เบรนดัน ร็อดเจอส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เบรนดัน ร็อดเจอส์
Brendan Rodgers LFC 2013.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เบรนดัน ร็อดเจอส์
เกิด 26 มกราคม ค.ศ. 1973 (41 ปี)
เกิดที่ คาร์นล็อก ไอร์แลนด์เหนือ
ตำแหน่ง กองหลัง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ลิเวอร์พูล (ผู้จัดการทีม)
ชุดเยาวชน
1984–1987 แบลลิมีนายูไนเต็ด
ชุดใหญ่*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1987–1990 แบลลิมีนายูไนเต็ด 12 (1)
1990 เรดดิง 0 (0)
ผู้จัดการทีม
2008–2009 วอตฟอร์ด
2009 เรดดิง
2010–2012 สวอนซีซิตี
2012– ลิเวอร์พูล
* จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ชุดใหญ่และจำนวนประตูนับเฉพาะลีกท้องถิ่นเท่านั้น.
† ลงเล่น (ประตู)

เบรนดัน ร็อดเจอส์ (อังกฤษ: Brendan Rodgers) เกิดเมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1973 เป็นอดีตนักฟุตบอลและ โค้ช ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ และเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล คนปัจจุบัน

ร็อดเจอส์เริ่มต้นอาชีพฟุตบอลของเขากับการเป็นกองหลังของสโมสรฟุตบอลแบลลิมีนายูไนเต็ด ซึ่งเขาสังกัดอยู่จนย้ายไปลงนามกับทีม เรดดิ้ง ตอนอายุได้ 18 ปี หลังจากนั้นก็ประสบกับการบาดเจ็บหัวเข่าจนถึงขั้นต้องเลิกเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 20 เขายังคงอยู่กับ เรดดิ้ง โดยทำงานเป็นโค้ชให้กับทีม หลังจากที่ได้ไปศึกษาเทคนิคการโค้ชที่สเปนอยู่ระยะหนึ่ง เขาถูกเชิญให้เป็นผู้จัดการของทีมเยาวชนของทีมเชลซีในปี ค.ศ. 2004 โดย โชเซ มูรีนโย และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมสำรองในปี ค.ศ. 2006

ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2008 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมของวัตฟอร์ด และย้ายไปเป็นผู้จัดการทีมเก่าซึ่งก็คือเรดดิ้งในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2009 เขาออกจากสโมสรโดยความยินยอมร่วมกันหลังจากที่มีผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2009 และไปรับตำแหน่งผู้จัดการสโมสรฟุตบอลสวอนซีซิตี ในเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 2010 ปีนี้เขานำสโมสรเลื่อนชั้นไปพรีเมียร์ลีกก่อนที่จะนำทีมจบที่อันดับ 11 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลต่อมา ในเดือนมิถุนายน 2012 ร็อดเจอส์ได้ยอมรับข้อเสนอเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล[1]

ประวัติ[แก้]

ร็อดเจอส์ เกิดในเมือง คาร์นล็อก[2] กับพ่อและแม่ของเขาที่ชื่อ มาลาชีลาย และ คริสตีน่า,[3] ร็อดเจอส์เป็นลูกชายคนโตของคุณพ่อคุณแม่ของเขา ร็อดเจอส์จบจากมหาวิทยาลัยเซนต์แพทริกในเมืองแบลลิมีนา ร็อดเจอส์ชอบเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กโดยหลังจากเลิกเรียน เขาได้ไปฝึกซ้อมเล่นฟุตบอลใน สนามฟุตบอลเด็กเล่นแห่งหนึ่งในเมือง คาร์นล็อก

นักฟุตบอลมืออาชีพ[แก้]

แบลลิมีนายูไนเต็ด[แก้]

โดยในช่วงการเป็นนักฟุตบอลของร็อดเจอส์นั้นไม่ค่อยมีใครรู้จักเขาเท่าไรนัก ซึ่งสโมสรที่เขาเล่นคือเขาได้เล่นให้กับสโมสรฟุตบอลแบลลิมีนายูไนเต็ด ในปี ค.ศ. 1987 โดยเล่นในตำแหน่งกองหลัง

ผู้จัดการทีมฟุตบอลอาชีพ[แก้]

ผู้จัดการทีมเยาวชน[แก้]

