เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์
Fawzia official.jpg
พระอิสริยยศ เจ้าหญิงแห่งอียิปต์
ราชินีแห่งอิหร่าน (16 กันยายน ค.ศ. 1941-17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1948)
ฐานันดรศักดิ์ เฮอร์อิมพีเรียลไฮนิส
เฮอร์รอยัลไฮนิส
ราชวงศ์ มูฮัมหมัดอาลี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464 (91 ปี)
Flag of Egypt 1922.svg พระราชวังราส เอล-ติน อเล็กซานเดรีย อียิปต์[1]
พระราชบิดา พระเจ้าฟูอัดที่ 1 แห่งอียิปต์
พระราชมารดา นาซลี ซาบรี
พระสวามี พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี (ค.ศ. 1939-1948)
อิสมาอิล ฮุสเซน ชีรีน เบย์ (ค.ศ. 1949- 1994)
พระโอรส/ธิดา เจ้าหญิงชาห์นาซ ปาห์ลาวี
นาเดีย ชีรีน
ฮุสเซน ชีรีน
    

เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ (อาหรับ : فوزية بنت فؤاد الأول เฟาซียะห์ บินติ เฟาอัดดะฆ์ลุล, เปอร์เซีย : فوزیه فؤاد, ประสูติ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464-) เจ้าหญิงแห่งอียิปต์ และอดีตสมเด็จพระราชินีแห่งอิหร่านในพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี

ปัจจุบันพระองค์ใช้พระนามว่า เฟาซียะห์ ชีรีน หลังจากการแต่งงานอีกครั้งใน ค.ศ. 1949 และภายหลังได้เกิดการโค่นล้มพระราชวงศ์ในอียิปต์ในเหตุการณ์ปฏิวัติอียิปต์ใน ค.ศ. 1952 แม้พระองค์จะถูกถอดออกจากฐานันดรศักดิ์แล้ว แต่พระองค์ยังเป็นคนในพระราชวงศ์มูฮัมหมัดอาลีที่อาวุโสคนหนึ่งในราชวงศ์

เนื้อหา

พระประวัติ[แก้]

เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์และซูดาน ประสูติเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464 ที่พระราชวังราส เอล-ติน ที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ เป็นพระธิดาในพระเจ้าฟูอัดที่ 1 แห่งอียิปต์ กับสมเด็จพระราชินีนาซลีแห่งอียิปต์ ซึ่งพระมารดาของพระองค์สืบเชื้อสายมาจากสุไลมาน ปาชา ทหารชาวฝรั่งเศสของนโปเลียนที่หันมานับถือศาสนาอิสลาม นอกจากนี้พระปัยกาฝ่ายพระชนนีของพระองค์ก็สืบเชื้อสายมาจากตุรกี.[2] พระองค์จึงมีเชื้อสายแอลเบเนีย, ฝรั่งเศส และตุรกี[3][4]

เจ้าหญิงเฟาซียะห์มีพระเชษฐาคือพระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ และมีพระขนิษฐาได้แก่ เจ้าหญิงไฟซาแห่งอียิปต์ เจ้าหญิงไฟกาแห่งอียิปต์ และเจ้าหญิงฟัตฮียะห์แห่งอียิปต์ และยังมีพระเชษฐา และพระเชษฐภคินีต่างมารดาด้วย 2 พระองค์ คือ เจ้าชายอิสมาอิล และเจ้าหญิงเฟากียะห์

ชีวิตส่วนพระองค์[แก้]

ในงานอภิเษกสมรสที่วังอาบิดิน ประเทศอียิปต์ (เรียงจากซ้าย) พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ (พระเชษฐา), เจ้าหญิงเฟาซียะห์ และมกุฎราชกุมารเรซา ปาห์ลาวี

อภิเษกสมรสกับชาห์แห่งอิหร่าน[แก้]

เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์และซูดาน ขณะที่ยังพระองค์ยังเป็นสาว พระองค์ที่เป็นสตรีที่ทรงพระสิริโฉมมาก จนถือเป็น "สตรีที่สวยที่สุดในโลก" ในขณะนั้น[5] และได้รับการยกย่องว่า "มีความงามดุจเทพธิดาวีนัส"[6] พระราชินีเฟาซียะห์ทรงเป็นนางแบบให้เซซิล บีตัน ถ่ายพระฉายาลักษณ์เพื่อตีพิมพ์ลงในนิตยสารไลฟ์ (Life) โดยนายเซซิล บีตันได้กล่าวชื่นชมพระราชินีองค์นี้ว่าทรงเป็น "เทพธิดาวีนัสแห่งเอเชีย" ทั้งยังเสริมว่า "มีพระพักตร์รูปหัวใจคมซีดเผือดผิดปกติ แต่มีดวงพระเนตรสีฟ้าอันเฉียบคม" พระองค์ได้เข้าอภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารโมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวีแห่งอิหร่าน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นมกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน ที่กรุงไคโรในวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1939 สองปีต่อมาพระสวามีได้ขึ้นครองราชสมบัติ เจ้าหญิงเฟาซียะห์จึงกลายเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งอิหร่าน

