ภาษาบูรุศซัสกี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาบูรุศซัสกี
ภาษาแม่ใน ปากีสถาน
ภูมิภาค กิลกิต-บัลติสถาน, แคชเมียร์
ชาติพันธุ์ ชาวบูรุศโศ
จำนวนผู้พูด 87,000 คนในปากีสถาน  (2000)[1]
ตระกูลภาษา
Language isolate
รหัสภาษา
ISO 639-3 bsk
Burshaski-lang.png
บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทอักษรสากล หากระบบของคุณไม่รองรับการแสดงผลที่ถูกต้อง คุณอาจเห็นปรัศนี กล่อง หรือสัญลักษณ์อย่างอื่นแทนที่อักขระยูนิโคด

ภาษาบูรุศซัสกี (Burushaski ภาษาอูรดู: بروشسکی – burū́šaskī) เป็นภาษาโดดเดี่ยวที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาษาใดๆในโลก[2] มีผู้พูดราว 87,000 คน (พ.ศ. 2543) โดยชาวบุรุศโศในฮันซา นาคัร ยาซินและบางส่วนของหุบเขากิลกิตในภาคเหนือของปากีสถาน มีผู้พูดราว 300 คนในศรีนคร ประเทศอินเดีย[3][4] ชื่ออื่นๆของภาษานี้คือ ภาษากันชุต ภาษาเวอร์ชิกวรร ภาษาบูรุศกี และภาษามิยาสกี

ปัจจุบัน ภาษาบูรุศซัสกีมีคำยืมจากภาษาอูรดูมาก (รวมทั้งคำยืมจากภาษาอังกฤษและภาษาสันสกฤตที่รับผ่านภาษาอูรดู) และมาจากภาษาเพื่อนบ้านเช่นกลุ่มภาษาดาร์ดิก เช่น ภาษาโคชวาร์และภาษาซีนา และมีบางส่วนมาจากกลุ่มภาษาเตอร์กิก และจากภาษาบัลติ ภาษาวาคี ภาษาพาซตู[5] แต่ก็มีคำศัพท์ดั้งเดิมอยู่เป็นจำนวนมาก กลุ่มภาษาดาร์ดิกเองก็มีการยิมคำไปจากภาษาบูรุศซัสกี ภาษานี้มีสำเนียงหลักๆ 3 สำเนียงแบ่งตามหุบเขาที่อาศัยอยู่คือ ฮันซา นคร และยาซิน สำเนียงยาซินได้รับอิทธิพลจากภาษาเพื่อนบ้านน้อยที่สุดและต่างจากอีกสองสำเนียงมาก แต่ทั้งสามสำเนียงยังเข้าใจกันได้

ความสัมพันธ์[แก้]

ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างภาษาบูรุศซัสกีกับภาษาใดๆ มีความพยายามที่จะหาความสัมพันธ์ระหว่างภาษาบูรุศซัสกีกับกลุ่มภาษาคอเคซัส หรือในสมมติฐานเคเน-คอเคเซียน George van Driem พยายามหาความสัมพันธ์ของภาษาบูรุศซัสกีกับภาษาเยนิสเซียนเพื่อตั้งเป็นตระกูลภาษาการาซุก[6] อย่างไรก็ตาม ใน พ.ศ. 2551ได้พบความสัมพันธ์ระหว่างภาษาเยนิสเซียนกับภาษาเดเนในตระกูลภาษาเดเน-เยนิสเซียน[7][8]และยังไม่พบหลักฐานแสดงความสัมพันธ์กับภาษาบูรุศซัสกี นอกจากนั้น ยังพยายามเชื่อมโยงภาษาบูรุศซัสกีกับกลุ่มภาษาปาเลโอ-บัลกันและกลุ่มภาษาบัลโต-สลาฟแต่ก็ไม่มีหลักฐานเพียงพอ

ระบบการเขียน[แก้]

