ข้ามไปเนื้อหา

อันดับปลาคางคก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Batrachoididae)
อันดับปลาคางคก
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ไมโอซีนตอนกลาง ถึง ปัจจุบัน[1]
ปลาคางคกไม่ทราบชนิด ในทะเลแดง
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Batrachoidiformes
วงศ์: Batrachoididae
วงศ์ย่อย

ปลาคางคก (อังกฤษ: Toadfishes, Frogfishes) เป็นปลาทะเลจำพวกปลากระดูกแข็งกลุ่มหนึ่ง ในอันดับ Batrachoidiformes และวงศ์ Batrachoididae ซึ่งมีเพียงวงศ์เดียวเท่านั้นที่อยู่ในอันดับนี้[2]

ลักษณะและพฤติกรรม

[แก้]

ถูกเรียกชื่อนี้เนื่องจากมีสีที่ไม่เป็นระเบียบ ดูสกปรกเลอะเทอะดูคล้ายกับคางคกหรือกบ (คำว่า "Batrachus" มาจากภาษากรีกคำว่า βατραχος (batrakhos) หมายถึง "กบ") มีอยู่ประมาณ 80 ชนิด ใน 21 สกุล แบ่งออกได้เป็น 3 วงศ์ย่อย (ดูด้านล่าง)[1]

ปลากลุ่มนี้ มีวิธีการล่าเหยื่อแบบซุ่มโจมตี โดยจะฝังตัวกับพื้นทราย ด้วยสีที่ดูเลอะเทอะไม่สะดุดตาช่วยให้หลบพ้นจากสายตาสัตว์นักล่าประเภทอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี มีหนามแหลมบริเวณหลังและหนามแหลมบริเวณส่วนคลุมเหงือกของปลากลุ่มนี้ โดยเฉพาะในสกุล Thalassophryne จะมีเป็นท่อซึ่งสามารถฉีดพิษไปยังศัตรูที่ต้องการที่จะล่าพวกมันเป็นอาหาร เพื่อป้องกันตัว

มีความสามารถส่งเสียงร้องได้ ในตัวผู้จะมีการใช้ถุงลมช่วยในการว่ายน้ำ และช่วยในการทำให้เกิดเสียงเพื่อดึงดูดตัวเมีย ด้วยการขยับกล้ามเนื้อที่แข็งแรงด้านข้างถุงลม[3] โดยจะส่งเสียงร้องว่า "อุบ อุบ" ในภาษาไทยถึงเรียกปลากลุ่มนี้รวม ๆ กันว่า "ปลาอุบ" เนื่องจากเป็นปลาที่หลบซ่อนตามโขดหินหรือใต้พื้นทรายหรือพื้นที่ ๆ เป็นโคลนเลน พบเห็นตัวได้ยาก จึงต้องทำการดึงดูดเพศตรงข้ามให้สนใจ โดยสามารถสั่นกล้ามเนื้อส่วนนี้ได้มากถึง 150 ครั้งต่อวินาที[3] นอกจากนี้แล้วยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก เช่น "ปลาผีหลอก", "ปลาบู่ทะเล", "ปลาตุ๊กแก", "ปลากบ" หรือ "ปลาคางคก" [4]

เป็นปลาไม่มีเกล็ด เนื้อนิ่มลื่น โดยที่ตาอยู่ด้านบนของหัวที่มีขนาดใหญ่ ปากมีขนาดใหญ่รับกับขากรรไกรล่าง และขากรรไกรบน เหงือกมีขนาดเล็กและมีเพียงข้างละอัน มีหนามแหลม 1 เส้น พร้อมกับเส้นครีบอ่อนจำนวนมาก

