ข้ามไปเนื้อหา

ไซเบอร์พังก์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ไซเบอร์พังก์ (อังกฤษ: Cyberpunk) เป็นประเภทย่อยของบันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ที่ดำเนินเรื่องในอนาคตที่เลวร้าย มีลักษณะเด่นคือ เน้นการผสมผสานระหว่าง "ชีวิตคุณภาพต่ำ และเทคโนโลยีขั้นสูง"[1] ไซเบอร์พังก์ประกอบด้วยความสำเร็จทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ล้ำสมัยที่หลากหลาย รวมถึง ปัญญาประดิษฐ์ และไซเบอร์แวร์ ซึ่งควบคู่ไปกับการล่มสลายของสังคม, ดิสโทเปีย หรือความเสื่อมโทรม[2] ส่วนสำคัญของประเภทไซเบอร์พังก์สามารถสืบย้อนไปถึงขบวนการนิยายวิทยาศาสตร์คลื่นลูกใหม่ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ในช่วงเวลาดังกล่าว มีนักเขียนชื่อดังหลายคน เช่น ฟิลิป เค. ดิก, ไมเคิล มัวร์ค็อก, โรเจอร์ เซลาซนี, จอห์น บรุนเนอร์, เจ.จี.บัลลาร์ด, ฟิลิป โฆเซ ฟาร์มเมอร์ และฮาร์ลัน เอลลิสัน ได้สำรวจผลกระทบของเทคโนโลยี, วัฒนธรรมยาเสพติด และการปฏิวัติทางเพศ นักเขียนดังกล่าวได้เบี่ยงเบนจากแนวคิดยูโทเปียที่แพร่หลายในนิยายวิทยาศาสตร์ยุคก่อน ๆ

หนังสือการ์ตูนที่สำรวจธีมไซเบอร์พังก์เริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของ จัดจ์ เดรดด์ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ. 1977[3] นิวโรแมนเซอร์ นวนิยายเปิดตัวของวิลเลียม กิบสัน ที่วางจำหน่ายใน ค.ศ. 1984 ช่วยทำให้ประเภทไซเบอร์พังก์เป็นที่ยอมรับมากขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมย่อยของพังก์และวัฒนธรรมแฮกเกอร์ยุคแรก โรนิน ของแฟรงค์ มิลเลอร์ เป็นตัวอย่างของนิยายภาพประเภทไซเบอร์พังก์ นักเขียนประเภทไซเบอร์พังก์ที่มีอิทธิพลคนอื่น ๆ ได้แก่ บรูซ สเตอร์ลิง และรูดี รักเกอร์ ไซเบอร์พังก์ญี่ปุ่นเป็นประเภทย่อยที่เริ่มต้นใน ค.ศ. 1982 ด้วยการเปิดตัวมังงะเรื่อง อากิระ ของคัตซูฮิโระ โอโตโมะ และได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อนิเมะเมื่อ ค.ศ. 1988 (กำกับโดยโอโตโมะเช่นกัน) ซึ่งต่อมาประเภทย่อยดังกล่าวก็ได้รับความนิยมมากขึ้น

