สตอร์มทรูปเปอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สตอร์มทรูปเปอร์ของจักรวรรดิ

จักรวรรดิมีกองทหารที่จงรักภักดีซึ่งมีจำนวนไม่จำกัด

ดาร์ธ เวเดอร์

สตอร์มทรูปเปอร์ (ภาษาอังกฤษ: Stormtrooper) เป็นชื่อเรียกหน่วยทหารในเรื่องแต่งชุดสตาร์ วอร์ส มีบทบาทในภาพยนตร์สตาร์ วอร์ส ไตรภาคเดิมทั้งสามภาค รวมทั้งหนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน และเกมในเรื่องแต่งเสริมอีกจำนวนมาก

สตอร์มทรูปเปอร์เป็นทหารที่ใช้เขย่าขวัญศัตรูได้ดีเยี่ยมของจักรวรรดิกาแลคติด เหมือนกับไทร์ ไฟเตอร์ของยานพิฆาตดารา สตอร์มทรูปเปอร์ทำหน้าที่แทนอำนาจของจักรพรรดิ การแผ่ขยายจิตของจักรพรรดิ และทำให้ระบบดวงดาวนับพันของจักรพรรดิอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว

ถูกตั้งให้เป็นกองพันพายุ สตอร์มทรูปเปอร์ทำหน้าที่ควบคู่ไปกับกองทัพบก กองทัพเรือ และกองยานขับไล่อย่างอิสระ ที่ที่ซึ่งบางส่วนของพวกเขาทำหน้าที่บนยานจะถูกเรียกว่า"นาวิกโยธิน"

สมาชิกในหน่วยสเปคฟอร์ซมีฉายามากมายที่หมายถึงสตอร์มทรูปเปอร์ ซึ่งมีทั้ง หมวกขาว มนุษย์หิมะ และอีกคำสแลงหนึ่งก็คือ "ชายในชุดขาว" หรือ "บอยส์ อิน ไวท์" (Boys in White)

ประวัติ[แก้]

โคลนทรูปเปอร์ ตอนนี้ได้ใช้ชื่อใหม่อย่างภาคภูมิว่าสตอร์มทรูปเปอร์ ได้เสี่ยงทำหน้าที่อันตรายในการต่อสู้กับศัตรูของเราที่แนวหน้า ประชาชนของจักรวรรดิจะทำดีตามแบบอย่างพวกเขา

จักรพรรดิพัลพาทีนในช่วงประกาศระเบียบใหม่
สตอร์มทรูปเปอร์บนดาวมรณะดวงแรก

สตอร์มทรูปเปอร์เดิมทีนั้นเป็นโคลนทรูปเปอร์ที่รอดมาจากสงครามโคลน ถูกตั้งชื่อใหม่โดยพัลพาทีนในตอนที่ทำการประกาศระเบียบใหม่ โคลนเหล่านี้มีต้นแบบมาจากแจงโก้ เฟทท์ พวกเขาได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จากดาวที่อยู่สุดขอบจักรวาลหลังจากยุทธการคามิโน่ประมาณ 10 ปีก่อนยุทธการยาวิน โดยปราศจากนายพลเจได สตอร์มทรูปเปอร์ก็ทำตัวป่าเถื่อนเพื่อคุมกฎหมายของจักรวรรดิใหม่ พวกเขาปราศจากความเมตตา ชอบทำลายล้าง และมีจำนวนที่ไร้ขีดจำกัด

เมื่อสงครามกลางเมืองกาแลกติกเริ่มขึ้น พวกที่มาจากดีเอ็นเอของเฟทท์ถูกผนวกเข้ากับโคลนที่มาจากแหล่งดีเอ็นเอใหม่และทหารที่มาจากการเกณฑ์เข้ามา สตอร์มทรูปเปอร์ที่ไม่ใช่โคลนเริ่มเกิดขึ้นประมาณ 9 ปีก่อนยุทธการยาวิน แม้ว่าจะมีการเข้ามาของทหารใหม่ พวกเขาก็ยังคงต้องเป็นมนุษย์ ในปีที่เกิดยุทธการยาวิน มีประมาณหนึ่งในสามของสตอร์มทรูปเปอร์ที่มาจากดีเอ็นเอของเฟทท์ ส่วนที่เหลือนั้นเป็นทหารเกณฑ์