ภาษาบูรุศซัสกีไม่มีระบบการเขียนเป็นของตนเอง มีการใช้อักษรอาหรับสำหรับภาษาอูรดูแต่ระบบการออกเสียงไม่ได้กำหนดแน่นอน นาซีร อัลดิน นาซิร ฮุนไซ เขียนบทกวีภาษาบูรุศซัสกีโดยใช้ตัวอักษรของภาษาอูรดู เอกสารภาษาทิเบตได้บันทึกภาษาบรูซาจากหุบเขากิลกิตซึ่งปัจจุบันคือภาษาบูรุศซัสกี เชื่อว่าภาษาบรูซาได้นำลัทธิบอนเข้าสู่ทิเบตและเอเชียกลาง อักษรของพวกเขาอาจเป็นต้นกำเนิดของอักษรทิเบตแต่ไม่มีอักษรของภาษาบรูซาเหลืออยู่ในปัจจุบัน[9]

นักภาษาศาสตร์ที่ศึกษาภาษาบูรุศซัสกีใช้อักษรละตินในการถ่ายเสียงภาษาบูรุศซัสกีต่างกัน แบบที่แพร่หลายที่สุดเป็นแบบของ Berger พจนานุกรมภาษาบูรุศซัสกี-อูรดูใช้ระบบนี้

สัทวิทยา[แก้]

ภาษาบูรุศซัสกีมีสระ 5 เสียงคือ /i e a o u/ เป็นสระเสียงยาว โดยสระที่เน้นจะออกเสียงยาวและเปิดน้อยกว่าสระที่ไม่เน้น [i e a o u] กลายเป็น [ɪ ɛ ʌ ɔ ʊ] สระทุกตัวมีเสียงนาสิกในสำเนียงฮันซาและนาคร

Bilabial Dental Alveolo-
palatal
Retroflex Velar Uvular Glottal
Nasal m /m/ n /n/ /ŋ/
Plosive aspirated ph /pʰ/ th /tʰ/ ṭh /ʈʰ/ kh /kʰ/ qh /qʰ/
plain p /p/ t /t/ /ʈ/ k /k/ q /q/
เสียงก้อง b /b/ d /d/ /ɖ/ g /ɡ/
Affricate aspirated ch /t͡sʰ/ ćh /t͡ɕʰ/ c̣h /ʈ͡ʂʰ/
plain c /t͡s/ ć /t͡ɕ/ /ʈ͡ʂ/
voiced j /d͡ʑ/ /ɖ͡ʐ/
Fricative เสียงไม่ก้อง s /s/ ś /ɕ/ /ʂ/ h /h/
ก้อง z /z/ ġ /ʁ/
Trill r /r/
Approximant l /l/ y [j] /ɻ/ w [w]

ไวยากรณ์[แก้]

ภาษาบูรุศซัสกีเป็นภาษาที่มีเครื่องหมายสองชั้นและการเรียงคำในประโยคเป็นประธาน-กรรม-กริยา คำนามแบ่งเป็นสี่เพศคือ ชาย หญิง สิ่งของนับได้ และสิ่งของนับไม่ได้ บางคำเป็นทั้งนามนับได้และนามนับไม่ได้ ทำให้มีความหมายต่างกัน เช่น /balt/ หมายถึงแอปเปิล โดยถ้าเป็นนามนับได้ หมายถึง ผลแอปเปิ้ล แต่ถ้าเป็นนามนับไม่ได้หมายถึงต้นแอปเปิล

โครงสร้างของคำนามประกอบด้วยรากศัพท์ของคำนาม อุปสรรคแสดงความเป็นเจ้าของ จำนวน และปัจจัยแสดงการก จำแนกนามตามจำนวนเป็น เอกพจน์ พหูพจน์ จำแนกไม่ได้ และเป็นกลุ่ม การกได้แก่ การกสัมบูรณ์ การกเกี่ยวพัน การกแสดงความเป็นเจ้าของ และการกแสดงสถานที่ ซึ่งเป็นได้ทั้งการแสดงตำแหน่งและทิศทาง

คำกริยาภาษาบูรุศซัสกีมีส่วนพื้นฐานสามส่วนคือ อดีตกาล ปัจจุบันกาลและความสอดคล้อง รูปอดีตเป็นรูปอ้างอิงและใช้สำหรับมาลาเชิงบังคับและการทำโดยในนาม รูปสอดคล้องคล้ายกับ past participle กริยาแต่ละตัวจะมีอุปสรรคได้ 4 ตำแหน่งและปัจจัย 6 ตำแหน่ง