ภาพยนตร์ประเภทไซเบอร์พังก์เรื่องแรก ๆ ได้แก่ เบลด รันเนอร์ ของริดลีย์ สกอต เมื่อ ค.ศ. 1982 เป็นหนึ่งในผลงานหลายชิ้นของฟิลิป เค. ดิก ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ (ดัดแปลงจาก ดูแอนดรอยส์ดรีมออฟอีเล็กทริกชีป?) ละครโทรทัศน์ประเภทไซเบอร์พังก์เรื่องแรก[4] คือ แม็กซ์ เฮดรูม ตั้งแต่ ค.ศ. 1987 เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกอนาคตอันล่มสลายที่ปกครองโดยกลุ่มผู้มีอำนาจในวงการเครือข่ายโทรทัศน์ และการแฮ็กคอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญในหลาย ๆ ตอน เมื่อไม่นานมานี้ แอนิเมชันชุดเรื่อง แบทแมน บียอนด์ (1999–2001) ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของประเภทไซเบอร์พังก์ ภาพยนตร์เรื่อง เร็วผ่านรก (1995)[5] และ นิวโรสโฮเทล (1998),[6][7] ทั้งสองเรื่องดัดแปลงจากเรื่องสั้นของวิลเลียม กิบสัน ล้มเหลวทั้งในเชิงพาณิชย์และในแง่ของคำวิจารณ์ ขณะที่ โรโบคอป (1987), คนทะลุโลก (1990), คนหน้ากากมหากาฬ 2115 (1995) และเดอะ เมทริกซ์ ไตรภาค (1999–2003) เป็นภาพยนตร์ประเภทไซเบอร์พังก์ที่ประสบความสำเร็จมากกว่า

สื่อประเภทไซเบอร์พังก์ใหม่ ๆ ได้แก่ ทรอน: แอรีส (2025) และ ทรอน ล่าข้ามโลกอนาคต (2010) ทั้งสองเรื่องเป็นภาพยนตร์ภาคต่อของ ทรอน สงครามสมองกล (1982); เบลด รันเนอร์ 2049 (2017) ภาพยนตร์ภาคต่อของภาพยนตร์ต้นฉบับเมื่อ ค.ศ. 1982; เดร็ด คนหน้ากากทมิฬ (2012) ไม่ได้เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของภาพยนตร์ต้นฉบับ; โกสต์ อิน เดอะ เชลล์ (2017) เป็นภาพยนตร์คนแสดงที่ดัดแปลงจากมังงะชื่อเดียวกัน; อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล (2019) สร้างจากมังงะเรื่อง เพชฌฆาตไซบอร์ก ในทศวรรษ 1990; ละครชุดของเน็ตฟลิกซ์เรื่อง อัลเทอร์ด คาร์บอน (2018) สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันของริชาร์ด เค. มอร์แกน เมื่อ ค.ศ. 2002; วิดีโอเกม ไซเบอร์พังก์ 2077 (2020) และออริจินัลเน็ตแอนิเมชัน (โอเอ็นเอ) มินิซีรีส์ ไซเบอร์พังก์: อาชญากรแดนเถื่อน (2022) ทั้งสองสร้างจากเกมสวมบทบาทบนโต๊ะ ไซเบอร์พังก์ ของอาร์. ทัลโซเรียนเกมส์ เมื่อ ค.ศ. 1988

อ้างอิง

[แก้]
  1. Sterling, Bruce (1986). "Preface". Burning Chrome by William Gibson. Harper Collins. p. xiv.
  2. Thomas Michaud, "Science fiction and politics: Cyberpunk science fiction as political philosophy", pp. 65–77 in Hassler, Donald M. (2008). New Boundaries in Political Science Fiction. University of South Carolina Press. ISBN 978-1-57003-736-8. See pp. 75–76.
  3. "Bibliography for GURPS Cyberpunk". sjgames.com. Steve Jackson Games. สืบค้นเมื่อ 13 July 2019. The world of the British Judge Dredd is quintessentially cyberpunk...
  4. Hague, Angela (2002). Teleparody: Predicting/preventing the TV Discourse of Tomorrow. London New York: Wallflower Press. p. 68. ISBN 1-903364-39-6. OCLC 50497381.
  5. "CTheory.net". CTheory.net. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-07-22. สืบค้นเมื่อ 2009-03-20.
  6. "DVD Verdict Review – New Rose Hotel". Dvdverdict.com. 2000-01-10. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-12-28. สืบค้นเมื่อ 2009-03-20.
  7. "'New Rose Hotel': Corporate Intrigue, Steamy Seduction". The New York Times. 1999-10-01. สืบค้นเมื่อ 2009-03-20.