สตอร์มทรูปเปอร์บนนครลอยฟ้า

53 ปีต่อมา สตอร์มทรูปเปอร์จำนวนมากพ่ายแพ้ในยุทธการเอนดอร์ สตอร์มทรูปเปอร์ทั้งกองทหาร สนับสนุนโดยเอที-เอสทีได้รับความสูญเสียอย่างคาดไม่ถึงและพ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย แม้ว่าจะมีจำนวนที่มากกว่า อาวุธที่ล้ำหน้า และการฝึกที่ดีเยี่ยม พวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ต่อกองกำลังขนาดเล็กของพันธมิตรกบฏและชาวอีวอค สิ่งมีชีวิตตัวเล็กและดูเหมือนจะเป็นชาวพื้นเมืองของ เอนดอร์ ซึ่งพัลพาทีนได้มองข้ามพวกเขาไป มันเป็นความผิดพลาดของจักรวรรดิและตัวจักรพรรดิเอง ซึ่งต้องจ่ายเป็นราคาแพง

สตอร์มทรูปเปอร์ต้องแปลกใจ ในความทรนงของพวกเขา พวกเขาไม่สนใจกฎและแตกหมู่กันออกตามล่าชาวอีวอค นี่ทำให้ชาวอีวอคสามารถค่อยๆ กำจัดกลุ่มสตอร์มทรูปเปอร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อข่าวการตายของจักพรรรดิและดาร์ธ เวเดอร์ อีกทั้งการพ่ายแพ้ของสตอร์มทรูปเปอร์ที่เกรียงไกรต่อกองกำลังขนาดเล็กของกบฏและชาวพื้นเมืองกระจายไปทั่วกาแลกซี่ ดาวต่างๆ มากมายใช้โอกาสของสถานการณ์นี้ในการก่อกบฏต่อกองทัพของจักรวรรดิ เมื่อเจ้านายตายและชื่อเสียงของพวกเขาอยู่ในความโกลาหล สตอร์มทรูปเปอร์ที่ครั้งหนึ่งเป็นที่น่าเกรงกลัวก็จบลง พวกเขาไม่ได้กอบกู้ชื่อเสียงของพวกเขาจนเมื่อผ่านไปอีกร้อยปี

จักรวรรดิที่หลงเหลือเริ่มสานต่อการใช้สตอร์มทรูปเปอร์ในการรบ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ล้มตายเป็นจำนวนมาก เมื่อมีสนธิสัญญาเกิดขึ้น สตอร์มทรูปเปอร์ไม่ได้เป็นแค่เพียงยามหรือตำรวจ พวกเขากลายมาเป็นทหารที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับสาธารณรัฐใหม่และสหพันธรัฐพันธมิตรอิสระกาแลกติกอย่างชั่วคราวเพื่อต่อสู้กับยูซาน วอง

สตอร์มทรูปเปอร์

สตอร์มทรูปเปอร์ยังถูกใช้โดยจักรวรรดิที่สองและจักรวรรดิแห่งหัตถ์ จอมพลเรือธรอวน์ใช้เครื่องโคลนนิ่งที่ซ่อนไว้ในโกดังบนภูเขาแทนทิสส์เพื่อโคลนนิ่งสตอร์มทรูปเปอร์สำหรับกองยานในอนาคตของเขา สิ่งนี้ถูกค้นพบหลังจากได้มีการทำการตรวจพันธุกรรมจากร่างของสตอร์มทรูปเปอร์ที่พบบนยานชื่อคาตานะหลังจบยุทธการของมัน

ขณะที่จักรวรรดิที่หลงเหลือสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างช้าๆ การเป็นต้นแบบที่ดีของพัลพาทีนก็ตายไปพร้อมกับเขา ท้ายสุด ผู้นำของจักรวรรดิที่หลงเหลือเริ่มเปิดมุมมองมากขึ้น โดยไม่คำนึงถึงสื่งที่พัลพาทีนคิด ซึ่งสิ่งนั้นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกกบฏทำให้จักรวรรดิกาแลกติกต้องพ่ายแพ้โดยสาธารณรัฐใหม่

