พายุไต้ฝุ่นทุเรียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไต้ฝุ่นทุเรียน
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ไต้ฝุ่น ระดับ 4  (SSHS)
ไต้ฝุ่นทุเรียนเมื่อมีความรุนแรงสูงสุดในวันที่ 29 พฤศจิกายน
ไต้ฝุ่นทุเรียนเมื่อมีความรุนแรงสูงสุดในวันที่ 29 พฤศจิกายน
ก่อตัว 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
สลายตัว 5 ธันวาคม พ.ศ. 2549
ความเร็วลม
สูงสุด
195 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
250 กม./ชม. (155 ไมล์/ชม.) (ค่าเฉลี่ย 1 นาที)
ความกดอากาศต่ำสุด 915 ปาสกาล (มิลลิบาร์)
ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ
และสูญหาย
เสียชีวิต 1,497 ราย[1][2]
ความเสียหาย อย่างน้อย 13.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินปี 2006)
อย่างน้อย 14.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2006)
พื้นที่ได้รับ
ผลกระทบ
รัฐแยป ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย มาเลเซีย
ส่วนหนึ่งของ
ฤดูกาลพายุไต้ฝุ่นมหาสมุทรแปซิฟิก พ.ศ. 2549

ไต้ฝุ่นทุเรียน (ชื่อสากล: 0621, JTWC ตั้งชื่อ: 24W, ให้ชื่อ Typhoon Reming โดย PAGASA และบ้างครั้งเรียกซูเปอร์ไต้ฝุ่นทุเรียน) เป็นพายุที่รุนแรงมาก ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากในประเทศฟิลิปปินส์ และเป็นเหตุให้มีประชาชนหลายหมู่บ้านเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากโคลนถล่มที่ภูเขาไฟมายอน ตามศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น ไต้ฝุ่นทุเรียนเป็นดีเปรสชั่นในเขตร้อนลำดับที่ 24, พายุเขตร้อนลำดับที่ 23, ไต้ฝุ่นลำดับที่ 14 และซูเปอร์ไต้ฝุ่นลำดับที่ 7 ของฤดูไต้ฝุ่นเขตแปซิฟิกปี ค.ศ. 2006 และเป็นชื่อพายุลำดับที่ 21 และไต้ฝุ่นลำดับที่ 14 ของฤดูโดยศูนย์กลางอุตุนิยมวิทยากำหนดขอบเขตส่วนภูมิภาคสำหรับพายุหมุนเขตร้อนในภูมิภาคนี้ ชื่อ ทุเรียน ถูกเสนอในบัญชีรายชื่อโดยประเทศไทยซึ่งหมายถึงทุเรียนที่เป็นผลไม้[3]

ไต้ฝุ่นทุเรียนขึ้นบกครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ มีลมแรง ฝนตกหนัก และทำให้เกิดโคลนถล่มใกล้กับภูเขาไฟมายอน หลังการนั้นก็เข้าสู่ทะเลจีนใต้และอ่อนกำลังลงเล็กน้อย ก่อนที่จะทวีความรุนแรงและขึ้นบกที่ประเทศเวียดนามใกล้กับนครโฮจิมินห์ มีมูลค่าความเสียหายถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ไต้ฝุ่นทุเรียนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,497 คน และสูญหายมากกว่า 100 คน ทรัพย์สินเสียหายประมาณ 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[4]

ประวัติ[แก้]

เส้นทางของพายุ

ไต้ฝุ่นทุเรียนเริ่มก่อนตัวขึ้นในวันที่ 24 พฤศจิกายน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของชู๊ก (Chuuk) และถูกประกาศเป็นดีเปรสชั่นในร้อนในวันที่ 25 พฤศจิกายน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) หลังจากนั้น 1 วันศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ประกาศเตือนว่าพายุมีการเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่รัฐแยป[5] ดีเปรสชั่นได้ทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องมาจากอุณหภูมิสูงบนพื้นผิวทะเลและมีเมฆที่มีความกดอากาศสูงและมีลมแรงพัดออกมา ตามรายงานของ JMA[6] ดีเปรสชั่นได้กลายเป็นพายุเขตร้อนในตอนบ่ายของวันที่ 26 พฤศจิกายน และถูกตั้งชื่อว่าทุเรียน[7]