คำนาม[แก้]

ระดับของนาม[แก้]

ในภาษาบูรุศซัสกี มีคำนาม 4 ระดับซึ่งใกล้เคียงกับเพศในกลุ่มภาษาอินโด-ยุโรเปียนได้แก่

  • m > ผู้ชาย , พระเจ้าและวิญญาณ
  • f > ผู้หญิงและวิญญาณ
  • x > สัตว์ นามนับได้
  • y > นามธรรม ของเหลว นามนับไม่ได้

นอกจากนี่ยังมีระดับผสม h คือการรวมกันของ m และ f และระดับ hx คือการรวมกับของ m f และ x คำนามระดับ x ส่วนใหญ่หมายถึงสิ่งที่นับได้ สิ่งของ เช่น สัตว์ ผลไม้ ก้อนหิน ไข่ หรือเหรียญ คำนามระดับ y หมายถึงนามธรรมหรือนับไม่ได้ เช่น ข้าว ไฟ น้ำ หิมะ สำลี แต่กฎนี้ไม่ได้ตายตัวเสมอไป คำบางคำเป็นทั้งนามนับได้และนับไม่ได้ เช่น ha “บ้าน” คำที่ใกล้เคียงกัน ถ้าอยู่ในระดับต่างกันจะมีความหมายต่างกัน เช่น bayú ถ้าอยู่ในระดับ x หมายถึงเกลือเป็นกองๆ แต่ถ้าอยู่ในระดับ y หมายถึงผงเกลือ ผลไม้แต่ละผลอยู่ในระดับ x แต่ต้นไม้จะอยู่ในระดับ y กรรมจะมีเครื่องหมายแสดงว่าอยู่ในระดับ x หรือ y คำนำหน้านามคำคุณศัพท์ จำนวนจะขึ้นกับระดับของนามที่เป็นประธาน

การทำให้เป็นพหูพจน์[แก้]

นามเอกพจน์ในภาษาบูรุศซัสกีไม่มีเครื่องหมาย ในขณะที่นามพหูพจน์แสดงโดยการเติมปัจจัย ซึ่งต่างไปตามระดับของคำนาม

  • h-class > ปัจจัยได้แก่ : -ting, -aro, -daro, -taro, -tsaro
  • h- และ x-class > ปัจจัยได้แก่ : -o, -išo, -ko, -iko, -juko; -ono, -u; -i, -ai; -ts, -uts, -muts, -umuts; -nts, -ants, -ints, -iants, -ingants, -ents, -onts
  • y-class > ปัจจัยได้แก่ : -ng, -ang, -ing, -iang; -eng, -ong, -ongo; -ming, -čing, -ičing, -mičing, -ičang (สำเนียงนาคัร)

คำนามบางคำมีอุปสรรคได้ 2-3 แบบในขณะทีบางคำมีเฉพาะรูปพหูพจน์ เช่น bras “ข้าว” gur “ข้าวสาลี” bishké ขนเฟอร์ มีคำที่มีรูปเดียวทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ด้วย เช่น hagúr ม้าตัวเดียว หรือม้าหลายตัว คำคุณศัพท์มีรูปพหูพจน์ที่ต่างไปขึ้นกับคำนามที่ขยาย เช่น burúm “ขาว” ถ้ากับนาม x พหูพจน์เป็น burum-išo นาม y พหูพจน์เป็น burúm-ing

การผันคำ[แก้]

ภาษาบูรุศซัสกีเป็นภาษาแบบเกี่ยวพัน มี 5 การก

การก ปัจจัย การทำงาน
การกสัมบูรณ์ ไม่มีเครื่องหมาย ประธานของอกรรมกิริยาและกรรมของสกรรมกิริยา
การกเกี่ยวพัน -e ประธานของสกรรมกิริยา
การกแสดงความเป็นเจ้าของ -e; -mo (f) แสดงความเป็นเจ้าของ
การกกรรมรอง -ar, -r กรรมรอง, allative.
Ablative -um, -m, -mo บ่งชี้การแยก(เช่น มาจาก)