หลังจากการอภิเษกสมรส ทั้งสองพระองค์ก็มีพระธิดาด้วยกัน 1 พระองค์ คือ เจ้าหญิงชาห์นาซ ปาห์ลาวี[1] ต่อมาทั้งสองพระองค์ได้หย่ากันที่อียิปต์เมื่อ ค.ศ. 1945 แต่การหย่าครั้งนี้ไม่ถูกจดจำโดยอิหร่าน อย่างไรก็ดีทั้งสองพระองค์ก็ได้ทำการหย่ากันอย่างเป็นทางการในอิหร่านเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1948 โดยทางสำนักพระราชวังให้เหตุผลว่า "ด้วยสภาวะอากาศของเปอร์เซียทำให้สุขภาพของราชินีเฟาซียะห์ทรุดโทรม ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับพระขนิษฐากษัตริย์อียิปต์ที่ต้องการจะหย่า" และชาห์ก็ออกมาประกาศว่า "ไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีที่มีอยู่ระหว่างอียิปต์กับอิหร่าน"[7]

ดังนั้นสมเด็จพระราชินีเฟาซียะห์จึงกลับมาดำรงพระยศเป็นเจ้าแห่งอียิปต์และซูดานตามเดิม ส่วนพระเชษฐาของเจ้าหญิงเฟาซียะห์คือพระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ ก็ได้ทำการหย่าร้างกับสมเด็จพระราชินีฟารีดาในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวเป็นที่สนใจของโลกตะวันตกอย่างมาก[8]

การสมรสครั้งที่สอง[แก้]

เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ ได้สมรสอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1949 กับอิสมาอิล ฮุสเซน ชีรีน เบย์ (ค.ศ. 1919- 1994)[1] ซึ่งเป็นพระญาติห่างๆ ของพระองค์ เขาเป็นบุตรของนายฮุสเซน ชีรีน กับเจ้าหญิงอามีนะห์ บีห์รุซ และขณะนั้นเขาได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสงครามและกองทัพเรือของอียิปต์ โดยทั้งคู่มีบุตร-ธิดา 2 คน คือ นาเดีย (ค.ศ. 1950-2009) และฮุสเซน (เกิด ค.ศ. 1955)[1] โดยเจ้าหญิงเฟาซียะห์ได้ใช้พระนามว่า "เฟาซียะห์ ชีรีน"

สมเด็จพระราชินีเฟาซียะห์แห่งอิหร่าน พร้อมด้วยพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี และเจ้าหญิงชาห์นาซ ปาห์ลาวี พระธิดาพระองค์แรก

พระบุตร[แก้]

เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ ทรงให้ประสูติกาลพระโอรส-ธิดา รวมกัน 1 พระองค์ กับอีก 2 คน โดยเป็นชาย 1 คน และหญิง 2 คน ซึ่งเป็นบุตรจากการสมรสครั้งแรก 1 พระองค์ และจากการสมรสครั้งที่สองอีก 2 คน คือ

  1. เจ้าหญิงชาห์นาซแห่งอิหร่าน (ประสูติ ค.ศ. 1940) พระราชธิดาของเจ้าหญิงจากการอภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารโมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวีแห่งอิหร่าน ต่อมาได้ครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งอิหร่าน[9] เจ้าหญิงชาห์นาซได้เสกสมรสครั้งแรกกับนายอาเดชีร์ ซาเฮดี นายกรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ต่อมาได้ทรงหย่า ทั้งสองมีพระธิดาด้วยกัน 1 พระองค์ คือ เจ้าหญิงซาห์รา มาห์นาซ ซาเฮดี (2 ธันวาคม ค.ศ. 1958)[10] ต่อมาเจ้าหญิงได้เสกสมรสใหม่กับนายโคสเลา จาฮันบานี ในปี ค.ศ. 1971 มีพระโอรส-ธิดาด้วยกัน 2 พระองค์คือ เจ้าชายคีย์โคสเลา (1971) กับเจ้าหญิงเฟาเซห์ จาฮันบานี (1973)[10] หลังจากการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเจ้าหญิงชาห์นาซจึงย้ายไปประทับในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นการถาวร[10][11]
  2. นางนาเดีย ราชิด (เกิด ค.ศ. 1950 - 2009) พระธิดาที่เกิดกับนายอิสมาอิล ฮุสเซน ชีรีน เบย์ สมรสครั้งแรกกับนายยูซุฟ ซะบาอัน มีธิดาด้วยกัน 1 คน คือ นางซีไน ฟารามาวี (ค.ศ. 1973) ต่อมาได้สมรสครั้งที่สองกับนายมุสตอฟา ราชิด มีธิดาด้วยกัน 1 คน คือ เฟาซียะห์ ราชิด[12]
  3. นายฮุสเซน ชีรีน (เกิด ค.ศ. 1955) พระโอรสที่เกิดกับนายอิสมาอิล ฮุสเซน ชีรีน เบย์[12]