ในการเคลื่อนที่จากตะวันตกไปตะวันตกเฉียงเหนือ พายุได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างช้าๆจนกลายเป็นพายุเขตร้อนที่รุนแรงมากในวันที่ 27 พฤศจิกายน[7], และวันต่อมามันถูกตั้งชื่อว่า Reming โดย PAGASA เมื่อมันเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศฟิลิปปินส์ หลังวันที่ 28 พฤศจิกายน JMA และ JTWC ได้เลื่อนให้พายุเป็นไต้ฝุ่นขณะที่มันยังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศฟิลิปปินส์[7] ในวันที่ 29 พฤศจิกายนไต้ฝุ่นได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น JMA แจ้งว่าไต้ฝุ่นมีความเร็วลมถึง 100 นอต[7] และ JTWC ได้จัดระดับโดยใช้ Dvorak เทคนิคว่าอยู่ในระดับ 6.5 (127 kt) จากดาวเทียม ใน 6 ชั่วโมงไต้ฝุ่นทุเรียนทวีความรุนแรงจาก 90 kt ถึง 125 kt ไต้ฝุ่นอ่อนตัวลงเล็กน้อยเมื่อขึ้นฝั่ง แต่ก็กลับทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว

PAGASA อ้างว่าซูเปอร์ไต้ฝุ่นทุเรียนขึ้นฝั่งในตอนเช้าของวันที่ 30 พฤศจิกายน ทางตอนใต้ของคาตันดัวเนส ถึงแม้ว่า JMA และ JTWC ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ก็ตาม ซูเปอร์ไต้ฝุ่นทุเรียนยังขึ้นฝั่งในที่อื่นอีกหลังพัดข้าม Lagonoy Gulf ในทางตะวันออกเฉียงเหนือของอัลเบย์ หลังจากนั้นซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้อ่อนตัวลง JTWC ได้ลดระดับให้ทุเรียนกลับเป็นไต้ฝุ่นอีกครั้ง ไต้ฝุ่นได้เคลื่อนตัวต่อไปทางตะวันตก ขึ้นบกที่ Bondoc Peninsula ใน Quezon, Marinduque และที่สุดท้ายที่โอเรียลทอล มินโดโรก่อนเคลื่อนตัวไปทางทะเลจีนใต้

จากการเผชิญหน้ากับอากาศแห้งและวินด์ เชียร์แนวดิ่ง ทำให้ทุเรียนอ่อนกำลังลงเล็กน้อยแต่ก็กลับทวีความรุนแรงอย่างช้าๆเมื่อเข้าใกล้ประเทศเวียดนาม ไต้ฝุ่นได้เปลี่ยนทิศทางไปทางตะววันตกเฉียงใต้เล็กน้อยเข้าสู่ญาจางและนครโฮจิมินห์ในวันที่ 3 ธันวาคม ในที่สุดไต้ฝุ่นทุเรียนก็อ่อนกำลังอีกครั้ง และในวันที่ 4 ธันวาคม JMA ได้ลดระดับลงเป็นพายุเขตร้อนที่รุนแรง[7] พายุยังคงความรุนแรงเคลื่อนที่เลียบชายฝั่งเวียดนามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ หลังจากทวีความรุนแรงได้ชั่วครู่ ไต้ฝุ่นก็ขึ้นฝั่งครั้งสุดท้ายที่จังหวัดเบนแจในวันที่ 5 ธันวาคม ก่อนจะอ่อนกำลังอย่างรวดเร็ว JMA ได้ลดระดับลงเป็นพายุเขตร้อน[7] JMA และ JTWC รายงานครั้งสุดท้ายว่าทุเรียนจะเข้าสู่อ่าวไทยและอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่นเขตร้อน ทุเรียนได้พัดข้ามภาคใต้ของประเทศไทยเคลื่อนตัวสู่อ่าวเบงกอล[7]

ความเสียหาย[แก้]

