เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ 2009

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1
ตราสัญลักษณ์ เอเชียนมาร์เชียลอาร์ตสเกมส์ 2009.gif

เกมแห่งน้ำใจ ในดินแดนแห่งรอยยิ้ม

เมืองเจ้าภาพ กรุงเทพมหานคร ไทย
จำนวนประเทศ 45
จำนวนนักกีฬา ประมาณ 1,500 คน
เจ้าหน้าที่ {{{เจ้าหน้าที่}}}
อาสาสมัคร {{{อาสาสมัคร}}}
สื่อมวลชน {{{สื่อมวลชน}}}
ชนิดกีฬา 9 ชนิด
พิธีเปิด 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552
พิธีปิด 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ประธานพิธี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พิธีเปิด)
กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ (พิธีปิด)
กล่าวปฏิญาณตน
นักกีฬา
ผู้ตัดสิน

ปฏิวัติ ทองสลับ
จตุพร เหมวรรณโณ
ผู้จุดคบเพลิง จา พนม (นายทัชชกร ยีรัมย์)
สนามกีฬาหลัก อินดอร์สเตเดียม สนามกีฬาหัวหมาก,

ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง,
อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร,
อาคารศิลปอาชา สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี,
อาคารเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร โรงเรียนกีฬา จังหวัดสุพรรณบุรี

การแข่งขันกีฬาศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแห่งเอเชีย ครั้งที่ 1 หรือ เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ 2009 เป็นการแข่งขัน เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552 โดยมีประเทศเข้าร่วมแข่งขัน 40 ประเทศ และมีกีฬาแข่งขันทั้งหมด 9 ชนิด

ประวัติ[แก้]

ประเทศไทยได้รับเกียรติจากสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียน มาเชี่ยลอาร์ต ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการได้รับเกียรติอย่างสูง เพราะนานาประเทศ ได้ยกย่องว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีบุคลากร มีผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และเป็นสถานที่ศูนย์กลางของการริเริ่ม สร้างสรรค์เกมส์กีฬาใหม่ขึ้นในโลก อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ในการนี้สำนักเลขาธิการในคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียน มาเชี่ยลอาร์ต ครั้งที่ 1 จึงได้ดำเนินการ ออกแบบตราสัญลักษณ์การแข่งขัน, สัตว์นำโชค, คำขวัญ, สัญลักษณ์ชนิดกีฬา และอัตตลักษณ์ เพื่อนำไปใช้ในเกมส์ การแข่งขันดังกล่าว

รับพระราชทานไฟพระฤกษ์[แก้]

วันที่ 29 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ออกแทนพระองค์ ณ วังศุโขทัย พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานไฟพระฤกษ์จัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 และในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดยเสด็จด้วย

พิธีเปิด - ปิดการแข่งขัน[แก้]

พิธีเปิด[แก้]

พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 18.00 น. ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ เป็นองค์ประธานในพิธี พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

หลังจากนักกีฬาจากทุกประเทศเดินพาเหรดเข้าสู่สนามแล้ว ได้มีการเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา จากนั้นพิธีกรกล่าวเรียนเชิญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 นายธิโมธี ซุน ถิง ฟ๊อค รองประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย โซนเอเชียตะวันออก นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 และพลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เพื่อถวายรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 และขอพระราชทานพระราชดำรัสเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำรัสเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552 ว่า

ขอต้อนรับนักกีฬาและผู้แทนนานาชาติ ซึ่งมาร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 ณ กรุงเทพมหานคร ด้วยความยินดี. ขอให้การแข่งขันกีฬาอันเป็นนิมิตรหมายแห่งความสมัครสมานสามัคคีระหว่างประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเซียนี้ ดำเนินลุล่วงไปด้วยดีตามกฎระเบียบของการแข่งขันและน้ำใจของนักกีฬา เพื่อให้การกีฬาบรรลุผลตามอุดมการณ์ที่มุ่งหมาย และเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสริมสัมพันธไมตรีระหว่างกัน ให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น. ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าพเจ้าขอเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 ณ บัดนี้.

