อำเภอนางรอง
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||
อำเภอนางรอง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์
เนื้อหา |
ที่ตั้งและอาณาเขต [แก้]
อำเภอนางรองตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอชำนิและอำเภอเมืองบุรีรัมย์
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอประโคนชัยและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
- ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอละหานทรายและอำเภอปะคำ
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอโนนสุวรรณและอำเภอหนองกี่
ประวัติศาสตร์ [แก้]
สมัยขอมเรืองอำนาจ เมืองนางรองหรือแคว้นพนมโรงเป็นที่อยู่ของชนชาติขอม ขอมได้ปกครองดินแดงส่วนนี้เป็นเวลานาน ได้พบซากเมืองโบราณที่แสดงว่าขอมมีอำนาจแถบนี้เป็นระยะ ๆ จากปราสาทหินพิมายและปราสาทหินพนมรุ้ง โบราณวัตถุที่ค้นพบเก่าแก่ที่สุดคือ เทวรูปต่าง ๆ และหม้อน้ำดินเผาโบราณแบบขอม เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลงแล้ว มอญก็เข้ามามีอำนาจในดินแดนแถบนี้ ทำให้เกิดชนชาติใหม่ขึ้นคือ ขอม มอญ เป็น เข-มอญ หรือเขมร ซึ่งก็คือขอมนั่นเองแต่มีเชื้อผสมระหว่างมอญกับขอม[ต้องการอ้างอิง]
ต่อมาเมื่อมอญเสื่อมอำนาจลง ไทยจึงได้แผ่อาณาเขตเข้าครอบครองดินแดนแถบนี้ต่อไป การแผ่อาณาเขตของไทยในดินแดนแถบนี้ จะเห็นได้ว่ามาจาก 2 ทางคือ ทางนครราชสีมาและทางหลวงพระบาง แต่ไม่มีหลักฐานว่ามาครั้งใด สันนิษฐานว่าไทยคงจะเข้าครอบครองดินแดนแถบนี้ในสมัยกรุงสุโขทัยหรือกรุงศรีอยุธยาตอนต้น หลักฐานพอจะอ้างอิงได้คือ พระพุทธรูปโบราณที่ขุดพบ ส่วนมากเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรี เมื่อไทยได้เข้าครอบครองดินแดนส่วนนี้ จึงตั้งศูนย์กลางปกครองที่เมืองนางรอง มีเจ้าเมืองปกครองติดต่อกันมาโดยตลอด สมัยกรุงศรีอยุธยา ดินแดนแถบเมืองนางรอง เมืองตลุง (อำเภอประโคนชัยในปัจจุบัน) เมืองบุรีรัมย์ เมืองพุทไธสง ต่างก็มาขึ้นกับกรุงศรีอยุธยา โดยขึ้นกับข้าหลวงใหญ่ที่นครราชสีมา ซึ่งเป็นข้าหลวงต่างพระองค์โดยตั้งเมืองชั้นจัตวา เมืองนางรองเป็นหัวเมืองชั้นเอก
หลังกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 แล้ว คนไทยผู้มีอำนาจต่างก็ตั้งตนเป็นก๊กเป็นเหล่า ปกครองตนเองเพื่อจะกอบกู้เอกราช ครั้งแรกเจ้าเมืองนางรองได้เข้าร่วมกับก๊กหมื่นเทพพิพิธเจ้าเมืองพิมาย ต่อมาพระเจ้าตากสินได้รวบรวมกำลังทำการปราบก๊กต่าง ๆ จนสำเร็จ และได้ยกกองทัพมาปราบก๊กเจ้าเมืองพิมายจนได้รับชัยชนะ เจ้าเมืองนางรองเห็นว่าก๊กเจ้าเมืองพิมายพ่ายแพ้แล้ว จึงได้แยกตัวออกไปร่วมกับเจ้าเมืองจำปาศักดิ์
หลังจากพระเจ้าตากสินได้ปราบปรามหัวเมืองต่าง ๆ จนราบคาบแล้ว จึงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์และตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ต่อมาในปี พ.ศ. 2332 เจ้าเมืองนางรองได้คบคิดกับเจ้าโอ เจ้าอิน เจ้าเมืองจำปาศักดิ์แข็งเมืองไม่ขึ้นต่อกรุงธนบุรี พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าพระยาจักรีมาปราบ พระยานางรองถูกเจ้าเมืองนครราชสีมาจับตัวได้ และถูกประหารชีวิตที่ต้นโพธิ์หน้าสนามโรงเรียนนางรอง (สังขกฤษณ์อนุสรณ์) ในปัจจุบัน เมืองนางรองจึงได้ไปขึ้นต่อเมืองนครราชสีมา
เมื่อพระยานางรองถูกประหารชีวิตแล้ว ทางเมืองหลวงได้ตั้งนายปิ่นและนายมา บุตรพระยานางรองเป็นเจ้าเมืองนางรองปกครองต่อมาจนถึงพระวิเศษสงคราม (กฤษณ์ บุญญกฤษณ์) ลูกหลานของนายปิ่นได้เป็นเจ้าเมืองปกครอง เมื่อพระวิเศษสงครามสิ้นอายุแล้วพระนางรองภักดี (สุดใจ บุญญกฤษณ์) ซึ่งเป็นบุตรได้เป็นเจ้าเมืองแทน ต่อมาพระนางรองภักดีถูกจับในข้อหาฆ่าพ่อตา (หลวงอุดมพนาเวช ต้นตระกูลอุดมพงษ์) ทางเมืองนครราชสีมาจึงได้แต่งตั้งหลวงยกบัตร (ต้นตระกูลสุรัสวดี) มาเป็นผู้รั้งเมืองแทน ท่านผู้นี้ได้สร้างที่ทำการและที่พักขึ้น ณ ท้องสนามชุมพลบริเวณโรงเรียนบ้านนางรอง (ยุทธกาจราษฎร์วิทยาคาร) ในปัจจุบัน เป็นอันว่าเมืองนางรองสมัยมีเจ้าเมืองปกครองก็สิ้นสุดลงเพียงนี้
