สงครามกลางเมืองกาแลกติก
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| สงครามกลางเมืองกาแลกติก | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
กองทัพจักรวรรดิในสงครามกลางเมืองกาแลกติก |
|||||||
|
|||||||
| คู่ขัดแย้ง | |||||||
| - จักรวรรดิกาแลกติก - เดนจักรวรรดิ - นิกายซิธลอร์ด - สาวกแห่งแรคนอส - เจไดมืดทั้งเจ็ด - จักรวรรดิคืนชีพ |
พันธมิตรฟื้นฟูสาธารณรัฐ - พันธมิตรพิภพเสรี - สาธารณรัฐกาแลกติกใหม่ - นิกายเจไดใหม่ |
||||||
| ผู้บังคับบัญชา | |||||||
| จักรพรรดิพัลพาทีน † ดาร์ธ เวเดอร์ † แกรนด์มอฟฟ์วิลฮัฟ ทาร์คิน † พลเรือเอกพิเอ็ต † มอฟฟ์เจอร์เจอรอด † จอมพลเรือธรอวน์ † พลเรือเอกพาลเลออน |
ลุค สกายวอล์คเกอร์ ฮัน โซโล แลนโด้ คาลริสเซียน มอน มอธมา พลเรือเอกแอกบาร์ เลอา ออร์กานา แจน โดดอนนา คริกซ์ มาดีน |
||||||
| กำลังพลสูญเสีย | |||||||
| จักรวรรดิกาแลกติกล่มสลาย ดาร์ธ เวเดอร์ และจักรพรรดิพัลพาทีนเสียชีวิต |
อัลเดอรานถูกทำลาย สมาชิกพันธมิตรเสียชีวิตจำนวนมาก |
||||||
|
||
| — ดาร์ธ เวเดอร์ พูดกับลุค สกายวอล์คเกอร์ | ||
สงครามกลางเมืองกาแลกติก (Galactic Civil War) เป็นสงครามในเรื่องแต่งชุดสตาร์ วอร์ส มีความสำคัญเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ในไตรภาคเดิมของภาพยนตร์ รวมไปถึงนิยาย หนังสือการ์ตูน และวิดีโอเกมในจักรวาลขยายจำนวนมาก
สงครามกลางเมืองกาแลกติกเกิดขึ้นตามเวลาในท้องเรื่องระหว่างปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน ถึงปีที่ 19 หลังยุทธการยาวิน โดยเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ภายในกาแลกซีระหว่างจักรวรรดิกาแลกติกและพันธมิตรฟื้นฟูสาธารณรัฐซึ่งเป็นกองกำลังกบฏที่ต้องการจะฟื้นฟูสาธารณรัฐกาแลกติกที่ถูกจักรวรรดิเข้าแทนที่
ความขัดแย้งเริ่มต้นจากความไม่ลงรอยในสภากาแลกติกในช่วงสงครามโคลนที่มีต่อสมุหนายกพัลพาทีน ถึงแม้จะไม่มีการสู้รบเกิดขึ้นจากความไม่ลงรอยนี้ก็ตาม แต่ในช่วงเวลาไม่นานหลังการสถาปนาอำนาจใหม่และการกวาดล้างเจไดครั้งใหญ่ก็เกิดการปะทะกันครั้งแรกระหว่างฝ่ายกบฏและจักรวรรดิ ในช่วงแรกจักรวรรดิเห็นว่าพวกกบฏเป็นเพียงกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่มีกำลังทางทหาร แต่เมื่อลุค สกายวอล์คเกอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพวกกบฏ ได้ทำลายดาวมรณะดวงแรกลงเป็นผลสำเร็จในยุทธการยาวิน กองกำลังกบฏก็เริ่มเอาจริงเอาจังมากขึ้น และจักรวรรดิก็เริ่มตระหนักว่ากองกำลังกบฏนี้เป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริง
การปะทะขั้นแตกหักเกิดขึ้นในยุทธการเอนดอร์ เมื่อกองยานกบฏปะทะกับกองยานจักรวรรดิและสามารถเอาชนะได้เป็นผลสำเร็จด้วยการทำลายดาวมรณะดวงที่สองและตัวจักรพรรดิเอง จากจุดนี้ทำให้จักรวรรดิเริ่มค่อยๆ เสื่อมสลายลงจนกลายเป็นเพียงเดนจักรวรรดิ เศษซากที่เหลือจากความยิ่งใหญ่ของตัวเอง สงครามจบลงในปีที่ 19 หลังยุทธการยาวิน เมื่อเดนจักรวรรดิลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ ซึ่งได้ปกครองตัวเองอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่จะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์กาแลกติกในที่สุด
จุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองกาแลกติก [แก้]
การล่มสลายของสาธารณรัฐกาแลกติกในปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวินนั้นนำไปสู่การสถาปนาจักรวรรดิกาแลกติกภายใต้การนำของอดีตสมุหนายกพัลพาทีน ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นซิธลอร์ด พัลพาทีนอาศัยการฉ้อราษฎร์บังหลวงในสภากาแลกติกและความล้มเหลวทางการปกครอง กอปรกับเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสงครามโคลนที่ก่อขึ้นเพื่ออาศัยความหวาดกลัวของประชาชนให้ได้มาซึ่งอำนาจ หลังจากพัลพาทีนได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิแล้วก็ได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อยุติกระแสต่อต้านทั้งหลาย รวมไปถึงนิกายเจไดที่เป็นผู้พิทักษ์สาธารณรัฐมาช้านาน พัลพาทีนได้วางแผนจัดฉากว่าเหล่าเจไดคิดทรยศล้มล้างสภาและสังหารสมาชิกสภา จนนำไปสู่การออกคำสั่งที่ 66 และการกวาดล้างเจไดครั้งใหญ่ เพื่อกำจัดเหล่าเจไดทั้งหลายจนเหลือรอดเพียงน้อยนิด เช่น อาจารย์เจได โอบีวัน เคโนบี และโยดา
ดาร์ธ เวเดอร์ ซึ่งเป็นศิษย์คนที่สามเท่าที่ปรากฏของจักรพรรดิ มีบทบาทสำคัญในการกวาดล้างเจไดและการสถาปนาจักรวรรดิ ก่อนที่เขาจะหันเข้าสู่ด้านมืดของพลังนั้น ดาร์ธ เวเดอร์เคยเป็นอัศวินเจไดชื่ออนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ซึ่งเป็นศิษย์พาดาวันของโอบีวัน เคโนบี ดาร์ธ เวเดอร์ได้ตามฆ่าเจไดจนเกือบหมดสิ้น และได้ประลองกระบี่แสงกับโอบีวันบนดาวมุสตาฟาร์จนพ่ายแพ้บาดเจ็บสาหัส ต้องสวมใส่อุปกรณ์ช่วยชีวิตตลอดไปหลังจากนั้น ภรรยาของอนาคินคือแพดเม่ อมิดาลาได้ให้กำเนิดบุตรและธิดารวมสองคนคือลุคและเลอา ซึ่งต่อมาทั้งสองจะได้เป็นผู้นำของพันธมิตรฟื้นฟูสาธารณรัฐและนิกายเจไดใหม่ ลุคถูกโอเวน ลาร์สผู้เป็นลุงรับไปเลี้ยงบนดาวทาทูอีน และเลอาถูกวุฒิสมาชิกเบล ออร์กานา แห่งอัลเดอรานรับไปเลี้ยงร่วมกับเบรฮาภรรยา
