อนาคิน สกายวอล์คเกอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตัวละคร สตาร์ วอร์ส
อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (ดารธ์เวเดอร์)
AnakinEstGrumpy.png
อัศวินเจได อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ในปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน ไม่นานก่อนจะเข้าสู่ด้านมืดของพลัง
ตำแหน่ง พาดาวันเจได, อัศวินเจได, สมาชิกสภาเจได, ผู้บังคับบัญชาสาธารณรัฐ, นายพลใหญ่สาธารณรัฐ, จอมพลลอร์ดมืดแห่งซิธ, นายพลใหญ่จักรวรรดิ
บ้านเกิด ทาทูอีน
เกิด ปีที่ 41.9 ก่อนยุทธการยาวิน
ตาย ปีที่ 4 หลังจากยุทธการยาวิน
เผ่าพันธุ์ มนุษย์
เพศ ชาย
ส่วนสูง 1.35 เมตร (วัยเด็ก)
1.85 เมตร (วัยผู้ใหญ่)
2.02 เมตร (สวมชุดเกราะ)
สังกัด นิกายเจได, สาธารณรัฐกาแลกติก, นิกายซิธลอร์ด, จักรวรรดิกาแลกติก
นักแสดง เจค ลอยด์, เฮย์เดน คริสเตนเซ่น, เซบาสเตียน ชอว์, เดวิด พราวส์, เจมส์ เอิร์ล โจนส์ (เสียง), ชาคริต แย้มนาม (เสียงไทยภาค 2-3), เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง (เสียงไทยภาค 3 ช่วงท้าย, 4-6)
หมวดหมู่ ตัวละครในสตาร์ วอร์ส

เจ้าคือผู้ที่ถูกเลือก! เจ้าควรที่จะทำลายพวกซิธ ไม่ใช่เข้าร่วม! นำสมดุลมาสู่พลัง ไม่ใช่ทิ้งไว้ในความมืด!

โอบีวัน เคโนบี พูดกับดาร์ธ เวเดอร์

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (Anakin Skywalker) คือตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องแต่งชุดสตาร์ วอร์ส แสดงโดยเจค ลอยด์ กับเฮย์เดน คริสเตนเซ่น ในไตรภาคต้น และเดวิด พราวส์ กับ เซบาสเตียน ชอว์ (ให้เสียงโดยเจมส์ เอิร์ล โจนส์) ในไตรภาคเดิม มีบทบาทสำคัญเป็นตัวละครหลักในภาพยนตร์ทั้งหกภาคของภาพยนตร์ชุดนี้และเนื้อหาในจักรวาลขยายอีกจำนวนมาก

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ มีชีวิตตามเวลาในท้องเรื่องอยู่ในช่วงปีที่ 42 ก่อนยุทธการยาวิน ถึงปีที่ 4 หลังยุทธการยาวิน เขาเป็นอัศวินเจไดที่มีชื่อเสียงระดับตำนานในยุคร่วงโรยของนิกายเจไดซึ่งถูกเชื่อว่าเป็น"ผู้ถูกเลือก" ในระหว่างการฝึกฝนเขาค่อยๆ หันเหเข้าสู่ด้านมืดของพลังโดยอารมณ์ของเขา และที่สำคัญที่สุด คือโดยการชักจูงของซิธลอร์ด ดาร์ธ ซิเดียส ในที่สุดเขาก็เข้าเป็นส่วนหนึ่งของซิธ และกลายเป็นดาร์ธ เวเดอร์ ไม่นานก่อนที่จักรวรรดิกาแลกติกจะถูกก่อตั้งขึ้น

เขาเป็นบุตรของฉมี สกายวอล์คเกอร์ และสามีของวุฒิสมาชิกแพดเม่ อมิดาลา เป็นบิดาของลุค สกายวอล์คเกอร์ และเลอา ออร์กานา โซโล

หลังจากที่อาจารย์เจไดไควกอน จินน์ ค้นพบอนาคิน (อายุ 9 ปี) บนทาทูอีน เขาก็พาอนาคินมาจากดาวดวงนั้นเพื่อจะฝึกฝนเขาในวิถีแห่งพลัง โดยเชื่อว่าเด็กชายคือผู้ถูกเลือกตามคำทำนายของเจได หลังจากที่ไควกอนเสียชีวิตไปโดยน้ำมือของซิธลอร์ด ดาร์ธ มอล อนาคินน้อยก็ได้กลายเป็นศิษย์ของโอบีวัน เคโนบี อดีตพาดาวันของไควกอน จินน์

ก่อนที่จะกลายเป็นเวเดอร์ ระหว่างสงครามโคลน สกายวอล์คเกอร์รับใช้กองกำลังใหญ่ของสาธารณรัฐในฐานะนายพล (ก่อนหน้านั้นเป็นนายทหารผู้บังคับบัญชา) และในฐานะเวเดอร์ เขาได้รับหน้าที่เป็นผู้บริหารกองทัพภายใต้อำนาจของพัลพาทีน และเป็นที่รู้จักในฐานะฆาตกรหมู่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด รวมทั้งยังเป็นผู้นำการกวาดล้างเจไดครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการตามล่าเจไดที่หลงเหลือจากการออกคำสั่งที่ 66

ในปีที่ 4 หลังยุทธการยาวิน ณ ยุทธภูมิเอนดอร์ เขาสามารถไถ่บาปให้กับตนเองได้ภายใต้การนำของลูกชาย เวเดอร์ถอนตัวจากวิถีแห่งซิธและกลับมาเป็นอนาคิน สกายวอล์คเกอร์อีกครั้ง ไม่นานก่อนจะเสียชีวิต

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

ชีวิตในช่วงต้น (ปีที่ 42 - 32 ก่อนยุทธการยาวิน)[แก้]

ข้าเป็นคนและชื่อของข้าก็คืออนาคิน!

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์พูดกับแพดเม่ อมิดาล่า
อนาคินและฉมี สกายวอล์คเกอร์มาถึงทาทูอีน

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์เกิดในปีที่ 41.9 ก่อนยุทธการยาวิน ตามที่กล่าวไว้ในงานด้านประวัติศาตร์ของโวเรน นาอัล ดาวบ้านเกิดของเขาคือทาทูอีน แต่ตัวอนาคินเองบอกว่าเขามาอยู่ที่ดาวแห้งแล้งนี้เมื่อายุได้สามปี มารดาของอนาคิน ฉมี สกายวอล์คเกอร์ บอกว่าลูกชายของเธอเกิดมาโดยไม่มีบิดา แต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้ มันคือทฤษฎีของอาจารย์เจไดไควกอน จินที่ว่าเจตจำนงค์ของพลังที่ทำให้เขาเกิดขึ้นมา ในตอนนั้น สกายวอล์คเกอร์และมารดาของเขากลายเป็นทาสของการ์ดุลลา เดอะ ฮัทท์ หลายปีต่อมา การ์ดุลลาต้องเสียเด็กชายและแม่ของเขาในการพนันการแข่งขันพ็อดเรซซิ่งกับชาวทอยดาเรี่ยนชื่อวัทโต[1]

ถึงแม้จะวัยเยาว์ สกายวอล์คเกอร์ก็มีชื่อเสียงในเรื่องการสร้างหรือซ่อมอะไรก็ได้ หลักฐานก็คือหุ่นการทูตที่ชื่อซี-ทรีพีโอและยานพ็อดเรซเซอร์ของเขา ทั้งสองสิ่งถูกสร้างขึ้นจากเศษซากและอายุเก้าปีของเขา

เขาเป็นเด็กมหัศจรรย์ สกายวอล์คเกอร์มีความเป็นเลิศในคณิตศาสตร์และวิศวกรรม แต่เขาก็กล้าหาญและชอบผจญภัย เขามักที่จะเสี่ยงตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่ค่อยคำนึงถึงผลที่จะตามมา เมื่อเขามีอายุได้ห้าปี สกายวอล์คเกอร์ประมาณทะเลทรายขนาดยักษ์เพื่อต้อนฝูงแบนธาร์ออกจากนักล่า แม้ว่าส่วนมากจะตายไปเพราะการขาดอาหารและความร้อน บางช่วงต่อมา ขณะที่ทำการต่อรองกับจาว่า สกายวอล์คเกอร์ได้ช่วยมนุษย์ทรายที่บาดเจ็บจนกระทั่งพวกของเขามาช่วยนำตัวไป ไม่นานก่อนการแข่งขันบูนทาอีฟคลาสสิก สกายวอล์คเกอร์ เพื่อนของเขาชื่อคิทส์เตอร์ บาไน และเพื่อนๆ อีกมากมายถูกจับไปเพื่อที่นำไปขายให้กับการ์ดุลลา อนาคินและเพื่อนของเขาได้ปลอมตัวเป็นชาวจาว่าและแอบเข้าไปที่ดินของการ์ดุลลาเพื่อปลดปล่อยพวกเขา

เมื่ออายุได้แปดปี สกายวอล์คเกอร์มรประสบการณ์กับซิธเป็นครั้งแรก ขณะที่ค้นในกองขยะของวัทโต เขาพบดรอยด์สงครามโบราณ เขาหวังที่จะกู้ข้อมูลมาให้วัทโต สกายวอล์คเกอร์เกิดเปิดโฮโลแกรมของดรอยด์ขึ้น มีเสียงกรีดร้องและร้องไห้ที่มีคำแปลกๆ ที่พูดถึง"ซิธ" ด้วยความไม่เข้าใจ สกายวอล์คเกอร์รีบไปถามคนที่เหล่านักบินขับไล่ของสาธารณรัฐ ผู้ที่เคยเล่าให้เขาฟังถึงนางฟ้าจากดวงจันทร์อีโกครั้งก่อน นักอวกาศผู้นี้ตกตะลึง บอกกับอนาคินถึงเรื่องของซิธที่ได้ต่อสู้กันเองจนถึงจุดจบของพวกเขา เขาพูดถึงความเชื่อที่ว่ามีซิธลอร์ดคนหนึ่งรอดชีวิตและทำให้นิกายยังคงอยู่ถึงทุกวันนี้ สกายวอล์คเกอร์น้อยได้รู้ถึงสิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเขาในอนาคต

การค้นพบ[แก้]

อนาคิน เส้นทางนี้ถูกวางไว้ให้เจ้าแล้ว ทางเลือกเป็นของเจ้าผู้เดียว

Shmi Skywalker

ในปีที่ 32 ก่อนยุทธการยาวิน ชีวิตของสกายวอล์คเกอร์ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล ขณะที่ทำงานในร้านของวัทโต สกายวอล์คเกอร์พบกับอาจารย์เจไดไควกอน จิน จาร์ จาร์ บิงค์ส อาร์ทู-ดีทู และหญิงสาวชื่อแพดเม่ อมิดาล่า หญิงสาวที่ทำให้อนาคินหลงใหลเสียจนเขาถามเธอว่าเธอเป็นนางฟ้าหรือเปล่า อมิดาล่าไม่ใช่นางฟ้า แต่เป็นราชินีแห่งนาบูที่ปลอมตัวเป็นสาวใช้

เมื่อพายุทรายเริ่มก่อตัว สกายวอล์คเกอร์เสนอให้เพื่อนใหม่ของเขาไปพักที่บ้านของเขากับแม่ก่อน ที่นั่น จินและอมิดาล่าเล่าถึงถึงปัญหาที่พวกเขาต้องเจอและลงจอดบนทาทูอีนขณะที่เดินทางไปคอรัสซัง เพราะไฮเปอร์ไดรฟ์ที่ชำรุดของพวกเขาให้สกายวอล์คเกอร์ฟัง ด้วยความเห็นใจ สกายวอล์คเกอร์อาสาที่จะเข้าแข่งขันพ็อดเรซเซอร์ และเสี่ยงต่ออันตรายอย่างมากในการแข่ง รางวัลที่ได้ในการชนะจะทำให้สกายวอล์คเกอร์สามารถซื้อส่วนที่ต้องนำไปซ่อมยานได้ แม้ว่าฉมีจะปฏิเสธ สกายวอล์คเกอร์บอกเธอว่า "ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลคือการที่ไม่มีใครช่วยเหลือผู้อื่น" เมื่อถูกโน้มน้าว ฉมีก็เห็นด้วยที่จะให้ลูกชายของเธอลงแข่งขัน

ก่อนที่จะเริ่มการแข่ง จินทำการวางเดิมพันกับวัทโต หากสกายวอล์คเกอร์ชนะ เด็กชายจะเป็นอิสระ อย่างไรก็ตาม วัทโตมีข้อแม้อย่างหนึ่ง—เขาจะเป็นคนเสี่ยงทายเอง หากเป็นสีน้ำเงิน สกายวอล์คเกอร์จะเป็นอิสระ หากเป็นสีแดง ฉมีก็จะเป็นอิสระ จริงๆ แล้วมันเป็นสีแดง แต่จินใช้พลังผลิกมันให้กลายเป็นสีน้ำเงิน วัทโตมั่นใจว่าสกายวอล์คเกอร์ต้องแพ้ จึงรับข้อเสนอ เหตุผลที่เขาเลือกเช่นนั้นก็เพราะว่า ไม่มีมนุษย์คนใดที่ตอบสนองได้ดีพอกับพาหนะที่มีความเร็วขนาดนั้น อย่างไรก็ตาม สกายวอล์คเกอร์มีความสามารถในพลัง เขาสามารถรู้ล่วงหน้าได้ ทำให้เขาทำการแข่งขันได้ไม่ยาก ในตอนนั้น สกายวอล์คเกอร์ ผู้ที่ฝันจะเป็นเจได แต่ไม่มีความรู้เรื่องพลัง เชื่อว่าความรู้สึกทางพลังของเขาเป็นเพียงสัญชาติญาณที่บอกให้เขาทำอะไรเท่านั้นเอง

สกายวอล์คเกอร์ต่อสู้กับกรีโด

เพราะว่าสกายวอล์คเกอร์เอาชนะการแข่งขัน จินจึงทำให้เขาเป็นอิสระ อย่างไรก็ตาม อาจารย์เจไดไม่สามารถปลดปล่อยฉมีได้ และสกายวอล์คเกอร์ถูกบังคับให้เลือกระหว่างอยู่กับแม่ของเขาหรือเป็นเจได สกายวอล์คเกอร์เลือกที่จะไปกับไควกอน ถึงแม้จะสัญญาว่าเขาจะกลับมาเพื่อปลดปล่อยแม่ของเขา หลังจากยุทธการนาบู ซึ่งสกายวอล์คเกอร์และเพื่อนใหม่ของเขาเข้าไปพัวพันในปัญหา จบลงด้วยชัยชนะ หน้าที่ของสกายวอล์คเกอร์ในฐานะเจไดกันออกจากการปลดปล่อยแม่ของเขาด้วยตนเอง แม้ว่าท้ายสุดเธอจะเป็นอิสระจากวัทโตโดยการช่วยเหลือจากเจ้าของไร่ไอน้ำชื่อไคลก์ ลาร์ส[2]

หลังจากออกจากมอส เอสปา จินและสกายวอล์คเกอร์มุ่งหน้าไปที่ยาน แต่ถูกโจมตีโดยซิธลอร์ดดาร์ธ มอล ผู้ซึ่งพยายามจับตัวราชินีอมิดาล่า ขณะที่จินสู้กับซิธ สกายวอล์คเกอร์รีบวิ่งขึ้นยานไปเพื่อเตือนคนอื่นๆ ยานยกตัวขึ้นอละช่วยจินเอาไว้ พวกเขาทิ้งทาทูอีนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่คอรัสซัง

ขณะเดินทางสู่คอรัสซัง สกายวอล์คเกอร์เริ่มสนใจในตัวอมิดาล่ามากขึ้น เขาได้มอบของชิ้นเล็กๆ ให้กับเธอเพื่อระลึกถึงเขา ไม่กี่ปีต่อมา อมิดาล่ายังคงสวมสิ่งนั้นในพิธีศพของเธอ[3]

เมื่อมาถึงคอรัสซัง สกายวอล์คเกอร์พบกับสภาสูงเจไดและถูกทดสอบในความเชื่อของจินที่ว่าอนาคินคือผู้ที่ถูกเลือก และสมควรได้รับการฝึกเป็นเจได พรสวรรค์ของสกายวอล์คเกอร์ยืนยันในความเชื่อของจิน แต่สภายังคงสงสัยอยู่ จินขอร้องให้ฝึกสกายวอล์คเกอร์หลังจากที่ศิษย์คนปัจจุบันของเขา โอบีวัน เคโนบี สำเร็จการทดสอบของเขา แต่คำขอของเขาถูกปฏิเสธ สกายวอล์คเกอร์อายุมากเกินไปที่จะเป็นพาดาวัน และสภาคิดว่าประสบการณ์ก่อนหน้าของเขาจะเปนอุปสรรคในการฝึกของเขา โดยเฉพาะการที่เขามีความกลัวและความโกรธมากเกินไป เป็นสิ่งที่มาจากตอนที่เขาเป็นทาส ความรู้สึกที่เกิดจากตอนที่เขาจากแม่ของเขามา พวกเขาเชื่อว่าเขาอาจไม่ผ่านในเรื่องการระงับความรู้สึกซึ่งเป็นสิง่สำคัญในนิกายเจได เคโนบี ขณะที่ทึ่งในจำนวนที่มากของมิดิคลอเรี่ยน เขาก็เห็นด้วยในคำตัดสินของสภา ด้วยการไม่มีที่ไปนอกจากคอรัสซัง และไม่มีทางกลับไปทาทูอีน สกายวอล์คเกอร์ไปตามเพื่อนใหม่ของเขาในภารกิจปลดปล่อยนาบู

สกายวอล์คเกอร์ไม่นานหลังจากเข้านิกายเจได

ท้ายสุด สกายวอล์คเกอร์ได้ต่อสู้ในยุทธการนาบูในการการรบยานขับไล่เหนือดาว หลังจากที่เข้ารบโดยไม่ได้ตั้งใจ สกายวอล์คเกอร์สามารถทำลายยานควบคุมดรอยด์ได้ด้วยตัวเอง ทำให้กองกำลังของสมาพันธ์การค้าหยุดทำงานและได้ช่วยกองทัพของชาวกันแกนไว้จากหายนะ

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะต้องแลกมาด้วยการตายของจิน ถูกฆ่าโดยดาร์ธ มอล อาจารย์ได้ขอให้โอบีวันฝึกอนาคินให้สำเร็จก่อนที่เขาจะตาย ซึ่งเคโนบีสัญญาว่าจะทำให้สำเร็จ สภาเห็นด้วยในการให้โอบีวันเริ่มฝึกอนาคิน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะคิดว่าสกายวอล์คเกอร์นั้นเป็นนักเรียนที่ยากเกินไปที่เคโนบีจะรับมือไหว

ขณะเดียวกัน พัลพาทีน สมุหนายกคนใหม่ของสาธารณรัฐ ได้สัญญาว่าเขาจะเฝ้าดูการเป็นเจไดของสกายวอล์คเกอร์อย่างจดจ่อ [1] นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างเจไดหนุ่มกับผู้ปกครองใหม่ของสาธารณรัฐ

