ไอรอนแมน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไอรอนแมน
โทนี่ สตาร์คใน Marvel NOW!
รายละเอียดการตีพิมพ์
สำนักพิมพ์ มาร์เวลคอมิคส์
ปรากฏตัวครั้งแรก Tale Of Suspense
สร้างสรรค์โดย สแตน ลี
แจ็ค เคอร์บี้
รายละเอียดตัวละคร
ชื่อจริง แอนโทนี่ เอ็ดวาร์ด "โทนี่" สตาร์ค
มิตรสหาย ดิ อเวนเจอร์
อิลูมิเนติ
นิว อเวนเจอร์
ไมท์ตี้ อเวนเจอร์
คู่หู วอร์ แมชชีน
ตัวละครสนับสนุน เป็ปเปอร์ พ็อตต์
เอ็ดวิน จาร์วิส
แฮปปี้ โฮแกน
สมญานามอื่น Golden Avenger, Shellhead, Tin Man, Armored Avenger, Man Of Iron
พลัง
  • มันสมองระดับอัจฉริยะ
  • เป็นนักวิทยาศาสตร์, วิศวกร, นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
  • เมื่อสวมใส่ชุดเกราะไอรอนแมน:
    • พละกำลังและความทนทานในระดับเหนือมนุษย์
    • ความสามารถในการเชื่อมต่อกับชุดเกราะรุ่นก่อนๆ
    • บินด้วยความเร็วในระดับซูเปอร์โซนิค
    • ลำแสงรีพัลเซอร์
    • มิสไซล์
    • ระบบสนับสนุนชีวิตแบบต่อเนื่อง (บางครั้งใช้พลังจากแสงอาทิตย์)
The Invincible Iron Man
หน้าปกของ The Invincible Iron Man #1 (พฤษภาคม 1968) ภาพโดยจีน โคแลนและ ไมค์ เอสโพสิโต้
ประวัติการตีพิมพ์
วางจำหน่าย รายเดือน
รูปแบบ ซีรี่ย์ที่เดินเรื่องอยู่
จำนวนเล่ม (vol. 1): 332 เล่ม
(vol. 2): 13 เล่ม
(vol. 3): 89 เล่ม
(vol. 4): 35 เล่ม
(vol. 5): 33 เล่ม
(ต่อจาก vol. 1): 29 เล่ม (#500-527 รวมกับ #500.1)
(vol. 6): 31 เล่ม (#1-30 รวมกับ #20.INH)

ไอรอนแมน (อังกฤษ: Iron Man อ่านในภาษาอังกฤษว่า ไอเอิร์นแมน) เป็นตัวละครส่วนหนึ่งของมาร์เวลคอมิกส์ เป็นที่รู้จักกันดีในหน้าของนักรบใส่เกราะซึ่งมักจะใส่เกราะ แดง-เหลือง เป็นชุดประจำตัวอยู่เสมอ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก ในคฤหาสน์มีที่เก็บชุดเกราะมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งใช้ในงานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะออกรบ ไปต่อสู้กับศัตรู หรือไปทำสงคราม ไอรอนแมนปรากฏตัวใน อเวนเจอร์ ซึ่งเป็นที่รวมกลุ่มคนที่เป็นยอดมนุษย์

นอกจากในการ์ตูนแล้ว ไอรอนแมนยังเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ที่ออกเฉิดฉายบนจอเงินในภาพยนตร์หลายเรื่อง ด้วยฝีมือการแสดงของโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ทำให้คัวละครไอรอนแมนมีชีวิตขึ้นบอจอภาพยนตร์ได้ ไอรอนแมนปรกฏตัวในภาพยนตร์ของตัวเอง (มหาประลัยคนเกราะเหล็ก ,มหาประลัยคนเกราะเหล็ก 2 ,มหาประลัยคนเกราะเหล็ก 3) รวมถึงภาพยนตร์ที่รวมพลซูเปอร์ฮีโร่หลายคนเอาไว้ (ดิ อเวนเจอร์ส, ดิ อเวนเจอร์ส: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก)

แนวคิดการสร้าง[แก้]

หลังจากที่สแตน ลี สร้างจักรวาลมาร์เวลเป็นปึกแผ่นผ่านตัวละครอย่างแฟนตาสติก โฟร์, ธอร์, ฮัลค์ และสไปเดอร์แมน เขาก็ยังไม่หยุดคิดที่จะสร้างตัวละครใหม่ตัวละครใหม่ๆออกมา คราวนี้สิ่งที่เขาคิดคือ "อัศวินในชุดเกราะแวววาว" ลีเล่าว่า "การ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ของเราขายดีแล้ว ผมก็เป็นคนกินเงินเดือน" เจ้านายบอกว่า "การ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่มาทำเพิ่มกันเถอะ" ลีก็ต้องเอาด้วย "แต่เราจะทำให้ต่างออกไปจากเดิมยังไงดีละ" หลายๆทฤษฎีบอกว่าลีได้ไอเดียมาจากหุ่นยนต์ในหนังเกรด B ที่ฉายกันอยู่ในยุค 60 แต่ลียืนยันว่าเขาได้ไอเดียมาจาก "คนที่ใส่ชุดเกราะที่ทำให้เกิดพลังพิเศษแบบอัศวินของกษัตริย์อาเธอร์ ที่มีเกราะวิเศษ ผมไม่ได้คิดถึง. หุ่นยนต์อะไรนั่น แต่คิดถึงชายในศตวรรษที่ 20 ที่สวมเกราะแล้วกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่"

ประวัติการตีพิมพ์[แก้]

ซีรี่ยส์แรก[แก้]

ไอรอนแมนปรากฏตัวครั้งรแกในหนังสือการ์ตูน Tales of Suspense #39 (มีนาคม 1963) ในชื่อตอน "Iron Man is Born!" และเป็นตัวละครหลักในการ์ตูนหัวนี้จนถึงเล่มที่ 99 (มีนาคม 1968) การ์ตูนหัวนี้ก็ถุกปิดตัวลง หลังจากนั้นไอรอนแมนก็ไปมีบทบาทในการ์ตูนเล่มเดียวจบ Iron Man and Sub-Mariner (เมษายน 1968) ก่อนที่จะมีซีรี่ยส์เป็นของตัวเองในชื่อ The Invincible Iron Man #1 (พฤกษภาคม 1968) หลังจากแจ็ค เคอร์บี้เลิกวาดไอรอนแมน จอร์จ ทัสก้าก็เข้ามารับผิดชอบเรื่องภาพแทนตั้งแต่เล่มที่ 5 ขึ้นไป