หลังจากจักรวรรดิกาแลกติกได้รับการสถาปนาขึ้นแล้ว สภากาแลกติกก็ถูกปรับโครงสร้างให้เป็นสภาจักรวรรดิ แต่ต่อมาก็กลายเป็นระบอบการปกครองแบบกุมอำนาจเบ็ดเสร็จโดยจักรพรรดิในเวลาไม่นาน รูปแบบการปกครองของจักรวรรดิกาแลกติกภายใต้การปกครองของพัลพาทีนนั้นเชิดชูว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่าเผ่าพันธุ์อื่น จนมีการนำเผ่าพันธุ์อื่นมาใช้เป็นแรงงานทาส กฎหมายห้ามการใช้ทาสถูกยกเลิกไปและการใช้แรงงานเผ่าพันธุ์อื่นก็กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย สุดท้ายแล้วยังผลให้เจ้าหน้าที่ในจักรวรรดิทั้งหมดเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ มีข้อยกเว้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่นจอมพลเรือธรอวน์ที่เป็นชาวชิสส์
การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จนี้ได้รับการหนุนหลังจากแนวคิดปรัชญาแบบทาร์คิน ซึ่งเป็นแนวคิดของข้าหลวงมอฟฟ์วิลฮัฟ ทาร์คิน แนวคิดนี้คือการใช้ความกลัวของกำลังแสนยานุภาพในการปกครองคน โดยไม่ต้องใช้กำลังแสนยานุภาพปกครองโดยตรง ซึ่งจำเป็นต้องมีกองทัพทหารและยานรบจำนวนมหาศาล ที่อ้างว่ามีไว้เพื่อใช้ปกครอง กองกำลังแสนยานุภาพนี้ประกอบไปด้วยกองทัพทหารของจักรวรรดิคือกองทัพสตอร์มทรูปเปอร์ และกองยานรบเช่นยานพิฆาตดาราแห่งกองทัพเรือ และพาหนะที่น่าหวาดกลัวมากมายเช่นยานรบหุ้มเกราะเอที-เอที (AT-AT; All Terrain Armored Transport) แห่งกองทัพบก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีขึ้นเพื่อสร้างความกลัวพอๆ กับที่มีขึ้นเพื่อต่อสู้กับศัตรู แนวคิดนี้บรรลุจุดสูงสุดเมื่อการก่อสร้างอาวุธทำลายล้างอย่างดาวมรณะสำเร็จสมบูรณ์ ดาวมรณะนี้มีที่มาในการก่อสร้างตั้งแต่สมัยวิกฤติการณ์การแบ่งแยกดินแดน โดยมีอาร์ชดยุกพ็อกเกิล เดอะ เลซเซอร์ แห่งจีโอโนซิสเป็นผู้ร่วมออกแบบก่อสร้างอาวุธทำลายล้างที่ต่อมาจะถูกพัฒนาเป็นดาวมรณะ
การก่อตั้งพันธมิตร [แก้]