ร็อดเจอส์ในปี ค.ศ. 2010

ชีวิตหลังจากเลิกเป็นนักฟุตบอล ร็อดเจอส์ก็ค้นพบตัวเองและมุ่งเน้นไปทางด้านผู้จัดการทีม โดยตัดสินใจบินไปศึกษาระบบเยาวชนของโคตรทีมแดนกระทิงดุอย่าง สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา และการได้ไปเรียนรู้งานที่แคว้นกาตาลุญญานั้น ก็ทำให้เขาได้รู้จักกับ หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งเป็นกุนซือของบาร์เซโลนาในเวลานั้น และสิ่งที่ร็อดเจอส์สนใจเรียนรู้มากคือระบบโครงสร้างของทีมเยาวชนกับทีมชุดใหญ่ เนื่องจากบาร์เซโลนาขึ้นชื่อลือชาในการปั้นนักเตะระดับดาวรุ่งขึ้นสู่วงการลูกหนังระดับโลกได้ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 2004 สมัยที่ โชเซ มูรีนโย กุนซือชาวโปรตุเกส ตัดสินใจย้ายจากทีม เอฟซี ปอร์โต มาคุมทีมเชลซี ทางด้าน เบรนดัน ร็อดเจอส์ ก็ได้รับโอกาสและทาบทามจากมูรีนโยให้เข้ามารับหน้าที่ดูแลระบบทีมเยาวชนของทีมเชลซีในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี จนกระทั่งถึงปี 2006 ก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นโค้ชทีมสำรอง

สวอนซี ซิตี[แก้]

ร็อดเจอส์นำทีมสวอนซีซิตีเลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก ในรอบเพลย์ออฟนัดชิงชนะเลิศโดยชนะเรดดิงไป 4-2

หลังจากนั้นในปี 2010 ร็อดเจอส์ ก็ตอบตกลงไปเป็นผู้จัดการทีม สวอนซีซิตี และก็ทำผลงานได้ดี พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก ได้ในปีแรกที่คุมทีม อีกทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวก็โชว์กึ๋นในการเป็นยอดกุนซือ โดยพาต้นสังกัด 'หงส์ขาว' สวอนซีซิตี จบอันดับ 11 ในตารางลีกสูงสุดของแดนผู้ดี ได้อย่างสง่าผ่าเผย แม้จะเพิ่งขึ้นชั้นมาเล่นได้เพียงปีเดียว รวมทั้งยังทำสถิติที่น่าสนใจคือเป็นทีมที่ ผ่านบอลสำเร็จเป็นอันดับ 1 ของพรีเมียร์ลีก โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นสูงถึง 83.1% เลยทีเดียว

ลิเวอร์พูล[แก้]

ร็อดเจอส์ ในปี 2012

ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2012 ร็อดเจอส์เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ในฐานะผู้จัดการทีมเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยมาแทนที่การถูกปลดของ เคนนี ดัลกลิช อดีตตำนานของลิเวอร์พูลที่ทำได้แค่คว้าแชมป์ลีกคัพและจบอันดับ 8 ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011–12 โดยเกมแรกของร็อดเจอส์คือฟุตบอลอุ่นเครื่องกับ สโมสรฟุตบอลโทรอนโต ในอเมริกา ต่อมา ร็อดเจอส์ คุมทีมลิเวอร์พูลนัดแรกใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012–13 ในนัดที่พ่าย เวสต์บรอมมิชอัลเบียน 0-3 โดย 5 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล เสมอ 2 แพ้ 3 ไม่ชนะใครเลย แต่ในนัดที่ 6 ร็อดเจอส์ ชนะนัดแรกในการคุมทีมลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก โดยชนะ นอริชซิตี 5-2 พร้อมกับแฮตทริก ของ หลุยส์ ซัวเรซ อีกด้วย[4] ต่อมา ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2012 ร็อดเจอส์ ได้คุมทีมกลับมาเจอทีมเก่า สวอนซีซิตี ที่แอนฟีลด์ ในลีกคัพ รอบที่ 4 แต่สุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็พ่ายแพ้ไป 1-3 ต่อมา ในวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ร็อดเจอส์ ได้พา ลิเวอร์พูล เข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ในยูฟ่ายูโรปาลีก หลังจากพาทีมเอาชนะ อูดิเนเซ 1-0

ในฤดูกาล 2013-2014 ร็อดเจอร์สพาทีมลิเวอร์พูลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ลิเวอร์พูลมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี

เกียรติประวัติ[แก้]

ผู้จัดการทีม[แก้]

สวอนซี ซิตี

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้จัดการทีม (1): 2013–14[5]
  • ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก 3 สมัย: มกราคม 2012, สิงหาคม 2013, มีนาคม 2014
  • ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนของฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป : กุมภาพันธ์ 2011
  • Liverpool F.C. Outstanding Achievement Award (1): 2014[6] [7]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]