วัยหนุ่ม (ปีที่ 32 - 22 ก่อนยุทธการยาวิน)[แก้]

"เขามีทักษะที่ยอดเยี่ยม"
"แต่เขายังต้องเรียนรู้อีกมาก อาจารย์ ความสามารถของเขาทำให้เขา…โอหัง

เมซ วินดูและโอบีวัน เคโนบี
อนาคินในห้องของเขาบนคอรัสซัง

ในวัยหนุ่ม อนาคินมีความโอหังและเป็นเด็กที่ไม่ชอบเข้าสังคม ก็เพราะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากทาสมาเป็นดาวรุ่งในนิกายเจได ความสามารถโดยธรรมชาติของเขาทำให้เขาอยู่เหนือกว่าเพื่อนฝูง และมันก่อให้เกิดความถือตัวที่ทำให้เขาห่างจานักเรียนคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน เขาชอบแสดงให้คนเห็นถึงสิ่งที่เขาทำได้ ไม่ปฏิบัติตามกฎ และเคารพโอบีวันอยู่พอสมควร ผู้ที่เขามองว่าด้อยกว่า ถึงกระนั้นเขาก็ยังพูดเอาไว้ว่าโอบีวันเป็นเสมือนพ่อของเขา และบอกว่าเขาฉลาดเหมือนอาจารย์โยดาและทรงพลังเหมือนอาจารย์วินดู—แต่นี่อาจเป็นแค่การแสดงออกถึงความยะโสของอนาคินเอง ดังที่เขาพูดไว้ว่าตัวเขาเองก็"เหนือ"กว่าเคโนบีในหลายๆ ด้าน และรู้สึกว่าเคโนบีรั้งเขาเอาไว้ ความสัมพันธ์ของเขากับอาจารย์นั้นซับซ้อนและขัดแย้ง เนื่องมาจากโอบีวันเองก็สงสัยด้วยซ้ำว่าเขาจะฝึกอนาคินได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่อนาคินไม่ต้องการ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตในชีวิตของเขา ด้วยความสิ้นหวัง เขาได้หันไปหาที่พึ่งอีกคนแทน สมุหนายกพัลพาทีน

เป็นไปได้ที่เขาทำให้ข้านึกถึงตอนที่อายุเท่าเขา ยะโส ใจร้อน ทรนง ข้าตระหนักว่าความอ่อนน้อมเป็นสิ่งสูงส่งในความดี สิ่งที่ไม่สามารถเลือกเองได้ หากชะตากรรมกำลังมองหาบางอย่างเพื่อทำให้สกายวอล์คเกอร์ถ่อมตน ข้าจะเป็นคนอาสาเอง

เคาท์ดูกู

เมื่อความเป็นเพื่อนของอนาคินกับพัลพาทีนดำเนินไปในช่วงแรกๆ สมุหนายกพูดอย่างเห็นอกเห็นใจกับอนาคิน เป็นสิ่งที่เพิ่มความทรนงของเขา ดูเหมือนว่าการทำให้อนาคินมั่นใจใหม่อีกครั้งโดยพัลพาทีนจะทำให้เขาบกพร่องในการควบคุมตนเอง—ไม่ว่าเมื่อมดก็ตามที่เขาถูกตำหนิโดยโอบีวัน พัลพาทีนจะบอกอนาคินเสมอว่าเขาทำถูกแล้ว อนาคินจึงแทบไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของเขาไปเลย

ศิษย์ของโอบีวัน[แก้]

"อาจารย์โยดา ข้าสัญญากับไควกอนแล้ว ข้าจะฝึกอนาคิน...โดยปราศจากการอนุมัติจากสภาหากจำเป็น"
"[…]สภาเห็นด้วยกับเจ้า ยอมให้รับสกายวอล์คเกอร์ เป็นศิษย์"

โอบีวัน เคโนบีและโยดา

ความสัมพันธ์ของอนาคินและโอบีวันมีจุดเริ่มต้นที่ยากเย็น โอบีวันไม่ใช่คนเดียวที่เห็นศักยภาพของเด็กชาย และคิดว่าเขาอันตรายด้วยซ้ำไป เหตุผลเดียวที่เขาฝึกอนาคินก็เพราะคำร้องขอของไควกอนก่อนที่เขาจะตาย เขารู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ แม้ว่าโอบีวันเองไม่คิดว่าเขาจะมีทักษะพอที่จะฝึกอนาคินได้ ในอีกทางหนึ่ง อนาคินรู้ว่าเขาแตกต่าง เพราะว่าความแตกต่างนั้นเอง อนาคินจึงมักเก็บตัว อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกพิเศษกับโอบีวัน เพราะว่าเขาเหมือนพ่อที่เขาไม่เคบมี ไม่นาน อาจารย์และศิษย์ก็เริ่มสนิทกันในวัยหนุ่มของอนาคิน

อนาคินฝึกฝนในวิหารเจได

ขณะอยู่ที่คอรัสซัง อนาคินไม่เคยหยุดหลงใหลในเครื่องจักร และที่วิหารเจไดก็เป็นที่ที่เขาสร้างดรอยด์ขึ้นมา เขายังชอบผจญภัยและหาความสนุกในวัยสิบสองปี เขาได้สร้างยานแข่งขึ้นมาและแอบลงแข่งในสนามแข่งที่ใต้เมืองกาแลกติก ในการแข่งครั้งหนึ่งเขาเกือบถูกฆ่าก่อนที่โอบีวันจะมาพบเขา

ประมาณปีที่สามในการฝึกของเขา อนาคินและโอบีวันได้รับภารกิจแรกให้สืบสวนผู้นำลัทธิชื่อคัด ชุน ชุนเรียกตนเองว่าอูนิ นำกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกตนเอง บิดาของคัด วอกซ์ ชุน หัวหน้าของลัทธิถูกฆ่าเมื่อโอบีวันและอนาคินมาทำการสืบสวน ต่อมา คัดยกโทษให้โอบีวันสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำลงไป

ภารกิจต่อไปนั้นพวกเขาได้ไปเยือนดาวโซนาม่าซีคอทเพื่อตามหาอัศวินเจไดเวอร์เกียร์ ผู้ที่ซึ่งหายไปขณะทำภารกิจบนดาว พวกเขาไม่รู้เลยว่าถูกตามรอยโดยวิลฮัฟฟ์ ทาร์กินและไรธ์ ไซนาร์ ซึ่งมาเอาประโยชน์จากเทคโนโลยียานขับไล่อันทันสมัยของโซนาม่าซีคอท สร้างมันให้มีอัตราที่น่าทึ่งและคุณภาพสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ที่บนดาวนั้น ชาวอาณานิคมได้ขาย"ซีด-พาร์ทเนอร์" (seed-partner) ซึ่งจะเชื่อมตัวเองกับผู้ที่มันอาศัยและทำให้ดาวดวงนี้สามารถดัดแปลงยานขับไล่ที่ไม่เหมือนใครออกมา อนาคินดูเหมือนจะสนใจในสิ่งนี้มากกว่าใครๆ และดังนั้น เขาก็มียานที่ใหญ่และซับซ้อนกว่า เขาตั้งชื่อให้ยานใหม่ลำนี้ว่าจาบิธา (Jabitha) เมื่อทาร์กินและไซนาร์มาถึง ดาวได้เปิดเผยต่อเจไดว่า เวอร์เกียร์ได้จากไปพร้อมกับ"ผู้มาจากแดนไกล"ที่ลึกลับเพื่อที่จะปกป้องโซนาม่าซีคอท อนาคินและโอบีวันอาจไม่สามารถช่วยเวอร์เกียร์ไว้ได้ แต่พวกเขาสามารถหยุดการโจมตีของทาร์กินได้ เมื่อเค ไดฟ์ ซึ่งเป็นผู้อารักขาทาร์กิน ได้พยายามฆ่าอนาคิน เด็กหนุ่มไม่สามารถควบคุมความโกรธได้และใช้พลังจิตเผาไดฟ์จากข้างใน โชคร้าย อนาคินถูกจับ และนำตัวไปให้ทาร์กิน อย่างไรก็ตาม โอบีวันก็สามารถทำลายยานธงของทาร์กินและช่วยอนาคินเอาไว้ได้ ในช่วงนี้เอง โซนาม่าซีคอทก็สามารถใช้ไฮเปอร์ไดรฟ์ของมันได้ และทำให้ดาวหายไป มุ่งหน้าสู่ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก หลังจากนั้น ไซนาร์และทาร์กินกลับสู่สาธารณรัฐ โชคร้าย ยานของอนาคินพัง หลังจากสรุปภารกิจ โอบีวันและอนาคินก็กลับสู่คอรัสซัง

เอาต์บาวนด์ ไฟลท์[แก้]

ภารกิจที่อันดารา[แก้]

การเสียสละของยาดเดิล[แก้]

การติดตามเจนนา ซาน อาร์เบอร์ และ รอย เทดา[แก้]

เผชิญหน้ากับคู่ปรับเก่า[แก้]

เติบโต[แก้]

วัยผู้ใหญ่ (ปีที่ 22 ก่อนยุทธการยาวิน - ปีที่ 4 หลังยุทธการยาวิน)[แก้]

พบกับอมิดาลาอีกครั้ง[แก้]

เจ้าขอให้ข้ามีเหตุผล นั่นคือสิ่งที่ข้ารู้ว่าข้าทำไม่ได้ เชื่อข้าสิ ข้าอยากจะละทิ้งความรู้สึกนี้ไปได้ แต่ข้าทำไม่ได้

สกายวอล์คเกอร์พูดกับอมิดาล่า
จูบแรกของสกายวอล์คเกอร์และอมิดาล่า

หลายวันก่อนที่เข้าจะอายุได้ยี่สิบปี[4] มีการพยายามลอบสังหารแพดเม่ อมิดาล่าซึ่งตอนนี้เป็นวุฒิสมาชิกเขตชอมเมลล์ โดยนักล่าเงินรางวัลแซม วีเซลล์ สกายวอล์คเกอร์ได้นับมอบหมายให้อารักขาและคุ้มกันอมิดาล่ากลับไปที่บ้านเกิดของเธอ เพื่อหลักเลี่ยงความสนใจพวกเขาจึงเดินทางแบบผู้อพยพ สกายวอล์คเกอร์ไม่ได้พบเธอมาสิบปี แม้ว่าเขาจะเฝ้าคิดถึงเธอทุกวันตั้งแต่วันที่พวกเขาจากกันบนนาบู ความหลงใหลในตัวเธอเมื่อวัยเด็กของเขาได้เปลี่ยนมาเป็นความหลงใหลที่รุ่นแรง ในบทสนทนาสกายวอล์คเกอร์ได้เผยความรัก ไม่เชื่อในกระบวนการทางการเมือง และมุมมองของเขาที่ว่าต้องการผู้นำที่แข็งแกร่งต่อเธอ ภายในเวลาอันสั้นความหลงใหลของเขาก็หลายมาเป็นสิ่งที่มากกว่านั้นคือรัก ท้ายสุดอมิดาล่าเริ่มรู้สึกเช่นเดียวกันต่อเขา

ที่หลบภัยของอมิดาล่า ที่ซึ่งทั้งสองสูญเสียการหักห้ามใจและจูบกันครั้งแรก ทั้งสองดูเหมือนรวมกันเป็นหนึ่งทั้งๆ ที่มาจากสังคมที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามอมิดาล่าก็เริ่มรับรู้ความจริง และในขณะที่สกายวอล์คเกอร์เริ่มห่วงความรู้สึกของเธอและอยู่ในเวลาปัจจุบัน—ถึงขั้นขอให้เก็บเรื่องระหว่างพวกเขาเป็นความลับ—อมิดาล่าห่วงมากกว่าเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบ เธอมองการไกลมากพอที่จะรู้ว่าสถานการณ์ของพวกเขาในปัจจุบันจะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ราบรื่น การไล่ตามความสัมพันธ์ของสกายวอล์คเกอร์นั้นขัดต่อกฎของเจไดอย่างร้ายแรง ซึ่งเจไดนั้นจะต้องไม่มีข้อผูกมัด พวกเขาห้ามยึดติดกับทุกสิ่งยกเว้นพลัง

กลับสู่ทาทูอีน[แก้]

"ทำไมแม่ข้าต้องตาย ทำไมข้าช่วยแม่ข้าไม่ได้ ข้าควรจะทำได้!"
"บางครั้งมีบางอย่างที่เราซ่อมแซมไม่ได้ เจ้าทรงพลังไม่พอ แอนนี่"
"ข้าควรจะเป็น สักวันข้าจะต้องเป็นเจไดที่ทรงอำนาจที่สุด! ข้าให้สัญญา ข้าจะเรียนรู้แม้กระทั่งวิธีที่จะหยุดคนไว้จากความตาย!"
"อนาคิน…"
"เป็นเพราะโอบีวัน! เขาอิจฉาข้า! เขายื้อข้าเอาไว้!

สกายวอล์คเกอร์และอมิดาล่า
สกายวอล์คเกอร์โจมตีทัสเคนเรดเดอร์สำหรับแก้แค้นที่พวกเขาสังหารแม่ของเขา

สกายวอล์คเกอร์เจ็บปวดจากฝันร้ายเกี่ยวกับแม่ของเขา ฉมี เพราะหลายเดือนก่อนที่จะพบอมิดาล่าอีกครั้ง และเพราะพวกเขา ขัดคำสั่งที่ให้ปกป้องอมิดาล่าด้วยการพาเธอไปยังทาทูอินเพื่อตามหาฉมี เมื่อลงจอดบนทาทูอินสกายวอล์คเกอร์ได้เดินทางไปที่ร้านของวัตโต้ ที่ซึ่งเขาพบว่าชาวไร่ไอน้ำชื่อเคลกก์ ลาร์สได้ปลดปล่อยและแต่งงานกับแม่ของเขา

ในขณะที่คุยกับลาร์ส เขาก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่น่ากลัวว่าฉมีได้ถูกจับตัวไปโดยทัสเคนเรดเดอร์ เขารีบออกไปตามหาเธอทันทีโดยใช้สวูปไบค์ของโอเวน ลาร์ส คืนนั้นเองเจไดหนุ่มได้พบค่ายของทัสเคนและแอบเข้าไปในเต็นท์หนึ่งที่ฉมีอยู่ด้วยการใช้สัมผัสทางพลัง เขาแก้มัดเธอแต่ก็สายไปเสียแล้ว ด้วยการที่ถูกทรมาน อดน้ำ และอดนอน ฉมี สกายวอล์คเกอร์ตายในอ้อมกอดของเขา แต่ไม่ใช่ก่อนที่เธอจะได้เห็นเขาเป็นครั้งสุดท้าย

สกายวอล์คเกอร์ปล่อยให้การตายของฉมีระเบิดความโกรธของเขา เขาบ้าคลั่งและฆ่าทุกคนt—แม้กระทั่งสิ่งที่เขาสารภาพกับอมิดาล่าในภายหลัง "ผู้หญิงและเด็กๆ"[2] เจไดมากมายรวมทั้งโยดาและไควกอน จิน รับรู้ถึงการสังหารหมู่เมื่อพลังมหาศาลของสกายวอล์คเกอร์ซึ่งเข้าสู่ด้านมืดของพลัง

อมิดาล่ากังวลกับสิ่งที่สกายวอล์คเกอร์ทำลงไป เธอเบื่อที่จะคลายความเจ็บปวดของเขาด้วยความเห็นใจและไม่บอกใครถึงสิ่งที่สกายวอล์คเกอร์ทำลงไป ด้วยความโกรธและเศร้าของเขา เขาอ้างว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องทรงพลังจนหยุดคนไว้จากความตายได้

ยุทธการจีโอโนซิส[แก้]

สมรสกับแพดเม่[แก้]

เหล่าอัศวินเจได พร้อมกับกองทัพโคลนที่ถูกอนุมัติใช้ ภายใต้การนำของโยดา ขณะนั้นอาจารย์เจไดเมซ วินดูพาเจไดกว่า 200 นาย บุกไปช่วยโอบีวัน อนาคิน และ อมิดาล่า ในขณะที่เจไดกำลังเสียท่ากับพวกดรอยอยู่ โยดานำกองทัพโคลนส์มาช่วย ทำให้เจไดรอดตายและสงครามระหว่างพวกดรอยท์และโคลนได้เกิดขึ้นและเจไดที่เหลือก็ลงสนามรบด้วย ขบวนการแบ่งแยกต่างๆ เห็นว่ากำลังพ่ายแพ้จึงถอนทัพกลับ เคาท์ดูกูหนีไปยังโรงเก็บยานโอบีวันและอนาคินตามไป อนาคินโดนพลังสายฟ้าฟาดจนสลบเหลือเพียงโอบีวันเพียงคนเดียวจึงต่อสู้ด้วยกระบี่แสงแต่พลาดท่าโดนเคาท์ดูกูเอาดาบจิ้มที่แขนและขา อนาคินฟื้นขึ้นมาและดวลกระบี่แสงจึงโดนเคาท์ดูกูตัดแขนขวาขาด ปรมาจารย์โยดามาช่วยดวลพลังกับเคาท์ดูกูไม่แพ้ไม่ชนะกันจึงดวลด้วยกระบี่แสงเคาท์ดูกูหนีไปได้ เมื่อได้รับชัยชนะอนาคินและอมิดาลาแต่งงานกันอย่างลับๆ โดยมีแค่ซีทรีพีโอและอาร์ทูดีทูเป็นพยาน

สงครามโคลน (ปีที่ 22 - 19 ก่อนยุทธการยาวิน)[แก้]

ยุทธการมูนิลินสท์และการประลองบนยาวิน 4[แก้]
ยุทธการจาบิอิม[แก้]
ยุทธการสไกเอ[แก้]
ยุทธการอาร์กอนาร์[แก้]
อัศวินเจได[แก้]
ยุทธการเรนดิลิและผลสืบเนื่อง[แก้]
ช่วยชีวิตฮัทท์[แก้]
"มืออสูร"[แก้]

ในช่วงการโอบล้อมเขตรอบนอก โอบีวัน เคโนบีและอนาคินถูกย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง พวกเขาถูกส่งไปเป็นทีมในหลายสมรภูมิโดยบัญชาการกองยานโอเพ่นเซอร์เคิล ไม่นานก่อนยุทธการคอรัสซังโอบีวันและอนาคินถูกส่งไปที่ดาวน้ำแข็งชื่อเนลวาอันเพื่อตามหากรีวัส ชาวเนลวาอันเนียนทักทายอนาคินว่าเขาคือ"มืออสูร"และหมอผีของหมู่บ้านรอกรูลได้ส่งเขาไปตามหาและช่วยเหลือผู้คนของพวกเขาจากภัยคุกคามที่ได้พิชิตเหล่านักสู้ของพวกเขา อนาคินตกลงและเข้าไปในถ้ำที่ซึ่งเขาได้เห็นนิมิตของนักล่าผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่สูญเสียแขนของตนในตอนต่อสู้ อย่างไรก็ตามเขาก็ตอบโต้กลับและยังคงสังหารสัตว์ร้ายต่อไปด้วยแขนสีดำของเขา พลังของเขามากจนกระทั่งมันเกินที่จะควบคุม แขนสีดำได้กลายเป็นเขาวงกตที่ทำลายทุกสิ่งที่วีรบุรุษรัก