ในขณะที่ความเปลี่ยนแปลงของจักรวรรดิปรากฏให้เห็นชัดเจนนั้น เหล่าวุฒิสมาชิกจำนวนหนึ่ง เช่น เบล ออร์กานา การ์ม เบล ไอบลิส และมอน มอธมา ได้ก่อตั้งพันธมิตรฟื้นฟูสาธารณรัฐขึ้น และหลังจากเกิดเหตุการณ์การสังหารหมู่กอร์แมน พันธมิตรก็ได้ประกาศแถลงการณ์กบฏเพื่อแสดงตนต่อต้านจักรวรรดิและความไม่พอใจของพวกตน จนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองกาแลกติก ซึ่งจะยืดเยื้อไปถึงกว่ายี่สิบปี
ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้นมานั้น พันธมิตรกบฏถูกโจมตีจนสูญเสียกำลังคนและกำลังรบไปมากจากแสนยานุภาพอันเหนือกว่าของกองทัพเรือจักรวรรดิที่มีกำลังพันธมิตรที่แข็งเกร่งอย่างอู่ต่อเรือคูอัต
แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากบริษัท Incom Corporation ทำได้มีกำลังยานรบเอกซ์วิง และได้รับมอบยานรบขนาดใหญ่มาจากชาวมอน คาลามอริ เพื่อต่อสู้กับยานพิฆาตดารา อย่างไรก็ดี กองทัพกบฏก็ยังต้องอาศัยยุทธวิธีการรบแบบฮิทแอนด์รันในการต่อสู้กับกองทัพขนาดใหญ่อย่างกองทัพของจักรวรรดิ ต่อมาเลอา ออร์กานาได้ขึ้นเป็นวุฒิสมาชิกจักรวรรดิและดำเนินนโยบายลับทางการเมืองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของพันธมิตรกบฏบนยานแทนทีฟ 4
ในขณะที่การกบฏดำเนินไปนั้น ปฏิบัติการตามล่ากบฏก็รุนแรงขึ้นเป็นเงาตามตัว เซกเตอร์ทั้งเซกเตอร์อาจถูกจู่โจมได้โดยจักรวรรดิหากพบว่าเป็นแหล่งให้ที่พึ่งพิงแก่กิจการกบฏ การสลายความรุนแรงในเนมบัสเซกเตอร์และการปราบปรามไควมาร์เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้
จุดเปลี่ยนเล็กน้อยของสงครามนั้นเกิดขึ้นในยุทธการทูร์คานา เมื่อกองทัพจักรวรรดิเข้าโจมตีกองยานกบฏ แต่กลับถูกโต้กลับด้วยยานรบใหม่ของพันธมิตรกบฏ คือยาน T-65 X-wing starfighter จากการตอบโต้ครั้งนี้เองทำให้จักรวรรดิดำเนินปฏิบัติการสไตรค์เฟียร์ ดาวเคราะห์และระบบดาวเคราะห์ที่เป็นสมาชิกของพันธมิตรกบฏอย่างรูดริก บริเกีย และโอไรออน 4 ถูกโจมตีทำลายล้างอย่างหนัก โชคยังดีที่ความผิดพลาดของนายทหารจักรวรรดิ คริกซ์ มาดีน และการเข้าเป็นพันธมิตรกับชาวซุลลุสทาน ทำให้พันธมิตรกบฏสามารถทำลายยานธงของปฏิบัติการสไตรค์เฟียร์คือยานพิฆาตดาราอินวินซิเบิลได้เป็นผลสำเร็จ
การโจมตีในช่วงแรก [แก้]
ในช่วงต้นของสงคราม พันธมิตรกบฏและจักรวรรดิต่างผลัดกันโจมตีกันไปทั่วกาแลกซี จักรวรรดิได้ส่งทัพขนาดเล็กไปทำลายฐานที่มั่นขนาดเล็กของพันธมิตรกบฏบนดาวคาชี้ก ในขณะที่พันธมิตรกบฏตรงไปยังคูอัตเพื่อล่อกองยานจักรวรรดิจากดาวเฟรเซียเพื่อนำยานเอกซ์วิงคืนมา แต่เฟรเซียก็ยังมีการคุ้มกันที่แน่นหนา