จักรพรรดิซ่งไท่จู่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ จักรพรรดิไท่จู่
จักรพรรดิซ่งไท่จู่
จ้าว ควงอิ้น
Song Taizu.jpg
จักรพรรดิองค์ที่ 1 แห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ
ครองราชย์ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 960 - 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 976 (16 ปี 284 วัน)
ก่อนหน้า โจวกงตี้
ถัดไป ไท่จง
จักรพรรดินี Empress He (孝惠皇后)
Empress Wang (孝明皇后)
Empress Song (孝章皇后)
รัชศก
เจี้ยนหลง (Jianlong , 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 960 - 3 ธันวาคม ค.ศ. 963)
เฉียนเต่๋อ (Qiande , 4 ธันวาคม ค.ศ. 963 - 15 ธันวาคม ค.ศ. 968)
ไคเป่า (Kaibao , 16 ธันวาคม ค.ศ. 968 - 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 976)
Regnal name
แซ่: Zhào (趙)
พระนามหลังสิ้นพระชนม์
Emperor Qiyun Liji Yingwu
Ruiwen Shende Shenggong
Zhiming Daxiao

啓運立極英武睿文神德聖功
至明大孝皇帝
วัดประจำรัชกาล
Tàizǔ (太祖)
ราชวงศ์ ราชวงศ์ซ่ง (宋)
พระราชบิดา Zhao Hongyan (趙弘殷)
พระราชมารดา Lady Du (杜氏)
ประสูติ 21 มีนาคม ค.ศ. 927(927-03-21)
Kuāngyìn (匡胤)
สวรรคต 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 976 (49 ปี)
ไคฟง
สมเด็จพระจักรพรรดิซ่งไท่จู่

จ้าว ควงอิ้น ตามสำเนียงกลาง หรือ เตียคังเอี๋ยน ตามสำเนียงฮกเกี้ยนและแต้จิ๋ว(จีน: 趙匡胤; พินอิน: Zhào Kuāngyìn; เวด-ไจลส์: Chao4 Kuang1-yin; 21 มีนาคม ค.ศ. 927[1] – 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 976[2]) หรือมักเรียกด้วยนามพระอารามประจำรัชกาลว่า ไท่จู่ ตามสำเนียงกลาง หรือ ไทโจ๊ว ตามสำเนียงฮกเกี้ยน (太祖 Tàizǔ ?) เป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ซ่งในจักรวรรดิจีนโบราณ เสวยราชย์ตั้งแต่ ค.ศ. 960 จนสวรรคต

จ้าว ควงอิ้น เดิมเป็นแม่ทัพในราชวงศ์โจวตอนปลาย ยึดอำนาจจากพระเจ้าไฉ จงซวิ่น ตามสำเนียงกลาง หรือจิวซาซือ ตามสำเนียงฮกเกี้ยน (柴宗训 Chái Zōngxùn ?) ซึ่งขณะนั้นพระชนม์หกพรรษา แล้วปราบดาภิเษกเถลิงราชวงศ์ใหม่ เมื่อได้ราชสมบัติแล้ว จ้าว ควงอิ้น ได้ทำสงครามจนมีชัยเหนือรัฐถังใต้ ฉู่ปลาย ฮั่นใต้ และจิงหนาน แล้วผนวกแผ่นดินจีน เป็นเหตุให้ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักรสิ้นสุดลง จ้าว ควงอิ้น ยังได้ลดอำนาจทหารและเพิ่มบทบาทพลเรือนขึ้นเพื่อเสริมการปกครองระหว่างรัชกาล ภายหลัง เป็นไปได้ว่า จ้าว ควงอิ้น ถูกจ้าว ควงอี้ ตามสำเนียงกลาง หรือเตียคังหงี ตามสำเนียงฮกเกี้ยน (趙匡乂 Zhào Kuāngyì ?) ซึ่งเป็นพระอนุชา ลอบปลงพระชนม์เอาราชบัลลังก์ จ้าว ควงอี้ จึงสืบแผ่นดินต่อมา

ต้นตระกูลและชีวิตในวัยเยาว์[แก้]