อนาคินเผชิญหน้ากับนิมิตเกี่ยวกับตัวเขาเองในอนาคต

เสียงร้องของแพดเม่ตามหลังจากลางร้ายของเขาวงกตสีดำที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นแขนของยอดวีรบุรุษแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่น่ากลัว—ใบหน้าของดาร์ธ เวเดอร์ผู้ซึ่งอนาคินจะเป็นในอีกไม่นาน

เมื่ออนาคินฟื้นจากความฝันเขาได้ไปที่ห้องทดลองของสหภาพเทคโนโลยีที่ซึ่งพวกเขาได้ทำการทดลองกับชาวเนลวาอันเนียนโดยการทำให้พวกเขากลายเป็นสัตว์ร้ายที่มีแขนเป็นบลาสเตอร์ ด้วยการช่วยเหลือจากชาวเนลลาอันเนียนผู้ซึ่งไม่ได้ถูกเปลี่ยนร่าง เขากล่อมพวกนักรบที่ถูกทดลองให้ช่วยเขาทำลายโรงงานอันเป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียแขนไป นักวิทยาศาสตร์มากมายพยายามที่จะหลบหนีแต่อนาคินฆ่าพวกเขาในทันทีที่เห็น

กลายเป็นเวเดอร์ (ปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน)[แก้]

ช่วยเหลือสมุหนายก[แก้]

ไม่ช้าข้าจะมีศิษย์คนใหม่…คนที่หนุ่มแน่นกว่าและทรงพลังกว่า

ดาร์ธ ซีเดียส

ไม่นานก่อนที่สงครามจะจบ ยุทธการคาโตเนโมอีเดียครั้งแรกได้ให้เบาะแสกับอนาคินและโอบีวันถึงดาร์ธ ซีเดียสผู้ลึกลับ เมซ วินดูได้ขึ้นนำบนคอรัสซังขณะที่สกายวอล์คเกอร์และเคโนบีนำการรุกในการโอบล้อมเขตรอบนอก การผจญภัยของทั้งสองทีมได้นำพวกเขากลับมาสู่คอรัสซังในช่วงการโจมตีคอรัสซังโดยพวกสมาพันธ์พอดีทำให้สกายวอล์คเกอร์และเคโนบีรีบกลับสู่คอรัสซังหลังจากที่พวกเขาไปเยือนดาวไทธ เมื่อกลับมาสู่คอรัสซังพวกเขาก็เริ่มเห็นภาพของดาร์ธ ซีเดียสเป็นเงาลางๆ การรบนั้นเป็นการไขข้อสงสัยในการสืบสวน วินดูได้เข้าร่วมการต่อสู้จนปะทะกับนายพลกรีวัสผู้ซึ่งสามารถหนีไปได้แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บก็ตาม กรีวัสยังได้จับตัวสมุหนายกพัลพาทีนไปที่ยานธงอินวิซิเบิลแฮนด์ของเขา

ก่อนที่กองยานของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนจะสามารถหลบหนีออกจากคอรัสซังสกายวอล์คเกอร์และเคโนบีก็กลับมาถึงและพยายามที่จะช่วยสมุหนายกที่ถูกจับ พวกเขาเคลื่อนที่เข้าสู่สมรภูมิเดือดด้วยยานขับไล่ความเร็วสูงขนาดเบา อีทา-2 แอคติส-คลาส อัศวินเจไดทั้งสองได้ฟันฟ่าเพื่อไปให้ถึงยานธงจนกระทั่งขึ้นไปบนหอบังคับการของยาน ที่ซึ่งพัลพาทีนถูกจับเอาไว้เป็นตัวประกัน เมื่อเจไดทั้งสองพยายามที่จะปล่อยเขาเคาท์ดูกูก็เข้ามาในห้องโดยมีบี2 ซูเปอร์แบทเทิลดรอยด์สองตัวคุ้มกันเพื่อเผชิญหน้ากับเจไดทั้งสอง

ไม่เหมือนกัยครั้งแรกที่เขาสู้กับดูกู สกายวอล์คเกอร์และเคโนบีต่อสู้ด้วยกันอย่างร่วมมือจนกระทั่งซิธลอร์ดใช้พลังบีบคอเคโนบี เขาเตะอนาคินและโยนเคโนบีไปที่มุมห้องทำให้เขาหมดสติ สกายวอล์คเกอร์ต่อสู้ต่อไปจนเสียการควบคุมอารมณ์เมื่อดูกูยั่วโทสะเขา เขาเริ่มปลอดปล่อยความกลัว ความโกรธ และความเกลียดชังทั้งหมดต่อสู้กับมาคาชิของดูกู การดวลจบลงเมื่อสกายวอล์คเกอร์ตัดมือของดูกูทำให้เขาสู้ต่อไปไม่ได้

อนาคินยืนเหนือร่างที่ไร้ชีวิตของเคาท์ดูกู

พัลพาทีนยั่วยุให้อนาคินสังหารดูกู หลังจากที่ลังเลที่จะไม่ทำตามคำขอของสมุหนายก สกายวอล์คเกอร์ได้ตัดศีรษะของดูกูด้วยกระบี่สองเล่มไขว้ที่คอของเขา อนาคินยังไม่รู้ว่าพัลพาทีนคือดาร์ธ ซีเดียสและก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาถูกใช้เพื่อทรยศดูกูเพื่อที่เขาจะได้ฝึกเจไดหนุ่มคนใหม่ให้เข้าสู่ด้านมืดของพลัง อย่างไรก็ตามอนาคินเสียใจกับสิ่งที่เขาทำลงไปแทบจะในทันที กล่าวว่านั่นไม่ใช่วิถีของเจไดที่จะฆ่าผู้ที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ อย่างไรก็ตามพัลพาทีนปลอบใจด้วยการว่าการกระทำเช่นนั้นย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติ

อนาคินได้ปล่อยตัวพัลพาทีนและออกหลบหนีโดยแบกโอบีวันที่ไร้สติไปด้วย เขาไม่สนใจคำสั่งของพัลพาทีนที่บอกให้ทิ้งอาจารย์เจไดเอาไว้ อย่างไรก็ดีการหลบหนีของพวกเขานั้นไม่นานก็ถูกจับและนำตัวไปที่สะพานเดินเรือของนายพลกรีวัส ด้วยคำสั่งของสกายวอล์คเกอร์อาร์ทูดีทูก็ได้หันเหความสนใจทำให้อนาคินและเคโนบีเอากระบี่แสงคืนได้ พวกเขาต่อสู้กับดรอยด์ของกรีวัสจนเอาชนะได้ โชคไม่ดีที่กรีวัสสามารถหลบหนีไปได้และทิ้งให้ยานธงตกลงสู่ดาวคอรัสซัง สกายวอล์คเกอร์สามารถบินยานและนำมันลงจอดได้อย่างปลอดภัยบนคอรัสซัง

เข้าสู่ด้านมืด[แก้]

"เจ้าตายตอนคลอดลูก "
"แล้วเด็กล่ะ"
"ข้าไม่รู้"
"มันเป็นแค่ฝัน"
"ข้าจะไม่ยอมให้ฝันนั้นเป็นจริง"

อนาคินสกายวอล์คเกอร์กับแพดเม่ อมิดาล่า

เมื่อเขากลับสู่คอรัสซังสกายวอล์คเกอร์ได้พบกับภรรยาอีกครั้งซึ่งเธอได้บอกเขาถึงการตั้งครรภ์ของเธอซึ่งเขาดีใจเหลือเกินที่ได้ยินข่าว อย่างไรก็ตามต่อมาเขาก็มีปัญหากับนิมิตของแพดเม่ที่ตายตอนคลอดลูก เพื่อช่วยชีวิตเธอสกายวอล์คเกอร์ต้องการความรู้จากอาจารย์ เป็นความรู้ที่ถูกห้ามโดยยกเว้นอาจารย์เจได เมื่อพัลพาทีนให้อนาคินเป็นตัวแทนของเขาในสภาเจไดเขาก็ถูกเหมาโดยรวมว่าเป็นอาจารย์ ดังนั้นเขาจึงได้รับสิทธินอกเหนือกฎต้องห้ามนั้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเจไดคนอื่นๆ จะไม่เต็มใจในการให้อนาคินเข้าทำหน้าที่พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะมอบตำแหน่งอาจารย์เจไดให้กับอนาคิน หลังจากที่สกายวอล์คเกอร์ระบายความคับข้องใจกับเคโนบี เขาก็ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยแพดเม่เอาไว้

นอกจากเชื่อในพวกเขาทางสภายังให้สกายวอล์คเกอร์สอดแนมพัลพาทีนถึงแม้ว่าเคโนบีจะไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินใจดังกล่าว นี่ทำให้สกายวอล์คเกอร์สูญเสียความเคารพในสมาชิกสภาและไม่เชื่อว่ามันจะช่วยภรรยาของเขาได้ ไม่นานสกายวอล์คเกอร์ก็ได้พบกับไอกูนิผู้ที่เห็นนิมิตที่อนาคินเข้าสู่ด้านมืด ไม่มีใครรู้ว่าไอกูนิทำอะไรหลังจากนั้น สกายวอล์คเกอร์ได้ปรึกษากับโยดาถึงฝันที่เขาเห็นแม้ว่าเขาไม่ได้ระบุตัวบุคคลก็ตาม โยดาไม่ได้ระวังถึงความรักของอนาคินที่มีต่ออมิดาล่า โยดาได้บอกเขาว่า"เพื่อฝึกตัวเจ้า...ต้องปล่อยวางทุกอย่างที่เจ้ากลัวที่จะสูญเสีย" อนาคินไม่พอใจกับการจัดการเช่นนั้น

เมื่อเขาไปพบกับพัลพาทีน สมุหนายกผู้ค่อยๆ เริ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ของด้านมืดในตัวสกายวอล์คเกอร์ ด้วยการรู้ว่าเขากลัวการตายของอมิดาล่าเขาจึงเล่าเรื่องให้สกายวอล์คเกอร์ถึงเรื่องราวของซิธลอร์ดดาร์ธ เพลกัสผู้ที่ทรงพลังมากพอที่จะหยุดคนไว้จากความตายซึ่งทำให้อนาคินสนใจอย่างมาก จนกระทั่งในที่สุดพัลพาทีนก็ได้เปิดเผยตนเองให้อนาคินรู้ว่าเขาคือซิธลอร์ด ดาร์ธ ซีเดียส ทำให้อนาคินชักกระบี่แสงหมายจะสังหารแต่คำพูดยุยงของพัลพาทีนกลับทำให้อนาคินฆ่าไม่ลงแต่ได้ไปรายงานวินดู แม้ว่าเขาจะเสียใจต่อทางเลือกมากพอๆ กับการที่คำพูดของพัลพาทีนที่ทรมานจิตใจของเขา หลังจากที่เขาให้สกายวอล์คเกอร์อยู่รอที่วิหารเจไดวินดูก็ไปพร้อมกับอาจารย์เจไดอีกสามคน—เอเจน โคลาร์ เซซี ทิอิน และคิท ฟิสโต—เพื่อจับกุมตัวสมุหนายก พัลพาทีนได้ต่อสู้กับเจไดและสังหารไปสามคนแทบจะในทันทีโดยเหลือไว้เพียงวินดูเท่านั้น เขาและพัลพาทีนยังคงต่อสู้กันต่อไปจนกระทั่งอาจารย์เจไดได้เปรียบและจี้อาวุธไปที่คอของซิธ กลับไปที่วิหารเจไดในขณะนั้นเองสกายวอล์คเกอร์ก็ถูกครอบงำโดยความคิดที่ว่าหากพัลพาทีนตายโอกาสที่เขาจะช่วยแพดเม่เอาไว้ได้นั้นก็จะหายไปด้วย

การตัดสินใจแห่งโชคชะตา[แก้]

ถูกบิดเบือนโดยด้านมืดสกายวอล์คเกอร์เป็น เด็กชายที่เจ้าฝึกสอนได้จากไปแล้ว…ถูกกลืนกินโดยดาร์ธ เวเดอร์

โยดาพูดกับโอบีวัน เคโนบี
ทางเลือกแห่งโชคชะตาของสกายวอล์คเกอร์

ด้วยการที่เขาต้องทรมานจากความคิดถึงการตายของแพดเม่หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากพัลพาทีน สกายวอล์คเกอร์จึงรีบออกจากวิหารเจไดและมุ่งหน้าสู่ที่ทำงานของพัลพาทีน เขาไม่แน่ใจนักว่าเขากำลังจะทำอะไร เขารู้เพียงแค่ว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง ด้วยความบังเอิญสกายวอล์คเกอร์ก็มาถึงพอดีกับตอนที่วินดูกำลังจะสังหารพัลพาทีน

พัลพาทีนโจมตีใส่วินดูด้วยพลังสายฟ้าขณะที่ร้องขอให้สกายวอล์คเกอร์ช่วยเขา ขณะที่เขากำลังหักเหทิศทางสายฟ้าของพัลพาทีนวินดูก็ตะคอกใส่อนาคินว่าอย่าฟัง ด้วยการที่เขาถูกสายฟ้าของตัวเองพัลพาทีนก็กลายร่างเมื่อโดนพลังด้านมืดของตนเอง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและดวงตากลายเป็นสีเหลือง วินดูได้เปรียบและต้องการที่จะสังหารพัลพาทีนและจบสิ้นพวกซิธ อย่างไรก็ตามสกายวอล์คเกอร์ขัดขวางเขาโดยกล่าวว่าพัลพาทีนต้องถูกนำตัวขึ้นศาลและการฆ่าเขาไม่ใช่วิถีของเจได สิ่งนี้ดูเหมือนว่าเขาเสียใจที่สังหารดูกูเมื่อก่อนหน้าในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันแต่ก็ดูเหมือนว่าเขากลัวที่จะสูญเสียโอกาสในการช่วยภรรยาของเขาไว้จากความตาย วินดูปฏิเสธสกายวอล์คเกอร์และพร้อมที่จะสังหารพัลพาทีนแต่อนาคินที่ตื่นกลัวชักกระบี่แสงออกมาและตัดมือขวาของวินดู ก่อนที่วินดูจะทันโต้ตอบพัลพาทีนก็ใช้พลังสายฟ้าส่งอาจารย์เจไดทะลุหน้าต่างสู่ความตาย

เมื่อรู้ว่าเขาได้ทำอะไรลงไปอนาคินกลับรู้สึกผิดและสงสัยในการกระทำของตน แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพัลพาทีนได้ ผู้ซึ่งกล่าวว่าเขาได้เติมเต็มให้กับโชคชะตาของตน เขายังสนับสนุนให้สกาบวอล์คเกอร์ยอมรับด้านมืดและมาเป็นศิษย์ของเขา อนาคินตกลงที่จะทำทุกอย่างที่พัลพาทีนต้องการ เขาต้องการเพียงแค่ให้แพดเม่รอดชีวิตและเขายอมทำทุกอย่างเพื่อสิ่งนั้น พัลพาทีนสัญญาว่าเมื่อร่วมกันพวกเขาจะพบความลับนั้น นั่นเป็นการบอกเป็นนัยว่าเขาไม่มีความสามารถที่จะหยุดความตายได้ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ก้าวเข้าสู่นิกายซิธและซีเดียสก็มอบชื่อใหม่ให้กับเขา ดาร์ธ เวเดอร์

ดาร์ธ เวเดอร์ผงาด[แก้]

เจไดหนุ่มนามว่าดาร์ธ เวเดอร์ ผู้ซึ่งเคยเป็นนักเรียนของข้าจนกระทั่งกลายเป็นปีศาจ ช่วยเหลือจักรวรรดิตามล่าและทำลายอัศวินเจได

โอบีวัน เคโนบี
การบุกวิหารเจได[แก้]

อาจารย์สกายวลอ์คเกอร์ พวกมันมีมากเหลือเกิน เราจะทำอย่างไรดี?

เจไดเด็กซอร์ส แบนดีมพูดกับเวเดอร์
ดาร์ธ เวเดอร์นำเหล่าโคลนทรูปเปอร์แห่งกองทหารที่ 501เพื่อกำจัดเจไดในวิหารเจได

พัลพาทีนบอกกับเวเดอร์ว่าเจไดทุกคนคือศัตรูของรัฐ รวมทั้งโอบีวัน เคโนบี และมันจะเป็นสงกลางเมืองที่ไม่รู้จบหากเจไดยังไม่ถูกทำลาย เวเดอร์ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ซิธ ซึ่งบอกกับเขาว่าหากต้องการพลังด้านมืดมากพอที่จะช่วยชีวิตอมิดาล่า เขาได้นำกองทหารที่ 501เข้าสู่วิหารเจไดและสังหารเจไดทุกคน เวเดอร์ทำโดยปราศจากคำถาม สังหารเจไดทุกคนรวมทั้งเจไดเด็ก เจไดเด็กบางคนเข้าหาเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยไม่รู้ว่าพวกเขากำลังเข้าหาจุดจบ ความโหดร้ายที่ทำโดยเวเดอร์และกองทหารที่ 501 ส่งผลให้ควันไฟพวยพุ่งออกมาจากวิหารเจได สามารถมองเห็นได้จากตึกวุฒิสภา สิ่งนี้ได้เริ่มการกวาดล้างเจไดครั้งใหญ่

ภารกิจที่มุสตาฟาร์[แก้]

สงครามยุติแล้ว! ลอร์ดซีเดียสสัญญาว่าจะสงบศึก! เราแค่ต้องการ—

คำพูดสุดท้ายของนูต กันเรย์
ดาร์ธ เวเดอร์จมลึกสู่ด้านมืดของพลัง

ไม่นานหลังจากที่ทำการบุกวิหารเจไดสำเร็จเขาก็กลับไปหาอาจารย์ของเขาเพื่อคำสั่งต่อไป ซีเดียสได้สั่งารให้เวเดอร์เดินทางไปยังมุสตาฟาร์ที่ซึ่งเขาต้องไปสังหารสภาแบ่งแยกดินแดนและนำสันติมาสู่จักรวรรดิใหม่ เวเดอร์รับคำสั่งพร้อมความโกรธและเกลียดชังที่เอ่อล้น ก่อนที่เขาจะเดินทางเขาได้แอบไปพบอมิดาล่าและรายงานให้เธอฟังถึงภารกิจของเขาที่ต้องไปยุติสงคราม เมื่อเขากำลังจากไป เวเดอร์กล่าวว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมและบอกให้เธอรอเขา

เวเดอร์เดินทางสู่มุสตาฟาร์และใช้รหัสของซีเดียสเพื่อผ่านการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายแบ่งแยกดินแดน เวเดอร์ทิ้งอาร์ทูดีทูให้รอที่ยานเพื่อให้ไม่มีใครบันทึกการกระทำของเขา เขาได้เข้าไปที่ห้องซึ่งผู้นำฝ่ายแบ่งแยกดินแดนอยู่ข้างในและปิดประตูทุกบานลงเพื่อไม่ให้สมาชิกคนใดหนีรอดออกไป ในตอนแรกผู้นำมากมายตอนรับเขาอย่างดีก่อนที่พวกเขาจะจำหน้าของเขาได้ ด้วยความตกใจเวเดอร์เริ่มทำการสังหารหมู่สภาแบ่งแยกดินแดน