พันธมิตรกบฏได้ส่งอาร์ทูดีทูและซีทรีพีโอไปขโมยรหัสจอดยานเพื่อนำกองยานพันธมิตรลงจอดบนเฟรเซีย พันธมิตรกบฏใช้นักบินสี่นายเล็ดรอดผ่านการคุ้มกันของจักรวรรดิและขโมยยานเอกซ์วิงกลับมาได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากนั้นพันธมิตรกบฏได้เดินทางไปยังเคสเซลเพื่อช่วยเหลือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกจักรวรรดิจับตัวไป ต่อมาดาร์ธ เวเดอร์ได้เดินทางไปยังฐานทัพกบฏบนดาวธัยเฟอร์ราเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับมอฟฟ์คาลาสต์ที่ทรยศต่อจักรวรรดิ และได้เดินทางไปยังดาวจีโอโนซิสและคาชี้กเพื่อทำภารกิจเกี่ยวกับดาวมรณะของมอฟฟ์ทาร์คิน หลังจากยุทธการทูร์คานาจบลง จักรวรรดิได้เริ่มปฏิบัติการสไตรก์เฟียร์ขึ้นเพื่อยับยั้งการต่อต้านของพวกกบฏและสร้างความกลัวต่ออำนาจของจักรพรรดิให้เกิดขึ้น จุดมุ่งหมายอีกอย่างหนึ่งก็คือเพื่อหลอกล่อพวกกบฏเอาไว้ในขณะที่จักรวรรดิกำลังก่อสร้างดาวมรณะ ปฏิบัติการนี้ถูกดำเนินการหลักๆ โดยยานพิฆาตดารารุ่นอิมพีเรียลชื่อ Invincible (อินวินซิเบิล)
บนดาวเรนวาร์ พันธมิตรกบฏได้พยายามทำลายศูนย์เฝ้าระวังของจักรวรรดิแต่ก็ถูกต่อต้านด้วยกำลังเสริมของทัพจักรวรรดิ หลังจากที่ทราบว่าชาวโบธานได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกบฏ พัลพาทีนได้เดินทางไปยังโบธาวุยด้วยตัวเองและทำลายกองทัพโบธานจนเกือบหมดสิ้น ดาร์ธ เวเดอร์เองก็ได้เดินทางไปยังจาบิอิมจนทราบว่าคนทรยศคือมอฟฟ์คาลาสต์ เวเดอร์พบตัวมอฟฟ์คนนี้ในยานพิฆาตดาราของตนและได้สังหารเขาลง ก่อนเหตุการณ์การทำลายดาวมรณะเพียงไม่นานกองทหารสตอร์มทรูปเปอร์จำนวนหนึ่งได้เดินทางไปยังดวงจันทร์ยาวิน 4 เพื่อยืนยันว่าทัพกบฏตั้งฐานทัพอยู่บนดวงจันทร์นี้จริง ในขณะที่บนดาวมรณะนั้นนักโทษกบฏกลุ่มหนึ่งได้หลบหนีออกจากที่คุมขังและก่อจลาจลขึ้นแต่สตอร์มทรูปเปอร์กอง 501 ได้เข้าควบคุมสถานการณ์และสังหารอัศวินเจไดที่เป็นผู้นำการจลาจลนี้ลงเป็นผลสำเร็จ
การไล่ล่าแผนผังดาวมรณะ [แก้]
พันธมิตรกบฏปฏิบัติภารกิจร่วมกับสายลับชาวโบธานที่มีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากจนสืบทราบถึงการก่อสร้างดาวมรณะซึ่งเป็นสถานีอวกาศติดอาวุธที่สามารถทำลายดาวเคราะห์ได้ทั้งดวงด้วยซูเปอร์เลเซอร์