หลังจากเล่มที่ 116 นักเขียนเดวิด มิดเชลลินี่ นักลงหมึกบ็อบ เลย์ตัน นักเขียนจอห์น โรมิตาร์ จูเนียร์ เข้ามารับผิดชอบการ์ตูนเรื่องนี้แทน ทีมงานนี้สร้างเรื่องราวสำคัญที่ไอรอนแมนต้องเผชิญมากมาย ทั้งปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์ (Demon in Bottle) และสร้างตัวละครที่จะมีบทบาทสำคัญในอนาคตมากมายเช่นเบธานี่ เคบ เลขาคนสำคัญของโทนี่ เจมส์ โรดส์ที่ภายหลังจะกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่นาม"วอร์แมชชีน" การสร้างคู่แข่งทางธุริกจให้โทนี่จัสติน แฮมเมอร์ รวมทั้งการที่นำไอรอนแมนไปปะทะกับด็อกเตอร์ดูม และออกแบบชุดเกราะเฉพาะกิจหลายรูปแบบให้ไอรอนแมนมากมาย ทีมงานนี้ทำงานกับซีรี่ยส์ The Invincible Iron Man จนถึงเล่มที่ 154 (มกราคม 1982)

หลังจากที่ทีมงานเก่าแยกทางจากซีรี่ยส์นี้ Marvel Comics จึงว่าจ้างเดนนิส โอ'นีลมาเขียนเรื่องให้การ์ตูนซีรี่ยส์นี้ต่อ ส่วนมากเรื่องที่เดนนิสเขียนให้โทนี่พบเจอกับปัญหาแอลกอฮอล์เป็นหลัก เอาเจมส์ โรดส์มารับบทไอรอนแมนแทนโทนี่นานถึง 2 ปีตามเวลาตีพิมพ์ในชีวิตจริง ก่อนที่โทนี่จะกลับมาในเล่มที่ 200 (พฤศจิกายน 1985) ก่อนที่ Marvel Comics จะหันมาใช้งานทีมงานเก่าอีกครั้ง (มิดเชลลินี่และเลย์ตัน) ตั้งแต่เล่มที่ 215 ขึ้นไป (กุมภาพันธ์ 1987) ทั้งคู่เริ่มสร้างเรื่องราวสำคัญให้ไอรอนแมนต้องเผชิญอีกรอบในเรื่องราว Armor Wars ตั้งแต่เล่มที่ 225 (ธันวาคม 1987) ไปจนถึงเล่มที่ 231 (มิถุนายน 1988) และเขียนบทบาทของไอรอนแมนในอีเวนท์ใหญ่ Operation Galactic Storm ที่โทนี่ต้องไปผัวผันกับสงครามระหว่างพวกครีกับสครัลล์

ซีรี่ยส์ต่อมา[แก้]

เมื่อ The Invincible Iron Man เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในเล่มที่ 332 (กันยายน 1996) ไอรอนแมนกลับมาอีกครั้งในซีรี่ยส์ที่สองโดยทีมงานใหม่ (จีม ลี, สก็อตต์ ล็อบเดลล์, เจบ ลอเบลล์, ไวลส์ พอร์ตาซิโอ้, ไรอัน เบนจามิน) มีความยาว 13 เล่ม (พฤศจิกายน 1996 - พฤศจิกายน 1997) ก่อนจะเริ่มต้นซีรี่ยส์ใหม่เป็นซีรี่ยส์ที่ 3 โดยที่ 25 เล่มแรกเขียนเรื่องโดยเคิร์ท บูลเสก ก่อนที่จะได้โรเจอร์ สเติร์นมาช่วยเสรมิเรื่อง ซีรี่ยส์ที่ 3 เป็นความยาว 89 เล่ม (กุมภาพันธ์ 1998 - ธันวาคม 2004) ก่อนที่จะได้วอร์เร็น เอลลิสมาเขียนซีรี่ยส์ที่ 4 ในเรื่องราวที่เป็นตำนานของไอรอนแมนมานาน Extremist ได้อดิ กรานอฟมาวาดภาพให้ มีความยาว 35 เล่ม (มกราคม 2005 - ธันวาคม 2004) หลังจากจบซีรี่ยส์ที่ 4 ไอรอนแมนกลับมาในซีรี่ยส์ที่ 5 อีกครั้ง เขียนเรื่องโดยแม็ต แฟร็คชั่น เดินเรื่องด้วยความยาว 61 เล่ม (กรกฎาคม 2008 - ธันวาคม 2012)

เมื่อเข้าสู่ยุค Marvel NOW! ไอรอนแมนก็เริ่มต้นซีรี่ยส์ใหม่เหมือนตัวละครอื่นๆ และเริ่มนับที่เลข 1 ใหม่อีกครั้งนึง เขียนเรื่องโดยคาเรน กิลเลียน โทนี่หันมาใส่ชุดเกราะสีดำ-ทองแทน ว่าด้วยการที่โทนี่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ๆที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน คาเรนนำไอรอนแมนไปสู่ห้วงอวกาศ ไขปริศนาเรื่องตระกูลสตาร์ค และการต่อสู้กับเจ้าแห่งความมืดอย่างมาเลคิธ คาเรนอยู่กับไอรอนแมนมาถึง 29 เล่ม (มกราคม 2013 - มิถุนายน 2014) คาเรนลาจากไอรอนแมนไปหลังจากเล่มที่ 28 จบ ไอรอนแมนเริ่มต้นซีรี่ยส์ใหม่ในหัวเรื่อง Superior Iron Man โดยจะเริ่มต้นเดือนพฤศจิกายนปี 2014 ว่าถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวโทนี่เอง เขาจะกลายเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน และความฉลาดแกมโกงมากขึ้น เขาจะมีวิสัยทัศน์ใหม่ๆเกี่ยวกับโลกใบนี้ รวมไปถึงจุดยืนของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นการปกป้องมากขึ้น ซึ่งมันอาจจะดูย้อนแย้งแต่ก็ตามนั้น เขาจะเน้นในสิ่งที่ปกป้องได้ เขียนเรื่องโดยทอม เทย์เลอร์ และภาพโดยไยล์ดิเรย์ ซินาร์

