เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์
| เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ |
|
|---|---|
| พระนามาภิไธย | เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ |
| พระปรมาภิไธย | มหาอำมาตย์โท พันเอก เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ดำรงนพีศรีนคร สุนทรทศลักษณ์เกษตร วรฤทธิเดชดำรง จำนงยุติธรรม สุจริตวิศิษฐ์สัตยธาดา มหาโยนางคราชวงศาธิบดี เจ้านครเชียงใหม่ |
| พระนาม | น้อยสุริยะ ณ เชียงใหม่ |
| พระอิสริยยศ | เจ้านครเชียงใหม่ |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ |
| ครองราชย์ | 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444 - 5 มกราคม พ.ศ. 2453 |
| ระยะครองราชย์ | 8 ปี |
| รัชกาลก่อนหน้า | พระเจ้าอินทวิชยานนท์ |
| รัชกาลถัดไป | พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| ราชสมภพ | 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2402 |
| พิราลัย | 5 มกราคม พ.ศ. 2453 |
| พระบิดา | พระเจ้าอินทวิชยานนท์ |
| พระมารดา | แม่เจ้ารินคำเทวี |
| พระมเหสี | แม่เจ้าทิพเนตรราชเทวี |
| พระโอรส/ธิดา | เจ้าราชวงศ์ น้อยเลาแก้ว ณ เชียงใหม่ |
เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ (พ.ศ. 2402 - 5 มกราคม พ.ศ. 2453) ทรงเป็นเจ้านครเชียงใหม่ องค์ที่ 8 แห่ง ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ หรือ ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน
เนื้อหา |
พระราชประวัติ [แก้]
เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ หรือ มหาอำมาตย์โท พันเอก เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ดำรงนพีศรีนคร สุนทรทศลักษณ์เกษตร วรฤทธิเดชดำรง จำนงยุติธรรม สุจริตวิศิษฐ์สัตยธาดา มหาโยนางคราชวงศาธิบดี เจ้านครเชียงใหม่[1] มีพระนามเดิมว่า เจ้าน้อยสุริยะ ณ เชียงใหม่ ราชสมภพเมื่อวันศุกร์ เดือน 6 ขึ้น 5 ค่ำ ปีมะแม จ.ศ. 1221 (6 พฤษภาคม พ.ศ. 2402) ทรงเป็นราชโอรสพระองค์เดียวใน พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้านครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 กับ แม่เจ้ารินคำเทวี และทรงเป็นราชนัดดา (หลานปู่) ใน เจ้าราชวงศ์มหาพรหมคำคง ณ เชียงใหม่ เจ้าราชวงศ์นครเชียงใหม่ และราชนัดดา (หลานตา) ใน เจ้าหลวงไชยลังกาพิศาลโสภาคย์คุณ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 6
เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น "เจ้าราชบุตรน้อยสุริยะ ณ เชียงใหม่" เมื่อปี พ.ศ. 2432[2] เสด็จขึ้นครองนครเชียงใหม่ ใน พ.ศ. 2444 โดยมีพิธีการตั้งเจ้าผู้ครองนครเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444[3] นับเป็นเจ้านครเชียงใหม่องค์แรก ภายหลังปี พ.ศ. 2442 ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล โดยมีมณฑลพายัพ หรือ มณฑลลาวเฉียง และมณฑลมหาราษฎร์ เป็นมณฑลในอาณาจักรล้านนา โดยราชสำนักกรุงเทพ ส่งข้าหลวงขึ้นมาช่วยให้คำแนะนำเจ้านายฝ่ายเหนือในการบริหารราชการ และได้มีการแต่งตั้งตำแหน่งเสนากรมขึ้นมาใหม่ 6 ตำแหน่ง โดยให้คงตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครอยู่ แต่ลดอำนาจลง และในที่สุดในปี พ.ศ. 2442 ล้านนาได้ถูกปฏิรูปการปกครองเป็นแบบ มณฑลเทศาภิบาล เป็นการยกเลิกฐานะหัวเมืองประเทศราช และผนวกดินแดนล้านนาที่อยู่ใต้การปกครองของเชียงใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งของสยาม
เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ถึงแก่พิราลัยในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2453[4] (หรือปี พ.ศ. 2452 หากนับวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นศักราชใหม่) รวมระยะเวลาที่ทรงครองนคร 8 ปี สิริพระชนมายุได้ 50 พรรษา
ราชโอรส ราชธิดา [แก้]
เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ มีพระชายา 3 พระองค์ โดยมีราชโอรส 1 พระองค์ อยู่ในราชตระกูล ณ เชียงใหม่
- ใน แม่เจ้าทิพเนตรราชเทวี - ราชธิดาใน "เจ้าหนานมหาเทพ ณ เชียงใหม่ - มีราชโอรส 1 พระองค์
- เจ้าราชวงศ์ (เลาแก้ว ณ เชียงใหม่) พระบิดา ใน เจ้าหญิงลดาคำ ณ เชียงใหม่ ชายาใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน และเป็น พระอัยกา (เจ้าตา) ใน หม่อมเจ้าภัทรลดา ดิศกุล และ ท่านผู้หญิงฉัตรสุดา วงศ์ทองศรี