ด้วยการแต่งตั้งกองพันพายุ เป็นกองทหารที่มีทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และไม่ใช่มนุษย์ ดูเหมือนว่าการเชื่อมั่นในตัวโคลนจะได้หายสาบสูญไปแล้ว เหตุผลอื่นสำหรับการปฏิเสธที่จะใช้ทหารโคลนนิ่งอาจรวมทั้งคามิโน่ที่สาบสูญและดาวอื่นๆ ที่จักรวรรดิครอบครองอยู่นั้นไม่มีโรงงานทำโคลนนิ่ง เนื่องมาจากความจริงที่ว่าโคลนที่เยี่ยมที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเกิดบนคามิโน่ต้องใช้เวลาเป็นสิบปีเพื่อที่จะพร้อมทำการต่อสู้ และการเร่งการเติบโตทำให้พวกเขามีประสิทธิภาพไม่ต่างจากดรอยด์รบ จักรวรรดิไม่มีทางเลือกนอกจากคัดสรรผู้รักชาติและฝึกฝนทหารเกณฑ์แทนที่จะเป็นการตั้งโปรแกรมความภักดีและการต่อสู้ที่ไร้เทียมทานอย่างโคลนทรูปเปอร์

สตอร์มทรูปเปอร์ของซิธโจมตีเจไดบนออสซัสเมื่อ 130 ปีหลังยุทธการยาวิน

เมื่อย่างเข้าปีที่ 130 หลังยุทธการยาวิน สตอร์มทรูปเปอร์รับใช้จักรพรรดิโรอัน เฟล ในช่วงเวลานั้น กองพันพายุได้ถูกรวมเข้ากับกองทัพของจักรวรรดิและได้กลายมาเป็นหน่วยงานพิเศษ—เนื่องมาจากการผนวกเข้าด้วยกันของเผ่าที่ไม่ใช่มนุษย์เข้ากับกองทหารที่ 501 หน่วยก็ยังคงทำงานต่อไป ในช่วงเวลานี้เอง แม้แต่ผู้หญิงก็ถูกอนุญาตให้เป็นสตอร์มทรูปเปอร์ได้ แม้ว่าจักรวรรดิเก่าจะมีบ้างก็เป็นส่วนน้อย สตอร์มทรูปเปอร์ของจักรวรรดิกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งเมื่อพวกเขาได้ต่อสู้กับกองกำลังของพันธมิตรกาแลกติกในสงครามซิธ-จักรวรรดิ และมีส่วนร่วมในการสังหารหมู่บนออสซัส

น่าประหลาด การครอบครองอีกครั้งของจักรวรรดิกาแลกติกใหม่ ต้องขอบคุณการต่อสู้ของสตอร์มทรูปเปอร์ผู้ภักดี เป็นเพียงชัยชนะช่วงสั้นๆ เท่านั้น เจ็ดปีต่อมาหลังจากที่ดาร์ธ ไครท์ขึ้นครองบัลลังก์ จักรพรรดิโรอัน เฟลได้กลับมาอีกครั้งและยังมีกองทหารที่ซื่อสัตย์อย่างกองทหารที่ 501 และ กองพลสตอร์มทรูปเปอร์ที่ 908 เมื่อถึงปีที่ 137 หลังยุทธการยาวิน กาแลกซี่ก็เต็มไปด้วยสตอร์มทรูปเปอร์หลายหน่วยที่ขึ้นต่อดาร์ธ ไครท์และจักรพรรดิโรอัน เฟลที่แท้จริง

การคัดเลือก[แก้]

เธอไม่เตี้ยเกินไปที่จะเป็นสตอร์มทรูปเปอร์เหรอ?

เจ้าหญิงเลอา ออร์กานาพูดกับลุค สกายวอล์คเกอร์ที่ปลอมตัวขณะอยู่บนดาวมรณะดวงที่ 1

หากชายที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปีที่ทำคะแนนได้ใน 5 อันดับแรกในทะเบียน ฝ่ายเกณฑ์ทหารของจักรวรรดิจะติดต่อเขาเหล่านั้นและจะนำดีเอ็นเอของคนนั้นๆ มาทำโคลนนิ่ง ชายที่ทำคะแนนไม่ถึงขนาดนั้นยังคงถูกต้องการตัวเพื่อเป็นทหารธรรมดา นอกจากนั้น สตอร์มทรูปเปอร์ยังมีน้ำหนักและความสูงที่มักจะเท่าๆ กันอีกด้วย