ชีวประวัติตัวละคร[แก้]

ไฟล์:TaleOfSuspense39.jpg
การปรากฏตัวครั้งแรกของไอรอนแมนในหนังสือการ์ตูนเรื่อง Tales of Suspense #39 (มีนาคม 1963)

จุดกำเนิด[แก้]

แอนโทนี่ เอ็ดวาร์ด “โทนี่” สตาร์ค มหาเศรษฐีหนุ่มนักประดิษฐ์เพลย์บอย พ่อค้าอาวุธสงครามที่ออกแบบอาวุธให้กองทัพสหรัฐใช้ต่อสู้กับพวกกองโจรเวียตกง แต่เมื่อเขาไปเยือนสมรภูมินี้ เขาตกเป็นเหยื่อกับระเบิดและมีสะเก็ดชิ้นหนึ่งฝังใกล้หัวใจและถูกหัวหน้ากองโจร วอง-ชู จับตัวไป เขาบังคับให้สตาร์คสร้างอาวุธจรวดมหาประลัยให้แล้วจะรักษาสตาร์คให้ แต่สตาร์คกับเพื่อนร่วมคุมขังยินเซนร่วมมือกันสร้างชุดเกราะช่วยยืดอายุสตาร์ค และหลบหนีได้ เพราะมันจะทำให้เขาแข็งแกร่ง เร็วกว่าธรรมดา แต่แล้วยินเซนกลับต้องสละชีวิตเพื่อถ่วงเวลาให้สตาร์คชาร์จพลังงานชุดเกราะ ด้วยความแค้นเขาจึงทำลายฐานทัพของวอง-ชูจนหมดสิ้นและหนีกลับสหรัฐได้ แต่เขาต้องใส่เกราะตลอดชีวิตเพื่อป้องกันสะเก็ดระเบิดในร่างกาย ไม่เพียงแต่ต้องใส่เกราะ โทนี่ยังคงต้องชาร์จพลังงานมันตลอดเวลา ไม่งั้นพอพลังงานหมดเขาจะตาย

เขาได้ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเกราะของเขา (ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เขาทำไปตลอด) การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเรียกว่าไมเนอร์ เชนจ์ (Minor Change) เพราะโครงสร้างรูปร่างเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนสีจากสีเทาเป็นสีทอง และเป็นที่มาของฉายาโกลเด้น อเวนเจอร์ (Golden Avenger) ที่เปลี่ยนเพราะสีเทามันดูน่ากลัวไปและพัฒนาให้มันเก็บใส่กระเป๋าได้! และยังติดตั้งอุปกรณ์มากมาย

หลังจากโทนี่สตาร์คได้ใช้ชีวิตในฐานะไอรอน แมน สตาร์คมีผู้ช่วยชื่อ "เป็ปเปอร์ พ็อต" และคนขับรถส่วนตัวของสตาร์ค "แฮปปี้ โฮแกน" ซึ่งเป็นอดีตนักมวย สตาร์คได้บอกว่าไอรอน แมนเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา เพื่อปกปิดตัวจริง สตาร์คได้ไปร่วมทีมกับ ดิ อเวนเจอร์ และได้ปรับปรุงชุดเกราะให้ทันสมัยขึ้น เป็นชุดเกราะสีแดง-ทอง หรือไอรอน แมน MK III (Classic Armor) และได้ปะทะกับศัตรูต่างๆมากมาย เช่น คริมสัน ไดนาโม, แมนดาริน, เมลเตอร์

สตาร์คได้พบกับสิ่งต่างๆมากมาย และได้พบกับหน่วย S.H.I.E.L.D (Strategic Homeland Intervention, Enforcement and Logistics Division) หรือแปลได้ไทยว่า กองงานยุทธวิธีจัดระเบียบกำลังพิเศษแห่งมาตุภูมิ โทนี่คอยสร้างอุปกรณ์และอาวุธต่างๆ ให้กับหน่วย S.H.I.E.L.D และฮ๊โร่คนอื่นมากมาย โทนี่ได้เปิดเผมต่อสาธารณะเรื่องหัวใจของเขา กับการปรากฏตัวของกลุมมาเฟีย แม็กเจีย และสาวร้าย วิธนี่ย์ ฟรอสท์ กลุ่มแม็กเจียได้คอยจำหน่ายอาวุธให้เหล่าวายร้ายต่างๆ และเรื่องที่สตาร์คถูกแทนที่โดยตัวปลอมซึ่งก็คือหุ่นกลหรือ LMD (Life Model Decoy) ที่เกืดอุบัติเหตุทำให้มันคิดว่ามันคือสตาร์คจริงๆ สตาร์คจึงต้องต่อสู้กับหุ่นจำลองของเขา และทำลายมันลง

สู่โลกที่เปลี่ยนแปลง[แก้]

ในช่วงเดียวกันนั้นเอง จัสติน แฮมเมอร์ คู่แข่งทางธุรกิจของโทนี่ ได้จ้างเหล่าร้ายให้ไปทำร้ายโทนี่ ยิ่งไปกว่านั้นชุดเกราะไอรอนแมนยังถูกขโมยไปใช้สังหารนักการทูตคนหนึ่ง แม้ว่าไอรอนแมนจะไม่เป็นที่สงสัยในทันที แต่โทนี่ก็ถูกบังคับให้นำชุดเกราะเข้ามอบต่อเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในที่สุดแล้วโทนี่และเจมส์ก็สืบหาความจริงผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังได้ แต่ก็ใช่ว่าจัสตินจะเลิกตอแยโทนี่ และด้วยความช่วยเหลือจาก เบธานี่ เคบ เพื่อนและผู้ช่วยของเขา (ซึ่งกลายเป็นแฟนสาวของเขาในเวลาต่อมา) ทำให้โทนี่ฝ่าวิกฤติมากมายพร้อมทั้งยังเลิกเหล้าได้เป็นผลสำเร็จ แม้จะผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาได้ ก็ใช่ว่าชีวิตจะเรียบง่ายขึ้น ทว่ากลับซับซ้อนยิ่งขึ้นกับการมาถึง ด๊อกเตอร์ดูม ซึ่งมีตัวร้ายฉวยโอกาสส่งทั้งสองกลับไปยังยุคของกษัตริย์อาเธอร์ โดยไอรอนแมนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางแผนการร้ายของด็อกเตอร์ดูมก่อนที่ทั้งคู่จะกลับมายังยุคเดิม

