เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (หม่อมราชวงศ์เย็น อิศรเสนา)
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์)
| บทความนี้มีลักษณะเหมือนประวัติสมัครงาน คุณสามารถร่วมแก้ไขปรับปรุงได้ โดยเขียนให้มีลักษณะเป็นสารานุกรมมากยิ่งขึ้น |
เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ หรือ หม่อมราชวงศ์เย็น อิศรเสนา (31 มีนาคม พ.ศ. 2405 - 26 มกราคม พ.ศ. 2484) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง เป็นบุตรของ หม่อมเจ้าเสาวรส อิศรเสนา และหม่อมมุหน่าย อิศรเสนา เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2405 ที่พระตำหนัก หม่อมเจ้าเสาวรส อิศรเสนา บริเวณถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพมหานคร สมรสกับหม่อมราชวงศ์หญิงจันทร นพวงศ์
เนื้อหา |
การศึกษา [แก้]
- พ.ศ. 2412 อายุ 8 ขวบ เข้าเรียนกับหลวงตา (บิดาของหม่อมมุหน่าย) ที่วัดทองปุ (วัดชนะสงคราม)
- พ.ศ. 2418 อายุ 12 ขวบ เข้าโรงเรียนบุตรข้าราชการ มีพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เป็นอาจารย์
- พ.ศ. 2420 อายุ 16 ขวบ ออกจากโรงเรียน ไปฝึกงานด้านการชุบเงิน-ทองที่โรงชุบจนทองของหม่อมเทวาธิราช (หม่อมราชวงศ์แดง อิศรเสนา) ข้างสะพานรามบุตรี (ปัจจุบันอยู่บริเวณสถานีบริการน้ำมันใกล้ซอยรามบุตรี ถนนพระอาทิตย์) ทำหน้าที่ชุบ ล้างและขัดมันองค์พระพุทธรูป
การรับราชการ [แก้]
รัชกาลที่ 5 [แก้]
- พฤศจิกายน พ.ศ. 2420 รับราชการยศนายสิบทหาร ห้อง (ช่าง) เงินเดือน 12 บาท มีหน้าที่ ควบคุมบังคับช่างที่รักษาความสะอาดในพระที่นั่ง
- พ.ศ. 2425 ผู้บังคับกรมเด็กชา (รวม ขุนหมื่นชาวที่เข้ากับ ลูกหมู่ลาวสีไม้) มี ตำแหน่งเทียบเท่า นายร้อยทหารหน้า
- พ.ศ. 2428 เป็นหลวงราชดรุณรักษ์ เทียบเท่าร้อยโทกรมทหารหน้า
- พ.ศ. 2433 เป็นยกกรมเด็กชาขึ้นเป็นกระทรวงวัง
- พ.ศ. 2436 เป็นหลวงสิทธินายเวร
- พ.ศ. 2441 เป็นจมื่นเสมอใจราชหัวหมื่นมหาดเล็กเวรสิบ
- พ.ศ. 2443 ปฏิบัติงานในกรมสุขาภิบาล (จัดทำถนนและสาธารณสถาน) ซึ่งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เป็นเจ้ากรมโยธา ทำการก่อสร้างทั่วไป
- พ.ศ. 2446 อายุ 40 ปี เป็น พระยาวรพงษ์พิพัฒน์ จางวางมหาดเล็ก ซึ่งเป็นตำแหน่งชั้นสูงสุดของข้าราชการสำนัก
รัชกาลที่ 6 [แก้]
- พ.ศ. 2453 เป็นองคมนตรี ในสมัยรัชกาลที่ 6
- พ.ศ. 2455 ดำรงตำแหน่งในสภาจางวาง ยศจางวางโท
- พ.ศ. 2456 เป็นอธิบดีกรมตรวจมหาดเล็ก
- พ.ศ. 2457 เป็นจางวางเอก
- พ.ศ. 2458 ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอัศวราชอีกตำแหน่งหนึ่ง
รัชกาลที่ 7 [แก้]
- พ.ศ. 2469 ผู้บัญชาการมหาดเล็กกรรมการชำระสะสางเงิน พระคลังข้างที่ และตัดทอนรายจ่ายราชสำนัก
- พ.ศ. 2469 ผู้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงวัง
- พ.ศ. 2469 ได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ ศักดินา 10000 ไร่ เงินเดือน 2,200 บาท
- พ.ศ. 2473 เสนาบดีกระทรวงวัง
- พ.ศ. 2475 ผู้สำเร็จราชการพระราชวัง หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
- พ.ศ. 2476 เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง
- พ.ศ. 2477 ออกจากราชการหลังจากยุบกระทรวงวังเป็นสำนักพระราชวัง รับบำนาญเดือนละ 950 บาท รวมอายุราชการ 57 ปี
รัชกาลที่ 8 [แก้]
- 26 ม.ค. 2484 ถึงแก่กรรม
การประกอบธุรกิจ [แก้]
- 2426 - 2427 ธุรกิจรับส่งผู้โดยสาร โดยรถม้า และรถเก๋ง
- 2428 ธุรกิจสร้างตู้เสาเกลียว เครื่องเรือน และทำเครื่องแป้ง
- 2439 ธุรกิจโรงเลื่อยจักร ข้างวัดตรี ริมคลองบางลำพู (หน้าวัดรังสี)
- 2444 ธุรกิจเตาเผาอิฐ