นักโทษกบฏบนดาวมรณะได้ก่อการจลาจลขึ้นและสามารถเข้าควบคุมข้อมูลทางเทคนิค ในขณะที่ไคล์ คาทาร์น กบฏที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่จักรวรรดิมาก่อน ได้ขโมยเอาแผนผังเพิ่มเติมมา จนถึงยุทธการโทปราวาที่พันธมิตรกบฏสามารถนำเอาแผนผังมาได้ทั้งหมด จากที่นั่น พวกเขาได้ส่งสัญญาณแผนผังดาวมรณะไปยังยาน แทนทีฟ 4 ของเจ้าหญิงเลอา ในขณะที่กอง 501 ภายใต้การนำของดาร์ธ เวเดอร์ได้ไล่ตามพันธมิตรกบฏไปจนถึงโปลิส แมสซา จนปะทะกันในยุทธการโปลิส แมสซา อย่างไรก็ดี การปะทะนี้เป็นการจัดฉากเพื่อล่อลวงจักรวรรดิ แต่พันธมิตรกบฏก็ถูกปราบราบคาบ จนจักรวรรดิทราบถึงแผนการที่แท้จริง ดาร์ธ เวเดอร์นำยานพิฆาตดารา Devastator (เดวาสเตเตอร์) เข้ายึดยานแทนทีฟ 4 ในสงครามบนน่านฟ้าทาทูอีน เจ้าหญิงเลอาได้ฝากความหวังไว้กับอดีตอัศวินเจได โอบีวัน เคโนบี ซึ่งตอนนี้หลบซ่อนตัวอยู่บนทาทูอีน คอยดูแลเด็กน้อยลุค สกายวอล์คเกอร์
ในขณะที่ของทหารของเวเดอร์เข้ายึดยานนั้น เลอา ออร์กานาได้เดิมพันอย่างแทบจะไม่มีความหวังโดยการซ่อนแผนผังของดาวมรณะไว้ในแอสโตรเมคดรอยด์อาร์ทูดีทู อาร์ทูดีทูและโพรโทคอลดรอยด์ซีทรีพีโอได้หลบหนีออกจากยานด้วยยานหลบหนีฉุกเฉินไปยังทาทูอีน จนถูกพวกจาวาจับตัวไป และถูกขายให้กับโอเวน ลาร์ส ผู้เป็นลุงของลุค สกายวอล์คเกอร์
ไม่นานนักลุคก็พบส่วนหนึ่งของข้อความที่บันทึกอยู่ในตัวอาร์ทูดีทูและเกิดความสนใจ แต่ด้วยโปรแกรมที่ลงไว้ในตัวพร้อมกับแผนผังดาวมรณะทำให้อาร์ทูดีทูหลบหนีจากที่พักของลุคไปตามหาโอบีวัน เคโนบี จนพบกันในทะเลทรายดูน หลังจากนั้นอาร์ทูดีทูได้เล่นข้อความทั้งหมดให้โอบีวันและลุคดู ต่อมาทั้งสองพบว่าทหารจักรวรรดิได้ตามกำจัดพวกจาวาที่จับตัวหุ่นยนต์ทั้งสองระหว่างการตามหาแผนผัง ลุครีบกลับไปที่บ้านและพบว่าทหารจักรวรรดิได้เข้าโจมตีและสังหารลุงและป้าของเขาไปแล้ว จึงเดินทางร่วมกับโอบีวันไปยังเมืองท่ามอส ไอสลีย์ และได้พบกับฮัน โซโลกับชิวแบคคา ทั้งสองได้ว่าจ้างฮันให้พาพวกเขาและแผนผังไปยังดาวอัลเดอรานด้วยยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน
ระหว่างนั้น พัลพาทีนได้ใช้วิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นข้ออ้างในการยุบสภาจักรวรรดิ
ดาร์ธ เวเดอร์ได้พาตัวเลอา ออร์กานาไปยังดาวมรณะ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของแกรนด์มอฟฟ์วิลฮัฟ ทาร์คิน
หลังยาวิน [แก้]
การยึดฐานทัพยาวิน [แก้]
แผนการเรย์ธา [แก้]
ฝูกบินโร้ก [แก้]
ปฏิบัติการเกรนสแนตช์ [แก้]
การอพยพที่ราลเทียร์ [แก้]
ดาร์ค ทรูปเปอร์ [แก้]
การทรยศของคริกซ์ มาดีน [แก้]
การปิดกั้นคาชี้ก [แก้]
การตอบโต้ของจักรวรรดิ [แก้]
