ในฐานะ The Oracle (เทพพยากรณ์) The Oracle ค้นพบว่า 99% ของมนุษย์จะยอมรับระบบหากให้ทางเลือกว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธ The Matrix ภายในจิตใต้สำนึก โดยจะมีการให้ทางออกสำหรับอีก 1% ของผู้เป็นกบฏที่เหลือโดยการปลดปล่อยพวกเขาออกจาก Matrix ไปยังโลกแห่งความเป็นจริงและขับไล่พวกเขาไปสู่เมืองเฉพาะสำหรับพวกเขาเอง ที่มีชื่อว่า Zion

ในการทำให้ Zion อยู่ภายใต้การควบคุมนั้น เครื่องจักรได้สร้างระบบในการควบคุมซึ่งเป็นของเทียมเช่นเดียวกับ Matrix เอง ในการควบคุมมนุษย์ด้วยความหวังและแรงปรารถนา – ภายใต้คอนเซปต์ The One –

โปรแกรม The Oracle จะกล่าวคำพยากรณ์ซึ่งระบุไว้ว่า วันนึง Messiah (ผู้มาโปรดโลก หรืออาจหมายถึงพระเยซูก็ได้) จะถือกำเนิดขึ้นโดยเขาจะมีอำนาจในการปลดปล่อยมนุษย์ ซึ่งแน่นอนว่าคำทำนายทั้งหมดนี้ล้วนโกหก – The One จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความต่อเนื่องในเมทริกซ์เท่านั้น

เมื่อประชากรของ Zion เพิ่มขึ้นจนมากเกินไป - The One จึงจะถือกำเนิดขึ้นมาในเมทริกซ์ โดย The One จะได้รับอนุญาตในการติดต่อกับประชากรของ Zion และหนีออกมาจาก Matrix ได้(ดั่งที่เราเห็นใน The Matrix ภาคแรก) และ The One จะถูกดึงดูดให้มุ่งความสนใจไปในคำทำนาย มากกว่ากระบวนการที่แท้จริง

จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปถึงจุดหนึ่ง Zion จะถูกเครื่องจักรโจมตี และจะมีแรงผลักดันที่จะนำ The One ไปพบกับ The Architect ผู้ซึ่งจะบอกความจริงเกี่ยวกับเมทริกซ์และภาระที่จะตามมา คือ

“หน้าที่ของ The One ขณะนี้ได้หวนกลับมายังแหล่งกำเนิดอันนำไปสู่การหว่านเมล็ดของรหัสที่คุณรับภาระไว้ ฐานข้อมูลจะเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง หลังจากที่คุณจะถูกเสนอให้เลือกประชากรในเมทริกซ์ 23 คน – ผู้หญิง 16 คน และผู้ชาย 7 คน – เพื่อจะสร้าง Zion ขึ้นมาใหม่ โดยความล้มเหลวในการยินยอมขั้นตอนนี้จะส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบอย่างรุนแรงซึ่งจะฆ่าทุกคนที่เชื่อมต่อกับ Matrix เช่นเดียวกันกับการสูญสลายของ Zion จากการโจมตี ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงของการสูญสลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งปวง”

ผู้อยู่รอดที่เหลืออาจจะได้รับการบอกกล่าวถึงคำทำนายของ The One แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้รู้ถึงวงจรการเริ่มต้นใหม่ของเมทริกซ์ โดยแต่ละวงจรของเมทริกซ์จะกินเวลาประมาณ 100 ปี

วงจรของ The One ส่งผลให้เครื่องจักรรักษาการควบคุมระบบตลอดวงจร 5 วงจร และผู้ที่เป็น The One ทั้ง 5 คน อย่างไรก็ตาม คนที่หก, Thomas Anderson (“Neo”) แตกต่างจากคนอื่นๆ ในทางที่เครื่องจักรไม่ได้คาดไว้ - Ones คนอื่นๆ ล้วนตกอยู่ในสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์ดั่งเช่น Messiah (ผู้มาโปรดโลก) และเลือกที่จะยืดการคงอยู่ของเมทริกซ์ต่อ เพื่อป้องกันการสูญสลายของเผ่านพันธุ์มนุษย์ แต่สำหรับนีโอแล้ว ความสัมพันธ์นั้นคือความรักใคร่ – เพราะเขารักผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า Trinity (ขออนุญาตทับศัพท์ว่าทรินิตี้) ผู้เป็น Hacker ที่ The Oracle ทำนายเอาไว้ว่า เธอจะตกหลุมรัก The One – นีโอปฏิเสธข้อเสนอของ The Architect ในการช่วยเหลือมนุษย์ และทำการตัดสินใจอย่างไร้เหตุผลในการช่วยเหลือทรินิตี้จากการโจมตีของ Agent (โปรแกรมนึงในเมทริกซ์ ที่ทำหน้าที่ดูแลเมทริกซ์ภายใน เป็นศัตรูของทั้งไตรภาค)

ในขณะเดียวกัน สมิธ (Smith) Agent ผู้ทรยศต่อเครื่องจักรและแข็งแกร่งขึ้นมากจากการเผชิญหน้ากับนีโอในครั้งก่อนๆ ได้กระจายไปทั่วทั้งเมทริกซ์ดั่งไวรัส จากความสามารถในการเปลี่ยนบุคคลในเมทริกซ์ให้เป็นตัวเขาเอง ทำให้เขากลายเป็นอันตรายต่อทั้งเครื่องจักรและมนุษย์ – นีโอได้ยื่นขอเสนอกับเครื่องจักรชิ้นหนึ่ง (ในรูปแบบที่รู้จักในชื่อ Deus ex Machina) ในการทำลายสมิธเพื่อคืนความสงบสุขกลับมา เครื่องจักรนั้นยอมรับข้อเสนอด้วยความกลัวที่ว่าพวกเขาจะไม่สามารถควบคุมหรือกำจัดไวรัสสมิธ ผู้ที่เติบโตจนไม่สามารถคำนวณความแข็งแกร่งได้ และเป็นที่รู้จักในฐานะที่ถูกครอบงำโดยความปรารถนาของเขาที่จะ”ปลดปล่อย” โลกและทุกสิ่งทุกอย่างที่แปดเปื้อนโดยกลิ่นของมนุษย์ นั่นทำให้นีโอและสมิธต่อสู้กันภายในเมทริกซ์ จนกระทั่งสมิธได้ทำการเปลี่ยนร่างของนีโอให้กลายเป็นสมิธอีกคน ส่งผลให้สมิธทุกคนถูกทำลาย และนีโอต้องจบชีวิตลง

ภายในภาพยนตร์ The Matrix Revolution ไม่ได้ระบุสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นไว้ แต่ความเป็นไปได้หนึ่งคือ เมื่อสมิธได้แพร่รหัสของตนเข้าไปยังนีโอ ทำให้ Deus ex Machina สามารถใช้นีโอในการทำลายสมิธได้ ไม่ว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม สันติสุขก็คืนกลับมา หลังจากหลายร้อยปีแห่งความขัดแย้ง และประชาชนของ Zion ก็ได้รับอนุญาตให้อยู่รอดต่อไป