เมื่อไต้ฝุ่นทุเรียนขึ้นฝั่งที่ประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้เกิดลมแรง ฝนตกหนัก มีรายงานว่าเกิดน้ำท่วมที่ Legazpi City, น้ำท่วมสูงกว่า 18 นิ้วที่อัลเบย์ และเกิดโคลนถล่มที่ภูเขาไฟมายอน[8] ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ได้สรุปความเสียหายออกมาว่า มีผู้เสียชีวิต 1,086 คน ไร้ที่อยู่อาศัยอีก 1.14 ล้านคน ความเสียหายด้านทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่า 274 ล้านเปโซ หรือประมาณ 197.28 ล้านบาท

ประเทศเวียดนามมีผู้เสียชีวิตจากพายุดังกล่าว 98 คน บาดเจ็บ 1,770 คน[9] ในพื้นที่ของจังหวัดบินห์ธวน, บา เรีย วุง ตัว, ลอง อันห์ และ เทียน เกียง นอกจากนั้นก็ยังมีเรือประมงอีก 896 ลำจมทะเล[10] โดยเฉพาะที่จังหวัดบินห์ธวนมีถึง 820 ลำ[11] บ้านเรือนราษฎร 1,120 หลังคาเรือน และ โรงเรียนอีก 22 โรงในจังหวัดบินห์ธวน

การถอนชื่อ[แก้]

เพราะความเสียหายที่รุนแรงและมีคนตายจำนวนมากของไต้ฝุ่นทุเรียน ทำให้มีการตัดสินใจในการประชุมประจำปีครั้งที่ 39 ของคณะกรรมการว่าด้วยเรื่องพายุของ ESCAP/WMO ที่มะนิลา ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2006 ว่าชื่อ ทุเรียน กับชื่ออื่นๆอีก 4 ชื่อจะถูกถอดถอนจากบัญชีรายชื่อ[12] ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 คณะกรรมการได้เลือกชื่อ มังคุด มาแทนที่ทุเรียนในรายชื่อพายุหมุนเขตร้อน และเริ่มใช้ในปี ค.ศ. 2008[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. Analysis: Indonesia: Earthquake - May 2006, Disaster data: A balanced perspective - Mar 2007, Analysis: Southeast Asia: Typhoon Durian - Dec 2006, Disaster data: A balanced perspective - Mar 2007
  2. Situation Reports: Southeast Asia: Typhoon Durian - Dec 2006, Viet Nam: Typhoons Revised Appeal No. MDRVN001 Operation Update No. 3, Situation Reports: Southeast Asia: Typhoon Xangsane - Sep 2006, Viet Nam: Typhoons Revised Appeal No. MDRVN001 Operation
  3. "List of names for tropical cyclones adopted by the Typhoon Committee for the western North Pacific Ocean and the South China Sea". RSMC Tokyo - Typhoon Center. สืบค้นเมื่อ 2007-02-21. 
  4. http://cidi.org/disaster/06b/ixl172.html
  5. Joint Typhoon Warning Center. "Unisys Product Archive, 1800 UTC November 25, 2006". Unisys. สืบค้นเมื่อ 2007-02-21. 
  6. Japan Meteorological Agency. "Unisys Product Archive, 0000 UTC November 26, 2006". Unisys. สืบค้นเมื่อ 2007-02-21. 
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 7.5 7.6 "2006 Pacific Typhoon Season Best Track". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 2007-02-21. 
  8. Steve Lang (2006). "Typhoon Durian Triggers Massive Mudslides in the Philippines". NASA. สืบค้นเมื่อ 2007-02-20. 
  9. Viet Nam: Typhoons Revised Appeal No. MDRVN001 Operation Update No. 3 www.reliefweb.int
  10. United Nations Office for the Coordination of Humanitarian Affairs (2006). "Viet Nam: Typhoon Durian OCHA Situation Report No. 1". สืบค้นเมื่อ 2007-02-24. 
  11. Reuters (2006-12-05). "Typhoon Durian tears into southern Vietnam, killing 26". สืบค้นเมื่อ 2007-02-24. 
  12. ESCAP/WMO台风委员会第三十九次届会在菲律宾召开 (จีน)
  13. "Typhoon Committee adopt new typhoon name". China Meteorological Agency. 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-12-11. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]