เมื่อทุกๆอย่างเกือบจะลงตัวเมื่อเขาสามารถเอาชนะโรคติดสุราเรื้องรังแต่เขาต้องพบกับ โอบาห์ไดอาห์ สเตน คู่แข่งทางการค้าของโทนี่ (ในหนังเขาเปรียบเสมือนลุงของโทนี่ เพราะเขาเป็นเพื่อนกับพ่อของโทนี่) เขาใช้วิธีสกปรกเล่นงานโทนี่ ด้วยการส่งสาวงามอย่างอินดรีส์ มูนิลมาหลอกล่อให้เขาหลงรัก ก่อนที่จะสลัดเขาทิ้ง และจ้างศัตรูที่ร้ายกาจอย่าง Magma เข้าโจมตีบริษัท ทำให้เขา รวย เครียด กินเหล้า อีกครั้งจนเขากลับมาเป็นโรคติดสุราเรื้อรังจนบอร์ดบริหารต้องลงมติถอดโทนี่ ออกจากบริษัทแต่ถึงกระนั้นโทนี่ก็ยังฝากให้เพื่อนสนิทอย่าง เจมส์ โรดส์ เป็นผู้ที่สวมชุด ไอรอน แมน แทน หลังจากที่สตาร์คตกต่ำมานาน เขาได้ช่วยทำคลอดหญิงท้องแก่ในตรอกที่เต็มไปด้วยหิมะ เขาก็คิดได้ และตั้งใจจะสร้างชีวิตใหม่ เขาย้ายไปซิลิคอน วาเล่ย์พร้อมกับโรดส์ และพี่น้องไคมเทมเนสตร้า ก่อตั้งบริษัท Circuits Maximus และค้นพบว่าโรดส์ค่อยๆ ก้าวร้าว ดุดันและหวาดระแวงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากชุดไอรอนแมนนั้นไม่ได้ถูกออกแบบให้มีคลื่นสมองตรงกับเขาเขา จนในที่สุดเจมส์บันดาลโทสะออกอาละวาด ทำให้โทนี่ต้องสร้างชุดเกราะ MK VI หรือ Recovery Armor ที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับ MK I และต่อสู้กับโรดส์ ก่อนที่จะปรับความเข้าใจกัน อีกด้านหนึ่ง สเตนได้บุกโจมตี Circuits Maximus ทำให้โรดส์พิการชั่วคราว สเตนได้สร้างชุดเกราะ ไอรอน มองเกอร์ เพื่อจัดการสตาร์ค โทนี่จึงสร้างเกราะ MK VIII หรือ Silver Centurion ขึ้น ต่อสู้กับไอรอน มองเกอร์ และเอาชนะไปได้

สงครามเทคโนโลยี[แก้]

มีผู้คนมากมายนำแบบชุดเกราะซึ่งอิงตามงานสร้างและเทคโนโลยีแบบเดียวกับไอรอนแมน อันเป็นผลจากการที่งานของเขานั้นถูกขโมยไปโดย สปายมาสเตอร์ ไปใช้สร้างชุดเกราะกันเอง ทั้งยังนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วย โทนี่จึงออกมาประกาศกว่าไม่ให้นำชุดเกราะที่สร้างอิงแบบไอรอนแมนไปใช้ ความประสงค์ดังกล่าวขอโทนี่นั้นได้สร้างชื่อเสียงให้กับเขาให้ฐานะไอรอนแมนเป็นอย่างมาก ภายหลังจากที่โทนี่ได้เข้าต่อสู้และทำลายพวกวายร้ายระดับล่างอย่าง สติล์ทแมน แล้วเขาก็ล้มหน่วยสตริงเรย์นั้นไม่ได้อิงจากแบบของเขา เขาจึงแก้เกมส์ด้วยการยิงไอรอนแมนทิ้งเสีย ในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะบรรลุเป้าหมายหลักที่แท้จริง ด้วยการสร้างเรื่องขึ้นมาว่าตนต้องการจะหยุดไอรอนแมนตัวร้ายที่กำลังจะหยุดชุดเกราะ Mandroids ของหน่สย S.H.I.E.L.D. และหยุดชุดเกราะ Guardsmen อันจะส่งผลให้บรรดา ตัวร้ายที่ถูกควบคุมอยู่หลบหนีออกไปได้ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงประกาศให้ไอรอนแมนเป็นบุคคลอันตราย และเป็นพวกนอกกฎหมาย ไม่สามารถเดินทางเข้าอเมริกาได้ เขาจึงเดินทางไปยังประเทศรัสเซีย ซึ่งเขาได้เผลอฆ่าไทเทเนี่ยมแมน ซึ่งเป็นคนรัสเซีย เมื่อเขาแอบเข้ามาในอเมริกา ทางรัฐบาลก็ปล่อยให้ ไฟเออร์เพาเวอร์ มาสู้แต่โทนี่รู้อยู่แล้วว่าสู้ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา จึงแกล้งแต่งเรื่องว่าไออ้ออนแมนตายไปแล้ว เหลือแต่เพียงชุดเกราะที่พุพัง และเมื่อไฟเออร์เพาเวอร์เริ่มเข้าสู่ด้านโฉด โทนี่เลยมีโอกาสสร้างชุดเกราะ MK VIII หรือ Neo-Classic ไปจัดการ ไฟเพาเวอร์ โดยอ้างว่าคนที่อยู่ข้างในนั้นเป็นคนอื่น

การตายและการคืนชีพ[แก้]

ไอรอน แมน ได้ไปเป็นส่วนหนึ่งของ Operation Galactic Storm ซึ่งเป็นสงครามระหว่าง 2 เผ่าพันธุ์ คือ ครี และ ชี-อะห์ และส่งผลต่อโลก เหล่าอเวนเจอร์ จึงต้องไปแก้ไขเรื่องนี้ พวกเขาได้เจอตัวการคือ Supreme Intelligence ซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่าครี กัปตันอเมริกามีความเห็นว่าไม่ควรฆ่าสิ่งมีชีวิตโดยเปล่าประโยชน์ แต่ไอรอนแมน กลับคิดว่าต้องฆ่า Supreme Intelligence เพื่อหยุดเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ท้ายที่สุดเหล่าอเวนเจอร์จึงตัดสินใจจะจัดการ Supreme Intelligence และจบสงครามลง