ครอบครัวของพระเจ้าซ่งไท่จู่สามารถสืบกลับไปได้ถึงปลายราชวงศ์ถัง โดยต้นตระกูล คือ จ้าวติง (1368-1417) ซึ่งเป็นข้าราชการในเหอเบ่ย โดยบุตรชายทั้งสองของเจ้าติง (จ้าวหูยิ่น และ จ้าวจิง) ต่างก็ได้เป็นข้าราชการเช่นกัน ลูกของจ้าวจิงเองก็เป็นข้าราชการเช่นกัน แต่ต่างจากบิดาตรงที่เป็นข้าราชการทหาร เนื่องจากในสมัยนั้น (สมัยห้าราชวงศ์ สิบแผ่นดิน) การเป็นข้าราชการทหารจะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จได้ง่ายกว่า ทำให้บุตรชายของจ้าวหูยิง จ้าวควงอิ้นมีโอกาสได้ฝึกศิลปะป้องกันตัวและได้ศึกษาตำราพิชัยสงครามมากมาย ภายหลังจากที่จ้าวหูยิ่น บิดาของจ้าว ควงอิ้น เริ่มสูญเสียบทบาทในรัฐบาล จ้าวคว้างยิงในวัย 21 ปีตัดสินใจที่จะละทิ้งบ้านเกิดไปเพื่อแสวงหาความสำเร็จ โดยได้เร่ร่อนไปในเมืองต่างๆ ถึงสองปี ทำให้จ้าว ควงอิ้นมีมุมมองที่หลากหลายอย่างมาก ตำนานได้กล่าวว่า ในวันหนึ่งขณะที่จ้าว ควงอิ้นกำลังเร่ร่อนอยู่ในเมืองแห่งหนึ่ง โดยแสร้งทำเป็นขอทาน ได้พบกับนักพรตเต๋า ผู้ซึ่งได้เห็นแววของจ้าวคว้างยิง ได้แนะนำใหจ้าว ควงอิ้นเดินทางไปขึ้นเหนือที่กำลังมีภัยสงครามอย่างต่อเนื่อง

ชีวิตใต้บัญชาของโจวชิจง[แก้]

ภายหลังจากที่จ้าว ควงอิ้นเดินทางขึ้นเหนือได้ไม่นาน จ้าว ควงอิ้นก็ได้รับราชการกับแคว้นซู ซึ่งมีผู้ปกครองคือ โจวไท่จู่ และโจวชิจง โดยจ้าว ควงอิ้นได้ก้าวหน้าอย่างช้าๆ โดยเริ่มจากผู้บัญชาการกองกำลังรักษาวัง ต่อมากาวรงได้สังเกตเห็นถึงความสามารถของจ้าว ควงอิ้นก็ได้เลื่อนขั้นให้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังทหารม้า โดยการรบครั้งแรกของจ้าว ควงอิ้นเริ่มที่การรบที่เกาผิง (Gaoping) โดยรบกับพันธมิตรของฮั่นและเหลียว ในช่วงแรกของการรบ ปีกขวาของกองกำลังซ่งประสบกับความพ่ายแพ้ เมื่อจ้าว ควงอิ้นและจางหยงเต๋อ (Zhang Yongde) นำกองกำลังรักษาพระราชวัง 4000 นายเข้าตอบโต้ ส่งผลให้ได้รับชัยชนะได้ในที่สุด ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้ จ้าว ควงอิ้นไต่เต้าขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มสะสมพรรคพวกมากขึ้น โดยในที่สุด จ้าว ควงอิ้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของแคว้นโจว เมื่อจักรพรรดิของแคว้นโจว จักรพรรดิชิจง สวรรคตโดยมีรัชทายาทเป็นเพียงทารกเท่านั้น จ้าว ควงอิ้นได้รับการสนับสนุนจากทั้งข้าราชการและทหารให้ทำการยึดอำนาจในที่สุด

ความสำเร็จ[แก้]

ในปี พ.ศ. 1503 จ้าว ควงอิ้นสามารถรวมประเทศจีนได้สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประเทศจีนได้แตกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่ายต่างๆ หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ถังในปี พ.ศ. 1450 โดยเหลือเพียงดินแดนรอบนอกเท่านั้นที่ยังไม่ตกอยู่ในอำนาจของจีน และได้ประกาศราชวงศ์ซ่งขึ้นและขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ์แห่งประเทศจีนในนาม พระเจ้าซ่งไท่จู่ ก็ได้วางแผนที่จะรวมประเทศจีนและขยายอาณาจักรในทันที ซึ่งเป็นพระราชประสงค์ของโจวชูชิจงด้วย โดยเดิมทีซ่งไท่จูวางแผนที่จะใช้แผนของโจวชูซิจงที่จะปราบดินแดนในตอนเหนือก่อน แล้วจึงค่อยพิชิตดินแดนในตอนใต้ แต่ซ่งไท่จู่ได้เปลี่ยนใจใช้แผนพิชิตดินแดนตอนใต้ก่อนแล้วค่อยปราบดินแดนตอนเหนือหลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าพูว่าจะเป็นการง่ายกว่าที่จะพิชิตดินแดนทางตอนเหนือ เมื่อดินแดนตอนใต้เป็นปึกแผ่นแล้ว ก้าวแรกของซ่งไท่จู่ในการรวมชาติจีน เริ่มจากการพิชิตแคว้นเล็กๆต่างๆหลายแคว้นด้วยกัน เช่น แคว้นฉู แคว้นฮั่นใต้ และแคว้นถังใต้ หลังจากที่ได้พิชิตแคว้นเล็กๆจนหมดแล้ว จ้าว ควงอิ้นก็ได้หันไปหาแคว้นฮั่นเหนือที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากเหลียวหรือชาวคิถาน (Khitans)