ในปี พ.ศ. 2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ จัดระบบการปกครองใหม่เป็น กระทรวง มณฑล ได้รวมเมืองนางรอง เมืองบุรีรัมย์ เมืองตลุง (อำเภอประโคนชัยในปัจจุบัน) เมืองรัตนบุรี เมืองพิมาย เมืองพุทไธสง เข้าเป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่า "บริเวณนางรอง" มีพระนครภักดี (ทองดี) รักษาการแทนเจ้าเมืองนางรอง ต่อมาอาณาเขตของเมืองนางรองเปลี่ยนแปลงไปคือ เมืองรัตนบุรีไปขึ้นกับสุรินทร์ เมืองพิมายไปขึ้นกับนครราชสีมา แล้วจึงตั้งเมืองแป๊ะขึ้นเป็นจังหวัดเรียกว่า "จังหวัดบุรีรัมย์" เมืองนางรองจึงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์
การแบ่งเขตการปกครอง [แก้]
การปกครองส่วนภูมิภาค [แก้]
อำเภอนางรองแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 15 ตำบล 204 หมู่บ้าน ได้แก่
| 1. | นางรอง | (Nang Rong) | 30 หมู่บ้าน | 9. | บ้านสิงห์ | (Ban Sing) | 14 หมู่บ้าน | |||||||||||||||
| 2. | สะเดา | (Sadao) | 17 หมู่บ้าน | 10. | ลำไทรโยง | (Lam Sai Yong) | 14 หมู่บ้าน | |||||||||||||||
| 3. | ชุมแสง | (Chum Saeng) | 14 หมู่บ้าน | 11. | ทรัพย์พระยา | (Sap Phraya) | 13 หมู่บ้าน | |||||||||||||||
| 4. | หนองโบสถ์ | (Nong Bot) | 14 หมู่บ้าน | 12. | หนองยายพิมพ์ | (Nong Yai Phim) | 10 หมู่บ้าน | |||||||||||||||
| 5. | หนองกง | (Nong Kong) | 11 หมู่บ้าน | 13. | หัวถนน | (Hua Thanon) | 11 หมู่บ้าน | |||||||||||||||
| 6. | ถนนหัก | (Thanon Hak) | 13 หมู่บ้าน | 14. | ทุ่งแสงทอง | (Thung Saeng Thong) | 7 หมู่บ้าน | |||||||||||||||
| 7. | หนองไทร | (Nong Sai) | 14 หมู่บ้าน | 15. | หนองโสน | (Nong Sano) | 12 หมู่บ้าน | |||||||||||||||
| 8. | ก้านเหลือง | (Kan Lueang) | 10 หมู่บ้าน |
การปกครองส่วนท้องถิ่น [แก้]
ท้องที่อำเภอนางรองประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 16 แห่ง ได้แก่
- เทศบาลเมืองนางรอง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลนางรองและตำบลถนนหัก
- เทศบาลตำบลทุ่งแสงทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งแสงทองทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลนางรอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนางรอง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลเมืองนางรอง)
- องค์การบริหารส่วนตำบลสะเดา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะเดาทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลชุมแสง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชุมแสงทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโบสถ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองโบสถ์ทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองกงทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลถนนหัก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลถนนหัก (เฉพาะนอกเขตเทศบาลเมืองนางรอง)
- องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไทร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองไทรทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลก้านเหลือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลก้านเหลืองทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสิงห์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านสิงห์ทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลลำไทรโยง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลำไทรโยงทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลทรัพย์พระยา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทรัพย์พระยาทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลหนองยายพิมพ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองยายพิมพ์ทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลหัวถนน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวถนนทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองโสนทั้งตำบล
|
|
|||||||