หลังจากนั้น สภาพร่างกายของโทนี่ก็อยู่ในสภาพย่ำแย่ เขาพบว่าการเชื่อมต่อกับชุดเกราะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบประสาทของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อีกทั้งอาการก็ดูจะเลวร้ายลงจากการบาดเจ็บที่ไขสันหลังจนทำให้เขาเป็นอัมพาต เขาจึงต้องฝังชิพไว้เพื่อให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่นานอาการก็ทรุดหนักลงอีกจนเขาต้องสร้างผิวหนังสังเคาะห์ที่มีการสร้างวงจรเส้นประสาทเทียมขึ้นมาเพื่อช่วยด้วยอีกแรง ด้วยสภาพร่างกายอันทรุดโทรมทำให้โทนี่ควบคุมการเคลื่อนไหวของเกราะไอรอน แมนผ่านทางรีโมตแทนการสวมชุด แต่เมื่อต่อกรกับศัตรูบางตัวอย่าง มาสเตอร์ ออฟ ไซแลนช์ เขาก็พบว่าแค่การควบคุมผ่านรีโมตนั้นยังไม่เพียงพอ โทนี่จึงออกแบบชุดเกราะสำหรับสู้รบที่ติดตั้งอาวุธหนักมากขึ้น ซึ่งภายหลังรู้จักกันในชื่อ "ชุดเกราะวอร์แมชชีน " และด้วยอาการที่ทรุดอย่างสุดๆ ทำให้เขาสร้างเรื่องความตายของเขาขึ้นมาเพื่อปลีกตัวไปรักษา ก่อนจะมอบหมายให้เจมส์เป็นผู้ดำเนินกิจการ บริษัทสตาร์คเอ็นเตอร์ไพร์ส และมอบชุดเกราะวอร์แมชชีนให้เขาช่วยสานงานของไอรอนแมนต่อ จนเมื่อโทนี่ได้รับการฟื้นฟูเต็มรูปแบบด้วยการใช้ชิพตั้งระบบร่างกายใหม่ทั้งหมด เขาจึงกลับมาสานต่อบทบาทไอรอน แมนอีกครั้ง แต่เมื่อเจมส์พบว่าโทนี่นั้นหลอกใช้เขาด้วยการเอาเรื่องความตายมาโกหก เขาก็หัวเสียจนขอแยกทาง โดยเจมส์ยังคงใช้ชุดเกราะวอร์แมชชีนต่อสู้กับเหล่าร้าย

อัลติโม่[แก้]

โทนี่ใช้เกราะที่ใช้หมวก เวอร์ช่วล เรียลิตี้ ควบคุมระยะไกล ชื่อ เทเลเปรเซนส์ โรดส์ก็ไปเข้าร่วมทีมกับ เวสท์ โคส์ทอเวนเจอร์ แต่ตอนที่โทนี่สู้กับ เอิร์ท มูฟเวอร์ กลับทำให้ศัตรูเก่าอย่างอัลติโม่ และมันต้องการจะแก้แค้นไอรอน แมน ซึ่งมันก็สามารถทำให้เกราะเทเลเปรเซนส์ พังยับเยินส่งผลให้สตาร์คเกิดอาการโคม่าหมดสติไป โรดส์ได้กลับมาช่วยเหลือของโทนี่ เขารวบรวมเพื่อนเก่าของโทนี่ที่เคยใส่เกราะไอรอน แมนทุกคนมาใส่เกราะทั้ง 6 ของโทนี่ และตั้งกลุ่ม ไอรอน ลีเจียน ไปรับมือกับอัลติโม่ ถึงจะเอาชนะไม่ได้ แต่ก็ถ่วงเวลาพอให้โทนี่ฟื้นสติขึ้นมา พร้อมกับชุดเกราะใหม่ MK XI หรือ Modular ออกมาใช้และเอาชนะอัลติโม่ได้

สตาร์ควัยหนุ่ม[แก้]

อุปนิสัยของสตาร์คเริ่มแปลกไป แบบที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ ก่อนที่จะพบว่าถูกควบคุมโดย อิมมอร์ตัส เพื่อหยุดยั้งสตาร์ค เหล่าอเวนเจอร์จึงไปนำสตาร์คหนุ่มจากอีกห้วงเวลานึงมา และขโมยเกราะไอรอน แมนต่อสู้กับ สตาร์คที่แก่กว่า ผลการต่อสู้ทำให้สตาร์คแก่รู้สึกตัว และสละชีวิตตัวเองเข้าจัดการกับ อิมมอร์ตัส และทิ้งให้สตาร์คหนุ่มทำหน้าที่แทน

ต่อมาจะเป็นเนื้อเรื่องของสตาร์คหนุ่มที่ต้องเรียนมหาวิทยาลัย, จีบสาว และต่อสู้เพื่อควบคุม สตาร์ค เอนเตอร์ไพรส์ แต่เมื่อ ออนสลอจท์ วายร้ายที่เกิดจากด้านมืดของ ชาร์ล เซเวียร์ หลอมรวมกับ แม็กนีโต้ และลงเอยที่เหล่าฮีโร่หายไปพร้อมกับออนสลอจท์

ฮีโร่รีบอร์น[แก้]

หลังจากสตาร์คหายไปพร้อมกับออนสลอจท์ เพื่อรักษาชีวิตของเหล่าฮีโร่ไว้ แฟรงคลิน ริชาร์ด ได้สร้าง จักรวาลย่อยขึ้นมาในแบบที่เขารู้จักเพื่อรักษาพวกเขาไว้ ในโลกนี้สตาร์คกลับมาเป็นผู้ใหญ่ ในโลกนี้เขาไม่ใช้นักธุรกิจที่ทุกคนรัก แต่เป็นไอ้ตัวแสบ เขาเพิ่งพ้นผิดจากข้อหาทำอินไซด์เทรด และขโมยข้อมูล ระหว่างไปชมการสาธิตชุดเกราะสงครามที่มีชื่อว่า โฟรมีเธียม สตาร์คเกิดความขัดแย้งกับเป็ปเปอร์จนไล่เธอออกจากการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวเขา ในโลกนี้บรู๊ซ แบนเนอร์ทำการค้นคว้ารังสีแกมม่าให้สตาร์ค และกลายเป็นฮัลค์เพื่อปกป้องการระเบิดของระเบิดแกมม่าที่ถูกพวก ไฮครา โจรกรรม และในการเผชิญหน้ากับฮัลค์ โทนี่ได้รับบาดเจ็บที่หัวใจ จึงต้องใช้เกราะ โฟรมีเธียม เพื่อรักษาชีวิตเพื่อต่อสู้กับฮัลค์ หลังจากนั้นเขาก็ไปต่อสู้กับ ลิฟวิ่ง เลเซอร์ และเข้าร่วมกับอเวนเจอร์ หลังจากนั้นเหล่าฮีโร่ก็กลับมาสู่โลกเดิม และเริ่มต้นเนื้อเรื่องของตัวเองใหม่

