กรากุฟ
| กรากุฟ | |||
| Main Market Square | |||
|
|||
| พิกัดภูมิศาสตร์: 50°3′41″N 19°56′18″E / 50.06139°N 19.93833°E | |||
|---|---|---|---|
| ประเทศ | |||
| Voivodeship | Lesser Poland | ||
| County | County town | ||
| City rights | 5 June 1257 | ||
| การปกครอง | |||
| - Mayor | Jacek Majchrowski | ||
| เนื้อที่ | |||
| - ทั้งหมด | 327 กม.² (126.3 ไมล์²) | ||
| ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล | 219 ม. (719 ฟุต) | ||
| ประชากร (2009) | |||
| - เมือง | 754,626 | ||
| - ความหนาแน่นประชากร | 2,307.7 คน/กม.² (5,977 คน/ตร.ไมล์) |
||
| - เขตเมือง | 1.25 mln | ||
| เขตเวลา | CET (UTC+1) | ||
| - ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) | CEST (UTC+2) | ||
| รหัสไปรษณีย์ | 30-024 to 31-962 | ||
| รหัสพื้นที่ | +48 12 | ||
| Demonym | Cracovian | ||
| เว็บไซต์: http://www.krakow.pl/ | |||
กรากุฟ (โปแลนด์: Kraków) หรือ คราคูฟ หรือ คราเคา (อังกฤษ: Krakow หรือ Cracow) เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโปแลนด์และเป็นจุดหมายปลายทางที่นิยมของนักท่องเที่ยว[1][2]เขตเมืองเก่าได้รับการบรรจุอยู่ในรายชื่อมรดกโลก[3] เมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวิสตูล่าในเขตเลสเซอร์โปแลนด์ เมืองมีที่มาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 7[4] กรากุฟเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางชั้นนำอย่างมีแบบแผนของสถาบันการศึกษาโปแลนด์ วัฒนธรรมและชีวิตศิลปะ และยังเป็นหนึ่งเมืองศูนย์กลางสำคัญด้านธุรกิจของโปแลนด์ เป็นเมืองหลวงของโปแลนด์ระหว่างปี ค.ศ. 1038 ถึง 1596 เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรแกรนด์ดยุคแห่งคราคาวระหว่างปี 1846 ถึง 1918 และเมืองหลวงของจังหวัดคราครูฟระหว่างศตวรรษที่ 14 ถึงปี 1999 และปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของเขตเลสเซอร์โปแลนด์
เมืองเริ่มเติบโตขึ้นมาตั้งแต่ยุคหิน มีการตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองที่มีความสำคัญที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโปแลนด์นี้ เริ่มต้นในหมู่บ้านในเนินเขาวาเวล และมีการบันทึกว่าเป็นศูนย์กลางการค้าอย่างคึกคักของชาวสลาฟในยุโรปใน ค.ศ. 965[5] หลังจากสาธารณรัฐโปแลนด์ที่ 2 และในศตวรรษที่ 20 กรากุฟก็เป็นที่ยอมรับอีกครั้งในฐานะศูนย์กลางการศึกษาหลักแห่งชาติและด้านศิลปะ ที่มีมหาวิทยาลัยเกิดใหม่และงานด้านวัฒนธรรมมากมาย
หลังจากที่นาซีเยอรมนีรุกรานโปแลนด์ จนเป็นฉนวนสงครามโลกครั้งที่สอง กรากุฟตกเป็นเมืองหลวงของรัฐบางทั่วไปของเยอรมนี ชาวยิวในเมืองถูกย้ายออกไปอยู่ในเขตกำแพงที่เรียกว่า กรากุฟเกตโต จากนั้นถูกส่งไปค่ายมรณะอย่างเช่นเอาชวิทซ์และกรากุฟ-พวาชูฟ
ในปี ค.ศ. 1978 ในปีที่ยูเนสโกยกย่องให้กรากุฟอยู่ในรายชื่อมรดกโลก คารอล วอยตีวาบาทหลวงแห่งเมืองกรากุฟขึ้นเป็นพระประมุขแห่งศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ถือเป็นพระสันตะปาปาคนแรกที่ไม่ใช่ชาวอิตาลีในรอบ 455 ปี และถือเป็นพระสันตะปาปาชาวสลาฟคนแรก[6]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ euromonitor.com Top 150 City Destinations, Caroline Bremner, 11 October 2007. Retrieved 29 May 2009
- ↑ staypoland.com Krakow TOURISM. Retrieved 29 May 2009
- ↑ Properties inscribed on the World Heritage list, Poland. Ratification of the convention: June 29, 1976. UNESCO World Heritage Centre. Last updated: July 6, 2009
- ↑ The Municipality Of Kraków Press Office, 1996–2007, in participation with ACK Cyfronet of the AGH University of Science and Technology, ""Our City. History of Krakow, archaeological findings"". สืบค้นเมื่อ 2007-09-11.
- ↑ "History". Krakow Info. สืบค้นเมื่อ 2009-06-05.
- ↑ "The judge: William P. Clark, Ronald ... - Google Books". books.google.co.uk. สืบค้นเมื่อ 2009-07-19.
|
|||||