หลังจากที่สังหารเหล่าสมาชิกทั้งหมดอย่างเลือดเย็นเขาก็หันไปที่คนสุดท้าย นูต กันเรย์ อดีตพันธมิตรของซีเดียสผู้ที่ได้ทำการรุกรานนาบูก่อนที่จะถูกเอาชนะโดยสกายวอล์คเกอร์เมื่อสิบสามปีก่อน ก่อนที่เขาจะตายกันเรย์ร้องของต่อเวเดอร์โดยอ้างว่าลอร์ดซีเดียสให้สัญญาพวกเขาถึงความสงบสุข อย่างไรก็ตามเวเดอร์ก็สังหารเขาโดยกล่าวว่าลอร์ดซีเดียสบอกว่าให้เขาตายอย่างสงบต่างหาก ภารกิจของเขาเสร็จสมบูรณ์และซิธลอร์ดก็ออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไร

ที่ด้านนอกขณะเขากำลังมองภูมิประเทศภูเขาไฟที่ระเบิดออก เวเดอร์พิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเขาและบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไปนั้นก็เพื่อประโยชน์ของสาธารณรัฐ ขณะที่เขาทำเช่นนั้นเขาก็จำได้ถึงคำสั่งของอาจารย์ให้รายงานทันทีเมื่อศัตรูพ่ายแพ้ ในขณะที่กำลังส่งการรายงานเขาก็คิดว่าเขาจะเปลี่ยนตำแหน่งได้เร็วแค่ไหนและสังหารลอร์ดมืดได้เร็วแค่ไหน&mdashเพียงแค่ในทันทีที่เขาพบหนทางในการช่วยชีวิตของอมิดาล่า ดาร์ธ ซีเดียสได้เตือนเวเดอร์ถึงอันตรายก่อนที่เขาจะเลิกการติอต่อ ด้วยการที่คิดว่าซีเดียสอาจแค่พูดเล่นเมื่อภรรยาของเขามาถึง

การประลองบนมุสตาฟาร์และผลสืบเนื่อง[แก้]

"รักไม่ได้ช่วยเจ้า แพดเม่ มีเพียงพลังใหม่ของข้าเท่านั้นที่ทำได้"
"แต่มันต้องแลกด้วยอะไรล่ะ เจ้าเป็นคนดีอนาคิน อย่าทำแบบนี้เลย!"
"ข้าจะไม่ยอมเสียเจ้าอย่างที่ข้าเสียแม่ของข้า ข้าทรงพลังขึ้นมากกว่าเจไดคนไหนๆ เคยฝันถึง และข้าทำเพื่อเจ้า เพื่อปกป้องเจ้า"

ดาร์ธ เวเดอร์พูดกับแพดเม่ อมิดาล่า
เวเดอร์ใช้พลังบีบคอกับแพดเม่

เมื่อเขาพบอมิดาล่าอีกครั้งเวเดอร์ก็พบว่าเคโนบีได้บอกถึงการกระทำอันเลวร้ายของเขาที่วิหารเจไดต่อเธอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเวเดอร์ก็กล่าวว่าเคโนบีเพียงแค่พยายามทำให้เธอต่อต้านเขา อมิดาล่าพยายามที่จะใช้เหตุผลกับเขา กล่อมให้เขาถอนตัวจากสาธารณรัฐและไปดูแลลูกกับเธอแต่เวเดอร์ตอบกลับด้วยความคิดที่จะโค่นล้มพัลพาทีนและทำให้ทั้งสองคนขึ้นเป็นใหญ่แทน เธอตกใจและหวาดกลัว อมิดาล่าปฏิเสธโดยกล่าวว่าเขาได้เดินไปบนทางที่เธอไสามารถตามไปได้ เธอร้องขอให้เขากลับมาโดยสัญญาว่าเธอรักเขา อย่างไรก็ตามอมิดาล่าไม่ได้รับรู้ถึงการปรากฏตัวของเคโนบีที่ด้านหลังของยานเพื่อเผชิญหน้ากับเวเดอร์

เมื่อเห็นอดีตอาจารย์ของเขาเวเดอร์ก็คิดว่าอมิดาล่าได้ทรยศเขาและพาเคโนบีมาที่นี่เพื่อฆ่าเขา ด้วยการที่ถูกครอบงำโดยความโกรธและเกลียดชังเขาบีบคอภรรยาของเขาจนหมดสติและโทษเคโนบีว่าเป็นตัวต้นเหตุให้นางทรยศตนแต่เคโนบีกลับบอกเขาว่าเป็นเพราะตัวเองต่างหาก เคโนบียังพยายามใช้เหตุผลกับอดีตศิษย์ของเขาแต่เวเดอร์ไม่ยอมฟัง เขาถูกครอบงำโดยด้านมืดมากเกินไป

"ท่านทำให้นางต่อต้านข้า!"
"เจ้าทำเองต่างหากล่ะ"
"ท่านเอานางไปจากข้าไม่ได้"
"ความโกรธและความกระหายอำนาจของเจ้าต่างหากที่เอานางไป เจ้ายินยอมให้ดาร์ธลอร์ดบิดเบือนใจเจ้าในตอนนี้ และตอนนี้เจ้าได้กลายเป็นผู้ที่เคยสาบานว่าจะทำลาย..."
"ไม่ต้องมาสอนข้าโอบีวัน ข้ารู้คำลวงของเจได ด้านมืดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ท่านกลัวเลย ข้าได้นำสันติ เสรีภาพ ความยุติธรรม และความมั่นคงมาสู่จักรวรรดิใหม่ของข้า!"
"จักรวรรดิใหม่ของเจ้าเหรอ"
"อย่าทำให้ข้าต้องฆ่าท่านน่ะ"
"อนาคิน ความภักดีของข้ามีต่อสาธารณรัฐ ต่อประชาธิปไตย!"
"หากท่านไม่ร่วมมือกับข้าท่านก็คือศัตรู"
"มีแต่ซิธเท่านั้นที่คิดแบบเผด็จการ ข้าจะทำสิ่งที่ต้องทำ"
"ก็ลองดู"

โอบีวัน เคโนบีพูดและดาร์ธ เวเดอร์

เวเดอร์และเคโนบีต่อสู้กันในการดวลที่ดุเดือดตลอดโรงงานทำเหมืองและที่ธารลาวาเบื้องล่างที่ด้านนอก การต่อสู้จบลงในอ่าวลาวาที่ซึ่งเคโนบีกระโดขึ้นที่ปลอดภัยและร้องขอให้เวเดอร์ยอมแพ้และกลับสู่แสงสว่าง เนื่องมาจากเขาถูกครอบงำด้วยความโอหังเวเดอร์ไม่สนใจความเสียเปรียบและพยายามกระโดดขึ้นไปเพื่อดวลกันต่อ แต่เขาก็เพียงได้แค่ต้องคมดาบของเคโนบีซึ่งทำให้ขาทั้งสองข้างและแขนซ้ายของเขาถูกตัด

ด้วยร่างกายที่บาดเจ็บและความสามารถทางพลังของเขาที่ลดลงอย่างมาก เวเดอร์พยายามคลานโดยใช้เพียงแขนกลและเวเดอร์กับเคโนบีก็พูดกันไม่กี่ประโยค

"เจ้าเป็นคนที่ถูกเลือก เจ้าควรจะเป็นผู้ที่จะทำลายล้างซิธไม่ใช่เข้าร่วม นำความสมดุลมาสู่พลังไม่ใช่ทิ้งไว้ในความมืด!"
"ข้าเกลียดท่าน!"
"เจ้าเคยเป็นน้องชายข้าอนาคิน ข้ารักเจ้า!"

ดาร์ธ เวเดอร์และเคโนบี
เวเดอร์บาดเจ็บจากการถูกเผาหลังจากการดวลบนมุสตาฟาร์

ไม่นานหลังจากนั้นความร้อนของลาวาก็ทำให้ชุดของเวเดอร์ลุกเป็นไฟเผาไหม้ร่างกายของเขาอย่างสาหัส เขาไม่สามารถที่จะขยับได้จึงไถลลงไปที่ขอบของธารลาวา เคโนบีเก็บเอากระบี่แสงของสกายวอล์คเกอร์ขึ้นมาและทิ้งให้เวเดอร์ตาย เขาได้เก็บมันไว้จนกระทั่งถึงปียุทธการยาวินและส่งมอบให้ลุค สกายวอลเกอร์ บุตรชายของงอนาคิน(แต่ได้หายไประหว่างการประลองที่นครเมฆา) เมื่อไฟเริ่มมอดลงเวเดอร์ก็รอดด้วยพลังและจิตใจที่แข็งแกร่งของเขา เขาปีนขึ้นมาด้วยแขนกลพร้อมกับอาการบาดเจ็บสาหัส

ไม่นานหลังจากนั้นดาร์ธ ซีเดียสที่ตอนนี้ได้กลายเป็นจักรพรรดิคนใหม่ของจักรวรรดิกาแลกติกมาถึงและช่วยชีวิตศิษย์ของเขาเอาไว้ เขานำเวเดอร์กลับสู้คอรัสซังด้วยกระสวยและซ่อมแซมร่างกายของเขา จักรพรรดิสั่งการให้ดรอยด์การแพทย์ทำให้เขายังมีสติตอนที่ทำการผ่าตัดเพื่อที่ให้ความเจ็บปวดเพิ่มความโกรธของเขาและมันรวมถึงพลังด้วย เทคโนโลยีที่ใช้สร้างร่างกายของเขาเป็นแบบเดียวกับที่ใช้กับนายพลกรีวัส ถึงแม้ว่าเขายังคงทรงพลัง พัลพาทีนก็รู้ว่าการบาดเจ็บของเวเดอร์ได้ลดพลังของเขาไปมาก ทันทีที่เขาฟื้นตัวเป็นไซบอร์กเวเดอร์ก็ถามอาจารย์ของเขาถึงแพดเม่อมิดาล่า ภรรยาของเขา

"แพดเม่อยู่ไหม เป็นอะไรหรือเปล่า!"
"ดูเหมือนว่าความโกรธทำให้เจ้าฆ่านาง!"
"ข้าไม่ได้ทำ! นางยังไม่ตายข้ารู้สึกได้"

ดาร์ธ เวเดอร์และดาร์ธ ซีเดียส
ดาร์ธ เวเดอร์ต้องอยู่ในชุดที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ตลอดชีวิตที่เหลือของเขา

เขาถูกครอบงำด้วยความสิ้นหวังที่เขาได้ฆ่าแพดเม่และลูกที่ยังไม่เกิดซึ่งได้เติมเต็มฝันของเขา เวเดอร์ทำลายดรอยด์การแพทย์และทำให้ทั้งห้องเสียหายด้วยพลัง เขาทะลายการพันธนาการบนโต๊ะและเดินโดยมีเกราะที่หนักแน่นหุ้มตัวเขาอยู่พร้อมตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว จุดประสงค์เดียวที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็เพื่อรับใช้จักรพรรดิ

เขาเป็นเครื่องจักรมากกว่ามนุษย์ ถูกบิดเบือนและชั่วร้าย

โอบีวัน เคโนบี

เอกลักษณ์ของดาร์ธ เวเดอร์ทำให้สกายวอล์คเกอร์เปลี่ยนไปมากขึ้นเนื่องมาจากร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บมากจนเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขา เกราะของเขาทำให้เขามองเห็นได้น้อยลง เคลื่อนไหวได้ยาก และสร้างความหงุดหงิดให้กับเวเดอร์อย่างมากในช่วงแรก แต่ในที่สุดเขาก็กลับมาต่อสู้ได้อีกโดยเปลี่ยนรูปแบบไปเพื่อทดแทนการเคลื่อนที่อันบกพร่องของเขา ในฐานะดาร์ธ เวเดอร์ สกายวอล์คเกอร์กลายมาเป็นของล้ำค่าของจักรวรรดิโดยทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกฎ นักล่าเจได และจอมพลเรือในระเบียบใหม่ของพัลพาทีน

รับใช้จักรพรรดิ[แก้]

เจ้าไม่รู้พลังของด้านมืดหรอก ข้าต้องทำตามคำสั่งของอาจารย์ข้า

เวเดอร์พูดกับลูกชายของเขา
ดาร์ธ ซีเดียสและศิษย์คนใหม่ของเขา

ไม่นานหลังจากจักรวรรดิได้ถือกำเนิดเวเดอร์ก็ได้รับมอบหมายให้ตามหาวัตถุโบราณของซิธที่เรียกกันว่า เครื่องรางเมอเออ หลังจากที่ได้ซักถามแจงค์สเขาก็ได้รู้ถึงลังลึกลับที่ยานของเขากำลังบรรทุก เวเดอร์ได้เข้าขัดขวางการแลกเปลี่ยนโดยทำการติดต่อกับเฟน เพทัวริ นักประวัติศาตร์ที่มีชื่อเสียง เวเดอร์มองหาสิ่งที่บรรจุเครื่องรางและเจไดผู้ที่สวมใส่มันอยู่ชื่อเซเลส มอร์น เมื่อเธอพบว่าซิธกำลังครองกาแลกซี่เธอก็เข้าโจมตีเขาในทันที เวเดอร์บอกให้เธอมาเป็นศิษย์ของเขา แต่ก็ปล่อยให้เขาถูกครอบครองโดยวิญญาณของคาร์เนส เมอเออโดยไม่ได้ตั้งใจ เซเลสเปลี่ยนให้มนุษย์ทุกคนในบริเวณใกล้เคียงกลายเป็นตัวแรกกูลทำให้เขาต้องหนีไป เวเดอร์หน่ายกับการแย่งเครื่องรางโดยคำนึงว่าหากเขาต้องใช้มันเพื่อทำลายพัลพาทีน

หนึ่งปีต่อมาขณะที่เขากำลังรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บเวเดอร์ถูกบังคับให้กลับไปที่วิหารเจไดบนคอรัสซัง เขามาพบว่าผู้สืบสวนชื่อมาโลรัมมีปัญหากับผู้บุกรุก เวเดอร์หัวเราะเยาะมาโลรัมที่มีปัญหาในการจับตัวผู้บุกรุก เวเดอร์แนะนำให้มาโลรัมระเบิดวิหารเสียเพื่อให้แน่ใจว่าผู้บุกรุกตายแน่นอน ถึงแม้ว่าเขารู้ดีว่าผู้สืบสวนจะไม่แม้แต่พยายามทำมัน ทั้งสองยังทะเลาะกันเรื่องที่มาโลรัมไม่สามารถจัดการกับกองกำลังต่อต้านได้ เมื่อมาโลรัมกล่าวถึงสิ่งที่เขารู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นที่โพลิสแมสซา ซิธลอร์ดก็โมโหและใชัพลังบีบคอใส่เขาด้วยความโกรธ ผลของการที่มาโลรัมล้มเหลวในการจับผู้บุกรุก เวเดอร์ปล่อยให้ทั้งสองคนรอดตัวไป

ในปีเดียวกันเวเดอร์ได้เดินทางไปยังคาชีคเพื่อหาเจไดชื่อเคนโต เวเดอร์รู้สึกถึงบางคนที่ทรงพลังอยู่ในบริเวณอันใกล้โดยเชื่อว่านั่นคืออาจารย์ของเคนโต แต่กระบี่แสงของเขาถูกดึงออกจากตัวโดยลูกชายของเคนโต เขาหักคอของเจไดและสังหารสตอร์มทรูปเปอร์ที่พบเห็นเด็กชาย เขานำเด็กชายไปเลี้ยงและฝึกเขาอย่างลับๆ ให้เป็นศิษย์ของเขาโดยมีชื่อรหัสว่าสตาร์คิลเลอร์ ผู้ซึ่งต่อมาได้รับมอบหมายให้ตามล่าและทำลายผู้ทรยศและเจไดที่รอดชีวิต ศิษย์คนนี้เป็นส่วนหนึ่งในการหลอกล่อให้ศัตรูของพัลพาทีนเผยตัวออกมา

ไม่นานหลังจากนั้นเวเดอร์ได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิให้ไปที่ดาวซามาเรียที่ซึ่งได้เกิดจากก่อวินาศกรรมกับระบบคอมพิวเตอร์ที่นั่นจนเกิดความวุ่นวาย ขณะที่หาต้นตอของการก่อวินาศกรรมเขาก็ตรงเข้าหาเฟอรัส โอลินอีกครั้ง คนเดียวกับที่อยู่ในเหตุการณ์ที่วิหารเจไดก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามครั้งนี้โอลินได้รับการปกป้องจากจักรพรรดิและไม่สามารถถูกจับได้ หลังจากการพบกันครั้งนี้เวเดอร์ก็มีเรื่องมากมายให้คิด

ช่วงหนึ่งต่อมาเวเดอร์ได้รับหน้าที่ให้ไปที่กองกำลังรักษาการณ์บนเบลลาสซา อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาจัดการกับโรอัน แลนด์ส หนึ่งในกลุ่มต่อต้านและหนึ่งในผู้ทรยศของโอลิน จักพรรดิเข้ามายุ่งในนามของโอลินและสั่งการใหม่ให้เวเดอร์ก่อกวนกองกำลังรักษาการที่กำลังทำงานก่อสร้างในภูเขาบนเบลลาสซา

ดาร์ธ เวเดอร์และนายทหารของเขาไม่นานหลังจากการเดินทางสู่เมิกฮานา

ภารกิจแรกๆ ของเวเดอร์มากมายถูกสั่งมาจากจักรพรรดิโดยตรง ภารกิจเหล่านี้ยังรวมทั้งการลงโทษโคลนคอมมานโดผู้ที่ขัดต่อคำสั่งที่ 66 บนเมิกฮานาสังหารกลุ่มอัศวินเจไดที่พยายามวางกับดักเขาบนเคสเซล เข้าจับกุมวุฒิสมาชากฝ่ายค้านแฟง ซาร์บนอัลเดอราน และเดินทางสู่คาชีคเพื่อจับชาววูคกี้มาเป็นทาสหลังจากที่เขาตามหาเจไดที่นั่น ภารกิจที่มีชื่อเสียงคือบนดาวโฮโนกห์โดยเป็นการกวาดล้างสารพิษของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนที่หลงเหลือมาจากสงครามโคลน เขาให้สัญญากับชาวนอกริพื้นเมืองว่าจักรวรรดิจะรื้อฟื้นระบบนิเวศน์ของพวกเขาให้กลับมาเหมือนเดิมหากว่าพวกเขายอมทำหน้าที่เป็นมือสังหารให้กับจักรวรรดิ