ปัจจัยของการกขึ้นกับปัจจัยพหูพจน์ เช่น Huséiniukutse “ประชาชนของฮุสเซน” คำลงท้ายแสดงความเป็นเจ้าของเป็น /mo/ สำหรับ f- เอกพจน์ แต่เป็น /-e/ ในการกอื่นๆ การลงท้ายของการเป็นกรรมโดยอ้อม /-ar/, /-r/ จะอยู่ติดกับการลงท้ายแสดงความเป็นเจ้าของของนาม f- เอกพจน์ ตัวอย่างเช่น:

  • hir-e ของผู้ชาย, gus-mo ของผู้หญิง (gen.)
  • hir-ar ต่อผู้ชาย, gus-mu-r ต่อผู้หญิง (dat.)

การแสดงความเป็นเจ้าของจะวางก่อนสิ่งที่ถูกถือครอง เช่น: Hunzue tham, 'the Emir of Hunza.' การลงท้ายของการกทุติยภูมิเกิดจากปัจจัยการกทุติยภูมิ (หรืออาคม) และการลงท้ายปฐมภูมิ /-e/, /-ar/ or /-um/. การลงท้ายนี้เป็นการบอกทิศทาง, /-e/ เป็นการบอกตำแหน่ง /-ar/ เป็นการบอกจุดหมาย /-um/ เป็นการบอกที่มา อาคมที่ใช้มีความหมายดังต่อไปนี้

  • /-ts-/ ที่
  • /-ul-/ ใน
  • /-aţ-/ บน ด้วย
  • /-al-/ ใกล้ (เฉพาะสำเนียงฮันซา )

การลงท้ายด้วย /-ul-e/ และ /-ul-ar/ เป็นรูปแบบโบราณ ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย /-ul-o/ and /-ar-ulo ตามลำดับ

คำสรรพนาม[แก้]

คำนามที่แสดงส่วนต่างๆของร่างกายและแสดงความสัมพันธ์ทางเครือญาติจะไม่ใช้เดี่ยวๆแต่จะใช้คู่กับคำแสดงความเป็นเจ้าของเสมอ เช่นจะไม่พูดว่า แขน แม่ พ่อ อย่างเดียวในภาษาบูรุศวัสกี แต่จะพูด แขนของฉัน แม่ของคุณ พ่อของเขา รากศัพท์ mi 'แม่' ไม่อยู่เดี่ยวๆ แต่จะพบในรูป i-mi “แม่ของเขา” , mu-mi “แม่ของพวกเขา u-mi แม่ของคุณ คำสรรพนามในภาษาบูรุศซัสกีจะจำแนกตามระยะห่างด้วย เช่น khin “เขาอยู่ที่นี่” แต่ in, เขาอยู่ที่นั่น

ตัวเลข[แก้]

ระบบตัวเลขของภาษาบูรุศซัสกีเป็นฐานยี่สิบ เช่น 20 altar, 40 alto-altar (2 x 20), 60 iski-altar (3 x 20)

  • ตัวเลขพื้นฐานคือ 1 hin (หรือ han, hik), 2 altán (or altó), 3 iskén (or uskó), 4 wálto, 5 čundó, 6 mishíndo, 7 thaló, 8 altámbo, 9 hunchó, 10 tóorumo (also toorimi and turma) และ100 tha.
  • ตัวอย่างเลขประสม: 11 turma-hin, 12 turma-altan, 13 turma-isken, ..., 19 turma-hunti; 20 altar, 30 altar-toorimi, 40 alto-altar, 50 alto-altar-toorimi, 60 iski-altar 21 altar-hik, 22 altar-alto, 23 altar-iski

คำกริยา[แก้]

โครงสร้างคำกริยาของภาษาบูรุศซัสกีมีความซับซ้อน และมีหลายรูปแบบ มีการเปลี่ยนเสียงได้หลายแบบ กริยาแท้ของภาษาบูรุศซัสกีบ่างเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้