กบฏเติบโต [แก้]
การโจมตีที่ฮอธ [แก้]
จักรวรรดิได้ตามหารอยของพวกกบฏแต่ก็ไม่พบจนไปถึงดาวฮอธ และได้ส่งดรอย์สอดแนมนับพันไปทั่วแต่ก็ได้พบฐานทัพของกบฏแล้ว แต่ผู้บัญชาการของจักรวรรดิกลับไม่สนใจเพราะคิดว่าอาจเป็นฐานทัพเก่าที่ถูกทิ้งไว้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ดาร์ธ เวเดอร์คิดอย่างนั้นและกลับมั่นใจว่า เป็นฐานทัพของกบฏ จึงใช้พลังบีบคอกับผู้บัญชาการทหารนั่นแล้วแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารขึ้นมาใหม่พร้อมเตรียมไพร่พลในการโจมตี
พวกกบฏทราบว่า พวกจักรวรรดิรู้ฐานทัพลับแล้วก็เตรียมพร้อมแผนการในการอพยพโดยด่วนด้วยตีฝ่าวงล้อมของพวกจักรวรรดิ โดยใช้ปืนใหญ่อวกาศที่ชื่อว่า ไลออน ที่จะช่วยให้การทำงานของยานดาราพิฆาตหยุดชะงักลงชั่วคราว ซึ่งทำให้ยานขนส่งของพวกกบฏสามารถหนีออกไปได้เกือบครึ่งหนึ่ง
ส่วนกบฏที่เหลือนั่นได้ตั้งป้อมในการป้องกันรับการโจมตีของพวกจักรวรรดิ ส่วนจักรวรรดิได้ใช้หุ่นยนต์รบเอที-เอทีในการโจมตีซึ่งนำไปสู่ยุทธการฮอธ ดูเหมือนฝ่ายกบฏจะเป็นฝ่ายที่โดนโจมตีอย่างหนัก ส่วนฝ่ายจักรวรรดิได้สูญเสียน้อยที่สุดและสามารถทำลายเครื่องสนามพลังของฝ่ายกบฏ ทำให้กบฏจำเป็นต้องทิ้งฐานเอคโค่ไป ทำให้จักรวรรดิเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะอีกครั้ง
เหตุคุกคาม TIE Phantom [แก้]
ภารกิจยังเอนดอร์ [แก้]
แผนการเซปัน [แก้]
แผ่ขยายการกบฏ [แก้]
กบฏรวมตัวใหม่ [แก้]
ภารกิจสู่เดอะมอว์ [แก้]
ปฏิบัติการเอียร์ปลั๊ก [แก้]
ยุทธการกาลล์ [แก้]
ยุทธการครั้งที่หนึ่งแห่งบาคูรา [แก้]
ยุทธการฟอนดอร์ [แก้]
ยุทธการคอธลิส [แก้]
ยุทธการเบสพิน [แก้]
ภารกิจยังเพรฟส์เบลท์ 4 [แก้]
ชัยชนะของกลุ่มกบฏ [แก้]
เหตุการณ์ที่บาคูรา [แก้]
เศษแตกแยกของจักรวรรดิ [แก้]
การรุกโจมตีบนอีคลิปส์ [แก้]
ยุทธการครั้งที่สองแห่งคาชี้ก [แก้]
สาธารณรัฐใหม่ยึดคอรัสซานท์ [แก้]
หลังคอรัสซานท์ [แก้]
สงครามแบคตา [แก้]
แนวคิดขุนพลนิยม [แก้]
รวบรวมเศษที่แตกแยก [แก้]
แผนการธรอวน์ [แก้]
แผนการธรอวน์ทวีความเข้มข้น [แก้]
การกลับมาของไอซาร์ด [แก้]
สงครามภายในจักรวรรดิ [แก้]
ศัตรูเกล่ากลับมา [แก้]
จักรวรรดิคืนสังเวียน [แก้]
ปฏิบัติการชาโดว์แฮนด์ [แก้]
พัลพาทีนถูกปราบครั้งสุดท้าย [แก้]
หลังพัลพาทีน [แก้]
การแก้แค้นขององครักษ์และสภาเลือด [แก้]
การรวมตัวใหม่ [แก้]
ยุทธการครั้งที่สองแห่งมอน คาลามาริ [แก้]
ยุทธการเจไดพราเซียม [แก้]