เวเดอร์มักใช้ยานแอคติสของเขาบางครั้งในช่วงภารกิจแรกๆ ในขณะที่การกวาดล้างเจไดยังคงดำเนินต่อไป บางครั้งก็จะมียานขับไล่ วี-วิงบินประกบข้าง ยานประจำตัวของเขาก็คือยานพิฆาตดารา อิมพีเรียล เฟิร์ส-คลาสเอ็กซ์แซกเตอร์ ภารกิจส่วนมากของเวเดอร์คือการตามล่าและสังหารเจไดที่รอดชีวิตจากคำสั่งที่ 66 หนึ่งในนั้นก็คือเอ็มพาโทจายอส แบรนด์ผู้ซึ่งถูกบังคับให้ใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อหลบซ่อนจากเวเดอร์ ต่อมาเขาได้ตามล่าเจไดสามคนที่หายไปบนดาวเมิกฮานา อย่างไรก็ตามเป้าหมายหลักของเขาก็คือโอบีวัน เคโนบี เคโนบีนั้นรอดก็เพราะเขาอยู่บนทาทูอีน สถานที่ที่เวเดอร์ไม่กล้ากลับไปเพราะกลัวว่ามันจะฟื้นความหลังในตอนที่เขายังเป็นอนาคิน สกายวอล์คเกอร์

ถึแม้ว่าจะมีอำนาจและร่ำรวยเวเดอร์ก็ไม่เคยทำให้ตัวเองสบาย เขามีที่พักเพียงบนคอรัสซังและปราสาทบาสท์บนดาววีจูน กองทหารที่ 501 เป็นกองสตอร์มทรูปเปอร์ที่นำการกวาดล้างเจไดในวิหารเจไดได้กลายมาเป็นองครักษ์ส่วนตัวของเขา การกระทำของพวกเขาทำให้พวกเขาได้ชื่อเล่นว่า "กำปั้นของเวเดอร์"

17 ปีก่อนยุทธการยาวินเวเดอร์ได้นำโครงการวิจัยบนฟอลลีน เขาสนใจในการสร้างอาวุธชีวภาพ อย่างไรก็ตามมันก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นซึ่งทำให้ทั่วบริเวณต้องติดเชื้อ ด้วยการระมัดระวังไว้ก่อนเวเดอร์ได้กั้นขอบเขตเอาไว้ซึ่งรวมทั้งการทำลายชาวฟอลลีนกว่า 200,000 ชีวิตรวมทั้งครอบครัวของเจ้าชายไซซอร์ ในสายตาของจักรพรรดิการตายของชาวฟอลลีนเหล่านี้เป็นแค่ราคาถูกๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันชีวิตอีกนับล้านบนดาวและดาวใกล้เคียง

สงครามกลางเมืองกาแลคติก[แก้]

การไล่ล่าแผนผังดาวมรณะ[แก้]

ยานพิฆาตดาราเดวาสเตเตอร์กำลังไล่ล่ายานแทนทีฟ 4

พันธมิตรกบฏปฏิบัติภารกิจร่วมกับสายลับชาวโบธานที่มีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากจนสืบทราบถึงการก่อสร้างดาวมรณะซึ่งเป็นสถานีอวกาศติดอาวุธที่สามารถทำลายดาวเคราะห์ได้ทั้งดวงด้วยซูเปอร์เลเซอร์

นักโทษกบฏบนดาวมรณะได้ก่อการจลาจลขึ้นและสามารถเข้าควบคุมข้อมูลทางเทคนิค ในขณะที่ไคล์ คาทาร์น กบฏที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่จักรวรรดิมาก่อน ได้ขโมยเอาแผนผังเพิ่มเติมมา จนถึงยุทธการโทปราวาที่พันธมิตรกบฏสามารถนำเอาแผนผังมาได้ทั้งหมด จากที่นั่น พวกเขาได้ส่งสัญญาณแผนผังดาวมรณะไปยังยาน แทนทีฟ 4 ของเจ้าหญิงเลอา ในขณะที่กอง 501 ภายใต้การนำของดาร์ธ เวเดอร์ได้ไล่ตามพันธมิตรกบฏไปจนถึงโปลิส แมสซา จนปะทะกันในยุทธการโปลิส แมสซา อย่างไรก็ดี การปะทะนี้เป็นการจัดฉากเพื่อล่อลวงจักรวรรดิ แต่พันธมิตรกบฏก็ถูกปราบราบคาบ จนทราบถึงแผนการที่แท้จริง ดาร์ธ เวเดอร์ได้นำยานพิฆาตดารา Devastator (เดวาสเตเตอร์) ไปไล่ล่ายานแทนทีฟ 4 จนถึงดาวทาทูอีน

เมื่อสามารถยึดยานแทนทีฟ4 ได้แล้ว กอง 501 ได้บุกเข้าโจมตีภายในยานแทนทีฟ4 แม้จะได้รับการต่อต้านจากกองกำลังทหารกบฏของเจ้าหญิงเลอาแต่สามารถจัดการได้ หลังจากนั้นในที่สุดกองกำลังทหารกบฏของเจ้าหญิงเลอาได้ยอมแพ้และถูกจับกุม ทหารได้รายงานว่าแผนผังไม่ได้อยู่ในคอมพิวเตอร์เลย ดาร์ธเวเดอร์ได้จับบีบคอและยกขึ้นกับหัวหน้ากลุ่มกบฏคนหนึ่งเพื่อบีบคั้นแผนผังที่ได้รับจากการส่งสัญญาณ หัวหน้ากลุ่มกบฏคนนั้นได้กล่าวปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสัญญาณอะไร และอ้างว่า ยานแทนทีฟ4 เป็นยานกงสุลกำลังไปปฏิบัติภารกิจการเมือง ดาร์ธเวเดอร์กลับไม่เชื่อและถามตอบว่า ถ้ายานนี้เป็นยานกงสุลจริงแล้วท่านฑูตอยู่ที่ไหน หัวหน้ากลุ่มกบฏคนนั้นยังไม่ได้ทันที่จะตอบก็ได้ตายคามือของเวเดอร์เวเดอร์ได้ทิ้งร่างหัวหน้ากลุ่มกบฏคนนั้นทันทีและสั่งให้ทหารชำแหละยานแทนทีฟ4 จนกว่าจะพบแผนผัง และจับผู้โดยสารทั้งหมดโดยจับมาอย่างเป็นๆ หลังจากนั้นต่อมาไม่นาน ทหารกอง 501สามารถจับกุมเจ้าหญิงเลอาได้ เมื่อดาร์ธเวเดอร์ได้พบกับเจ้าหญิงเลอาก็เกิดการสนทนาขึ้น

"ดาร์ธเวเดอร์ เจ้าเท่านั้นที่กล้าดีขนาดนี้ สภาจักรววรดิต้องไม่นิ่งเฉยแน่เมื่อพวกเขาได้ยินว่าเจ้าโจมตียานกงสุล"
"อย่ามาทำเป็นไก๋เลยองค์หญิง คราวนี้ภารกิจของท่านไม่ได้บรรลุผลหรอก สายลับกบฏได้ส่งสัญญาณมาที่นี่ บอกข้ามาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นกับแผนผังที่มันมอบให้กับท่าน "
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดถึงเรื่องอะไร ข้าเป็นสมาชิกของสภาจักรววรดิซึ่งกำลังจะไปปฏิบัติภารกิจที่อัลเดอราน"
"ท่านเป็นพันธมิตรกบฏและเป็นผู้ทรยศ นำตัวไปขังไว้!

ดาร์ธเวเดอร์และเจ้าหญิงเลอา

หลังจากสั่งทหารให้ขังเจ้าหญิงเลอาแล้ว นายทหารระดับผู้พันผู้หนึ่งได้กล่าวแสดงความวิตกกังวลว่า การกักตัวเจ้าหญิงเลอาอาจจะส่งผลร้าย ถ้าข่าวแพร่ออกไป อาจทำให้สภาจักรววรดิเริ่มไม่ไว้วางใจในตัวจักรพรรดิพัลพาทีนรวมทั้งกองทัพและหันไปไว้ใจและให้การสนับสนุนพันธมิตรกบฏแทนก็เป็นไปได้ แต่ดาร์ธเวเดอร์หาได้ใส่ใจไม่และกล่าวว่าเขาตามสายลับกบฏไปจนถึงตัวเจ้าหญิงเลอาแล้ว ตอนนี้มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะทำให้เขาได้ค้นพบฐานทัพลับของพันธมิตรกบฏได้ แม้จะดูจะเป็นยากแต่คิดว่าพอจัดการได้ เวเดอร์ได้ออกคำสั่งให้ส่งสัญาณฉุกเฉินออกไปและแจ้งต่อสภาจักรววรดิว่าลูกเรือของยานแทนทีฟทั้งหมด4 ได้ตายหมดแล้ว ต่อมาก็ได้รับรายงานว่า แผนผังไม่ได้อยู่ในยานแทนทีฟ4และไม่มีการส่งสัญญาณอะไรเลย แต่ได้รายงานถึงยานหลบหนีฉุกเฉินลำหนึ่งที่หลุดออกมาจากยานแทนทีฟ4 เพราะคิดว่าน่าจะมาจากอุบัติเหตุจากการปะทะแต่ในนั้นกลับไร้สิ่งมีชีวิต ดาร์ธเวเดอร์รู้ทันทีว่าเจ้าหญิงเลอาได้ซ่อนแผนผังไว้ที่ยานหลบหนีฉุกเฉินที่หลุดและตกลงไปยังดาวทาทูอีนแล้ว เขาได้ส่งทีมหน่วยพายุทรายไปตามเก็บยานหลบหนีฉุกเฉินมาอย่างเร่งด่วน หลังจากนั้นสั่งให้ยานมุ่งหน้าไปยังดาวมรณะ

ยุทธการยาวิน[แก้]

ยุทธการยาวิน (Battle of Yavin) เป็นเหตุการณ์ในเรื่องแต่งชุด สตาร์ วอร์ส ของจอร์จ ลูคัส ที่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามกลางเมืองกาแลกติก ซึ่งเป็นการปะทะกันระหว่างจักรวรรดิกาแลกติกและกองกำลังกบฏ การต่อสู้นี้ปรากฏในฉากไคลแมกซ์ของภาพยนตร์ สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 4: ความหวังใหม่ ที่ออกฉายครั้งแรกในปี พ.ศ 2520

การเปิดเผยอดีต[แก้]

ท่านผู้ถูกเลือก ท่านผู้ทรยศ และเป็นเหตุผลชั้นเยี่ยมที่จะใช้อ้างได้ว่าทำไมใครก็ตามที่นามสกุลสกายวอล์คเกอร์ถึงไม่อยากเป็นเจได

เคด สกายวอล์คเกอร์
เคด สกายวอล์คเกอร์ต่อสู้กับเวเดอร์ในนิมิต

ในปีที่ 35 หลังยุทธการยาวิน ขณะที่ลุค สกายวอล์คเกอร์ซ่อมอาร์ทู ดีทู อาจารย์เจไดพบกับโฮโลแกรมันทึกภาพอนาคิน สกายวอล์คเกอร์และแพดเม่ อมิดาล่า ซึ่งอนาคินกล่าวกับภรรยาของเขาว่าเขาฝันว่าแพดเม่ตายตอนคลอดลูก

ปีต่อมา ลุคยังได้ดูโฮโลแกรมที่อนาคินสังหารเจไดในวิหารเจได จากนั้นไม่นาน ในสงครามสวาร์ม ลุคต้องตกใจเมื่อพบสาเหตุเบื้องหลังจากตายของแม่ของเขาและเลอา เมื่อลุคดูโฮโลแกรมที่ฉายให้เห็นถึงพ่อของเขาใช้พลังบีบคอแพดเม่ที่บันทึกไว้โดยอาร์ทู ดีทู

หลังจากที่ลุคตาย ในปีที่ 137 หลังยุทธการยาวิน อนาคินปรากฏตัวในนิมิตพลังของเคด สกายวอล์คเกอร์ หนึ่งในหลานของเขา ในนิมิต เขาปรากฏตัวเป็นตอนที่เขาเข้าด้านมืดและสู้กับเมซ วินดู จากนั้นก็กลายเป็นดาร์ธ เวเดอร์และดวลกับเคด หลังจากเอาชนะเคด เวเดอร์ถอดหมวกของเขาออก แสดงให้เห็นถึงใบหน้าที่ถูกเผาของเขา และเตือนเคดถึงอันตรายของด้านมืด แทนที่จะให้การเตือนง่ายๆ เกี่ยวกับด้านมืด อนาคินเตือนหลานของเขาว่าเขาต้องควบคุมพลังและความโกรธของเขา เกราะกลัวว่ามันจะทำร้ายเขา เหมือนกับตอนที่อนาคินทำในตอนที่ดวลกับโอบีวัน เคโนบีบนมุสตาฟาร์

แพดเม่และฉมี[แก้]

อนาคินและแพดเม่ภรรยาของเขาบนเมลโวเลนซ์ในช่วงสงครามโคลน

ชีวิตของอนาคินผูกพันกับผู้หญิงสองคนมากที่สุดคือ ฉมี แม่ของเขา และแพดเม่ ภรรยาของเขา เขามีความสัมพันธ์แม่ลูกที่แน่นแฟ้นกับแม่ของเขา มันปวดร้าวที่ต้องทิ้งเธอไว้บนทาทูอีนขณะที่เขามุ่งหน้าสู่คอรัสซังเพื่อทำตามฝันของเขา และเขานับถือในความอดทนของเขาตลอดชีวิตที่ยากลำบากในการเป็นทาส โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจจากทาทูอีนไป การจากไปอย่างเร็วของเธอตอนที่เขาอายุได้สิบเก้าปีสะเทือนใจเขามาก และเขาสัญญาว่าจะไม่ยอมปล่อยให้คนที่เขารักถูกทำร้ายอีก กล่าวคือโอบีวัน เคโนบี อาจารย์ของเขา และแพดเม่ อนาคินพบราชินีที่ปลอมตัวมาตอนที่เขายังอยู่ที่มอส เอสปา ที่ที่ซึ่งเธอแสดงตนเป็นสาวรับใช้ หลังจากยุทธการธีด เขายังคงเฝ้าคิดถึงเธอ และความหลงใหลของเขาเบ่งบานกลายเป็นความรัก หลังจากที่ผจญภัยมาด้วยกัน เธอเริ่มมีใจให้กับเขา และทั้งสองก็แต่งงานกันตอนที่สงครามโคลนเริ่มต้นขึ้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้พบกันยากมากและต้องพยายามอย่างหนักเพื่อปกปิดความลับของพวกเขา อนาคินรักและสัญญาว่าจะปกป้องแพดเม่ ตั้งแต่ที่เขาไม่สามารถช่วยชีวิตแม่เอาไว้ได้ ในตอนท้าย ความกลัวของเขาต่อแพดเม่ (ผู้ที่ถูกเชื่อว่าตายตอนคลอดเด็ก) ได้ทำให้เขาเข้าสู่ด้านมืด - อย่างไรก็ตาม ความทรงจำของเธอที่อยู่กับลุคช่วยเขาเอาไว้ให้กลับสู่แสงสว่าง

ลุคและเลอา[แก้]

อนาคินมีลูกแฝดสองกับแพดเม่ ถึงแม้ว่าเขาไม่เคยรู้จนกระทั่ง 20 ปีต่อมาหลังจากที่พวกเขาเกิด ทั้งสองเกิดที่ฐานลับบนโพลิสแมสซา และแม่ของพวกเขา แมดเม่ ก็ตายไม่นานหลังจากที่พวกเขาเกิด ลุคคนพี่ ถูกเลี้ยงดูบนทาทูอีน (ซึ่งยังเคยเป็นบ้านของอนาคิน สกายวอล์คเกอร์) โดยพี่น้องต่างพ่อของอนาคิน โอเวน ลาร์ส และภรรยาของเขาเบรู เขายังได้เดินตามรอยเท้าพ่อของเขาและกลายมาเป็นเจได เลอาถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวราชวงศ์แห่งอัลเดอรานในเมืองหลวง อัลเดอรา เธอถูกตั้งชื่อว่าเลอา ออร์กาน่า ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นเลอา ออร์กาน่า โซโลเมื่อเธอแต่งงาน เธอได้เดินตามรอบเท้าแม่ของเธอ กลายมาเป็นวุฒิสมาชิกที่ทำหน้าที่เพื่อกาแลกซี่ และยังเป็นสมาชิกผู้นำของพันธมิตรกบฏ ซึ่งแม่ของเธอได้ช่วยสร้างขึ้นมา เด็กทั้งสองถูกซ่อนจากจักรวรรดิ พ่อของพวกเขา และจากทั้งสองคนเอง พวกเขาไม่รู้จักกันจนกระทั่งพวกเขาอายุได้ยี่สิบปี และพบว่าพวกเขาเป็นพี่น้องในเวลาต่อมา ในตอนท้าย ทั้งสองมีบทบาทที่เป็นเสมือนกุญแจในการเอาชนะจักรวรรดิและซิธ แต่เป็นลุคที่เอาชนะดาร์ธ เวเดอร์และช่วยอนาคิน สกายวอล์คเกอร์กลับสู่แสงสว่าง

ลักษณะภายนอก[แก้]

แอนนี่?… แอนนี่? นั่นเจ้าหรือ? โอ เจ้าหล่อเหลามาก

ฉมี สกายวอล์คเกอร์ ลาร์ส
อนาคิน มีแผลเป็นจากการต่อสู้ที่ดุเดือดและสวมชุดเจไดที่ไม่เหมือนคนอื่น

เมื่อตอนเขาเป็นผู้ใหญ่ เขามีความสูง 1.85 เมตร (6 ฟุต) ผมของเขาเปลี่ยนจากผมตรงสีบลอนด์ในวัยเด็กมาเป็นผมหยักศกสีบลอนด์เข้มในวัยผู้ใหญ่ อนาคินยังไว้ผมยาวตามแบบอัศวินเจไดทั่วไป หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แขนขวาของเขา—ตั้งแต่ข้อศอกลงไป—เพราะเคาท์ดูกู เขาได้รับแขนกลมาแทนซึ่งต่อมาก็ถูกทำลาย และสร้างขึ้นใหม่โดยตัวเขาเองและใส่ถุงมือสีดำคลุมทับอีกที

ภาพเหมือนของเขาและอาจารย์ของเขาถูกใช้เป็นโฮโลแกรมเพื่อฝึกพลแม่นปืนโคลนให้แยกแยะระหว่างมิตรกับศัตรู

ในช่วงสงครามโคลน เขาได้รับแผลเป็นใกล้ตาขวาของเขา ผลมาจากกระบี่แสงของเจไดมืออซาจ เวนเทรสส์ อนาคินยังแสดงให้เห็นอีกแผลเป็นของเขาในช่วงต้นของสงครามโคลน อนาคินสวมชุดเจไดตามแบบประเพณี แต่มันก็สีที่เข้มกว่าของเจไดคนอื่นๆ—สีน้ำตาลเข็มและสีดำ ชุดของเขาทำมาจากผ้าสังเคราะห์ และกระบี่แสงของเขาก็ไม่เหมือนกับของเจไดคนอื่นๆ ในนิกาย

เจ้าสกายวอล์คเกอร์ทั้งสอง! ข้าจะบอกเรื่องจริงเกี่ยวกับพ่อของเจ้า! เวเดอร์ผู้ยิ่งใหญ่เป็นชายบาดเจ็บภายใต้หน้ากากเหล็ก ใช่แล้ว หน้ากากที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกาแลกซี่ แต่หัวใจที่อ่อนแอภายในนั้นถูกครอบครองพลังตลอดกาล!