กริยา 11 ตำแหน่ง[แก้]

คำกริยาสามารถสร้างขึ้นด้วยระบบที่ซับซ้อน Berger ได้อธิบายเกี่ยวกับคำกริยา 11 ตำแหน่ง รากศัพท์ของคำกริยาอยู่ตำแหน่งที่ 5 นำหน้าด้วยอุปสรรคที่เป็นไปได้ 4 ตำแหน่ง และปัจจัยที่เป็นไปได้ 7 ตำแหน่ง

ตำแหน่ง อุปสรรค/ปัจจัยและความหมาย
1 อุปสรรคปฏิเสธ a-
2a/b อุปสรรค d- (สร้างอกรรมกริยา) / อุปสรรค n- (อุปสรรคสัมบูรณ์)
3 Pronominal prefixes: ประธานของอกรรมกิริยา กรรมของสกรรมกิริยา
4 อุปสรรค s- (สร้างสกรรมกิริยาทุติยภูมิ)
5 รากศัพท์
6 ปัจจัยพหูพจน์ -ya- ที่รากศัพท์
7 เครื่องหมายปัจจุบัน -č- (หรือ š, ts..) สร้างรูปปัจจุบัน อนาคต และ ไม่สมบูรณ์
8a/b Pronominal suffix ของบุรุษที่ 1 เอกพจน์ -a- (ประธาน) / linking vowel (no semantic meaning)
9a ปัจจัย m-: forms the m-participle and m-optative from the simple /
9b m-suffix: สร้างรูปอนาคตและสภาวะสำหรับปัจจบัน /
9c n-suffix: เครื่องหมายสัมบูรณ์ (ดูตำแหน่งที่ 2) /
9d š-suffix: forms the š-optative and the -iš-Infinitive /
9e Infinitive ending -as, -áas / optative suffix -áa (เติมที่รากศัพท์โดยตรง)
10a Pronominal suffixes ของบุรุษที่ 2 และ 3 บุรุษที่ 1 (ประธาน) /
10b รูปออกคำสั่ง (เติมที่รากศัพท์โดยตรง) /
10c รูปของกริยาช่วย ba- สร้างรูปปัจจุบัน อนาคต อดีตสมบูรณ์ และไม่สมบูรณ์
11 Nominal endings and particles

อ้างอิง[แก้]