การจัดระบบ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองพันพายุ
กองพลสตอร์มทรูปเปอร์ที่ 407ที่ไม่ใช่นายทหารใส่เครื่องยศเหมือนกับโคลนทรูปเปอร์ 137 ปีหลังยุทธการยาวิน

กองพันพายุไม่ได้ขึ้นตรงกับกองทัพบกจักรวรรดิเสียทีเดียว และมีคำสั่งการ ระบบยศ และการสนับสนุนเป็นของตัวเอง สตอร์มทรูปเปอร์จะภักดีต่อจักรพรรดิแต่เพียงผู้เดียว และจะทำตามคำสั่งของนายทหารในกองทัพบกและกองทัพเรือเท่านั้น

หน่วยพื้นฐานขององค์กรจะเป็นสตอร์มทรูปเปอร์ แต่ละนายจะมีหน้าที่โดยเฉพาะ ทหารจะถูกจัดเข้าเป็นหมู่ กองร้อย กองพัน กรม และกองทหาร ผู้บัญชาการกองร้อยสามารถให้คำสั่งให้กับนายทหารคนใดก็ได้ ซึ่งเขาจะส่งคำสั่งต่อไปยังทหารใต้บัญชาการของเขา หนึ่งกองพันจะมีทหารทั้งหมด 820 นาย—ขณะที่กองพันทหารโคลนของสาธารณรัฐกาแลกติกมีทหารเพียง 576 นาย

เมื่อถึงปีที่ 130 หลังยุทธการยาวิน สตอร์มทรูปเปอร์เป็นกำลังส่วนใหญ่ของกองทัพบกจักรวรรดิ แม้ว่าสตอร์มทรูปเปอร์ที่ยังคงอยู่แต่เป็นเพียงกองกำลังชั้นสูงเท่านั้น

นายทหาร[แก้]

หมวกของสตอร์มทรูปเปอร์นายทหาร

สตอร์มทรูปเปอร์นายทหารจะไม่ใช่โคลนนิ่ง แต่เป็นบุคคลที่ได้รับการฝึกมาจากสถาบันของจักรวรรดิ แต่สตอร์มทรูปเปอร์คนใดก็ตามที่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการต่อสู้จะได้รับการเลื่อนยศให้ขึ้นเป็นนายทหาร ในการรบ สตอร์มทรูปเปอร์นายทหารที่ได้รับหน้าที่จะสวมเกราะของสตอร์มทรูปเปอร์แบบทั่วไป โดยมีสัญลักษณ์ที่บอกยศ นายทหารในภาคสนามที่ไม่ได้รับหน้าที่จะสวมพอลดรอนแทนที่สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมบนเกราะ สำหรับในกรณีที่ไม่ใช่การรบ นายทหารจะสวมเครื่องแบบที่มีเสื้อและกางเกงสีดำ รวมทั้งหมวก รองเท้าบูท ถุงมือ และเครื่องยศแบบธรรมดา สตอร์มทรูปเปอร์นายทหารเป็นลำดับยศที่จะเลื่อนไปในขั้นต่อไปคือนายทหารจักรวรรดิ ในฐานะสตอร์มทรูปเปอร์นายทหาร พวกเขายังคงอยู่ภายใต้คำสั่งของนายทหารจักรวรรดิ สตอร์มทรูปเปอร์ยังสามารถเลื่อนเป็นผู้บัญชาการสตอร์มทรูปเปอร์ได้ด้วยระบบยศแบบนี้

เมื่อถึงปีที่ 137 หลังยุทธการยาวิน ดูเหมือนว่าระบบยศที่ใช้โดยโคลนทรูปเปอร์ในช่วงสงครามโคลนได้ถูกกลับนำมาใช้อีกครั้ง

อุดมการณ์[แก้]

เอาล่ะ นั่นคือภาพใช่ไหม? สตอร์มทรูปเปอร์เป็นตัวอย่างที่ดีของมารยาทสังคม อย่างการติดอาวุธให้กับดรอยด์การทูตนั่นไง