พลัพาทีนพูดกับลุค สกายวอล์คเกอร์และเลอา ออร์กานา โซโล
ดาร์ธ เวเดอร์จมดิ่งในด้านมืดหลังจากที่ไล่ตามโอบีวัน เคโนบีไม่ทัน

ในฐานะลอร์ดมืดแห่งซิธ ม่านตาของเวเดอร์กลายเป็นสีเหลืองเพลิงเมื่อเขาจมลงสู่ด้านมืดและความรู้สึกเกลียดชังและโกรธอย่างสมบูรณ์ แต่จะกลับมาเป็นปกติเมื่อเขาสำนึกผิดหรือเสียใจ และผิวหนังของเขาก็ซีดอย่างเห็นได้ชัด ในตอนแรก เวเดอร์ยังคงสวมชุดเจไดเพื่อที่จะซ่อนความเป็นตัวตนจากเหยื่อของเขา

หลังจากพ่ายแพ้ให้กับอดีตอาจารย์ของเขา โอบีวัน เคโนบี เวเดอร์เปลี่ยนรูปร่างไปมากจากการบาดเจ็บและถูกไหม้โดยลาวาบนมุสตาฟาร์ นอกจากนี้แผลเป็นที่น่ากลัวและลำตัวที่พิการของเขา ปอดของดาร์ธ เวเดอร์ถูกเผาไหม้ ทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ได้ เหมือนกับดาร์ธ ไซออนเมื่อหลายพันปีก่อนหน้า เพียงแต่ความเกลียดชังและความโหยหาในการแก้แค้นทำให้เขายังมีชีวิตอยู่ และด้วยกระบวนการนี้ร่างกายก็ยังคงสมบูรณ์

เขาเป็นเหมือนเครื่องจักรมากกว่ามนุษย์ หลงผิดและชั่วร้าย

โอบีวัน เคโนบี

เมื่อดาร์ธ ซีเดียสเข้าช่วยเหลือเวเดอร์ เขารู้ว่าเครื่องช่วยชีวิตแบบหุ่นยนต์เท่านั้นที่จะทำให้ศิษย์ใหม่ของเขามีชีวิตต่อไปได้ ท่อนแขนกลใหม่ถูกติดตั้งและเครื่องช่วยหายใจถูกใส่เข้าไปในชุดเกราะของเขา เขาถูกบังคับให้ต้องสวมเกราะตลอดเวลา ยกเว้นตอนที่เขานั่งสมาธิหรือรักษาตัวในห้องนั่งสมาธิของเขา

ดาร์ธ เวเดอร์กำลังถูกผนึกด้วยเกราะของเขา

มันยังทำให้เขาดูน่ากลัวมากขึ้นยิ่งกว่าชื่อเสียงของเขาเสียอีก ชุดทำให้เวเดอร์มีรูปร่างที่สูง เขามีความสูง 2.02 เมตรเมื่อสวมเกราะและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้เขาดูสง่า แม้แต่ในท่ามกลางผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา เวเดอร์ก็ยังเป็นที่หวาดกลัวของพวกเขา เวเดอร์มีเสียงหายใจที่เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนของเขาและศัตรูต้องหนาวสันหลังเมื่อได้ยินเสียงที่ดูชั่วร้ายนี้ ในตอนแรกที่เขาใส่ชุด เวเดอร์คาดว่ามันจะลดความสามารถของเขา เขาพบว่าเขาสามารถใช้พลังเพื่อพยุงตัวเองได้ในการเดินในสัปดาห์แรกๆ ที่เขาสวมชุด นอกจากนี้ มันยังไม่สะดวกสบายที่จะสวมใส่นัก

เช่นเดียวกันกับที่มันช่วยรักษาชีวิตของเขา เกราะของดาร์ธ เวเดอร์ทำให้เขามีพลังกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นและความยืดหยุ่นมากขึ้น วัสดุเหล่านี้ เมื่อควบคู่กับการใช้พลังของเขา เวเดอร์สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้ทั้งวัน มันยังทำให้เขาเพิกเฉยต่อบาดแผลของเขาในตอนที่เขาสู้อย่างบ้าคลั่งอีกด้วย เวเดอร์มีการรักษาแบบทั่วไป ไม่ว่าจะในห้องของเขาหรือผ่านทางชุดของเขา ด้วยสารเคมีที่พัลพาทีนเลือกว่าเหมาะสม สารพิษนี้ที่สร้างโดยนักบวชของจักรพรรดิใช้เพื่อทำให้แน่ใจว่าเวเดอร์จะไม่ทรยศ

หลังจากที่เขาสำนึกผิดและกลับสู่ด้านสว่างของพลัง เมื่อเขาได้เติมเต็มคำทำนายของเจไดและสังหารจักรพรรดิ สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากทำก่อนตายคือเห็นลูกชายของเขาด้วยตาของตนเอง ลุคยอมทำตาม และถอดหน้ากากที่น่ากลัวซึ่งปิดบังใบหน้าของพ่อของเขามากว่า 20 ปี สิ่งที่ปรากฏคือใบหน้าแผลเป็นที่เศร้าหมองและชายผู้ร่วงโรย ศีรษะของอนาคินไร้ผมและไม่มีคิ้ว และผิวหนังของเขาก็เป็นสีขาวเนื่องจากไม่ได้ถูกแสงแดดมากว่า 2 ทศวรรษ ใบหน้ายังคงแสดงให้เห็นถึงแผลเป็นจากการดวลอันเป็นโศกนาฏกรรม ตาที่อ่อนแรงเริ่มมืดมนมองดูลูกชายของเขา และแสดงให้เห็นถึงชีวิตที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ อีกครั้งที่อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ได้สร้างความสงบพร้อมกับพลังและเป็นหนึ่งเดียวกับมันตลอดไป

หลังจากที่อนาคินตาย ร่างของเขากลายเป็นวิญญาณพลัง ในร่างนี้ อนาคินปรากฏร่างเป็นตอนที่เขาอายุประมาณยี่สิบปี ตอนที่แขนขาอยู่ครบและไม่มีรอบแผลเป็นใดๆ จากสงครามโคลน เหตุผลก็อาจเป็นจากตอนที่อนาคินจมดิ่งลงสู่ด้านมืด เขาได้ตายลง และดาร์ธ เวเดอร์ก็ถือกำเนิดขึ้น

พลังและความสามารถ[แก้]

พลังและความสามารถในพลัง[แก้]

…แกด้อยกว่าสิ่งที่แกเคยเป็นมากนัก ร่างของแกกลายเป็นกลไกไปกว่าครึ่ง แกเหมือนศิลปินที่บัดนี้ดวงตามืดบอด เหมือนนักประพันธ์ที่บัดนี้ไม่อาจได้ยินสิ่งใด แกยังจำได้ว่าพลังอำนาจของแกอยู่ที่ไหน แต่เมื่อได้สัมผัสกลับเป็นเพียงแค่ความทรงจำ…

ความคิดของอนาคินหลังจากได้รับรู้ถึงการตายของแพดเม่
อนาคินมีความสามารถที่ทำให้เขากลายเป็นเจไดที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของกาแลคซี่

ความจริงที่ว่าอนาคินเกิดมาพร้อมกับจำนวนที่สูงสุดของมิดิคลอเรี่ยนในประวัติศาสตร์ของกาแลกติกและถูกกล่าวว่าเป็นผู้ที่ถูกเลือก นำมาซึ่งบทสรุปมากมายของพลังและความสามารถของเขา ในช่วงชีวิตของเขา เขาไม่ได้ประสบความสามารถสูงสุดของเขาอันเนื่องมาจากชะตากรรมของเขาที่เป็นวีรบุรุษในโศกนาฏกรรม แต่ก่อนที่เขาจะเข้าสู่ด้านมืด แม้ว่าจะเยาว์วัยมากและได้รับการฝึกที่น้อยก็ตาม (เนื่องมาจากอายุที่มากเกินไปของเขา) อนาคินก็ยังคงเป็นเจไดที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา หากเขาได้บรรลุถึงความสามารถสูงสุด เขาก็จะกลายเป็นทั้งเจไดและซิธที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาตาย เขากลายเป็นหนึ่งเดียวกับพลัง ซึ่งนั่นก็เป็นการบรรลุถึงความสามารถสูงสุดของเขา โอบีวัน เคโนบีกล่าวกับเวเดอร์ก่อนที่เขาจะตายว่า "หากเจ้าล้มข้าได้ ข้าก็จะทรงพลังกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้" หากนั่นเป็นจริง ข้อสรุปก็คือ เมื่อรวมเข้ากับพลังแล้ว เจไดจะบรรลุถึงพลังสูงสุดของเขาหรือเธอนั่นเอง

อัศวินเจได[แก้]

เจไดที่ทรงพลัง เขาเป็น

โยดา
อนาคินในยานของเขาในยุทธการคอรัสซังท์

นักบินที่เชี่ยวชาญ: อนาคิน สกายวอล์คเกอร์เป็นชายที่มากความสามารถ เขาเป็นที่รู้จักในทักษะการบินของเขา ทักษะที่ได้รับชื่อเสียงจากการเป็นเจไดเอซ ด้วยกิติศัพท์ที่โด่งดังจึงมีคนกล่าวกันว่าเขาเป็นนักบินที่เก่งที่สุดในกาแลคซี่ ในช่วงที่เขาเป็นทาส เขาได้สร้างชื่อเสียงแก่ตนเองด้วยการเป็นนักแข่งพ็อดเรซเซอร์ เขาเป็นหนึ่งในมนุษย์ที่น้อยนักที่จะสามารถขับพ็อดเรซเซอร์ได้ ต้องขอบคุณในพลังของเขา อนาคินยังชนะการแข่งขันบูนทาอีฟคลาสสิกเมื่อายุได้ 9 ปี ซึ่งทำให้เขาได้รับอิสรภาพ อนาคินน้อยดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมายของสาธารณรัฐ ขณะในยุทธการนาบู เขาได้ขับยานนาบูสตาร์ไฟเตอร์และทำลายยานควบคุมดรอยด์ได้ ความสามารถของเขาสามารถชนะสงครามได้เพียงคนเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย แต่นั่นเป็นลางบอกถึงการมาของทักษะของเขา ในช่วงสงครามโคลน อนาคินเป็นหนึ่งในนักบินที่เก่งและมีชื่อเสียงมากที่สุดของสาธารณรัฐ เขามีความสมบูรณ์แบบในการเลือกการวางแผน ที่เป็นที่รู้จักที่สุดก็คือทักษะของเขาในการเปิดฉากยิงก่อนที่จะเข้าปะทะแนวของศัตรู ทำให้มีเวลาเล็กน้อยพอให้หลบหลีก เขายังได้แสดงทักษะในการไล่ตามศัตรูได้ดีพอๆ กับการหลบหนีศัตรู ความสามารถต่อมาก็เห็นได้กับลูกชายของเขา ลุค สกายวอล์คเกอร์ ความสามารถของเขาดึงดูดความสนใจของสมุหนายกพัลพาทีนและคนในสภา ในยุทธการคอรัสซังท์ อนาคินสามารถนำยานอินวิซิเบิลแฮนด์ลงจอดได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าเขาจะขับมันแค่เพียงครึ่งลำก็ตาม และมันถูกสร้างมาให้ไม่สามารถลงจอดได้

สกายวอล์คเกอร์เป็นเจไดที่ทรงพลังที่ยังมีชีวิต และเขาก็ยังแข็งแกร่งมากขึ้น

เมซ วินดู

ช่างที่มีฝีมือ: อนาคินเป็นช่างยนต์ที่มีความสามารถ เขาสามารถซ่อมได้ทุกอย่างตั้งแต่ดรอยด์จนไปถึงเครื่องขับดัน สกายวอล์คเกอร์น้อยเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่ามันทำงานอย่างไร และความรู้ในเครื่องยนต์ของเขาประกอบกับความสามารถในพลังทำให้เขาขับพาหนะและยานรบส่วนใหญ่ได้ เขาใช้ดรอยด์ของเขาเพื่อประกอบโอโทก้า 222 ของเขาขึ้นมาใหม่และแว่นตาที่ช่วยให้เขาทำงานด้านนี้ได้งานขึ้น เมื่อเขาอายุได้ 9 ปี เขาได้สร้างดรอยด์ชื่อซีทรีพีโอได้แม้ว่าจะมีชิ้นส่วนที่จำกัดเพื่อช่วยเหลือแม่ของเขา สำหรับการแข่งขันบูนทาอีฟคลาสสิก เขาได้ขับยานที่เขาสร้างขึ้นเองจากชิ้นส่วนที่เขาพบในร้านของวัตโต้ เมื่อเขาได้พบกับอดีตเจ้าของทาส อนาคินได้ใช้ทักษะในการซ่อมแซมเพื่อพิสูจน์ตัวของเขา ในสงครามโคลน อนาคินได้ดัดแปลงยานเดลต้า-7 อีเตอร์สปิริท สตาร์ไฟท์เตอร์และมีชื่อว่านางฟ้าสีคราม อนาคินยังชอบแก้ไขแขนกลของเขาอยู่บ่อยๆ ยานไทร์ แอดวานซ์ เอ็กซ์1 สตาร์ไฟท์เตอร์ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเวเดอร์โดยเฉพาะ มีมุมปีกที่กว้าง มีเครื่องยต์ท้ายที่ยาวยานไทร์แบบทั่วไป นอกจากนี้ อนาคินยังสามารถเข้าใจในภาษาอิเลคทรอนิคได้อีกด้วย ทำให้เขาพูดคุยกับดรอยด์ได้

ข้าซ่อมอะไรก็ได้

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์

ความหยั่งรู้พลังในตัว: จำนวนมิดิคลอเรี่ยนที่นับไม่ได้ในตัวของเขานั้นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในเจไดที่ทรงพลังที่สุดในนิกายเจได อย่าไงรก็ตาม มันยังสร้างความยะโสในตัวเขาอีกด้วย เมื่อเขามาถึงวิหารเจไดในวัยเก้าปี เขาเริ่มพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเพื่อนพาดาวันคนอื่นๆ เขายังมีความสามารถที่จะใช้พลังที่ทำให้คนสลบได้ สัญลักษณ์ที่บอกว่าเขาโอนเอียงไปทางด้านมืด

เขาทรงพลัง เป็นไปได้ที่จะทรงพลังมากกว่าเราสองคน

ดาร์ธ ซีเดียสพูดกับโยดา

ผู้ใช้กระบี่แสงที่เก่งกาจ: อนาคินยังเป็นอีกหนึ่งคนที่เก่งในเรื่องกระบี่แสงที่สุดในนิกายเจได ในฐานะพาดาวัน อนาคินได้ฝึกรูปแบบที่ 5 ชิเอ็นและอาตารูเล็กน้อยซึ่งรวดเร็วกว่า เขาเริ่มเรียนรู้รูปแบบที่ 5 มากขึ้น หลังจากที่เขาพ่ายแพ้เคาท์ดูกูบนจีโอโนซิส มันพิสูจน์ถึงการได้ผลอย่างแท้จริง ด้วยความเก่งในแบบดีเจ็ม โซของเขาและความที่ไม่ยอมใช้ท่าต่อสู้ที่เปิดของชิเอ็น เขาก็สามารถเอาชนะเคาท์ดูกูได้ในการดวลกันครั้งที่สองบนอินวิซิเบิลแฮนด์ อนาคินยังใช้ดีเจ็ม โซในตอนที่เขาสู้กับอดีตเพื่อนและอาจารย์ของเขา โอบีวัน เคนโนบีบนมุสตาฟาร์ แม้ว่าทักษะและเทคนิคของเขาในดีเจ็ม โซจะด้อยกว่าโซรีซูของเคโนบี เคโนบีก็พ่ายแพ้ในตอนต่อสู้กับซิธลอร์ดในครั้งต่อมา แม้ว่าสกายวอล์คเกอร์จะแข็งแกร่งกว่าเคโนบีด้านกายภาพ เคโนบีก็มีทักษะในการวางแผนมากกว่าสกายวอล์คเกอร์มีในการดวล ตลอดการดวล เคโนบีใช้พลังงานที่น้อยในการป้องกันตัวเองมากกว่าจะใช้มันไปกับการโจมตี และชนะการดวลด้วยการอยู่บนที่สูงกว่า ความอดทนของโอบีวันและประสบการณ์ที่มากในโซรีซู นั่นก็เพียงพอต่อความมั่นใจที่มากของซิธลอร์ดหนุ่ม หลังจากที่ถูกลวงโดยเคโนบี ความโอหังของเขาก็นำมาซึ่งความพ่ายแพ้ เมื่อเขากระโดดเข้าหาโอบีวันที่อยู่บนที่สูงกว่า

ซิธลอร์ด[แก้]

เจ้าหยุดข้าไม่ได้หรอก…ดาร์ธ เวเดอร์จะทรงพลังกว่าเราทั้งสองเสียอีก"
"ศรัทธาในตัวศิษย์ใหม่ของท่าน อาจจะผิดก็ได้ เหมือนศรัทธาของท่าน ในด้านมืดของพลัง

ดาร์ธ ซีเดียสและโยดา
รูปปั้นของเวเดอร์ในปราสาทบาสท์

เวเดอร์เป็นนักวางแผนที่ฉลาดและก็ยังคงเป็นอยู่ แม้ว่าพลังที่อ่อนแอลงของเขา หนึ่งในนักบินที่เก่งที่สุดของกาแลคซี่ เกราะของเขาไม่อำนวยต่อความสามารถที่เขาได้มาตั้งแต่วัยเด็กและเขาสามารถทำนายการเคลื่อนไหวของเป้าหมายของเขาในการต่อสู้ที่สับสนด้วยการหาเป้าที่แม่นยำ เขายังคงมีทักษะทางด้านวิศวกรรมที่น่าทึ่งเหมือนเดิม เขาได้ดูแลการออกแบบยานไทร์แอดวานซ์เอ็กซ์1ของเขาเองและการก่อสร้างดาวมรณะดวงที่สอง ทักษะของเขาในกระบี่แสงได้พัฒนาขึ้นในหลายศึกและการต่อสู้ในสงครามโคลนและการกวาดล้างเจไดครั้งใหญ่ เป็นตำนานและแม้แต่ได้ลับคมตลอดในช่วงเวลาที่เขาได้ดวลกับเจไดหลายคนในช่วงการกวาดล้าง ความสามารถทั้งหมดนี้ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นรองในเรื่องความเชี่ยวชาญในพลังของเขา

เนื่องจากแขนที่ขาดของเขาและร่างที่ไหม้อย่างสาหัสบนมุสตาฟาร์ เขาสูญเสียความสามารถในพลังไปมาก เมื่อเป็นดาร์ธ เวเดอร์ อนาคินเชื่อว่ามีความแข็งแกร่ง 80% ของจักรพรรดิ แต่ถึงกระนั้น เวเดอร์มีพลังและทักษะที่เหนือกว่า หากเขาไม่ได้รับบาดเจ็บบนมุสตาฟาร์ เขาก็อาจทรงพลังกว่าจักรพรรดิถึงสองเท่า