อาศัยอยู่บริเวณพื้นใต้น้ำ ตั้งแต่แถบชายฝั่งไปจนถึงทะเลลึก เป็นปลากินเนื้อ สามารถกินอาหารได้หลากหลายและไม่เลือกขนาดแม้จะใหญ่กว่าตัวก็ตาม โดยจะหลบซ่อนอยู่ตามรอยแตกของหิน หรือ ขุดพื้นทรายเพื่อซ่อนตัวล่าเหยื่อ ตัวผู้จะสร้างรังและคอยปกป้องไข่หลังจากที่ตัวเมียทำการวางไข่แล้ว ตัวผู้หนึ่งตัวอาจผสมพันธุ์กับไข่ของตัวเมียได้หลายตัว[3]

พบได้ในทะเลทั่วโลก มีเพียงแค่ไม่กี่ชนิดที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดหรือน้ำกร่อย เช่น Daector quadrizonatus ที่พบในประเทศโคลัมเบีย, Potamobatrachus trispinosus ที่พบในแม่น้ำอเมซอน, Thalassophryne amazonica พบในทวีปอเมริกาใต้ รวมถึงปลาย่าดุก (Batrachomoeus trispinosus) หรือปลาคางคก (Allenbatrachus grunniens) ที่พบได้ในบริเวณชายฝั่งและปากแม่น้ำในทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทย[4]

และจากการที่ปลาที่สามารถส่งเสียงร้องได้ เป็นเหตุให้เมืองชายทะเลเมืองหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงฤดูร้อน ในเวลาพลบค่ำจะปรากฏเสียงต่ำ ๆ ทุ้ม ๆ ดัง "อึ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงง" ระงมไปทั่วทั้งเมือง จนรบกวนการนอนหลับพักผ่อนของผู้คนที่อาศัยในเมือง ซึ่งในตอนแรกยังไม่มีใครทราบว่าเป็นเสียงของอะไร ที่สุดก็การค้นพบว่าเป็นเสียงร้องของปลาคางคกตัวผู้ที่ส่งเสียงร้องดึงดูดความสนใจของตัวเมียนั่นเอง[3]

ในส่วนที่อาศัยในน้ำจืดหรือน้ำกร่อย นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม โดยต้องมีการนำมาปรับสภาพให้อาศัยอยู่ในน้ำจืดและสถานที่เลี้ยงให้ได้เสียก่อน จึงจะอยู่รอดได้ แต่ในแง่ของการประมงไม่จัดว่าเป็นปลาเศรษฐกิจ แม้จะมีรายงานว่าเนื้อปลาจำพวกนี้จะมีคุณค่าทางสารอาหารเหมือนเช่นปลาทะเลจำพวกอื่น ทั้ง โอเมกา 3 หรือ ดีเอชเอ โดยชาวประมงเมื่อจับได้มักจะเป็นปลาที่ติดมากับอวนโดยบังเอิญ[5] แต่ในปัจจุบัน ที่อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด มีการประมงปลาคางคกโดยเฉพาะ โดยการวางลอบใช้เหยื่อเป็นเนื้อปลาสด ทิ้งระยะห่างระหว่างลอบประมาณ 10 เมตร มีราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 70-80 บาท นิยมนำไปปรุงเป็นอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงกะทิ[6]

การจำแนก

[แก้]

อันดับ Batrachoidiformes

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Order Summary for Batrachoidiformes (ในภาษาอังกฤษ)
  2. จาก itis.gov (ในภาษาอังกฤษ)
  3. 1 2 3 4 "เหตุการณ์ธรรมชาติสุดพิลึก ตอน 1, "สุดยอดสารคดีโลก"". ไทยพีบีเอส. 21 April 2014. สืบค้นเมื่อ 22 April 2014.
  4. 1 2 ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรเจริญทัศน์, 2539. 976 หน้า. หน้า 183. ISBN 974-8122-79-4
  5. นิรนาม. ปลาอุบ, นิตยสารของคนรักปลาเพื่อคนรักปลา. ปีที่ 2 ฉบับที่ 13 ประจำเดือนสิงหาคม 2553. หน้า 121-123
  6. "วิถีการหาปลาสิงโต มีเนื้อนุ่มทำอาหารได้อร่อย". ไทยพีบีเอส. June 27, 2016. สืบค้นเมื่อ July 17, 2016.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]