ฮัน โซโล
หัวหน้าหมวดที่สวมพอลดรอนสีส้มของนายทหาร

นอกจากการที่ทำหน้าที่เป็นทหารชั้นเยี่ยม สตอร์มทรูปเปอร์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในระเบียบใหม่ของจักรพรรดิ การฝึกฝนสตอร์มทรูปเปอร์นั้นผนวกเข้ากับอุดมการณ์ของจักรวรรดิ มากกว่ากองทหารส่วนอื่นๆ และสตอร์มทรูปเปอร์นั้นเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับจักพรรดิ นี่เจาะจงไปที่ความแตกต่างระหว่างจักรพรรดิกับกองทัพเรือ ตัวอย่างเช่น สตอร์มทรูปเปอร์ที่อยู่บนดาวมรณะจะมีระเบียบมากเพื่อให้แน่ใจว่าสถานีอวกาศนี้จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของจักรพรรดิ ดาร์ธ เวเดอร์ถูกส่งไปเพื่อทำงานที่คล้ายๆ กัน

สตอร์มทรูปเปอร์บนดาวมรณะ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการตายทั้งของพัลพาทีนและดาร์ธ เวเดอร์มาถึง อุดมการณ์ของสตอร์มทรูปเปอร์ก็ยังคงอยู่หลังจากสิ้นสุดซิธลอร์ดคนสุดท้ายในนิกายของดาร์ธ เบน ถึงแม้ว่าจะได้รับการสูญเสียมากมายในยุทธการเอนดอร์และการล้มสลายของจักรวรรดิกาแลกติก ส่วนที่เหลือของจักรวรรดิเข้าใจดีว่าหนทางเดียวที่จักรวรรดิจะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ก็เปลี่ยนไป สตอร์มทรูปเปอร์นั้นจะต้องยังคงอยู่ต่อไป

เมื่อจักรวรรดิล้มสลายและสาธารณรัฐใหม่ได้เกิดขึ้น เพื่อเติมเต็มกองพันพายุ ผู้หญิงและมนุษย์ต่างดาวจึงได้รับให้เข้าทำหน้าที่เป็นสตอร์มทรูปเปอร์ มีการยกเลิกการนำโคลนนิ่งมาเป็นสตอร์มทรูปเปอร์ นโยบายใหม่นี้ได้เปิดหูเปิดตามากกว่าครั้งของพัลพาทีน ที่ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าโคลนยังถูกสร้างมาเพื่อเป็นสตอร์มทรูปเปอร์อยู่หรือไม่

ตลอดช่วงเวลานี้ แม้แต่กับในช่วงที่จักรวรรดิดูเหมือนจะถูกทำลายสิ้นแล้ว อุดมการณ์ของสตอร์มทรูปเปอร์ในฐานะกองกำลังทางทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กาแลกซี่ก็ไม่เคยถูกลืมเลือน พวกเขาคือข้อพิสูจน์ในความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิกาแลกติก สิ่งที่สืบต่อจากการสร้างสรรค์อันยอดเยี่ยมของคามิโน่: กองทัพแห่งสาธารณรัฐ และสัญลักษณ์แห่งหนทางของจักรวรรดิในการสร้างระเบียบและสันติโดยใช้กองกำลังติดอาวุธ

อุปกรณ์[แก้]

อาวุธ[แก้]

มีแต่สตอร์มทรูปเปอร์ของจักรวรรดิเท่านั้นที่แม่นยำขนาดนี้

โอบีวัน เคโนบี
หมวกของสตอร์มทรูปเปอร์

บลาสเตอร์ไรเฟิล อี-11ของบลาสเทคเป็นอาวุธหลักของกองกำลังและเป็นอาวุธที่ใช้มากที่สุดในจักรวรรดิ อย่างไรก็ดี มันมีความแม่นยำและอำนาจการยิงที่น้อยกว่าบลาสเตอร์ไรเฟิล ดีซี-15เอ มันมีพื้นฐานมาจากบลาสเตอร์ ดีซี-15ที่ใช้โดยโคลนทรูปเปอร์ในสงครามโคลน สตอร์มทรูปเปอร์ทุกนายยกเว้นที่ได้รับหน้าที่ในการใช้อาวุธหนักหรืออาวุธพิเศษ จะใช้อี-11พร้อมกับปืนพกกลเป็นอาวุธคาดเอว ทหารหัวกะทิบางนายจะใช้บลาสเตอร์ไรเฟิลหนัก ดีแอลที-19 ซึ่งทรงอานุภาพและแม่นยำกว่าเมื่อเทียบกับบลาสเตอร์ไรเฟิล อี-11