- 2445 - 2447 ธุรกิจโรงสีข้าวที่บางโพ
- 2450 ตั้งท่าเรือจ้าง ณ ถนนพระอาทิตย์ ธุรกิจเรือเมล์เขียว (คลองบางหลวง)
- 2451 ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ก่อตั้งบริษัท รถไฟบางบัวทอง จำกัดสินใช้ โดย สร้างทางรถไฟสายบางบัวทองลงทุนด้วยเงินยืม
- 2452 ธุรกิจมวนบุหรี่ ต่อมาสนใจโรงงานยาสูบ
- 2458 เริ่มเดินรถไฟสายบางบัวทอง ใช้รถจักรไอน้ำ ราง 75 เซนติเมตร โดนใช้รถจักรไอน้ำขนาดเล็ก
- 8 มกราคม 2465 ได้ทำสัญญากับกรมรถไฟหลวงเพื่อขยายเส้นทางรถไฟ (หลักฐานสัญญาเก็บรักษาที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
- 2465 - 2469 ธุรกิจโรงงานน้ำตาลทรายที่ทับหลวง ลงทุนด้วยเงินยืม แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ
- 2468 จดทะเบียน ตั้งบริษัท รถไฟบางบัวจำกัดสินใช้
- 2469 เริ่มการขยายเส้นทางไป วัดระแหง ที่ ลาดหลุมแก้ว
- 2470 ต่อมาปรับปรุงจากรถกำลังไอน้ำ พลังงานฟืน มาเป็นรถราง 4 ล้อ เครื่องเบนซิน โดยใช้น้ำมัน ตราหอย จาก บริษัทอิสเอเชียติก ปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งปัจจุบัน คือ น้ำมัน เชลล์ จาก บริษัทเชลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แต่ต่อมา ซื้อน้ำมันจาก โซโกนี่ (เปลี่ยนชื่อเป็น สแตนดาร์ดแวคัมออยล์ เมื่อปี 2477) ซึ่งปัจจุบันคือ บริษัทเอสโซสแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- 5 เมษายน 2473 แก้ไขสัญญาเดินรถไฟบางบัวทองกับกรมรถไฟหลวง เพื่อ ถอนรางที่ อยู่วัดเฉลิมพระเกียรติ (ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนนทบุรีเดิมที่ตลาดขวัญ) ให้เดินรถไฟตรงไปที่ท่านั้นฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนนทบุรีแห่งใหม่ที่บางขวาง พร้อมยืดระยะรถไฟจากบางบัวทองไปที่วัดระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี (หลักฐานสัญญาเก็บรักษาที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เช่นกัน)
- 2477 แก้ไขรถราง 4 ล้อให้มาใช้ น้ำมันดีเซล แทนเพื่อลดค่าใช้จ่าย
- 19 กุมภาพันธ์ 2480 เปิดอุบัติเหตุ รถราง 4 ล้อรถไฟบางบัวทองชนกัน คนขับ ช้ำในตายที่โรงพยาบาลกลาง
- 2483 เมื่อ บริษัทอิสเอเชียติก ปิโตรเลียม จำกัด และ สแตนดาร์ดแวคัมออยล์ เลิกการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย รถไฟบางบัวจำกัดสินใช้ ต้องซื้อน้ำมันดีเซล จากกรมเชื้อเพลิง กระทรวงกลาโหม (น้ำมันสามทหาร) แทน
- 16 กรกฎาคม 2485 ประกาศเลิกกิจการ รถไฟบางบัวทอง แล้วดำเนินการถอนรางและ รถจักรไปขาย บริษัทส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย จำกัด เจ้าของโรงงานน้ำตาลวังกะพี้
- กันยายน 2485 เริ่มการถอนรางและไม้หมอนไปกองรวมกันที่ สถานีรถไฟบางบำหรุ
- 2 มกราคม 2486 เลิกกิจการรถไฟบางบัวทอง อย่างเป็นทางการ
อ้างอิง [แก้]
- ม.ล. ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา. ประวัติ เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ กรุงเทพ , สำนักพิมพ์บรรณกิจ (1991) จำกัด , 2525.
- อนุสรณ์ในงานเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ หลวงพิสูจน์พาณิชลักษณ์ (หม่อมหลวงเพิ่มยศ อิศรเสนา) ม.ว.ม., ป.ช.,ท.จ.ว. ณ. เมรุหลวงหน้า พลับพลาอิศร์ยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส. วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2528.
- เอกสารชุดรถไฟบางบัวทอง จากกรมราชเลขาธิการ สมัยรัชกาลที่ 6 และ รัชกาลที่ 7 (มีในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
- เอกสารชุดรถไฟบางบัวทอง จากสำนักนายกรัฐมนตรี (มีในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)