สงครามที่ต่อเนื่อง [แก้]
การจู่โจมที่สถาบันเจได [แก้]
อำนาจแห่งวารู [แก้]
สถานีครเซห์ [แก้]
แผนการสุดท้าย [แก้]
วิกฤติการณ์สาส์นคามาส [แก้]
ข้อตกลงบาสติออน [แก้]
สิ่งสืบทอดของสงครามกลางเมืองกาแลกติก [แก้]
การเมืองของสงครามกลางเมือง [แก้]
หลายเผ่าพันธุ์จากหลายดาวเคราะห์เข้าเป็นผู้สนับสนุนพันธมิตรกบฏในการโค่นล้มจักรพรรดิ รวมถึงดาวเคราะห์มอน คาลามาริ และดาวเคราะห์บ้านเกิดของเบล ออร์กานาเองอย่างอัลเดอรานด้วย แม้ในระยะแรกพันธมิตรฯ จะสามารถใช้ตำแหน่งในสภาจักรวรรดิเพื่อใช้เผยแพร่เจตนารมย์และใช้ประโยชน์จากการป้องกันทางการทูตก็ตาม แต่สภาก็ถูกยกเลิกในปีที่ 0 แห่งยุทธการยาวิน วุฒิสมาชิกที่เป็นกบฏหลายคนก็ถูกเปิดโปง ผู้นำพันธมิตรกบฏอย่างมอน มอธมาเองก็แทบจะเอาชีวิตรอดจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของจักรวรรดิมาไม่ได้
โชคร้ายที่ดาวเคราะห์ต่างๆ ไม่อาจช่วยเหลือพันธมิตรกบฏได้อย่างเปิดเผย เว้นแต่เพียงดาวเคราะห์เล็กๆ นอกเขตปกครองของจักรวรรดิเท่านั้น พันธมิตรฯ ต้องผลิตข้าวของเครื่องใช้เองโดยลับ โดยอาจผลิตจากโรงงานในพื้นที่ห่างไกล หรืออาศัยกลเม็ดเชิงนโยบาย และการค้าเถื่อนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้พันธมิตรมีวัตถุดิบใช้อีกด้วย ต้องรอถึงกระทั่งช่วงยุทธการเอนดอร์และหลังจากนั้นนั่นเองที่พันธมิตรกบฏมีกำลังมากพอที่จะรบกับกองยานจักรวรรดิ และดาวเคราะห์ต่างๆ สามารถประกาศตนเป็นพวกพ้องกับพันธมิตรฯ ได้อย่างเปิดเผย
จักรวรรดิยังคงเฝ้าทำลายเสรีภาพต่อไปเรื่อยๆ โดยอาศัยความขัดแย้งนี้เป็นข้ออ้าง จักรพรรดิพร้อมด้วยคำแนะนำของทาร์คินได้นำเอาหลักแนวคิดทาร์คินเข้ามาใช้ โดยจักรวรรดิจะอาศัยความหวาดกลัวกองกำลังมาใช้ในการควบคุม แทนที่จะใช้กองกำลังโดยตรง จึงนำไปสู่การก่อสร้างดาวมรณะขึ้น ใช้อัลเดอรานเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่ถูกทำลายโดยดาวมรณะนี้ ทำให้เกิดความกลัว แสดงอำนาจของจักรวรรดิ โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อใช้สถานีอวกาศนี้ทำลายดาวเคราะห์มากมายจริงๆ นอกจากนี้จักรพรรดิยังเริ่มได้รับอิทธิพลจากเหล่าวงในอย่างสภาปกครองแห่งจักรวรรดิ คนเหล่านี้ รวมถึงเซต เปสตาจ ค่อยๆ เข้าควบคุมกิจการทั่วไปของจักรวรรดิ โดยพัลพาทีนจงใจปล่อยให้คนเหล่านี้ขยายอำนาจและทุจริตแย่งชิงกันเอง
การเมืองระหว่างเผ่าพันธุ์ [แก้]
เบื้องหลัง [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||