ในปี พ.ศ. 1511 ไท่จู่ได้นำการรบด้วยพระองค์เองในการรุกรานแคว้นฮั่นเหนือ โดยการรบในช่วงแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถเข้าล้อมเมืองหลวงของแคว้นฮั่นเหนือได้ แต่ภายหลังไท่จู่ก็จำเป็นต้องล่าถอยกลับมาหลังจากที่เหลียวได้ส่งกองกำลังเข้าสนับสนุน

นอกจากความสำเร็จทางการทหารแล้ว ซ่งไท่จู่ยังได้กำหนดกฎในการสืบรัชทายาท และยังได้ปฏิรูประบบการคัดเลือกข้าราชการด้วยการริเริ่มการสอบคัดเลือก หรือการสอบจอหงวนขึ้นเพื่อเป็นการคัดเลือกบุคคลที่ความสามารถมากกว่าที่ชาติตระกูล ซ่งไท่จู่ยังได้สร้างสำนักบัณฑิตเพื่อให้คำแนะนำ โดยให้อิสรภาพในการคิดและวิจารณ์อย่างมาก โดยการสร้างสำนักบัณฑิตนี้ทำให้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปมาก และยังทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก และการเจริญรุ่งเรืองของศิลปะและวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตามผลงานของซ่งไท่จู่ที่เป็นที่รู้จักดีที่สุด อาจจะเป็นการลดอำนาจของกองทัพลง เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครสามารถเข้ายึดอำนาจเหมือนอย่างที่ซ่งไท่จู่เคยทำมาก่อน

การสืบราชบังลังก์[แก้]

ซ่งไท่จู่ครองราชย์อยู่นาน 16 ปีและสวรรคตในปี พ.ศ. 1519 ในวัย 49 พรรษา โดยซ่งไท่จู่เลือกให้จ้าวกวงอี้พระราชอนุชาขึ้นครองราชย์แทนที่จะเป็นหนึ่งในโอรสทั้งสี่องค์ โดยในพงศาวดารจีนได้เขียนไว้ว่า ไท่จู่ได้ตัดสินใจเช่นนั้นเนื่องจากไทเฮาได้เตือนว่าหากให้โอรสขึ้นครองราชย์แทน อาจจะมีความเสี่ยงที่จะโดนใครยึดอำนาจเหมือนที่ไท่จู่เคยทำในการยึดอำนาจจากลูกชายวัยทารกของจักรพรรดิ์ชิจง

ตำนานของการสวรรคตของไท่จู่ยังมีอีกตำนานหนึ่ง คือ ในคืนหนึ่งขณะที่ซ่งไท่จู่กำลังดูท้องฟ้าอยู่นั้น ก็ได้เกิดอากาศแปรปรวนขึ้น ซึ่งซ่งไท่จู่ก็ได้รีบปรึกษากับโหรหลวงทันที โดยโหรได้ทำนายว่าให้เตรียมการสำหรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด หลังจากนั้นไท่จู่ได้เรียกให้ไท่จง พระราชอนุชาของพระองค์ เข้าเฝ้าและให้ข้าราชบริพารและขันทีออกจากห้องให้หมด หลังจากนั้นเหล่าข้าราชบริพารก็ได้เห็นเงาของไท่จู่ถือขวานผ่านหน้าต่าง และจามขวานนั้นใส่หิมะหลายที โดยไท่จงคอยหลบอยู่หลายที โดยคนได้ยินซ่งไท่จูตรัสว่า "ดีมากจริงๆ" หลังจากนั้นเงาก็ได้หายไป โดยเหล่าข้าราชบริพารคิดว่าองค์จักรพรรดิ์และพระอนุชาคงจะบรรทมเพราะฤทธิ์สุราแล้ว แต่ในเช้าวันรุ่งขั้นก็ได้มีประกาศว่า องค์ไท่จู่สวรรคตแล้ว

ศิลปะป้องกันตัว[แก้]

นอกจากนี้จักรพรรดิ์ไท่จู่ยังได้คิดค้นท่าการต่อสู้แบบเส้าหลินที่เรียกว่า หัตถ์แห่งองค์ไท่จู่ (จีน: 太祖長拳; พินอิน: Tàizǔ Chángquán) โดยท่าต่อสู้นี้ได้กลายเป็นท่าหลักของวูซูในปัจจุบัน และได้รับการฝึกฝนอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ก่อนหน้า จักรพรรดิซ่งไท่จู่ ถัดไป
จักรพรรดิโจวกงตี้
(ราชวงศ์โฮ่วโจว)
2leftarrow.png จักรพรรดิจีน
(พ.ศ. 1503 - พ.ศ. 1519)
2rightarrow.png จักรพรรดิซ่งไท่จง


  1. Song Shi, ch. 1.
  2. Song Shi, ch. 3.