- ใน หม่อมแสง (ไชยคุณา) ไม่มีราชโอรส ราชธิดา
- ใน หม่อมแส ผู้รักษาตราประทับประจำพระองค์ ไม่มีราชโอรส ราชธิดา
พระกรณียกิจ [แก้]
เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ทรงประกอบพระกรณียกิจในฐานะเจ้านครเชียงใหม่ ในด้านต่างๆ อาทิ
การถวายความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี [แก้]
เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ พร้อมด้วยเจ้าราชภาคินัย เจ้าน้อยเลาแก้ว เจ้าน้อยสมพมิตร เจ้าน้อยเมืองชื่น และเจ้าน้อยวุฒิวงษ์ เข้าเฝ้าถวายเครื่องบรรณาการ ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2447[5]
การศึกษา [แก้]
ในปี พ.ศ. 2446 ได้จัดให้มีการเรียนหนังสือภาษาไทย และส่งเสริมให้มีการสร้างโรงเรียนขึ้นในนครเชียงใหม่ เพื่อรองรับการสร้างบุคลากรให้รับราชการในตำแหน่งต่างๆ ที่มีการจัดตั้งจากรัฐบาลส่วนกลาง[6] และในปี พ.ศ. 2449 ได้อนุญาตให้ใช้คุ้มของเจ้าหลวงแห่งหนึ่ง ตั้งเป็นโรงเรียนผู้หญิง และทรงรับอุปการะด้วย[7]
การผังเมือง [แก้]
ในปี พ.ศ. 2442 ทรงมีดำริให้มีการวางผังเมืองเชียงใหม่ตามแนวความคิดสมัยใหม่ โดยการย้ายหน่วยงานราชการมาไว้ภายในเขตกำแพงเมือง และย้ายตลาดกลางเวียง ไปอยู่ที่ริมแม่น้ำปิง จัดตั้งเป็นตลาดวโรรสดังเช่นปัจจุบัน ทำให้สามารถลดความคับคั่งของผู้คนในตัวเมืองได้
การสื่อสาร [แก้]
ในปี พ.ศ. 2451 ทรงเห็นความสำคัญของการสื่อสาร จึงได้ช่วยอุดหนุนราชการของรัฐบาล โดยบริจาคเสาโทรเลข จำนวน 250 ต้น[8]
สถานที่อันเนื่องมาจากพระนาม [แก้]
- ตลาดวโรรส ตลาดสดขนาดใหญ่กลางตัวเมืองเชียงใหม่
- ถนนอินทวโรรส
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ^ การตั้งเจ้าอุปราชเมืองนครเชียงใหม่เป็นเจ้าผู้ครองนคร ราชกิจจานุเบกษา 1 ธันวาคม รศ. 120
- ^ 2.0 2.1 เสด็จออกแขกเมืองประเทศราช (เจ้านครเชียงใหม่)
- ^ การตั้งเจ้าอุปราชเมืองนครเชียงใหม่เป็นเจ้าผู้ครองนคร
- ^ ข่าวพิราไลย
- ^ เจ้าประเทศราชเฝ้าถวายเครื่องราชบรรณาการ เจ้านครเชียงใหม่ เฝ้าถวายต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการราชกิจจานุเบกษา เล่ม 21 ตอนที่ 28 วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2447
- ^ เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 8
- ^ แจ้งความกระทรวงธรรมการ แผนกศึกษามณฑล เรื่อง เจ้านครเชียงใหม่ได้ให้ยืมที่บ้านตั้งเป็นโรงเรียนผู้หญิงขึ้น
- ^ ประกาศกระทรวงโยธาธิการ (เรื่อง เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และเจ้าผู้ครองนครลำพูนได้ให้เสาโทรเลขไว้ใช้ราชการ)
- ^ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้าฝ่ายใน และฝ่ายน่าราชกิจจานุเบกษา เล่ม 18 ตอนที่ 34 วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2444 หน้า 669
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง. เพ็ชร์ล้านนา. (ครั้งที่ 2) เชียงใหม่ :ผู้จัดการ ศูนย์ภาคเหนือ, 2538.
- สมหมาย เปรมจิตต์, สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ตำนานสิบห้าราชวงศ์ (ฉบับสอบชำระ) . เชียงใหม่: มิ่งเมือง, 2540.
- ศักดิ์ รัตนชัย. พงศาวดารสุวรรณหอคำนครลำปาง (ตำนานเจ้าเจ็ดพระองค์กับหอคำมงคล ฉบับสอบทานกับเอกสารสืบค้น สรสว.ลำปาง) .
- เจ้าวงศ์สัก ณ เชียงใหม่, คณะทายาทสายสกุล ณ เชียงใหม่. เจ้าหลวงเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2539.
- คณะทายาทสายสกุล เจ้าหลวงเมืองพะเยา, สถาบันศิลปวัฒนธรรมโยนก. ครบรอบ 100 ปี แม่เจ้าทรายมูล (มหาวงศ์) ไชยเมือง และประวัติสายสกุลเจ้าหลวงเมืองพะเยา พุทธศักราช 2387 - 2456. พะเยา :บ.ฮาซัน พริ้นติ้ง จก., 2546
- นงเยาว์ กาญจนจารี. ดารารัศมี : พระประวัติพระราชชายา เจ้าดารารัศมี. เชียงใหม่ :สุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์, 2539.
- คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์, นาวาอากาศเอก. เจ้านายฝ่ายเหนือ. [1]
| สมัยก่อนหน้า | เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| พระเจ้าอินทวิชยานนท์ | เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ (28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444 - 5 มกราคม พ.ศ. 2453) |
พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ |
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||