กัปตันอเมริกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กัปตันอเมริกา
CaptainAmerica109.jpg
กัปตันอเมริกาฉบับที่ 109 (มกราคม ค.ศ. 1969)
วาดโดย แจ็ค เคอร์บี้ และ Syd Shores
รายละเอียดการตีพิมพ์
สำนักพิมพ์ มาร์เวล คอมิคส์
เปิดตัว กัปตันอเมริกา คอมิคส์ ฉบับที่ 1 (มีนาคม ค.ศ.1941)[1]
สร้างสรรค์โดย โจ ไซมอน
แจ็ค เคอร์บี้
รายละเอียดตัวละคร
ชื่อจริง สตีฟ โรเจอร์ส
มิตร Avengers
Invaders
All-Winners Squad
Illuminati
"Secret Avengers" (Civil War)
Secret Defenders
S.H.I.E.L.D.
Project: Rebirth
U.S. Army
Redeemers
New Avengers
Secret Avengers
Uncanny Avengers
คู่หู Bucky (James Barnes)
Falcon
Nomad (Jack Monroe)
Bucky (Rick Jones)
Free Spirit
Jack Flag
Bucky (Rikki Barnes)
Demolition Man
Sharon Carter
สมญานามอื่น Nomad, The Captain, Brett Hendrick, Roger Stevens, Weapon I, Spider-King
พลัง Peak physical and mental conditioning
Expert acrobat, tactician, and marksman
Master martial artist
Excellent field commander
Wields his vibranium-steel alloy shield with hyperkinetic-senses

กัปตันอเมริกา (อังกฤษ: Captain America) เป็นตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่ปรากฏในหนังสือการ์ตูนซึ่งจัดพิมพ์โดยมาร์เวลคอมิกส์ โดยตัวละครนี้ได้ปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือ กัปตันอเมริกาคอมิกส์ #1 (มีนาคม ค.ศ. 1941) ถือเป็นตัวละครยุค 1940 ของมาร์เวลคอมิกส์ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากไทม์ลี่คอมิกส์[1] และได้รับการสร้างโดย โจ ไซมอน กับ แจ็ค เคอร์บี้ หลายปีที่ผ่านมานี้ ประมาณการได้ว่าได้มีการจัดพิมพ์หนังสือการ์ตูน "กัปตันอเมริกา" 210 ล้านเล่ม และได้มีการจัดจำหน่ายในประเทศต่างๆรวม 75 ประเทศ[2] แทบทุกประวัติการจัดพิมพ์กัปตันอเมริกาได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงตัวตนของ สตีฟ โรเจอร์ส (อังกฤษ: Steve Rogers) ซึ่งเป็นชายหนุ่มผู้บอบบางที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นมนุษย์ผู้มีความสมบูรณ์แบบขั้นสูงสุดโดยได้รับเซรุ่มทดลอง ภายใต้คำสั่งในการช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นความพยายามในด้านการสงคราม กัปตันอเมริกาเป็นผู้สวมเครื่องแบบที่มีลวดลายแบบธงชาติสหรัฐอเมริกา และมีโล่ที่ไม่มีสิ่งใดสามารถทำลายได้ ซึ่งสามารถใช้ร่อนเพื่อโจมตีเป็นอาวุธก็ได้[3]

จากเจตนาต้องการที่จะสร้างความรักชาติ โดยให้เขาต้องทำการต่อสู้กับฝ่ายอักษะแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง กัปตันอเมริกาจึงกลายมาเป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของไทม์ลี่คอมิกส์ในช่วงยุคของสงคราม ภายหลังจากสงครามสิ้นสุดลง ตัวละครนี้ก็ได้รับความนิยมลดถอยลง และเขาก็ได้หายไปในช่วงยุค 1950 นอกเหนือจากความพยายามที่จะฟื้นฟูในปี ค.ศ. 1953 กัปตันอเมริกาได้รับการรื้อฟื้นอีกครั้งในยุคทองของหนังสือการ์ตูน เมื่อเขาฟื้นขึ้นมามีชีวิตใหม่ โดยการต่อชีวิตจากทีมซูเปอร์ฮีโร่ที่มีชื่อว่าอเวนเจอร์ส ในหนังสือ อเวนเจอร์ส #4 (มีนาคม ค.ศ. 1964) นับแต่นั้นเป็นต้นมา กัปตันอเมริกาก็ได้เป็นผู้นำของทีมอยู่บ่อยครั้ง ตลอดจนเป็นดารานำในซีรีส์ของตัวเอง ต่อมา สตีฟ โรเจอร์ส ได้ถูกสังหารลงในกัปตันอเมริกา vol. 5, #25 (มีนาคม ค.ศ. 2007) แม้ว่าในภายหลังจะมีการเปิดเผยว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าดีหรือร้าย ซีรีส์ของกัปตันอเมริกาก็ยังได้รับการจัดพิมพ์ต่อไป[4] โดยกำหนดให้ผู้เป็นสหายของโรเจอร์ส ที่มีชื่อว่า เจมส์ "บัคกี้" บาร์น เป็นผู้สานต่อ โดยใช้เวลาในการยืนยันความสามารถอย่างน้อยที่สุดก็ในตอนนี้ ในขณะที่โรเจอร์สเป็นอินเทลิเจนท์ เอเจนท์ หรือตัวแทนอัจฉริยะแยกออกมาใหม่ในซีรีส์ของเขาเอง ซึ่งมีชื่อว่า สตีฟ โรเจอร์ส: ซูเปอร์โซลเยอร์ (อังกฤษ: Steve Rogers: Super Soldier)