เปิดเผยตัวตน[แก้]

ขณะที่สตาร์คกำลังต่อสู้กับวิปแปลช ชุดเกราะเกิดมีชีวิตขึ้นมาเพราะสายฟ้าของวืปแปลสทำให้ฟังชั่นชุดเกราะรวน ตอนแรกมันก็คอยเป็นบอดี้การ์ดติดตามสตาร์คและมันได้เรียนรู้ความรู้สึกนึกคิดจนมันคิดที่จะแทนที่สตาร์ค งานนี้จึงต้องมีการปะทะกัน แต่สุดท้ายชุดเกราะก็สละหัวใจให้สตาร์ค ขณะที่สตาร์คกำลังหัวใจวายขณะต่อสู้

เมื่อโทนี่ค้นพบว่า รัฐบาลเคยเอาอาวุธเขาไปใช้ และนำไปใช้อย่างผิดกฎหมาย โทนี่จึงเปิดเผยตัวตนว่าตนคือไอรอนแมน เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อควบคุมรัฐบาลไม่ให้นำอาวุธของเขาไปใช้อย่างผิดกฎหมาย

อเวนเจอร์สลายตัว[แก้]

โทนี่ สตาร์คและเหล่าอเวนเจอร์ ได้พบกับวิกฤิตอีกครั้ง เมื่อหนึ่งในอเวนเจอร์ สการ์เล็ต วิช เกิดจำเรื่องลูกของตัวเองได้ ที่เธอแต่งงานกับวิชั่นและมีลูก ซึ่งความจริงเป็นสิ่งที่เวทมนตร์สร้างลวงขึ้นมาเท่านั้น เธอจึงคลุ้มคลั่ง และคิดจะแก้แค้น ซึ่งทำให้สตาร์คเกิดอาการมึนเมาและขู่จะฆ่าทูตของลัตวีเรียต่อหน้าสหประชาชาติม, สก็อต แลงตาย, อเวนเจอร์ แมนชั่นพัง และโดนอัลตรอนบุก, ชี-ฮัลค์ คลุ้มคลั่งจนทำลายวิชั่นไป, โลกโดนกองทัพครีบุก ส่งผล ให้ฮอว์คอายตาย ก่อนที่ดร.สเตรนจ์ จะโผล่มาและอธิบายว่าเป็นฝีมือของสการ์เล็ต วิช แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร แม็กนีโต้ผู้เป็นพ่อก็มารับตัวเธอไป เหล่าอเวนเจอร์ก็ไม่อยากมีใครทำงานนี้อีกแล้ว จึงประกาศยุบทีมอย่างเป็นทางการ

เอ็กซ์ตรีมมิส[แก้]

ขณะที่โทนี่กำลังต่อสู้อยู่กับ เมาเลน สตาร์คโดนโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส เขาจึงตัดสิยใจฉีดไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิสใส่ตัว เพื่อรักษาชีวิต ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับ เมาเลน ฉีดให้ตัวเอง ไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิสเปลี่ยนแปลงสตาร์คเป็นกึ่งมนุษย์-กึ่งจักรกล สามารถเก็บชุดเกราะไว้ในร่างกายได้ และสามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโยีทั่วโลก และรักษาตัวเองได้ เขาได้ใส่ชุดใหม่ "เอ็กซ์ตรีมมิส" สตาร์คที่ได้พลังจากไวรัสนั้นได้รักษาตัวเอง และกลับไปจัดการเมาเลนอีกครั้ง จบด้วยการที่เมาเลนเสียชีวิตลง

สงครามกลางเมือง[แก้]

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นจากรายการโทรทัศน์แนวเรียลลิตี้โชว์แห่งหนึ่งที่จับเอาเหล่าฮีโร่วัยรุ่นไฟแรง New Warrior มาเป็นจุดขาย โดยติดตามปฏิบัติการล่าวายร้ายที่ชื่อไนโตร แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อไนโตรดันชิงระเบิดตัวเองด้วยพลังพิเศษของเค้า ทำให้เหล่าฮีโร่ เด็กนักเรียนในแถบนั้น รวมทั้งประชาชนคนอื่นๆบาดเจ็บและเสียชีวิตกันเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกอากาศ ทำให้ประชาชนชาวอเมริกันไม่พอใจ เกิดกระแสแอนตี้ว่าพวกฮีโร่นั่นแหละที่เป็นคนฆ่าเด็กๆ

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เหล่าฮีโร่มารวมตัวกันเพื่อหาทางออก จนเกิดเป็นแนวคิดให้มี “กฎหมายลงทะเบียนฮีโร่” คือให้ฮีโร่ทุกคนระบุตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเพื่อความโปร่งใส แน่นอนว่าแนวคิดนี้ทำให้ฮีโร่ที่ปกปิดตัวตนจริงไม่พอใจ รวมทั้งกัปตันอเมริกาที่ปฏิเสธแนวคิดเพราะเชื่อว่ากฎหมายนี้จะนำพาความแตกแยกมาสู่เหล่าฮีโร่ด้วยกันเอง จนเกิดการปะทะกับหน่วยรบของชิลด์ ที่พยายามจะลากเอากัปตันไปร่วมประชุมด้วย ซึ่งที่สุดแล้วกัปตันก็หนีจากการตามจับของหน่วยชิลด์ไปได้