  1. แม่แบบ:Ethnologue16
  2. Burushaski language, Encyclopædia Britannica online
  3. http://linguistlist.org/pubs/diss/browse-diss-action.cfm?DissID=14723
  4. http://repositories.lib.utexas.edu/bitstream/handle/2152/2777/munshis96677.pdf?sequence=2
  5. Hermann Berger. Encyclopaedia Iranica: Burushaski
  6. George van Driem (2001) Languages of the Himalayas: An Ethnolinguistic Handbook of the Greater Himalayan Region, Brill
  7. John Bengtson, Some features of Dene–Caucasian phonology (with special reference to Basque). Cahiers de l’Institut de Linguistique de Louvain (CILL) 30.4: 33-54,
  8. John Bengtson and V. Blazek, "Lexica Dene–Caucasica". Central Asiatic Journal 39, 1995, 11-50 & 161-164
  9. George van Driem, Languages of the Himalayas, Brill 2001:921
  • Anderson, Gregory D. S. 1997. Burushaski Morphology. Pages 1021–1041 in volume 2 of Morphologies of Asia and Africa, ed. by Alan Kaye. Winona Lake, IN: Eisenbrauns.
  • Anderson, Gregory D. S. 1999. M. Witzel’s "South Asian Substrate Languages" from a Burushaski Perspective. Mother Tongue (Special Issue, October 1999).
  • Anderson, Gregory D. S. forthcoming b. Burushaski. In Language Islands: Isolates and Microfamilies of Eurasia, ed. by D.A. Abondolo. London: Curzon Press.
  • Backstrom, Peter C. Burushaski in Backstrom and Radloff (eds.), Languages of northern areas, Sociolinguistic Survey of Northern Pakistan, 2. Islamabad, National Institute of Pakistan Studies, Qaid-i-Azam University and Summer Institute of Linguistics (1992), 31-54.
  • Bashir, Elena. 2000. A Thematic Survey of Burushaski Research. History of Language 6.1: 1–14.
  • Berger, Hermann. 1956. Mittelmeerische Kulturpflanzennamen aus dem Burušaski [Names of Mediterranean cultured plants from B.]. Münchener Studien zur Sprachwissenschaft 9: 4-33.
  • Berger, Hermann. 1959. Die Burušaski-Lehnwörter in der Zigeunersprache [The B. loanwords in the Gypsy language]. Indo-Iranian Journal 3.1: 17-43.
  • Berger, Hermann. 1974. Das Yasin-Burushaski (Werchikwar). Volume 3 of Neuindische Studien, ed. by Hermann Berger, Lothar Lutze and Günther Sontheimer. Wiesbaden: Otto Harrassowitz.
  • Berger, Hermann. 1998. Die Burushaski-Sprache von Hunza und Nager [The B. language of H. and N.]. Three volumes: Grammatik [grammar], Texte mit Übersetzungen [texts with translations], Wörterbuch [dictionary]. Altogether Volume 13 of Neuindische Studien (ed. by Hermann Berger, Heidrun Brückner and Lothar Lutze). Wiesbaden: Otto Harassowitz.
  • Casule, Ilija. 2010. Burushaski as an Indo-European language. Languages of the World 38. Munich: Lincom.
  • Casule, Ilija. 2003. Evidence for the Indo-European laryngeals in Burushaski and its genetic affiliation with Indo-European. The Journal of Indo-European Studies 31:1–2, pp 21–86.
  • van Driem, George. 2001. Languages of the Himalayas: An Ethnolinguistic Handbook of the Greater Himalayan Region, containing an Introduction to the Symbiotic Theory of Language (2 vols.). Leiden: Brill.
  • Greenberg, Joseph H., and Merritt Ruhlen. 1992. Linguistic Origins of Native Americans. Scientific American 267(5): 94–99.
  • Grune, Dick. 1998. Burushaski – An Extraordinary Language in the Karakoram Mountains.
  • Lorimer, D. L. R. 1935–1938. The Burushaski Language (3 vols.). Oslo: Instituttet for Sammenlignende Kulturforskning.
  • Morgenstierne, Georg. 1945. Notes on Burushaski Phonology. Norsk Tidsskrift for Sprogvidenskap 13: 61–95.
  • Munshi, Sadaf. 2006. Jammu and Kashmir Burushaski: Language, language contact, and change. Unpublished Ph.D. Dissertation. Austin: University of Texas at Austin, Department of Linguistics.
  • van Skyhawk, Hugh. 1996. Libi Kisar. Ein Volksepos im Burushaski von Nager. Asiatische Studien 133. ISBN 3-447-03849-7.
  • van Skyhawk, Hugh. 2003. Burushaski-Texte aus Hispar. Materialien zum Verständnis einer archaischen Bergkultur in Nordpakistan. Beiträge zur Indologie 38. ISBN 3-447-04645-7.
  • Starostin, Sergei A. 1996. Comments on the Basque–Dene–Caucasian Comparisons. Mother Tongue 2: 101–109.
  • Tiffou, Étienne. 1993. Hunza Proverbs. University of Calgary Press. ISBN 1-895176-29-8
  • Tiffou, Étienne. 1999. Parlons Bourouchaski. Paris: L'Harmattan. ISBN 2-7384-7967-7
  • Tiffou, Étienne. 2000. Current Research in Burushaski: A Survey. History of Language 6(1): 15–20.
  • Tikkanen, Bertil. 1988. On Burushaski and other ancient substrata in northwest South Asia. Studia Orientalia 64: 303–325.
  • Varma, Siddheshwar. 1941. Studies in Burushaski Dialectology. Journal of the Royal Asiatic Society of Bengal, Letters 7: 133–173.
  • Witzel, Michael. 1999. Early Sources for South Asian Substrate Languages. Mother Tongue (Special Issue, October 1999): 1–70.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]