สตอร์มทรูปเปอร์ทุกนายยังมีระเบิดความร้อนติดอยู่ที่ด้านหลังของเกราะลำตัว เหมือนกับส่วนอื่นๆ ของเครื่องแบบ ระเบิดนี้ก็มีสีขาวเช่นเดียวกัน มันถูกทำเช่นนี้เพื่อลดโอกาสที่ศัตรูจะใช้ระเบิดหากมันถูกยึดไป แม้แต่กับผู้ที่รู้วิธีใส่รหัสก็ยังต้องใช้เวลาพอสมควรในการใช้มัน ระเบิดความร้อนแต่ละลูกจะมีรหัสที่ต่างกัน ซึ่งจะมีทหารที่พกมันเท่านั้นที่รู้

ประมาณ 130 ปีหลังยุทธการยาวิน สตอร์มทรูปเปอร์ใช้บลาสเตอร์ อาร์ค-9956พร้อมกับบลาสเตอร์ไรเฟิล อี-11เป็นอาวุธ

เกราะ[แก้]

ดูบทความหลักที่: เกราะของสตอร์มทรูปเปอร์
ทหารในคอมมานโดทีมหนึ่งสวมชุดของสตอร์มทรูปเปอร์

ก่อนที่เกราะของสตอร์มทรูปเปอร์จะได้รับการพัฒนาขึ้นมา สตอร์มทรูปเปอร์ช่วงแรกนั้นใช้เกราะโคลนทรูปเปอร์แบบที่ 2หลังจากการเปลี่ยนแปลงสู่จักรวรรดิ ไม่มีใครรู้ว่ามันถูกใช้นานแค่ไหน แต่ในยุทธการนาบูเมื่อ 18 ปีก่อนยุทธการยาวิน สตอร์มทรูปเปอร์ก็เปลี่ยนไป หากนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง พวกเขาอาจใช้เกราะแบบที่ 2 อยู่ไม่กี่เดือนก่อนเปลี่ยนไปใช้เกราะแบบใหม่ของสตอร์มทรูปเปอร์ที่พัฒนาแล้ว

ในปีแรกของจักรวรรดิ กองพันพายุยังคงประกอบด้วยโคลนของแจงโก้ เฟทท์เท่านั้น ได้ถูกบังคับให้เลิกเกราะแบบมีสี ที่ใช้เพื่อระบุหน่วยสังกัด เพราะว่าการปรับเปลี่ยนเครื่องแบบของจักรวรรดิ สตอร์มทรูปเปอร์ยังคงสวมเกราะสีขาวโพลนทั้งตัวและก็เป็นเหมือนธรรมเนียมสืบต่อไปในสตอร์มทรูปเปอร์รุ่นถัดๆ มา

ฉันจะจัดการนาย เจ้ามนุษย์พลาสติก!

ทหารของฝ่ายกบฏ

เกราะนี้เป็นพลาสทอยด์ผสมสีขาวที่ผนึกด้วยถุงตัวสีดำ มันคล้ายกับชุดที่ใช้ในช่วงสงครามโคลน เกราะแบบนี้ไม่มีการบงบอกหรือใช้สีใดๆ เพื่อระบุหน่วยสังกัดหรือยศ—มันทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าสตอร์มทรูปเปอร์เป็นดรอยด์รบ

ภาพนิ่งจากบันทึกในหมวกของสตอร์มทรูปเปอร์ที่แสดงให้เห็นว่าสตอร์มทรูปเปอร์จัดการกับ"[ผู้ต้องสงสัย]"ก่อกบฏอย่างไร

เกราะนี้ยังช่วยป้องกันทหารจากสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายได้ดีพอๆ กับ[กระสุน]และอาวุธอื่นๆ มันสามารถถูกเจาะทะลุได้หากถูกยิงตรงๆ แต่ก็อาจลดพลังของกระสุนลงไปได้มาก มีการเคลือบเกราะด้วยสารพิเศษเพื่อลดพลังงานจากกระสุนบลาสเตอร์ ถุงตัวยังให้ความสบายในสภาพอากาศต่างๆ—การปรับสภาพสุญญากาศ หรือการเพิ่มความเย็นหรือความร้อน เป็นไปได้ว่าเกราะนี้ไม่เหมาะสำหรับการรบเท่ากับเกราะของโคลน และเป็นเหมือนชุดช่วยชีวิตมากกว่า