ไอรอนแมนที่เชื่อมั่นในกฎหมายนี้ได้นำเหล่าฮีโร่ที่ลงทะเบียนพร้อมเปิดเผยตัวตน คอยตามจับพวกที่ต่อต้านอย่างกัปตันอเมริกา โดยเกิดการต่อสู้ที่ขยายตัวมายังย่านชุมชนใจกลางนิวยอร์ก กัปตันที่ได้เปรียบอัดชุดไอรอนแมนจนเละจนเกือบจะจัดการได้กลับถูกฝูงชนชาวนิวยอร์กเข้ามาล็อกตัวไว้ไม่ให้ทำร้ายไอรอนแมนระหว่างนั้นทำให้กัปตันคิดได้ว่าทั้งหมดที่เขาดึงดันที่จะต่อสู้ เขาไม่ได้ทำเพื่อประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อพวกพ้อง แต่เขากำลังทำทุกอย่างเพื่อตัวของเขาเอง ทำให้กัปตันตัดสินใจยอมแพ้และมอบตัวต่อฝ่ายสนับสนุน และสั่งให้พวกต่อต้านหนีไปให้หมด เป็นอันสิ้นสุดสงครามฮีโร่

จากเหตุการณ์นี้ทำให้ฮีโร่แกนนำฝ่ายสนับสนุนกฎหมายอย่างไอรอนแมนได้หน้าไปเต็มๆ ในขณะที่แกนนำฝ่ายต่อต้านอย่างกัปตันอเมริกาถูกพาตัวขึ้นศาลท่ามกลางความเกลียดชังจากประชาชนที่เค้าเคยปกป้อง และถูกลอบสังหารที่หน้าศาลในวันเดียวกัน จากการตายของกัปตันอเมริกา ไอรอนแมนจึงทำตามคำขอร้องก่อนตายของเขา ไอรอนแมนมอบตำแหน่งกัปตันของสตีฟให้แก่บัคกี้ เพื่อให้เขาเป็นกัปปตันอเมริกาต่อจากสตีฟ

การกลับมาของฮัลค์[แก้]

อยู่มาวันหนึ่งโทนี่ตัดสินใจว่าฮัลค์เป็นอันตรายต่อมนุษยชาติเกินไปและต้องถูกกำจัดอย่างถาวร อิลูมิเนติจึงมีการรวมตัวกันเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว เสียงส่วนใหญ่นั้นเห็นด้วยกับไอรอนแมน และมีการเตรียมแผนการกำจัดฮัคไปจากโลก โดยมีการจัดฉากให้นิค ฟิวรี่ตัวปลอมหลอกให้ฮัลค์ไปทำภารกิจหยุดยั้งการปล่อยจรวด ของ A.I.M. แต่เมื่อเขาไปถึง ฮัลค์กลับพบว่าจรวดดังกล่าวเป็นของชืลด์เอง และขณะนั้นเองจรวดกลับถูกปล่อยและฮัลค์ติดอยู่ข้างใน อิลูมิเนติปรากฏตัวขึ้นและพิพากษาว่าฮัลค์มีความผิดและต้องถูกเนรเทศอย่างถาวร สุดท้ายจรวดดังกล่าวได้ถูกปล่อยออกไปและไปจบลงที่ดาวดวงหนึ่ง เป็นดาวที่ชื่อว่า"สการ์" ฮัลค์ได้กลับมายังโลกอีกครั้งด้วยเป้าหมายที่จะล้างแค้นอิลูมิเนติทุกคน โทนี่จึงสร้างชุดฮัลค์บัสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมาไปต่อกรกับฮัลค์ แต่ก็พ่ายแพ้และถูกจับเช่นเดียวกับอิลูมิเนติคนอื่นๆ

ฮัลค์จับเหล่าอิลูมิเนติทั้งสี่ (ไอรอนแมน, มิสเตอร์แฟนตาสติค, แบล็คโบลท์, ดร.สเตรนจ์) มาสู้รบกันเอง ในขณะที่สถานการณ์กำลังเลวร้าย เซนทรี่ก็โผล่ขึ้นมาต่อสู้กับฮัลค์ และทำให้ฮัลค์คืนร่างเป็นแบนเนอร์ได้สำเร็จ เมื่อกลับสู่รางมนุษย์ บรูซที่เห็นเพื่อนเก่าตนเองอย่างริค โจนส์ที่ถูกทำร้ายจึงกลายร่างอีกครั้ง โทนี่จึงตั้งเป้าให้ดาวเทียมยิงลำแสงใส่ฮัลค์ ส่งผลให้ฮัลค์คืนร่างเป็นบรูซ แบนเนอร์อีกครั้ง

การบุกรุกของสครัลล์[แก้]

โทนี่ค้นพบศพของสครัลล์ที่ปลอมตัวเป็นฮีโร่หญิงนามอิเล็คตร้า โทนี่จึงเรียกประชุมอิลูมิเนติอีกครั้ง ขณะประชุม แบล็คโบลท์ได้เผยว่าตนคือสครัลล์ที่แทรกซึมมา หลังจากที่อิลูมิเนติเอาชนะสครัลล์ได้ ก็ส่งผลให้พวกเขาแยกย้าย เพราะตอนนี้พวกเขาไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีกแล้ว ในการเชิญหน้ากับสครัลล์ครั้งสุดท้าย นอร์แมน ออสบอร์นฉวยโอกาสสังหารราชินีของพวกสครัลล์ได้ ทางรัฐบาลเห็นว่าโทนี่ไม่สามารถป้องกันการบุกรุกของสครัลล์ได้เลย และยกย่องให้นอร์แมนเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้ ส่งผลให้นอร์แมนมารับตำแหน่งแทนสตาร์ค สั่งยุบหน่วยชิลด์และตั้งหน่วยแฮมเมอร์ขึ้นมาแทน

ยุคแห่งความมืดมน[แก้]

เอ็กซ์ตรีมมิสของเขาถูกทำลายระหว่างต่อสู้กับสครัลล์ โทนี่อัปโหลดไวรัสเพื่อทำลายข้อมูลในสมองตัวเองเกี่ยวกับข้อมูลของฮีโร่หลายๆคนตั้งแต่ที่มีกฎหมายลงทะเบียนฮีโร่เพื่อไม่ให้ข้อมูลนี้ตกไปอยู่ในมือของนอร์แมน สมองของโทนี่จึงได้รับความเสียหาย ส่งผลให้เขาอยู่ในอากาโคม่าไปนาน เหล่าเพื่อนๆของเขาพยายามจะ"รีบูท"สมองของเขากลับมา แต่ก็ไม่สำเร็จ จนต้องดึงตัวดร.สเตรจ์มาช่วย โทนี่ได้ตกอยู่ในอาการโคม่าเป็นเวลานาน ในขณะที่นอร์แมนได้นำกองทัพของเขาบุกโจมตีแอสการ์ด โทนี่ก็รีบูทสมองเสร็จสิ้น และใส่เกราะ MK III ไปสมทบพรรคพวกของเขา เพื่อจัดการนอร์แมน และทำลายหน่วยแฮมเมอร์ลงไปได้

