ยุทธการทะเลสาบคาซาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยุทธการทะเลสาบคาซาน
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามชายแดนโซเวียต-ญี่ปุ่น
Khasan Memorial.jpg
อนุสรณ์สถานของฝ่ายโซเวียตในบริเวณใกล้เคียงกับทะเลสาบคาซาน
วันที่ 29 กรกฎาคม-11 สิงหาคม ค.ศ. 1938
สถานที่ ทะเลสาบคาซาน, สหภาพโซเวียต (รัสเซีย)
ผลลัพธ์ โซเวียตชนะ
ดินแดน
เปลื่ยน
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงดินแดน
คู่ขัดแย้ง
สหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียต ญี่ปุ่น จักรวรรดิญี่ปุ่น
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
สหภาพโซเวียต วาซิลี บลูย์เฮอร์
สหภาพโซเวียต นิโคไล เบียร์ซาร์ริน
ญี่ปุ่น โคโตกุ ซาโต
กำลัง
22,950 นาย 20,000+ นาย
กำลังพลสูญเสีย
เสียชีวิต 717 นาย
สูญหาย 75 นาย
บาดเจ็บ 2,752 นาย
เสียชีวิต 525 นาย
บาดเจ็บ 913 นาย

ยุทธการทะเลสาบคาซาน (อังกฤษ: Battle of Lake Khasan) หรือ เหตุการณ์ชางกูเฟิง (จีนและญี่ปุ่น: 張鼓峰事件, พินอิน: Zhānggǔfēng Shìjiàn, การออกเสียงแบบญี่ปุ่น: Chōkohō Jiken) ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางทหารระหว่าง แมนจูกัว ซึ่งเป็นดินแดนยึดครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นได้รุกล้ำอาณาเขตเข้าไปยังดินแดนของสหภาพโซเวียต การรุกล้ำอาณาเขตดังกล่าวนั้นเกิดจากความเชื่อของฝ่ายญี่ปุ่นที่ว่าสหภาพโซเวียตตีความตามสนธิสัญญาปักกิ่งผิดไป ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ได้รับการลงนามมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิรัสเซีย และประเทศจีนสมัยราชวงศ์ชิงแล้ว และนอกเหนือจากนั้น เครื่องหมายกั้นอาณาเขตของทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีความแน่นอน


เบื้องหลัง[แก้]

เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ได้เกิดความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างรัสเซีย ญี่ปุ่นและจีน ตามดินแดนซึ่งในปัจจุบันเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ทางรถไฟสายจีนตะวันออก (อังกฤษ: CER, Chinese Eastern Railway) เป็นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างแมนจูเรียและภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย และทางรถไฟที่แยกไปทางทิศใต้ของทางรถไฟสายจีนตะวันออกนั้น หรือที่เรียกกันว่า ทางรถไฟสายแมนจูเรียใต้ ได้กลายมาเป็นจุดสำคัญที่นำไปสู่สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น และต่อมาได้นำไปสู่สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง และสงครามชายแดนโซเวียต-ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ความขัดแย้งที่ได้ขยายออกไปนั้น อย่างเช่น ความขัดแย้งจีน-โซเวียต (1929) และกรณีมุกเดน ในปี ค.ศ. 1931

การรบ[แก้]

Soviet soldiers on Zaozyornaya Hill.

เหตุการณ์ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 1938 เมื่อผู้ช่วยทูตญี่ปุ่นในกรุงมอสโก ต้องการให้ฝ่ายโซเวียตถอนกำลังทหารตามแนวชายแดนออกไปจากพื้นที่เบซีมยานนายา (รัสเซีย: высота Безымянная, จีน: Shachaofeng) และเนินเขาซาโอซยอร์นายา (รัสเซีย: высота Заозёрная, จีน: Changkufeng) ทางตะวันตกของทะเลสาบคาซาน ทางตอนใต้ของไปรมอร์สกี้ ไคร ไม่ไกลจากเมืองวลาดิวอสตอก และให้เปลี่ยนไปยึดเอาแนวชายแดนโซเวียต-เกาหลีเป็นหลัก แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวได้รับการปฏิเสธ

กองทัพญี่ปุ่นโจมตีครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม แต่ก็ถูกตีโต้กลับมา แต่ในวันที่ 31 กรกฎาคม กองทัพโซเวียตจำเป็นต้องล่าถอย กองพลที่ 19 แห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นและกองกำลังแมนจูกัวบางส่วนสามารถเอาชนะเหล่าทหารไรเฟิลที่ 39 ภายใต้การบังคับบัญชาของ G. Shtern (ซึ่งอาจประกอบด้วย กองพลไรเฟิลที่ 32 ที่ 39 และที่ 40 และกองพลน้อยยานยนต์ที่ 2) หนึ่งในผู้บัญชาการของกองทัพญี่ปุ่นในการรบ คือ พันเอกโคโตกุ ซาโต ผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 75 กองกำลังของเขาสามารถขับไล่กองทัพโซเวียตลงจากเนินเขาได้จากการโจมตียามกลางคืน

นอกจากนั้น ยังมีรายงานอีกว่าฝ่ายญี่ปุ่นได้นำรถถังขนาดเบาและรถถังขนาดกลางเข้ามาทำการรบด้วย ส่วนทางฝ่ายโซเวียตก็ได้มีการตอบโต้ด้วยรถถังและปืนใหญ่เช่นกัน ในปี ค.ศ. 1933 ฝ่ายญี่ปุ่นได้มีการออกแบบและก่อสร้างรถไฟหุ้มเกราะพิเศษ (Rinji Soko Ressha) ซึ่งได้บรรจุอยู่ในหน่วยรถไฟหุ้มเกราะที่ 2 ในแมนจูเรีย และมีส่วนร่วมในสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง และในยุทธการทะเลสาบคาซาน และสนับสนุนการทำการรบโดยการส่งกองกำลังหนุนในแก่แนวหน้า

ภายใต้การบังคับบัญชาของ Vasily Blyukher จอมพลแห่งแนวตะวันออกไกล ซึ่งได้เรียกกำลังหนุนเข้าสู่พื้นที่ และหลังจากการรบหลายครั้งระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม จนถึงวันที่ 9 สิงหาคม กองทัพโซเวียตก็สามารถขับไล่กองทัพญี่ปุ่นออกไปจากดินแดนโซเวียตได้สำเร็จ

ในวันที่ 10 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีแห่งญี่ปุ่นได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเรียกร้องสันติภาพ และการรบสิ้นสุดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม

หลังการรบ[แก้]

ฝ่ายญี่ปุ่น ทหารญี่ปุ่นได้รับบทเรียนอันใหญ่หลวง แต่ก็ยังมีความต้องการที่จะโจมตีสหภาพโซเวียตอีกครั้ง ในยุทธการที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม คือ ยุทธการขาลขิน กอล ในสงครามชายแดนโซเวียต-ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1939

ส่วนทางฝ่ายโซเวียต ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นหลายครั้งทำให้ Vasily Blyukher ได้รับการประณามว่าไร้ความสามารถเพียงพอ เขาถูกจับกุมตัวโดย NKVD และถูกประหารชีวิต

หนังสืออ่านเพิ่มเติม[แก้]

  • Coox, Alvin D. The Anatomy of a Small War: The Soviet-Japanese Struggle for Changkufeng/Khasan, 1938. Westport, Conn.: Greenwood Press, 1977 ISBN 0-8371-9479-2

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]