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

หลังจากพระราชทานพระราชดำรัสเปิดการแข่งขันแล้ว เป็นการเชิญธงสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย และธงสัญลักษณ์การแข่งขันขึ้นสู่ยอดเสา และพิธีกล่าวคำปฏิญาณของตัวแทนนักกีฬาและกรรมการผู้ตัดสิน โดยผู้เชิญธงสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียในการปฏิญาณ คือ ร้อยโท สมจิตร จงจอหอ นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นเหรียญทองโอลิมปิก ตัวแทนนักกีฬา คือ นายปฏิวัติ ทองสลับ นักกีฬาเทควันโดเหรียญทองแดงกีฬามหาวิทยาลัยโลก และตัวแทนกรรมการผู้ตัดสิน คือ นางสาวจตุพร เหมวรรณโณ ผู้ตัดสินดีเด่นโลก ประจำปี 2009 จากสมาพันธ์เทควันโดโลก

พิธีเปิดมีการแสดง 3 ชุด คือ ชุดที่ 1 เกมของน้ำใจ (The Games Of Spirit) ชุดที่ 2 ดินแดนแห่งรอยยิ้ม (The Land Of Smile) และชุดที่ 3 เปลวไฟแห่งศิลปะการต่อสู้ (The Flame Of Martial Arts) โดยมี จา พนม , แอ๊ด คาราบาว และ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ร่วมแสดง โดยมีการซ้อมใหญ่พิธีเปิด ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 18.00 น.[1]

สำหรับผู้นำคบเพลิงวิ่งเข้าสู่สนาม คือ “น้องปุ้ย” ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา นักกีฬาคาราเต้-โด ซึ่งรับหน้าที่แทน “น้องสอง” บุตรี เผือดผ่อง นักกีฬาเทควันโด ซึ่งเป็นผู้ที่เลือกไว้ในตอนแรก แต่เนื่องจาก น้องสอง มีโปรแกรมแข่งเทควันโด รุ่น ฟินเวทหญิง (47 กก.) วันที่ 2 สิงหาคม และต้องชั่งน้ำหนักตัวในช่วงเย็นของวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงเวลาเปิดการแข่งขันพอดี จึงไม่สามารถเข้าร่วมพิธีได้ ทำให้ฝ่ายจัดพิธีเปิด-ปิด ได้จัดให้ “น้องปุ้ย” ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา ทำหน้าที่แทน [2] โดยในพิธีจริง ญานิศาได้ส่งคบเพลิงต่อไปให้ ทัชชกร ยีรัมย์ (โทนี่ จา) นำไปทุบไฟใส่กระถางคบเพลิง ส่วนนักกีฬาที่ทำหน้าที่ถือธงชาติไทยนำขบวนพาเหรดนักกีฬาไทยเข้าสู่สนามก็คือ พันจ่าเอกบดินทร์ ปัญจบุตร นักกีฬายูยิตสู

พิธีปิด[แก้]

พิธีปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 18.00 น. ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย มร ธิโมธี ซุน ถิง ฟ๊อค ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ดร. ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รองประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน) และ นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (ประธานกรรมการกีฬาฝ่ายเทคนิค) ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

พิธีปิดประกอบด้วยการแสดง 3 ชุด ชุดที่ 1 มีชื่อว่า เกมของศิลปะ ชุดที่ 2 ดินแดนแห่งจิตใจ และชุดที่ 3 เปลวไฟแห่งความตราตรึง

ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน[แก้]

ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมทั้งสิ้น 40 ชาติ จากประเทศสมาชิก 45 ชาติ ในเบื้องต้น มี 5 ประเทศที่ไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน คือ อัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ ซาอุดีอาระเบีย ติมอร์-เลสเต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (แต่ภายหลังประเทศอัฟกานิสถานได้ขอเข้าร่วมแข่งขันด้วย) [3]


สัญลักษณ์[แก้]

ตราสัญลักษณ์[แก้]

  • ตัวอักษร A สื่อถึงทวีปเอเซีย อันประกอบด้วย ประชาชนและประเทศต่างๆ
  • ตัวอักษร M สื่อถึงกีฬามาร์เชียลอาร์ต
  • รูปทรงของตัวอักษรทั้งสองที่เกาะเกี่ยวกัน เป็นรูปทรงในลักษณะนามธรรมที่มีความทันสมัย กระฉับกระเฉง เรียบง่าย แสดงออกถึง แนวความคิดและปรัชญาของการรวมกันอย่างแข็งแกร่ง ของการแข่งขันกีฬามาร์เชียลอาร์ตในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์และจรรโลงไว้ซึ่งสันติภาพ มิตรภาพ เสมอภาค ของทุกประเทศในทวีปเอเซีย
  • ภาพโดยรวม เป็นผลลัพธ์ของการผสมผสานศิลปะแบบไทยกับศิลปะสมัยใหม่ สื่อถึงประเทศไทย ในฐานะประเทศเจ้าภาพและความเข้ากันได้กับยุคสมัย
  • สีแดง เป็นสีหลักของ OCA สีของการต่อสู้และสีของหัวใจ อีกทั้งยังเป็นสีหลักของศิลปะของเอเชีย
  • สีทอง สีแห่งความเรืองรองของราชอาณาจักรไทย และเป็นสีหลักของการแสดงคุณค่าของงานที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์การแข่งขันครั้งนี้ และเป็นสีหลักของศิลปะไทย

