กรากุฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กรากุฟ
Main Market Square
Main Market Square
ธงของกรากุฟ
ธง
ตราราชการของกรากุฟ
ตราแผ่นดิน
กรากุฟ is located in Poland
กรากุฟ
กรากุฟ
พิกัดภูมิศาสตร์: 50°3′41″N 19°56′18″E / 50.06139°N 19.93833°E / 50.06139; 19.93833
ประเทศ ธงของประเทศโปแลนด์ โปแลนด์
Voivodeship Lesser Poland
County County town
City rights 5 June 1257
การปกครอง
 • Mayor Jacek Majchrowski
เนื้อที่
 • ตัวเมือง 327 กม.2 (126 ตร.ไมล์)
ความสูง 219 m (719 ft)
ประชากร (2009)
 • ตัวเมือง 754,626 คน
 • ความหนาแน่น 2,300คน/กม.2 (6,000คน/ตร.ไมล์)
 • เขตมหานคร 1.25 mln
คำเรียกพลเมือง Cracovian
เขตเวลา CET (UTC+1)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) CEST (UTC+2)
Postal code 30-024 to 31-962
รหัสพื้นที่ +48 12
Demonym Cracovian
เว็บไซต์ http://www.krakow.pl/

กรากุฟ (โปแลนด์: Kraków) หรือ คราคูฟ [ˈkrakuf] หรือ คราเคา (อังกฤษ: Krakow หรือ Cracow) เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองและเก่าแก่ที่สุดในโปแลนด์และเป็นจุดหมายปลายทางที่นิยมของนักท่องเที่ยว[1][2]เขตเมืองเก่าได้รับการบรรจุอยู่ในรายชื่อมรดกโลก[3] เมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวิสตูล่าในเขตเลสเซอร์โปแลนด์ เมืองมีที่มาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 7[4] กรากุฟเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางชั้นนำอย่างมีแบบแผนของสถาบันการศึกษาโปแลนด์ วัฒนธรรมและชีวิตศิลปะ และยังเป็นหนึ่งเมืองศูนย์กลางสำคัญด้านธุรกิจของโปแลนด์ เป็นเมืองหลวงของโปแลนด์ระหว่างปี ค.ศ. 1038 ถึง 1596 เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรแกรนด์ดยุคแห่งคราคาวระหว่างปี 1846 ถึง 1918 และเมืองหลวงของจังหวัดคราครูฟระหว่างศตวรรษที่ 14 ถึงปี 1999 และปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของเขตเลสเซอร์โปแลนด์

เมืองเริ่มเติบโตขึ้นมาตั้งแต่ยุคหิน มีการตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองที่มีความสำคัญที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโปแลนด์นี้ เริ่มต้นในหมู่บ้านในเนินเขาวาเวล และมีการบันทึกว่าเป็นศูนย์กลางการค้าอย่างคึกคักของชาวสลาฟในยุโรปใน ค.ศ. 965[5] หลังจากสาธารณรัฐโปแลนด์ที่ 2 และในศตวรรษที่ 20 กรากุฟก็เป็นที่ยอมรับอีกครั้งในฐานะศูนย์กลางการศึกษาหลักแห่งชาติและด้านศิลปะ ที่มีมหาวิทยาลัยเกิดใหม่และงานด้านวัฒนธรรมมากมาย

หลังจากที่นาซีเยอรมนีรุกรานโปแลนด์ จนเป็นฉนวนสงครามโลกครั้งที่สอง กรากุฟตกเป็นเมืองหลวงของรัฐบางทั่วไปของเยอรมนี ชาวยิวในเมืองถูกย้ายออกไปอยู่ในเขตกำแพงที่เรียกว่า กรากุฟเกตโต จากนั้นถูกส่งไปค่ายมรณะอย่างเช่นเอาชวิทซ์และกรากุฟ-พวาชูฟ

ในปี ค.ศ. 1978 ในปีที่ยูเนสโกยกย่องให้กรากุฟอยู่ในรายชื่อมรดกโลก คารอล วอยตีวาบาทหลวงแห่งเมืองกรากุฟขึ้นเป็นพระประมุขแห่งศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ถือเป็นพระสันตะปาปาคนแรกที่ไม่ใช่ชาวอิตาลีในรอบ 455 ปี และถือเป็นพระสันตะปาปาชาวสลาฟคนแรก[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. euromonitor.com Top 150 City Destinations, Caroline Bremner, 11 October 2007. Retrieved 29 May 2009
  2. staypoland.com Krakow TOURISM. Retrieved 29 May 2009
  3. Properties inscribed on the World Heritage list, Poland. Ratification of the convention: June 29, 1976. UNESCO World Heritage Centre. Last updated: July 6, 2009
  4. The Municipality Of Kraków Press Office, 1996–2007, in participation with ACK Cyfronet of the AGH University of Science and Technology, ""Our City. History of Krakow, archaeological findings"". สืบค้นเมื่อ 2007-09-11. 
  5. "History". Krakow Info. สืบค้นเมื่อ 2009-06-05. 
  6. "The judge: William P. Clark, Ronald ... - Google Books". books.google.co.uk. สืบค้นเมื่อ 2009-07-19.