ปัจจุบัน[แก้]

ปัจจุบันพระองค์ประทับอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งในปี ค.ศ. 2004 ได้มีการเผยแพร่พระฉายาลักษณ์ล่าสุดของพระองค์คู่กับนายอาร์เดชีร์ ซาเฮดี อดีตพระชามาดา[13]

มีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับข่าวการสิ้นพระชนม์เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 2005 ที่เกิดการสับสนในเรื่องพระนามที่เหมือนกันของพระองค์กับพระภาติยะ คือ เจ้าหญิงเฟาซียะห์ (ค.ศ. 1940-2005) ซึ่งเป็นพระธิดาของพระเชษฐาคือพระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์[13]

พระเกียรติยศ[แก้]

พระมหากษัตริย์แห่งอียิปต์
– ตำแหน่งในนาม –
พระราชวงศ์แห่งอียิปต์
CoA of Kingdom of Egypt.PNG
พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์

  • เจ้าหญิงเฟาซียะห์

พระอิสริยยศ[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

สู่งานเขียน[แก้]

เรื่องราวของเจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ได้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวลงในหนังสือ ฟอว์ซียา...วีนัสแห่งลุ่มน้ำไนล์ ในเรื่องราวของหญิงงามดุจเทพธิดาวีนัส ที่ได้เป็นพระมเหสีพระองค์แรกของพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี พระเจ้าชาห์แห่งอิหร่าน แต่พระสิริโฉม และฐานะอันสูงส่งของพระองค์ก็มิได้ทำให้พระองค์ทรงมีความสุขเลย แต่กลับต้องตกอยู่ภายใต้ความโศกเศร้าเสียใจ[6]

พระราชตระกูล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 การอภิเษกสมรสของพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี
  2. Goldschmidt, Arthur (2000). Biographical dictionary of modern Egypt. Lynne Rienner Publishers. p. 191. ISBN 1555872298. 
  3. In the house of Muhammad Ali: a family album, 1805-1952 By Hassan Hassan
  4. http://www.travelinstyle.com/egypt/king_farouk/PrincessFawzia.htm
  5. Bidding Farewell
  6. 6.0 6.1 ฟอว์ซียา..วีนัสแห่งลุ่มน้ำไนล์
  7. The New York Times, 20 November 1948, page 1
  8. "Queen Farida of Egypt Dies at 68". 1988-11-17. สืบค้นเมื่อ 2009-06-06. 
  9. Noblesse & Royautés - Egypte
  10. 10.0 10.1 10.2 Parstime - Shahnaz Pahlavi
  11. "Shah's daughter 'could not stand' exile". BBC News. 2001-06-12. สืบค้นเมื่อ 2010-7-14. 
  12. 12.0 12.1 EGYPT -The Muhammad 'Ali Dynasty
  13. 13.0 13.1 Iranian (5 กุมภาพันธ์ 2554) EGYPTIAN SHAHBANOU: Princess Fawzia and Son-in-Law Ardeshir Zahedi (2004) (in อังกฤษ) ข่าวหนังสือพิมพ์ เรียกดูเมื่อ 24 มีนาคม 2555
  14. Montgomery-Massingberd, Hugh, ed. (1980). "The French Ancestry of King Farouk of Egypt". Burke's Royal Families of the World. Volume II: Africa & the Middle East. London: Burke's Peerage. p. 287. ISBN 9780850110296. OCLC 18496936. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

สมัยก่อนหน้า เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ สมัยถัดไป
ตาจญ์อัลโมลูก อัยรุมลู 2leftarrow.png Imperial Coat of Arms of Iran.svg
สมเด็จพระราชินีแห่งอิหร่าน
(ค.ศ. 1941 - ค.ศ. 1948)
2rightarrow.png โซรยา อัสฟานดิยารี