พลังของซิธไม่ได้อยู่ที่เลือดเนื้อ แต่อยู่ที่จิตใจ

จักรพรรดิพัลพาทีน

จักรพรรดิ ได้มองอีกมุมมองหนึ่งในตอนที่เขาทำให้เวเดอร์ยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่ามันเป็นจริงที่เขาไม่ได้ศิษย์ของเขาที่เป็น"ครึ่งคนครึ่งหุ่น"มาในราคาที่ถูก พัลพาทีนมีความคิดที่ว่าข้อจำกัดของเวเดอร์ในเรื่องความสามารถไม่ได้อยู่ที่กายภาพและเป็นที่จิตของเขา เขาเชื่อว่า หากเวเดอร์เผชิญกับทางเลือกของตนและความผิดหวังเพื่อดึงเขาออกมาจากความสิ้นศรัทธา มันอาจปลุกพลังในตัวของเขาขึ้นมาอีกครั้ง ถึงกระนั้น ขณะที่เวเดอร์ก้าวต่อไปในมุมมองนี้ เขาก็ไม่สามารถยอมรับว่าเขากลายเป็นใครและอะไร

การหักเหกระสุนบลาสเตอร์: หนึ่งในพรสวรรด์ของเวเดอร์ก็คือการเขาสามารถบล็อกกระสุนบลาสเตอร์ด้วยมือได้ นั่นก็เพราะถุงมือของเขาทำมาจากเหล็กไมโครไนซ์ซึ่งสามารถหักเหอะไรก็ได้ยกเว้นกระบี่แสง

พลังบีบคอ: ดาร์ธ เวเดอร์ดูเหมือนจะชอบใช้พลังบีบคอมาก เขาสาธิตมันมากครั้งในช่วงชีวิตของเขา เขาใช้มันจัดการกับนายทหารแห่งจักรวรรดิทุกนายภายใต้บังคับบัญชาที่ทำงานไม่ได้เรื่องหรือผิดพลาด และหากใครทำให้เวเดอร์โกรธด้วย รวมทั้งใช้จัดการกับกลุ่มกบฏ

เวเดอร์ยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงทางกายภาพของเขา เขาสามารถที่จะยกคนให้ลอยจากพื้นได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว และยกตัวจักรพรรดิขึ้นและทุ่มเขาสู่ความตาย ไม่มีใครรู้ว่าความสามารถนี้จะมาจากการใช้พลังของเขาหรือแขนกล อย่างไรก็ตาม มันดูเหมือนว่าจะมาจากการดัดแปลงทางกายภาพมากกว่า อย่างตอนที่เขาบีบคอโอบีวันบนมุสตาฟาร์

นอกจากเครื่องช่วยชีวิตของเขาที่ทำให้เขารอดชีวิต เกราะของเวเดอร์ยังให้การป้องกันจากคมดาบของกระบี่แสงได้อีกด้วย ในการดวลระหว่างเขาและลูกชายของเขาที่นครลอยฟ้า การฟาดฟันจากกระบี่แสงของลุคนั้นทำได้แค่ตื้นๆ เท่านั้น แม้ว่ามันจะมากพอที่จะสร้างความประหลาดใจแก่ลอร์ดมืดไม่น้อย

เวเดอร์ใช้พลังจับยึดใส่เจซ ดัลลิน

ในการต่อสู้ ดาร์ธ เวเดอร์สูญเสียการเคลื่อนไหวฟวึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยมี แต่ด้วยชุดจักรกลของเขาทำให้เขามีพละกำลังมากขึ้น พลังในการฟาดฟันของเขามีมากถึงแม้ใช้แค่มือเดียว เขาสงบนิ่งเวลาที่ต่อสู้ มากกว่าที่จะใช้ท่าทาง เมื่อใช้ทั้งสองมือโจมตี เขาจะรุกใส่ศัตรูได้อย่างหนักหน่วง การต่อสู้แบบนี้ต่างจากการต้อสู้แบบเดิมที่เขาเคยมี ซึ่งจะใช้ความเร็วและลีลาที่มากกว่า

พลังจิต: เนื่องมาจากความคล่องตัวที่ลดลง เขาจึงเสียเปรียบเมื่อต้องต่อสู้กับผู้ที่ใช้รูปแบบรวดเร็วกว่าอย่างอาตารู เพื่อโต้ตอบกับฝ่ายตรงข้ามที่มีความรวดเร็วสูง เขาจะใช้พลังเพื่อดึงเอาทุกอย่างรอบตัวเขาซึ่งไม่ได้ยึดติดกับพื้นดินและโยนเข้าใส่ศัตรูของเขา ปราศจากการใช้กล้ามเนื้อ ทุกอย่างที่อยู่ในที่เกิดเหตุสามารถใช้เป็นอาวุธเพื่อบดขยี้ศัตรูของเวเดอร์ได้จากทุกทิศทาง ดาร์ธ เวเดอร์ใช้ยุทธวิธีนี้เป็นครั้งแรกเมื่อดวลบนมุสตาฟาร์ เขาตัดชิ้นส่วนเหล็กจากผนังและโยนมันใส่โอบีวัน เคโนบี ดาร์ธ เวเดอร์ยังใช้มันอีกครั้งเมื่อเขาพยายามเอาชนะอัศวินเจไดโรอัน ชรีน และการดวลกับลุค สกายวอล์คเกอร์ครั้งแรกที่เบสพิน

แม้ว่าดาร์ธ เวเดอร์จะเป็นซิธลอร์ดที่ทรงพลัง เขาก็ไม่สามารถสร้างหรือหักเหพลังสายฟ้าได้ มันเนื่องมาจากชิ้นส่วนกลไกของเขา และหากเขาพยายามใช้พลังสายฟ้า มันก็จะเกิดการขัดข้อง หยุดการทำงานของเครื่องช่วยชีวิตของเขา และอาจฆ่าเขา นี้เป็นเหตุผลว่าเขาตายอย่างไร หลังจากที่เขาสำนึกผิดและช่วยลูกชายของเขาเอาไว้ ทำให้เขาถูกสายฟ้าของจักรพรรดิกระหน่ำใส่ เนื่องมาจากพลังที่มีจำกัดของเขาเพราะแขนกล ดาร์ธ ซีเดียสพบว่าเขสไม่ได้มีพลังเทียบเท่ากับที่ตำนวนของซิธกล่าวเอาไว้ถึงแม้ว่าซีเดียสใช้เวลามากกว่าทศวรรษเพื่อให้ได้สกายวอล์คเกอร์มาเป็นศิษย์ก็ตาม เมื่อเขาพบลุค สกายวอล์คเกอร์พัลพาทีนก็มุ่งเป้าหมายไปที่เขาเพื่อทำให้เขาเข้าสู่ด้านมืดของพลัง

การฝึกใช้กระบี่แสง[แก้]

"หากเจ้าใช้เวลาในการฝึกเพลงดาบของเจ้า เจ้าจะกลายเป็นคนที่คู่ควรกับอาจารย์โยดาในเพลงดาบ"
"ข้านึกว่าข้าเป็นแล้วเสียอีก"
"เป็นเพียงในความคิดเจ้า พาดาวันหนุ่มของข้า"

โอบีวัน เคโนบีและอนาคิน สกายวอล์คเกอร์
ไฟล์:Vader statue at Bast castle.jpg
รูปปั้นของเวเดอร์ที่ปราสาทบาสท์หลังจากที่มันถูกทำลาย

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ได้รับการฝึกฝนโดยอัศวินที่หวังมากที่สุดของนิกาย โอบีวัน เคโนบี อนาคินได้รับประเพณีของกระบี่แสงมาจากเขา รูปแบบของอนาคินประกอบขึ้นจากอาจารย์หลายคน มันทำให้เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถที่โดดเด่นตั้งแต่อายุยังน้อย

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์สามารถใช้รูปแบบการต่อสู้ด้วยกระบี่แสงได้อย่างดีโดยเฉพาะชิเอ็น ชิเอ็นเป็นรูปแบบที่ก้าวร้าวซึ่งเน้นไปที่พละกำลังและการโจมตีแบบกวาด เป็นการนำเอาโซรีซูที่โอบีวันใช้มาดัดแปลงให้กลายเป็นแบบโจมตี ด้วยการที่อนาคินมีจำนวนมิดิคลอเรียนสูงมากเขาจึงเรียนรู้และใช้ชิเอ็นได้รวดเร็วกว่าพาดาวันคนอื่นๆ ในนิกาย เมื่อถึงยุทธการจีโอโนซิสอนาคินก็เริ่มเชื่อว่าเขาเป็นหนึ่งในนักดาบที่เก่งที่สุดของนิกาย

ในที่สุดอนาคินได้รับบทเรียนจากการต่อกรกับเคาท์ดูกูในยุทธการจีโอโนซิส ด้วยความที่มั่นใจมากเกินไปทำเขาไม่ใช้ชิเอ็นและเปลี่ยนมาใช้อาตารูแทนหลังจากที่ได้รับกระบี่แสงเพิ่มจากโอบีวัน ถึงกระนั่นมันก็ยังไม่ใช่รูปแบบที่แข็งแกร่งที่สุด อย่างไรก็ตามทักษะของดูกูได้สกัดดาบเล่มที่สองของอนาคินออก บังคับให้เขาต้องกลับไปใช้ชิเอ็น แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญในรูปแบบดังกล่าว ผู้ถูกเลือกก็พิสูจน์ว่าไม่ได้เก่งไปกว่ามาคาชิของดูกูเลย อนาคินต้องเสียแขนขวาไปและได้รับการช่วยเหลือเอาไว้โดยอาจารย์โยดาที่มาทันเวลาพอดี

อนาคินรู้ซึ้งจากบทเรียนครั้งนั้น เขาใช้เวลาอีกสามปีในสงครามโคลนเพื่อพัฒนาทักษะของเขาในรูปแบบที่ 5 นอกจากชิเอ็นแล้วสกายวอล์คเกอร์ก็ยังเก่งในรูปแบบที่รองที่เรียกว่าดีเจ็มโซ ในช่วงสงครามโคลนนั้นดีเจ็มโซเหนือกว่าชิเอ็น เมื่อดูกูต่อสู้กับอนาคินบนอินวิซิเบิลแฮนด์ เขาพบว่าทักษะในดีเจ็มโซของอนาคินนั้นเหนือกว่าใครๆ ที่เขาเคยเห็นมาก่อนในชีวิต

อย่างไรก็ตามการใช้รูปแบบที่ 5 ของอนาคินนั้นไม่เหมาะสมกับการทำให้ศัตรูนั้นตกมาเป็นตำแหน่งรอง มันทำให้การตัดสินมืดมัว ผลักดันเข้าให้เข้าสู่ด้านมืดของพลังในบางครั้ง สิ่งนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการรบที่ดุเดือดของอนาคินในช่วงสงครามโคลน

เมื่อพบดูกูอีกครั้งในยุทธการคอรัสซัง เมื่อความเชี่ยวชาญในดีเจ็มโซของอนาคินรวมเข้ากับวัยที่ยังหนุ่มของเขา สภาพร่างกายที่ดีกว่า พละกำลังที่เหลือล้น และมีพลังมาก มันทำให้อนาคินสามารถสยบมาคาชิของดูกูได้ เมื่อเอาชนะดูกูอนาคินดูเหมือนว่าจะได้พิสูจน์ถึงพลังที่มากมายของเขาและทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักดาบที่เก่งที่สุดในนิกาย มันยังพิสูจน์ให้ซีเดียสเห็นด้วยว่าอนาคินนั้นพร้อมที่จะเป็นศิษย์ของเขาแล้ว

เมื่ออนาคิน สกายวอล์คเกอร์เข้าสู่ด้านมืดและกลายเป็นดาร์ธ เวเดอร์เขาก็ยังคงใช้รูปแบบที่ 5 แต่ใช้มันไปในทางที่เลวร้ายกว่าเดิม อย่างไรก็ตามความเกรี้ยวกราดของเขาก็กลายมาเป็นจุดอ่อนเมื่อเขาถูกครอบงำด้วยความบ้าคลั่ง ถึงแม้ว่าจะหนุ่มกว่าและเก่งกว่าโอบีวัน เขาก็ยังบกพร่องเรื่องประสบการณ์ ความใจเย็น และสมาธิน้อยกว่าโอบีวัน แม้ว่าเวเดอร์จะทรงพลังด้วยด้านมืดของพลัง เขาก็ใช้อารมณ์มากไปจนมันทำให้เขาต้องพ่ายแพ้ต่อโอบีวัน

ดีเจ็มโซของเวเดอร์ปะทะกับโซรีซูของเคโนบี

ความแข็งแกร่งของเวเดอร์มาจากการโจมตีแบบกระหน่ำในขณะที่ความแข็งแกร่งของเคโนบีมาจากการป้องกัน โอบีวันถูกจัดว่าเป็นยอดอาจารย์ในด้านรูปแบบป้องกันอย่างรูปแบบที่ 3 โซรีซูและการทุ่มเทของเขาในการวึกได้พิสูจน์ถึงชัยชนะของเขา เวเดอร์โมโหร้ายซึ่งมันทำลายการป้องกันของเขาจนเขาเสียสมาธิและความอดทนไป เคโนบีได้ประสบการณ์จากการดวลกับกรีวัสซึ่งเขาใช้คติที่ว่า"รอจนกว่าศัตรูจะเสียท่า" มันเป็นวิธีของโซรีซูที่จะต้านศัตรูจนกระทั่งเขาหรือเธอสูญเสียการโจมตี ผลที่ได้คือเวเดอร์ถูกตัดแขนขา

ในชุดช่วยชีวิตของเขามันเป็นการยากมากที่จะต่อสู้ด้วยการใช้กระบวนท่าที่พลิกแพลงอย่างอาตารู ในตอนแรกๆ ที่เขาได้สวมชุดเวเดอร์ถูกบังคับให้ต้องใช้พละกำลังมหาศาลกระแทกศัตรูออกไปและสังหารศัตรูที่ล้มลงรวมทั้งผสมโซรีซูเข้ากับอาตารูอีกด้วย

อย่างไรก็ตามเวเดอร์สามารถที่จะไปให้เหนือขีดจำกัดของเขาได้อย่างรวดเร็วด้วยการพัฒนาดีเจ็มโซที่รวมเข้ากับอาตารูและโซรีซูและมาคาชิเอาไว้ ด้วยรูปแบบใหม่นี้เวเดอร์สามารถนำความคล่องแคล่วกลับมาได้อีกครั้งและเพลงดาบของเขาก็มีประสิทธิภาพมาก เป็นเพลงดาบที่คาดเดาได้ยาก ไม่มีอะไรมากนอกจากการฟาดฟันเพื่อสังหาร

เวเดอร์นั้นสามารถผสมผสานเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้มากมาย บางครั้งก็สู้โดยใช้มือเดียวเพื่อความแม่นยำแต่ประหยัดพลังงาน เขาได้ใช้รูปแบบดังกล่าวกับโอลี สตาร์สโตนและลุค สกายวอล์คเกอร์ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาต้องป้องกันตัวเองเวเดอร์จะต่อสู้โดยใช้สองมือจับด้ามดาบโดยใบมีดจะยื่นไปที่ด้านหน้าของเขา ซึ่งเปลี่ยนตำแหน่งได้โดยเพียงขยับข้อมือเท่านั้น ขณะที่มันเหมาะสำหรับการป้องกันช่วงตัวของเขาและแผงควบคุม การใช้รูปแบบนี้ก็ทำให้แขนขาของเวเดอร์ตกเป็นเป้าได้ เวเดอร์ใช้รูปแบบดังกล่าวต่อกรกับโรอัน ชรีนในช่วงยึดครองคาชีคและกับโอบีวัน เคโนบีในตอนที่เขาต่อสู้กันบนดาวมรณะดวงแรก

ขณะที่เขาใช้รูปแบบดัดแปลงเพื่อเพิ่มผลสูงสุดเวเดอร์ก็ทำการล่าถอยในบางครั้งในช่วงแรกๆ ที่เขาใช้ชุดอย่างงุ่มง่าม เป็นการกระหน่ำโจมตีอย่างที่เห็นตอนที่เขาต่อสู้กับลุค สกายวอล์คเกอร์บนเบสพิน

ไฟล์:Return of the jedi 4.jpg
เวเดอร์และลุคกำลังใช้ดีเจ็มโซ

หลังจากที่เขาได้รับบทเรียนจากการดวลกับเคโนบีเขาก็ได้เรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ขณะปะทะกับศัตรูและหาทางที่จะควบคุมด้านมืดเพื่อไม่ให้มันบดบังความคิดของเขา

ประมาณ 3.5 ปีหลังยุทธการยาวินเวเดอร์ได้สั่งให้ดรอยด์ที่ใช้กระบี่แสงต่อสู้กับเขา พวกมันรวดเร็วและแข็งแรงกว่าคนปกติทั่วไปและถูกโปรแกรมด้วยทักษะดายและรูปแบบการต่อสู้มากมาย เวเดอร์สามารถเอาชนะพวกมันได้ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม เมื่อทักษะของเขาได้รับการพัฒนาแล้วเวเดอร์ก็พบว่าพวกดรอยด์ก็ง่ายเกินไปที่จะเอาชนะจนเขาเริ่มต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งแทน

ลุค สกายวอล์คเกอร์ยังสามารถต่อสู้กับซิธลอร์ดได้ระยะหนึ่งบนเบสพินถึงแม้ว่าจะได้รับการฝึกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อถึงตอนที่อยู่บนดาวมรณะลุคได้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบที่ 5 ของเวเดอร์ด้วยการต่อสู้อย่างดุเดือด สิ่งนี้ทำให้ลูกชายของเขามีพลังเพิ่มขึ้นจะเจาะทะลุการป้องกันของเวเดอร์และได้เปรียบเหนือซิธลอร์ดที่มีประสบกาณ์ ในที่สุดลุคก็สามารถเอาชนะลอร์ดมืดได้

กระบี่แสง[แก้]

กระบี่แสงของอนาคิน[แก้]

อาวุธนี้คือชีวิตเจ้า

โอบีวัน เคโนบีพูดกับอนาคิน สกายวอล์คเกอร์
กระบี่แสงเล่มแรกของอนาคิน

อนาคินได้สร้างและใช้กระบี่แสงอย่างน้อยสองเล่มในตอนที่เขาเป็นเจได ในปีที่ 28 ก่อนยุทธการยาวิน ในฐานะพาดาวันหนุ่ม อนาคินได้เดินทางไปที่อิลัมเพื่อการทดสอบทักษะในการสร้างกระบี่แสงเล่มแรก ขณะที่สร้างกระบี่แสงของเขาในถ้ำลึกแห่งหนึ่ง อนาคินได้เห็นดาร์ธ มอลในนิมิตของเขา หลังจากการพยายาม อนาคินก็สามารถเอาชนะตัวตนของความมืดนี้ได้ และตื่นขึ้นมา อนาคินพบว่าเขาได้สร้างกระบี่แสงที่มีคริสตัลอดีแกนอยู่ข้างใน ซึ่งมีที่มาจากถ้ำบนอิลัม ทำให้ใบดาบมีแสงสีน้ำเงิน การออกแบบด้ามจับก็ออกแบบเพื่อให้เหมาะกับการฝึกรูปแบบที่ 5 ของเขา เขาทำในสิ่งที่พาดาวันคนอื่นไม่ทำกันคือการสร้างกระบี่แสงที่เหมือนกับของอาจารย์ เขากลับสร้างกระบี่แสงที่มีพลังสูงสุดแทน

