วิชา มหาคุณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ
กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 8 มีนาคม พ.ศ. 2489 (68 ปี)

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ (8 มีนาคม พ.ศ. 2489 - ) กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อดีตประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา

การศึกษา[แก้]

นายวิชา จบการศึกษาปริญญาตรีและโท จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนติบัณฑิตไทย ปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาบัตรการป้องกันราชอาณาจักรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่41ประกาศนียบัตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 11 (สถาบันพระปกเกล้า) นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ แห่ง คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยได้รับทุน จากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ ให้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง "การเผยแพร่ความรู้กฎหมายไปสู่ชนบท"ณ ศูนย์ศึกษาเมืองเบลลาจิโอ ประเทศอิตาลี กับได้รับทุนจากองค์การอนุเคราะห์เด็กแห่งนอรเวย์ ให้ศึกษาวิจัยเรื่อง "การทารุณกรรมเด็ก" รวมทั้งได้รับทุนฝึกอบรมด้านบำบัดผู้ติดยาเสพติด ณ นครนิวยอร์ก จากองค์การเดท็อป แห่ง สหรัฐอเมริกา และผ่านการศึกษาหลักสูตร Cambridge-Thammasat Executive Education Programme ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

การทำงาน[แก้]

นายวิชา เริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาได้โอนไปรับราชการเป็น พนักงานอัยการ ตำแหน่งสุดท้ายก่อนไปเป็นตุลาการ คือ อัยการจังหวัดผู้ช่วยจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนตำแหน่งในทางตุลาการเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดแพร่ ผู้พิพากษาประจำกระทรวงช่วยทำงานทำเนียบนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี (นายธานินทร์ กรัยวิเชียร) ผู้อำนวยการกองพิทักษ์ทรัพย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุบลราชธานี เลขานุการศาลฎีกา ขณะดำรงตำแหน่งเลขานุการศาลฎีกาได้ถูกคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ออกจากราชการ เมื่อ พ.ศ. 2535 ด้วยข้อหาขัดคำสั่งรัฐมนตรี เมื่อครั้งเกิดกรณี "วิกฤตตุลาการ" แต่ได้ทูลเกล้าถวายฎีกาคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระมหากรุณาธิคุณโดยมีพระราชกระแสว่า ไม่สมควรออกจากราชการ รัฐมนตรีจึงมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งที่ให้ออกจากราชการ ดังนั้นนายวิชาจึงยังคงดำรงตำแหน่งตุลาการเช่นเดิม ต่อมาจึงได้รับโปรดเกล้า ฯให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค1 รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ภาค2และภาค1ตามลำดับ กับได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ สองสมัย และเป็นศาสตราจารย์พิเศษแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[กรณีวิกฤตตุลาการ นายวิชาได้บันทึกไว้ในหนังสือชื่อ บันทึกประวัติศาสตร์ 100ปี กระทรวงยุติธรรม"การต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระแห่งอำนาจตุลาการ กรกฎาคม 2534-มีนาคม 2535"]

นายวิชา มหาคุณ ดำรงตำแหน่งสุดท้ายในราชการศาลยุติธรรม คือ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ก่อนจะถูกเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้เป็นกรรมการการเลือกตั้ง และได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับเลือกเป็น กกต.เพราะได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2549 [1]

นายวิชา มหาคุณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2549 ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 19 ]ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2549[2] ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ และได้รับโปรดเกล้าฯเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นรองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 3 ประธานอนุกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญกรอบที่ 3 ว่าด้วยองค์กรอิสระและศาล

นายวิชา มหาคุณ เคยได้รับรางวัลนักสิทธิมนุษยชนดีเด่น จากสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน รางวัลคนไทยตัวอย่าง จากมูลนิธิธารน้ำใจ และรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเยาวชนดีเด่น จากสำนักงานส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ รวมทั้งได้รับการคัดเลือกให้เป็นตุลาการทำหน้าที่ไต่สวนคดีเด็กที่ได้รับภัยจากสงคราม ณ เมืองcolchester ประเทศอังกฤษ และในวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 ได้รับรางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งชาติ จากสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายวิชามีผลงานด้านวิชาการ เป็นตำราหลายเล่ม เช่น กฎหมายล้มละลาย ฉบับสมบูรณ์ การตีความกฎหมาย (เขียนร่วมกับศาสตราจารย์พิเศษธานินทร์ กรัยวิเชียร) การใช้เหตุผลในทางกฎหมาย และกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้เผยแพร่ความรู้กฎหมายด้วยการเขียนหนังสือชุดกฎหมายสนุก สนุก เช่น คดีตัวอย่าง คดีข้ามศตวรรษ และกฎหมายกับความรัก ตลอดจนหนังสือความรู้เพื่อชุมชน เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นต้น รวมทั้งมีผลงานที่มีชื่อเสียงต่อสาธารณชน คือ งานด้านพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้านบำบัดแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่ติดยาเสพติด โดยเป็นประธานมูลนิธิยุวพุทธพัฒนา ประธานมูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา ในพระอุปถัมป์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประธานมูลนิธิสถาบันพัฒนากระบวนการยุติธรรมเยาวชนและครอบครัว ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ประธานมูลนิธิกองทุนเยาวชนพัฒนา ประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็นต้น

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2557 วิชากล่าวตอนหนึ่งว่า "ค่านิยมสังคมทุกวันนี้เปลี่ยนไป เงินเป็นพระเจ้าแทนศาสนา หากวันนี้ไม่มีการยึดอำนาจ ประเทศคงจะพินาศไปแล้ว เพราะมีการข่าวชัดเจนว่ามีกองกำลังต่างชาติเข้ามา อีกทั้งหลากหลายภาคส่วนก็สามารถซื้อได้ด้วยเงิน วันนี้ทุกคนในสังคมต้องช่วยกันในการต่อต้านการทุจริต อย่าให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ฝ่ายเดียว"[3]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

http://kc.hri.tu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C_(%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9)_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2_%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93#.E0.B8.9C.E0.B8.A5.E0.B8.87.E0.B8.B2.E0.B8.99.E0.B9.80.E0.B8.94.E0.B9.88.E0.B8.99.2F.E0.B8.9C.E0.B8.A5.E0.B8.87.E0.B8.B2.E0.B8.99.E0.B8.AA.E0.B8.A3.E0.B9.89.E0.B8.B2.E0.B8.87.E0.B8.AA.E0.B8.A3.E0.B8.A3.E0.B8.84.E0.B9.8C.E0.B8.94.E0.B9.89.E0.B8.B2.E0.B8.99_HR_.E0.B9.83.E0.B8.AB.E0.B9.89.E0.B8.81.E0.B8.B1.E0.B8.9A.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.84.E0.B9.8C.E0.B8.81.E0.B8.A3.2F.E0.B8.AA.E0.B8.B1.E0.B8.87.E0.B8.84.E0.B8.A1