ภาพยนตร์ที่ได้แรงดลบันดาลใจจากตัวละครดังกล่าวโดยใช้ชื่อว่า กัปตันอเมริกา: อเวนเจอร์ที่ 1 ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะมีการจัดฉายในปี ค.ศ. 2011 โดยมีผู้รับบทเป็นกัปตันอเมริกาคือ คริส อีแวนส์

ประวัติตามท้องเรื่อง[แก้]

ภาพปกหนังสือการ์ตูน กัปตันอเมริกาคอมิกส์ #1 (มีนาคม ค.ศ. 1941) ซึ่งวาดปกโดยโจ ไซมอน กับ แจ็ค เคอร์บี้
ยุค 1940

สตีฟ โรเจอร์ส ถือกำเนิดในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1917 ที่โลเวอร์อีสท์ไซด์ของแมนฮัตตัน ในนิวยอร์ก โดยมีพ่อแม่เป็นชาวไอร์แลนด์ที่อพยพเข้าเมือง ซึ่งมีชื่อว่าซาร่าห์ กับโจเซฟ โรเจอร์ส[5] โจเซฟ โรเจอร์สเสียชีวิตลง โดยที่เหลือเพียงสตีฟซึ่งเป็นบุตรเพียงคนเดียวของซาร่าห์ผู้เป็นมารดา จากนั้นในภายหลัง ซาร่าห์ก็ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคปอดบวมในช่วงที่สตีฟอยู่ในวัยหนุ่ม ในช่วงต้นยุค 1940 ก่อนที่อเมริกาจะเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง โรเจอร์สเป็นผู้มีร่างกายสูงแต่ผอมบาง เขาเป็นนักเรียนด้านวิจิตรศิลป์ผู้เชี่ยวชาญภาพประกอบ จากเหตุการณ์ที่คุกคามโดยจักรวรรดิไรช์ที่สามนี้ โรเจอร์สได้พยายามที่จะเข้าร่วมเกณฑ์ เพียงเพื่อต้องการที่จะปฏิเสธความยากจน เนื่องด้วยพลเอกเชสเตอร์ ฟีลิปส์แห่งกองทัพสหรัฐกำลังมองหาการทดสอบอยู่พอดี โรเจอร์สจึงมีโอกาสที่จะรับใช้ประเทศชาติด้วยการมีส่วนร่วมในโครงการป้องกันความลับสุดยอด โอเปอร์เรชั่น: รีเบิร์ธ หรือโครงการการเกิดใหม่จึงได้เกิดขึ้น ซึ่งได้มีความพยายามในการพัฒนาด้านการสร้างซูเปอร์โซลเยอร์ที่มีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายอย่างแท้จริง โรเจอร์สอาสาเข้ารับการทดสอบ และภายหลังจากการคัดเลือกอย่างเข้มงวด เขาก็ได้รับเลือกให้เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้รับเซรุ่มเพื่อเป็นซูเปอร์โซลเยอร์จากนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า ดร.โจเซฟ ไรน์สไตน์[6][7] ซึ่งในภายหลังเขาได้เปลี่ยนชื่อรหัสของนักวิทยาศาสตร์มาเป็น อับราฮัม เออร์สไคน์[8]

ในคืนที่โอเปอร์เรชั่น: รีเบิร์ธ ได้มีการดำเนินการ โรเจอร์สได้รับยาฉีดและได้รับเซรุ่มผ่านทางช่องปาก หลังจากนั้นเขาได้รับรังสี วีต้า ซึ่งได้ออกฤทธิ์ และปรับเปลี่ยนสารเคมีที่มีอยู่ในร่างกายของเขา แม้ว่ากระบวนการนี้จะก่อให้เกิดความทรมานทางด้านร่างกายอยู่ก็ตาม แต่มันก็ประสบความสำเร็จทางสรีรวิทยาแทบจะในทันที ซึ่งปรับเปลี่ยนจากความอ่อนแอให้กลายมาเป็นมนุษย์ผู้มีประสิทธิภาพขั้นสูงสุด ซึ่งเพิ่มทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายและทั้งการโต้ตอบได้อย่างดีเยี่ยม เออร์สไคน์ได้ประกาศว่าโรเจอร์สเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่รายแรก จนแทบเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์ผู้มีความสมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 The 1995 Marvel Milestone Edition: Captain America archival reprint has no cover date or number, and its postal indicia says "Originally published ... as Captain America #000". Timely's first comic Marvel Comics #1, likewise had no number on its cover, and was released with two different cover dates.
  2. Death to ‘America’: Comic-book hero killed off, msnbc.com, March 7, 2007
  3. "Bullpen Bulletins: "Stan's Soapbox", December 1999
  4. Matt Brady (March 7, 2007). ""yes, Captain America, Steve Rogers, is dead." Marvel's Statement on Captain America #25". Newsarama. สืบค้นเมื่อ March 7, 2007. 
  5. Adventures of Captain America–Sentinel of Liberty #1-#4 (October 1991 - January 1992)
  6. Captain America Comics #1 (March 1941)
  7. 7.0 7.1 Captain America #109 (January 1969)
  8. Captain America #255 (March 1981); the name Erskine was first used in a Captain America novel by Ted White, The Great Gold Steal, Bantam Books, 1968

บรรณานุกรม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]