กระบี่แสงนี้ถูกใช้จนถึงสงครามโคลน มันถูกทำลายครั้งแรกในยุทธการจีโอโนซิส อย่างไรก็ตามมันถูกซ่อมหลังจากนั้น และถูกใช้โดยสกายวอล์คเกอร์ในสงครามโคลน แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันถูกเลิกใช้ตอนไหน

กระบี่แสงเล่มที่สองของอนาคิน

เมื่อถึงจุดนี้ อนาคินได้สร้างกระบี่แสงเล่มใหม่ อาวุธนี้เป็นการรังสรรค์ที่ทรงอานุภาพที่แสดงให้เห็นถึงทักษะความเป็นช่างของเขา การสร้างและออกแบบพิเศษสำหรับการใช้กระบวนท่าแบบเดมโซ ซึ่งเขาได้กลายมาเป็นปรมาจารย์ในด้านนั้นในเวลาต่อมา

19 ปีก่อนยุทธการยาวิน หลังจากที่ดวลของเขากับโอบีวัน เคโนบีบนมุสตาฟาร์ กระบี่แสงนี้ถูกเอาไปโดยอดีตอาจารย์ของอนาคิน ซึ่งเขาได้เก็บมันไว้บนทาทูอีน ในปียุทธการยาวิน โอบีวันมอบกระบี่แสงของอนาคินที่เขาเก็บมาจากมุสตาฟาร์ให้กับลุค ลูกชายของอนาคิน ผู้ที่ซึ่งโอบีวันได้เฝ้ามองมานาน โอบีวันได้ดัดแปลงกระบี่ตอนที่เขาอยู่บนทาทูอีนเพราะมันแตกต่างออกไป เมื่ออยู่ในมือของลุค สกายวอล์คเกอร์ ใบดาบของอนาคินได้กวัดแกว่งใส่ศัตรูอีกครั้ง แม้แต่กับตัวเขาเองในฐานะลอร์ดมืดแห่งซิธ ดาร์ธ เวเดอร์ ในการดวลกับลูกชายของเขาบนเบสพิน เวเดอร์ได้ตัดมือขวาของลุค ทำให้ทั้งมือของลุคและกระบี่แสงตกลงไปในส่วนลึกของนครลอยฟ้า กระบี่แสงและมือของลุคถูกพบในเวลาต่อมา

"อะไรกันนี่?"
"กระบี่แสงของพ่อเจ้า นี่คืออาวุธของอัศวินเจได มันไม่เหมือนกับปืนบลาสเตอร์ อาวุธที่สวยงามสำหรับยุคที่ศิวิไลซ์กว่า"

ลุค สกายวอล์คเกอร์กับโอบีวัน เคโนบี

ไม่กี่เดือนถัดมาหลังจากการตายของอนาคินบนเอนดอร์ โจรูอัส คาบอท ตัวโคลนนิ่งของอาจารย์เจไดโจรัส คาบอท ได้ใช้มือของลุคที่ถูกตัดมาทำโคลนนิ่งชื่อลูค สกายวอล์คเกอร์ ลูคได้ใช้ดาบของอนาคินต่อสู้กับลุคและมารา เจด หลังจากที่ลูคถูกฆ่า ลุคได้เก็บอาวุธของพ่อและมอบมันให้เป็นของขวัญแก่มารา กระบี่แสงอยู่ในครอบครองของมาราหลายปีและถูกส่งต่อไปให้หลานชายของอนาคินเบน สกายวอล์คเกอร์ ต่อมามันได้ถูกเก็บไว้ในบ้านของสกายวอล์คเกอร์บนออสซัส

กระบี่แสงของเวเดอร์[แก้]

หลังจากที่เขาบาดเจ็บสาหัสบนมุสตาฟาร์ เวเดอร์ได้สร้างกระบี่แสงเล่มใหม่ เวเดอร์ดัดแปลงกระบี่แสงเล่มนี้ตลอดเวลา อาวุธของเขา แม้ว่าจะคล้ายคลึงกับดาบที่เขาใช้ตอนที่เป็นอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ มันก็มีข้อแตกต่าง มันแข็งแกร่งกว่า วัสดุเป็นอัลลอยสีดำ และดูเกรี้ยวกราดกว่า เหมาะกับตัวตนใหม่ของเขา ใบดาบเกิดจากคริสตัลสังเคราะห์แสงที่อาจารย์ของเขาให้มา

กระบี่แสงของเวเดอร์หายไปเมื่อมันหล่นไปในปล่องของดาวมรณะดวงที่สองพร้อมกับมือกลของเขาที่ถูกตัดตอนที่ดวลกับลูกชายของเขา Vader's lightsaber

เป็นที่รู้กันว่าเวเดอร์สร้างกระบี่แสงมากกว่าหนึ่งเล่ม แต่เนื่องมาจากการดัดแปลงที่เวเดอร์ทำกับอาวุธของเขา มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาว่ามันแตกต่างกันอย่างไร

กระบี่แสงอย่างน้อยหนึ่งงเล่มของเวเดอร์กันน้ำ

สิ่งน่าสนใจคือ ทั้งๆ ที่เวเดอร์อยากที่จะลืมอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ เขากลับสร้างกระบี่แสงที่มีด้ามคล้ายกัน

ลูกศิษย์[แก้]

1.เจได อาโซกา ทาโน่ (Ahsoka Tano)

2.กาเลน มาเรก (Galen Marek) รหัสนามว่า สตาร์คิลเลอร์ (Starkiller)

3.เต๋า (Tao)

4.ซิธหญิงนามว่า ลูมิยา (Lumiya )

การตีความคำทำนาย[แก้]

ซิธอาริ[แก้]

ผู้ซึ่งเป็นอิสระจากข้อบังคับทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ ศักยภาพของเขาจะถูกเติมเต็ม ความแข็งแกร่ง พลัง ชะตากรรมที่สมบูรณ์ ลองนึกถึงมันดูสิ

ยูธูร่า แบน

คล้ายกับคำทำนายในผู้ที่ถูกเลือกของเจได ซิธลอร์ดโบราณยังได้ทำนายถึงการเกิดของซิธอาริ (เป็นภาษาซิธโบราณที่แปลว่าผู้ที่มีอำนาจเหนือผู้อื่น) มันได้รับแรงบันดาลใจมาจากกษัตริย์ผู้เป็นตำนานนามว่าเอดัสแห่งจักรวรรดิซิธโบราณ ตำนานนี้ทำนายถึงการมาของผู้ที่สมบูรณ์แบบ อยู่เหนือขอบเขต ผู้ซึ่งจะบรรลุพลังสุดยอดของซิธ หากสำเร็จอาจนำไปสู่การทำลายตัวนิกายซิธเอง—การกระทำที่ลอร์ดโบราณรู้สึก จะทำให้ซิธแข็งแกร่งกว่าที่เคย

ลอร์ดเวเดอร์

เหมือนตำนานซิธอาริ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์นั้นดูเหมือนจะ"สมบูรณ์แบบ เขาเกิดจากมิดิคลอเรี่ยน และได้รับการมองว่าเป็นผู้ที่จะทำลายซิธ มันอาจถูกมองด้วยว่า ในการฆ่าอาจารย์ของเขา เวเดอร์ไม่เพียงแค่ทำลายซิธ แต่ยังทำให้พวกเขาทรงพลังกว่าที่เคย การตายของพัลพาทีนและเวเดอร์เป็นการสิ้นสุดการปกครองแห่งสอง ปูทางให้กับนิกายซิธใหม่ ซิธเหล่านี้นำโดยดาร์ธ ไครท์ พวกเขามีจำนวนมากและเพิ่มอิทธิพลและพลังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ยุคทองของจักรวรรดิซิธ

ความจริงมากมายที่ว่าดาร์ธ เวเดอร์อาจเป็นซิธอาริ ขณะที่ความจริงอื่นๆ บอกว่าไม่ใช่เขา ซิธอาริถูกกล่าวเอาไว้ว่าเป็น"ความสมบูรณ์แบบ" และดาร์ธ เวเดอร์"สมบูรณ์"ในเรื่องของพลัง อย่างไรก็ตาม คำทำนายที่ว่า"อยู่เหนือขอบเขต"ดูขัดแย้งกับเวเดอร์ที่ต้องพึ่งเครื่องช่วยชีวิต

อีกการตีความก็คือซิธอาริจะต้อง"เพิ่มพลังของซิธจนสูงสุด" จักรวรรดิกาแลกติก ซึ่งควบคุมโดยซิธ ให้เหตุผลถึงจุดสูงสุดของพลังซิธ: การกำจัดนิกายเจไดอย่างสิ้นซาก ควบคุมกาแลกซี่ และมีอำนาจและพลังสูงสุด มันถูกนำโดยซิธ แต่ถึงกระนั้น จักรวรรดิกาแลกติกไม่ใช่"จักรวรรดิซิธ"ที่แท้จริง นั่นทำให้เวเดอร์ดูเหมือนจะไม่ใช่ซิธอาริ

การตีความคำทำนายสุดท้ายคือ"จุดสูงสุดของความสำเร็จที่รวดเร็วอาจทำลายนิกายซิธ—การกระทำที่ลอร์ดโบราณรู้สึก จะทำให้ซิธแข็งแกร่งกว่าที่เคย" สำหรับสิ่งนี้ เป็นไปได้ที่จะเหมารวมว่าดาร์ธ เวเดอร์ได้เติมเต็มสิ่งนี้ด้วยการฆ่าจักรพรรดิและตัวเขาเอง นอกจากนี้ เป็นที่เห็นได้ชัดว่าการปกครองแห่งสองถูกละทิ้งโดยซิธในอนาคต ซึ่งส่งผลให้อำนาจของซิธมากขึ้น"เพิ่มอิทธิพลและพลังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ยุคทองของจักรวรรดิซิธ"

เมื่อพูดถึงเบาะแส แม้ว่าจะมีข้อขัดแย้งที่เห็นได้ชัด ดาร์ธ เวเดอร์ก็ดูเป็นผู้ท้าชิงที่โด่งดังที่สุด แม้ว่าผู้ท้าชิงคนอื่นๆ จะมีอยู่ก็ตาม—อย่างดาร์ธ เรแวน ดาร์ธ เบน และดาร์ธ เคดัส

เบื้องหลัง[แก้]

Hayden Christensen

การยึดมั่นกับวงจรของวีรบุรุษ[แก้]

วงจรวีรบุรุษ ถูกสร้างขึ้นหรือสมมุติขึ้นโดยโจเซฟ แคมป์เบล เป็นวรรณกรรมที่มีวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายเดินตามในช่วงชีวิตของพวกเขา เขาดล่าวถึง 20 ขั้นที่วีรบุรุษส่วนใหญ่มีเหมือนกัน และได้รับการตีพิมพ์ในปีค.ศ. 1936 ในหนังสือThe Hero: A Study In Tradition, Myth, And Drama ตามที่ลูคัสอ้างอิงถึงตำนานในมหากาพย์ของเขา ทั้งอนาคินและลูกชายของเขา ลุค ทั้งสองได้ดำเนินใกล้เคียงขั้นตอนนี้มาก เนื่องจากอนาคินเข้าสู่ด้านมืด การเกี่ยวข้องกับวงจรจึงถูกบิดเบือนตั้งแต่ที่เขาไม่ใช่"วีรบุรุษ"ตัวจริง ขณะที่ลุคเดินตามขั้นตอนแทบฉากต่อฉาก แต่โดยบังเอิญ ซิธชำระแค้นเป็นภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวที่มีวงจรวีรบุรุษครบ แม้ว่าจะไม่ได้หมายถึงแต่อนาคินเพียงผู้เดียว

สิ่งต่อไปนี้คือขั้นของวงจรวีรบุรุษและสิ่งที่ยึดติดกับอนาคิน:

1. การเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดาและ/หรือการเกิดอย่างบริสุทธิ์—พัลพาทีนหรือเพลกัสเป็นไปได้ที่จะสร้างมิดิคลอเรี่ยนเป็นรูปร่าง; การเกิดอย่างบริสุทธิ์ของอนาคิน; การเกิดของแฝดสองที่เป็นลูกของอนาคิน

2.1. การลอบสังหารที่พยายามทำโดยสมาชิกครอบครัว—การลอบสังหารเคาท์ดูกู; ลุค สกายวอล์คเกอร์ดวลกับเวเดอร์บนเบสพินและบนดาวมรณะดวงที่สอง

2.2. บาดแผลของวีรบุรุษ—อนาคินได้รับแผลเป็นจากอซาจจ์ เวนเทรสส์; เสียแขนไปตอนที่สู้กับเคาท์ดูกูบนจีโอโนซิส; บาดเจ็บสาหัสโดยโอบีวัน เคโนบีบนมุสตาฟาร์ ตัดแขนของลุคบนเบสพิน

2.3. หลบหนี—เพื่อที่จะใช้ยานของอซาจจ์เป็นยานหลบหนีออกจากดาว; ถูกช่วยเหลือโดยโยดาบนจีโอโนซิส; ถูกช่วยไว้โดยพัลพาทีนและโคลนทรูปเปอร์ของเขา ลุคหนีจากเบสพินด้วยการช่วยเหลือจากเลอาและเพื่อนของเขา

3. ถูกเรียกสู่การผจญภัย—การขอความช่วยเหลือจากไควกอน; ความพอใจในการต่อสู้ของอนาคิน

4. การได้มาซึ่งผู้ช่วยเหลือ—ไควกอน; โอบีวัน; อาร์2-ดี2; พัลพาทีน

5.1. การต่อสู้ระหว่างพี่น้อง—การดวลบนมุสตาฟาร์

5.2. การต่อสู้กับมังกร—การต่อสู้ของอนาคินกับ"มังกรแห่งความกลัว"ในซิธชำระแค้นฉบับนวนิยาย

5.3. การฆ่าโดยตรึงการเขน—กระบี่แสงของอนาคินกับโอบีวันไขว้กันพอดีบนอกของอนาคินในการดวลบนมุสตาฟาร์

6.1. ถูกขังในท้องปลาวาฬ(ส่วนที่เหมือนท้อง)—ถูกจับในส่วนท้องของยานอินวิซิเบิลแฮนด์และในส่วนกลางของลานประลองบนจีโอโนซิส

6.2. การท้องทะเลกลางคืน—ฝันร้ายของอนาคิน

6.3. กลายเป็นหิน—อนาคินถูกทำให้ขยับไม่ได้บนมุสตาฟาร์; ถูกช็อตด้วยไฟฟ้าโดยพัลพาทีนบนดาวมรณะดวงที่สอง

6.4. สูญเสีย—เสียแขนบนจีโอโนซิส; เสียแขนและขาบนมุสตาฟาร์; เสียมือบนดาวมรณะดวงที่สอง

6.5. ประตูนรก—มุสตาฟาร์

เวเดอร์ใคร่ครวญถึงการตายของแพดเม่

7.1. เขาวงกต—สนามการแข่งขันบูนทาอีฟ; โรงงานสร้างดรอยด์บนจีโอโนซิส; บังเกอร์ของสหภาพเทคโนโลยีบนมุสตาฟาร์

7.2. ปีศาจทะเลปะทะพายุหมุน—การตัดสินใจที่จะฆ่าเมซ วินดูหรือพัลพาทีน

8. ผ่านการทายปัญหา การทดสอบ การพิสูจน์—การแข่งขันบูนทาอีฟคลาสสิก; ลานประลองลนจีโอโนซิส; การล่อลวงใจของอนาคิน

9. ยึดติดกับช่องทางแคบ—เข้าสู่นิกายเจได; รักษาการแต่งงานอย่างลับๆ กับแพดเม่; เดินตามคำสอนของด้านมืด

10. การส่องสว่าง—การเปิดเผยตัวตนของดาร์ธ ซีเดียส

11.1. การแต่งงานศักสิทธฺ์—การแต่งงานกับแพดเม่และความลับของพวกเขา

11.2. การขโมยแห่งยาอายุวัฒนะ—การตามหาการช่วยชีวิตแพดเม่; อนาคินมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยชีวิต

11.3. การไถ่โทษของบิดา—กลายมาเป็นศิษย์ของซีเดียส; ช่วยชีวิตของลุคเอาไว้บนดาวมรณะดวงที่สอง

12. ถูกเรียกให้กลับมา—กลับมาที่ทาทูอีนเพื่อหาแม่ของเขา; ลุคขอร้องให้เวเดอร์กลับมาสู่แสงสว่าง

13. การบินอย่างเวทมนตร์—การแข่งขันบูนทาอีฟคลาสสิก; ไล่ตามแซม วีเซลล์ด้วยแอร์สปีดเดอร์; การลงจอดบนอินวิซิเบิลแฮนด์

14. การจากไปของผู้ช่วยเหลือ—ำควกอน; ฉมี; เมซ; โอบีวัน; แพดเม่;วิญญาณของอนาคินทีถูกกลืนกินโดยด้านมืด

15.1. ความพ่ายแพ้ของผู้เสแสร้ง—การลอบสังหารดูกูบนอินวิซิเบิลแฮนด์; ฆาตกรรมผู้นำฝ่ายแบ่งแยกดินแดนบนมุสตาฟาร์; การตายของพัลพาทีนบนดาวมรณะดวงที่สอง

15.2. การคืนชีพ—รอดชีวิตจากการดวลบนมุสตาฟาร์; การกลับมาของอนาคินบนดาวมรณะดวงที่สอง

15.3. ชื่อเสียง—เอาชนะการแข่งขันบูนทาอีฟ; กลายมาเป็นที่รู้จักของวีรบุรุษผู้ไร้ความกลัว; การสรรเสริญการช่วยเหลือสมุหนายกพัลพาทีนของเขา

16. การช่วยเหลือ—ถูกพบและช่วยเหลือโดยพัลพาทีนบนมุสตาฟาร์; ลุคช่วยวิญญาณของอนาคิน; ช่วยลุคจากสายฟ้าของพัลพาทีน

17.1. การก่อสร้างเมือง—ก่อตั้งนิกายใหม่; ปราสาทบาสท์

17.2. ทำตามกฎ—สนับสนุนในตอนที่เกิดคำสั่งที่ 66

18. ร่วงโรยจากความรุ่งโรจน์—อนาคินจมลงสู่ด้านมืด

19. ถูกเนรเทศ—ถูกขัดขวางไม่ให้ได้เป็นอาจารย์เจได; ละทิ้งหนทางของเจได

20. การตายที่ไม่ธรรมดา—เกือบตายบนมุสตาฟาร์; ตายบนดาวมรณะดวงที่สอง

ส่วนเกี่ยวข้อง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Star Wars Episode I: The Phantom Menace
  2. 2.0 2.1 Star Wars Episode II: Attack of the Clones
  3. Star Wars Episode III: Revenge of the Sith
  4. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 2 : กองทัพโคลนส์จู่โจม ฉบับนวนิยาย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]