ตัวนำโชค[แก้]

หนุมานยินดี

หนุมานยินดี (Hanuman Yindee)

  • หนุมาน คือทหารเอกของพระราม เป็นลิงซึ่งเป็นตัวละครเอก ในวรรณกรรมรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณกรรมร่วมของเอเชีย
  • หนุมาน เป็นลิงที่มีผิวกายขาวเผือกเป็นลักษณะเด่น มีความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ทุกชนิด มีความมุ่งมั่นพยายามอย่างสูงในการกระทำสิ่งใดให้สำเร็จ
  • หนุมาน คือภาพลักษณ์หนึ่งของความเป็นไทย ซึ่งจะพบเห็น ในการแสดงโขน การแสดงหุ่นละครเล็ก ซึ่งใช้ในการแสดง ต้อนรับแขกผู้มาเยือน
  • หนุมานในท่ามอบดอกไม้ ซึ่งเป็นพวงมาลัยแห่งน้ำใจไมตรี อันเป็นสัญลักษณ์ ของคนไทย จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับด้วยมิตรภาพสู่การแข่งขันที่เต็มไปด้วยศิลปะ การต่อสู้และจะนำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันของประชาชาติชาวเอเชีย
  • หนุมาน สัตว์นำโชคในครั้งนี้ จึงมีชื่อว่า “ยินดี”
  • หนุมาน “ยินดี”

o ยินดี ที่ได้เกิดการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ เป็นครั้งแรก และจะก้าวไปสู่การแข่งขันอันไม่มีที่สิ้นสุด o ยินดี ที่ได้ต้อนรับมิตรประเทศ และผู้มาเยือนสู่ประเทศไทย o ยินดี ในความสำเร็จ และชัยชนะ รวมทั้งความมีน้ำใจนักกีฬาที่มีให้กัน o ยินดี ที่ได้รู้จักทุก ๆ คน ที่มาร่วมสร้างมิตรภาพ และเอกภาพ ของประชาชาติชาวเอเชีย

สัญลักษณ์กีฬา[แก้]

เพลงประจำการแข่งขัน[แก้]

เหรียญรางวัล[แก้]

กีฬา[แก้]

การเลื่อนการแข่งขัน[แก้]

ไฟล์:UDD Demonstration - Victory Monument - Bangkok - 9th April 2009.jpg
กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงปิดถนนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 10 เมษายน

แต่เดิมนั้นการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 เมษายน - 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 แต่เนื่องจากปัญหาทางการเมืองในประเทศไทย คือ เกิดเหตุการณ์ประท้วงขั้นรุนแรงของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี บางอำเภอของปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐมและพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 12 เมษายน ซึ่งต่อมายกเลิกในวันที่ 24 เมษายน ก่อนการแข่งขันเพียงหนึ่งวัน

ในวันที่ 13 เมษายน นายชุมพล ศิลปอาชา ได้ร่วมหารือกับทางคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ นำโดย พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และ พล.อ. บัญชา มรินทร์พงษ์ หัวหน้าสำนักงานโอลิมปิคฯ พร้อมด้วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และได้ข้อสรุปให้มีการเลื่อนการแข่งขันออกไปจากเดิมไปอีกประมาณ 1 เดือน จากวันที่ 25 เมษายน - 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ไปเป็นวันที่ 6 มิถุนายน - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักกีฬาที่จะมาเข้าร่วมการแข่งขันเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ได้ส่งหนังสือแนะนำมายังคณะกรรมการโอลิมปิกไทย เสนอขอให้ไทยพิจารณาขยับวันแข่งขันให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 30 พฤษภาคม - 7 มิถุนายน เพราะช่วงวันที่ 6 - 14 มิถุนายน ใกล้กับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ที่ประเทศสิงคโปร์มากเกินไป และสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียเห็นว่าตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาพิธีเปิดการแข่งขันส่วนใหญ่จะจัดตรงกับวันเสาร์ ขณะที่พิธีปิดจะตรงกับวันอาทิตย์พอดี

ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 จึงประชุมด่วนในวันที่ 23 เมษายน และสรุปให้จัดในวันที่ 12 พฤษภาคม - 20 พฤษภาคม

แต่ในวันต่อมา (24 เมษายน) จากการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ ที่มีนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน และมีนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ เห็นควรให้เลื่อนยาวออกไปเป็นในระหว่างวันที่ 9 - 17 กรกฎาคม เนื่องจากในช่วงที่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชียกำหนดมามีการแข่งขันกีฬาภายในประเทศไทยหลายรายการ ทำให้การเตรียมการของไทยไม่สะดวก โดยได้มอบให้คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ไปเจรจากับสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียอีกรอบ แต่ในที่สุด ทางไทยก็นำเสนอช่วงวันแข่งขันใหม่เป็น 11 - 19 กรกฎาคม ต่อสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียพิจารณาเห็นชอบ

สภาโอลิมปิกแห่งเอเชียยังคงเห็นว่าวันที่ไทยเสนอมานั้น ยังคงใกล้กับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 1 มากเกินไปและเริ่มไม่พอใจที่ทางไทยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการแข่งขัน เพราะจะทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยและการแข่งขันกีฬาลดลงเรื่อยๆ พร้อมแนะนำให้เลื่อนวันแข่งขันไปอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมแต่ต้องไม่ถึงเดือนกันยายนเพราะต้องเว้นช่วงให้นักกีฬาเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 8 พฤศจิกายนด้วย

ในที่สุด จึงมีกำหนดการแข่งขันในวันที่ 1 - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การยุบรวมกับเอเชียนอินดอร์เกมส์[แก้]

ตามมติสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 เห็นควรให้ยุบรวมเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ เข้ากับเอเชียนอินดอร์เกมส์ และเปลี่ยนชื่อการแข่งขันเป็นเอเชียนอินดอร์-มาร์เชียลอาตส์เกมส์ โดยเริ่มครั้งแรกในการแข่งขันเอเชียนอินดอร์เกมส์ครั้งที่ 4 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในปี พ.ศ. 2554

สรุปเหรียญรางวัล[แก้]

      ไทย (เจ้าภาพ)
อันดับที่ ประเทศ ทอง เงิน ทองแดง รวม
1 ไทย ไทย 21 17 16 54
2 คาซัคสถาน คาซัคสถาน 15 7 12 34
3 เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ 10 6 3 19
4 ประเทศจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน 9 5 5 19
5 ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 9 2 3 14
6 เวียดนาม เวียดนาม 7 11 21 39
7 อินโดนีเซีย อินโดนีเซีย 5 6 5 16
8 อุซเบกิสถาน อุซเบกิสถาน 4 5 12 21
9 จีนไทเป จีนไทเป 4 5 11 20
10 อินเดีย อินเดีย 3 7 23 33
11 ปากีสถาน ปากีสถาน 3 2 4 9
12 ฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์ 2 6 10 18
13 อิรัก อิรัก 2 3 5 10
14 มาเลเซีย มาเลเซีย 2 3 3 8
15 อัฟกานิสถาน อัฟกานิสถาน 2 2 8 12
15 จอร์แดน จอร์แดน 2 2 8 12
17 ซีเรีย ซีเรีย 2 1 3 6
18 ลาว ลาว 1 4 9 14
19 มองโกเลีย มองโกเลีย 1 3 3 7
20 บาห์เรน บาร์เรน 1 1 3 5
21 เลบานอน เลบานอน 1 1 2 4
21 มาเก๊า มาเก๊า 1 1 2 4
21 เติร์กเมนิสถาน เติร์กเมนิสถาน 1 1 2 4
24 ฮ่องกง ฮ่องกง 0 2 3 5
24 สิงคโปร์ สิงคโปร์ 0 2 3 5
26 คูเวต คูเวต 0 1 4 5
27 บรูไน บรูไน 0 1 2 3
28 ประเทศพม่า พม่า 0 1 1 2
29 ศรีลังกา ศรีลังกา 0 0 2 2
30 ภูฏาน ภูฏาน 0 0 1 1
30 เนปาล เนปาล 0 0 1 1
30 ประเทศกาตาร์ กาตาร์ 0 0 1 1
สรุปรวม 108 108 191 407

ประเทศที่ไม่ได้เหรียญรางวัลมี 8 ประเทศ คือ กัมพูชา คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน ปาเลสไตน์ บังกลาเทศ มัลดีฟส์ เยเมน และโอมาน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]