ในบางสถานการณ์ สตอร์มทรูปเปอร์หรือทหารหน่วยพิเศษของจักรวรรดิจะสวมเกราะที่มีลายพรางที่ให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมต่างๆ เหมือนกับโคลนทรูปเปอร์หนองน้ำทำในยุคก่อน กองพันพายุเริ่มใช้เกราะแบบนี้หลังจากการพ่ายแพ้อย่างน่าละอายในยุทธการเอนดอร์

ในปีที่ 130 หลังยุทธการยาวิน เกราะมากมายของสตอร์มทรูปเปอร์แบบต่างๆ ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับผู้ที่ไม่ใช่มนุษย์และผู้หญิงที่เข้ามาทำหน้าที่ในกองทัพของจักรวรรดิ อย่างไรก็ตาม ลักษณะทั่วไปของเกราะแบบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย

พิเศษ[แก้]

การดัดแปลงพิเศษบางอย่างรวมทั้งคอมลิงก์ที่ข้อมือ กล้องโฮโลแคมขนาดเล็กภายในหมวกถูกเพิ่มเข้าไปในเกราะ และรวมทั้งไฟส่องบนหมวกอีกด้วย สำหรับการปฏิบัติการนอกจากนี้ สตอร์มทรูปเปอร์จะสะพายเป้ที่รวมทั้งเต็นท์บุคคล น้ำสิบห้าแพ็ค การปันส่วนห้าส่วน แพ็คพลังงานสำหรับบลาสเตอร์แปดแพ็ค และกระบองไฟฉาย


สตอร์มทรูปเปอร์แบบพิเศษ[แก้]

สตอร์มทรูปเปอร์แบบปกติ

ในกองพันพายุนั้นมีกองย่อยมากมาย ซึ่งถูกฝึกและมีอุปกรณ์สำหรับภารกิจโดยเฉพาะ โดยปกติแล้วจะจัดตามสภาพแวดล้อมที่ทหารจะต้องเผชิญ

ดาร์คโนว่าทรูปเปอร์
สเกาท์ทรูปเปอร์

บางกรณี สตอร์มทรูปเปอร์จะเป็นนักบินยานขับไล่ ไทร์/ไอเอ็น มีการเดาเอาว่าสตอร์มทรูปเปอร์ที่บินยานขับไล่ไทร์นั้นต้องได้รับการฝึกพิเศษไม่มากก็น้อย ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานใดก็ตามที่บอกว่ามีหน่วยฝึกบินยานไทร์อยู่ก็ตาม

สตอร์มทรูปเปอร์สำนักงานความปลอดภัยจักรวรรดิ

สตอร์มทรูปเปอร์สำนักงานความปลอดภัยจักรวรรดิ[แก้]

สำนักงานความปลอดภัยของจักรวรรดิก็มีสตอร์มทรูปเปอร์เป็นของตัวเอง ซึ่งจะทำงานนอกเหนือคำสั่งของกองพันพายุ ตามที่พวกเขาถูกมองว่าเป็นสตอร์มทรูปเปอร์ทั่วไปจากรูปลักษณ์ภายนอก บางครั้งพวกเขาจึงได้รับมอบหมายให้แทรกซึมเข้าไปในหน่วยทั่วไปของสตอร์มทรูปเปอร์เพื่อทำให้แน่ใจว่างานที่รับมอบหมายไปทำสำเร็จ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการโจมตีผู้สนับสนุนฝ่ายกบฏบนดาวเทียร์ดรอปในปียุทธการยาวิน สตอร์มทรูปเปอร์จากสำนักงานความปลอดภัยแจ้งว่าสตอร์มทรูปเปอร์ชื่อดาริค ลาคองมีความรอบคอบในการไม่ยิงพลเมือง สตอร์มทรูปเปอร์ของสำนักงานความปลอดภัยยังชอบถามในคำสั่งของพวกเขามากว่าสตอร์มทรูปเปอร์ทั่วไป อย่างตอนที่สตอร์มทรูปเปอร์สตอร์มทรูปเปอร์สำนักงานความปลอดภัยทรยศหัตถ์ของจักรพรรดิมาร่า เจด ขณะที่เธอแทรกซึมโจรสลัดที่มีที่มั่นบนดาวเจปพาริน พวกเขามักถูกรวมเข้ากับหน่วยยุทธวิธีของสำนักงานความปลอดภัย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]