เดอะเซอร์เพนท์[แก้]

เมื่อเทพแห่งความกลัว เซอร์เพนท์คืนชีพขึ้นมา และทำการบุกรุกโลก ด้วยกำลังของเหล่าฮีโร่ตอนนี้ การเอาชนะเซอร์เพนท์และกองทัพของมันเป็นเรื่องยาก โทนี่จึงดินทางไปสวาทัล์ฟเฮมเพื่อร่วมมือกับเหล่าคนแคระสร้างอาวุธให้เหล่าฮีโร่ได้ใช้และสวมใส่เพื่อต่อกรกับเซอร์เพนท์ ในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ธอร์สังหารเซอร์เพนท์ลง แต่ก็ได้รับบาดเจ็บจนตายไป โทนี่นำอาวุธที่เขาสร้างร่วมกับเหล่าคนแคระไปหลอมทิ้ง และซ่อมโล่ของกัปตันที่แตกเป็นเสี่ยงๆให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

อเวนเจอร์ปะทะเอ็กซ์เมน[แก้]

เมื่อค้นพบว่าฟีนิกซ์จะกลับมายังโลกอีกครั้ง อเวนเจอร์จึงคิดจะทำลายมัน แต่เอ็กซ์เม็นเห็นว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์แก่การฟื้นฟูเผ่าพันธ์มิวแทนท์ได้ ทั้งสองทีมจึงเกิดการปะทะกัน โดยไอรอนแมนได้สร้างชุดเกราะที่ไม่มีโลหะปะปนอยู่เลยจัดการแม็คนีโต้ลงได้ หลังจากสู้กันเสร็จรอบนึง โทนี่ได้สร้างชุดเกราะขึ้นเพื่อจะทำลายฟีนิกซ์ลง แต่เมื่อโทนี่ใช้ชุดเกราะฟีนิกซ์คิลเลอร์โดยหวังที่จะจัดการฟีนิกซ์ลงซะ สิ่งที่ได้คือทำให้ฟีนิกซ์แยกตัวออกเป็น 5 ส่วน และสิงสมาชิกหลักของเอ็กซ์เม็น ก่อนที่เรื่องจะจบลงโดยที่ไซคลอปส์ครอบครองพลังฟีนิกซ์ไว้เพียงผู้เดียว และเข้าต่อสู้กับทั้งอเวนเจอร์และเอ็กซ์เม็น ลงท้ายด้วยการที่ไซคลอปส์พ่ายแพ้ ทำให้ฟีนิกซ์สูญสลายไปตลอดกาล

ตะลุยอวกาศ[แก้]

โทนี่สร้างชุดเกราะสำหรับเดินทางนอกโลก ไปเข้าร่วมกับทีมกาเดี้ยนออฟเดอะกาแล็คซี่ ขณะที่อยู่บนอวกาศ โทนี่ได้ไปพบการดาวดวงหนึ่งที่นับถือฟีนิกซ์เป็นดั่งพระเจ้า โทนี่ถูกจับข้อหาสังหารฟีนิกซ์ แต่โทนี่ก็หนีรอดมาได้ หลังจากนั้นก็ค้นพบกับหุ่นยนต์นาม 451 ที่รู้อะไรเกี่ยวกับเบื้องหลังของครอบครัวสตาร์ค โทนี่ยังค้นพบว่าเขามีพี่น้องชื่อาร์โน สตาร์ค เขาคือเด็กอัจฉริยะที่ 451 สร้างขึ้น หลังจากที่ฮาวเวิร์ดขอร้องให้เขาช่วยลูกที่อาจจะไม่รอดในท้องของมาเรียไว้ แต่ฮาวเวิร์ดก็คิดว่า 451 อาจจะต้องการใช้ประโยชน์จากเขา เขาจึงคิดหาทางแก้ไว้ก่อน แต่สิ่งที่เขาทำกลับทำให้อาร์โนไม่สามารถอยู่รอดได้หากปราศจากอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งนั่นทำให้ฮาวเวิร์ดและมาเรียเสียใจเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องเก็บอาร์โนไว้จาก 451 และเก็บมันเป็นความลับ พร้อมกับรับเลี้ยงโทนี่ในฐานะลูกเลี้ยง โดยไม่บอกใครเกี่ยวกับเรื่องของอาร์โน จนกระทั่งโทนี่มาพบเข้า ซึ่งจากการพบกันครั้งนี้ ทำให้สองพี่น้องเริ่มคิดถึงแผนการในการช่วยเหลือโลกใบนี้ต่อไป

ระเบิดแห่งความลับ[แก้]

เมื่อเดอะวอชเชอร์ ถูกสังหาร ทำให้ความลับของเหล่าฮีโร่ต่างๆรั่วไหล ทำให้บรูซค้นพบเรื่องที่โทนี่ไปดัดแปลงระเบิดแกมม่าก่อนที่มันจะระเบิด ซึ่งส่งผลให้เขากลายเป็นเดอะฮัลค์ บรูซจึงฉีดเอ็กซ์ตรีมมิสใส่ตัวเองทำให้เกิดเป็นฮัลค์ที่มีมันสมองอันเฉลียวฉลาด ฮัลค์บุกไปจัดการโทนี่ทันที ก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผยว่า จริงๆแล้วที่โทนี่ไปปรับแต่งระเบิดนั้นเนื่องจากมันมีอาณุภาพรุนแรงเกินขนาด เขาจึงปรับให้อาณุภาพมันต่ำลง ทำให้บรูซรอดจากการระเบิดได้ แต่ก็ทำให้เขากลายเป็นฮัลค์อย่างทุกวันนี้ ทั้งคู่จึงกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ก่อนที่จะไปช่วยกัปตันจัดการนิค ฟิวรี่บนดวงจันทร์ หลังจบเหตุการณ์นี้ ฟิวรี่ได้กลายเป็นผู้เฝ้ามองแทนเดอะวอชเชอร์ที่ตายไป (ฟิวรี่เป็นคนสังหารเดอะวอชเชอร์ทิ้ง เขาจึงรับผิดชอบโดยการมารับตำแหน่งนี้แทน)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]