ไซเบอร์พังก์
ไซเบอร์พังก์ (อังกฤษ: Cyberpunk) เป็นประเภทย่อยของบันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ที่ดำเนินเรื่องในอนาคตที่เลวร้าย มีลักษณะเด่นคือ เน้นการผสมผสานระหว่าง "ชีวิตคุณภาพต่ำ และเทคโนโลยีขั้นสูง"[1] ไซเบอร์พังก์ประกอบด้วยความสำเร็จทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ล้ำสมัยที่หลากหลาย รวมถึง ปัญญาประดิษฐ์ และไซเบอร์แวร์ ซึ่งควบคู่ไปกับการล่มสลายของสังคม, ดิสโทเปีย หรือความเสื่อมโทรม[2] ส่วนสำคัญของประเภทไซเบอร์พังก์สามารถสืบย้อนไปถึงขบวนการนิยายวิทยาศาสตร์คลื่นลูกใหม่ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ในช่วงเวลาดังกล่าว มีนักเขียนชื่อดังหลายคน เช่น ฟิลิป เค. ดิก, ไมเคิล มัวร์ค็อก, โรเจอร์ เซลาซนี, จอห์น บรุนเนอร์, เจ.จี.บัลลาร์ด, ฟิลิป โฆเซ ฟาร์มเมอร์ และฮาร์ลัน เอลลิสัน ได้สำรวจผลกระทบของเทคโนโลยี, วัฒนธรรมยาเสพติด และการปฏิวัติทางเพศ นักเขียนดังกล่าวได้เบี่ยงเบนจากแนวคิดยูโทเปียที่แพร่หลายในนิยายวิทยาศาสตร์ยุคก่อน ๆ
หนังสือการ์ตูนที่สำรวจธีมไซเบอร์พังก์เริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของ จัดจ์ เดรดด์ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ. 1977[3] นิวโรแมนเซอร์ นวนิยายเปิดตัวของวิลเลียม กิบสัน ที่วางจำหน่ายใน ค.ศ. 1984 ช่วยทำให้ประเภทไซเบอร์พังก์เป็นที่ยอมรับมากขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมย่อยของพังก์และวัฒนธรรมแฮกเกอร์ยุคแรก โรนิน ของแฟรงค์ มิลเลอร์ เป็นตัวอย่างของนิยายภาพประเภทไซเบอร์พังก์ นักเขียนประเภทไซเบอร์พังก์ที่มีอิทธิพลคนอื่น ๆ ได้แก่ บรูซ สเตอร์ลิง และรูดี รักเกอร์ ไซเบอร์พังก์ญี่ปุ่นเป็นประเภทย่อยที่เริ่มต้นใน ค.ศ. 1982 ด้วยการเปิดตัวมังงะเรื่อง อากิระ ของคัตซูฮิโระ โอโตโมะ และได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อนิเมะเมื่อ ค.ศ. 1988 (กำกับโดยโอโตโมะเช่นกัน) ซึ่งต่อมาประเภทย่อยดังกล่าวก็ได้รับความนิยมมากขึ้น
ภาพยนตร์ประเภทไซเบอร์พังก์เรื่องแรก ๆ ได้แก่ เบลด รันเนอร์ ของริดลีย์ สกอต เมื่อ ค.ศ. 1982 เป็นหนึ่งในผลงานหลายชิ้นของฟิลิป เค. ดิก ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ (ดัดแปลงจาก ดูแอนดรอยส์ดรีมออฟอีเล็กทริกชีป?) ละครโทรทัศน์ประเภทไซเบอร์พังก์เรื่องแรก[4] คือ แม็กซ์ เฮดรูม ตั้งแต่ ค.ศ. 1987 เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกอนาคตอันล่มสลายที่ปกครองโดยกลุ่มผู้มีอำนาจในวงการเครือข่ายโทรทัศน์ และการแฮ็กคอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญในหลาย ๆ ตอน เมื่อไม่นานมานี้ แอนิเมชันชุดเรื่อง แบทแมน บียอนด์ (1999–2001) ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของประเภทไซเบอร์พังก์ ภาพยนตร์เรื่อง เร็วผ่านรก (1995)[5] และ นิวโรสโฮเทล (1998),[6][7] ทั้งสองเรื่องดัดแปลงจากเรื่องสั้นของวิลเลียม กิบสัน ล้มเหลวทั้งในเชิงพาณิชย์และในแง่ของคำวิจารณ์ ขณะที่ โรโบคอป (1987), คนทะลุโลก (1990), คนหน้ากากมหากาฬ 2115 (1995) และเดอะ เมทริกซ์ ไตรภาค (1999–2003) เป็นภาพยนตร์ประเภทไซเบอร์พังก์ที่ประสบความสำเร็จมากกว่า
สื่อประเภทไซเบอร์พังก์ใหม่ ๆ ได้แก่ ทรอน: แอรีส (2025) และ ทรอน ล่าข้ามโลกอนาคต (2010) ทั้งสองเรื่องเป็นภาพยนตร์ภาคต่อของ ทรอน สงครามสมองกล (1982); เบลด รันเนอร์ 2049 (2017) ภาพยนตร์ภาคต่อของภาพยนตร์ต้นฉบับเมื่อ ค.ศ. 1982; เดร็ด คนหน้ากากทมิฬ (2012) ไม่ได้เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของภาพยนตร์ต้นฉบับ; โกสต์ อิน เดอะ เชลล์ (2017) เป็นภาพยนตร์คนแสดงที่ดัดแปลงจากมังงะชื่อเดียวกัน; อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล (2019) สร้างจากมังงะเรื่อง เพชฌฆาตไซบอร์ก ในทศวรรษ 1990; ละครชุดของเน็ตฟลิกซ์เรื่อง อัลเทอร์ด คาร์บอน (2018) สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันของริชาร์ด เค. มอร์แกน เมื่อ ค.ศ. 2002; วิดีโอเกม ไซเบอร์พังก์ 2077 (2020) และออริจินัลเน็ตแอนิเมชัน (โอเอ็นเอ) มินิซีรีส์ ไซเบอร์พังก์: อาชญากรแดนเถื่อน (2022) ทั้งสองสร้างจากเกมสวมบทบาทบนโต๊ะ ไซเบอร์พังก์ ของอาร์. ทัลโซเรียนเกมส์ เมื่อ ค.ศ. 1988
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Sterling, Bruce (1986). "Preface". Burning Chrome by William Gibson. Harper Collins. p. xiv.
- ↑ Thomas Michaud, "Science fiction and politics: Cyberpunk science fiction as political philosophy", pp. 65–77 in Hassler, Donald M. (2008). New Boundaries in Political Science Fiction. University of South Carolina Press. ISBN 978-1-57003-736-8. See pp. 75–76.
- ↑ "Bibliography for GURPS Cyberpunk". sjgames.com. Steve Jackson Games. สืบค้นเมื่อ 13 July 2019.
The world of the British Judge Dredd is quintessentially cyberpunk...
- ↑ Hague, Angela (2002). Teleparody: Predicting/preventing the TV Discourse of Tomorrow. London New York: Wallflower Press. p. 68. ISBN 1-903364-39-6. OCLC 50497381.
- ↑ "CTheory.net". CTheory.net. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-07-22. สืบค้นเมื่อ 2009-03-20.
- ↑ "DVD Verdict Review – New Rose Hotel". Dvdverdict.com. 2000-01-10. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-12-28. สืบค้นเมื่อ 2009-03-20.
- ↑ "'New Rose Hotel': Corporate Intrigue, Steamy Seduction". The New York Times. 1999-10-01. สืบค้นเมื่อ 2009-03-20.