ไมลีย์ ไซรัส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไมลีย์ ไซรัส
170526-N-EO381-052.jpg
ไมลีย์ ไซรัส ในปี 2017
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง เดสทินี โฮป ไซรัส
เกิด 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992 (25 ปี)
แนวเพลง ป็อป, อาร์แอนด์บี, คันทรี, ร็อก
อาชีพ นักร้อง, นักแต่งเพลง, นักแสดง
ช่วงปี 2003–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง ฮอลลิวูดเรคคอร์ด, อาร์ซีเอเรคคอร์ด
ส่วนเกี่ยวข้อง บิลลี เรย์ ไซรัส, โจนาสบราเทอร์ส
เว็บไซต์ MileyCyrus.com

ไมลีย์ เรย์ ไซรัส[1] (อังกฤษ: Miley Ray Cyrus) หรือชื่อเกิด เดสทินี โฮป ไซรัส (อังกฤษ: Destiny Hope Cyrus) เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992[2][3] เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดงชาวอเมริกัน ไซรัสเป็นที่รู้จักในบทนำเป็น ไมลีย์ สจ๊วต/ฮันนาห์ มอนทานา ในซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง ฮันนาห์ มอนทานา ทางช่องดิสนีย์

ไซรัสเป็นที่สนใจหลังจากฮันนาห์ มอนทานา เมื่อเดือนมีนาคม 2006 หลังจากประสบความสำเร็จจากรายการ ต่อมาในเดือนตุลาคม 2006 ออกซีดีเพลงประกอบซีรีส์ที่มีเธอร้องเพลงประกอบโชว์นี้ 8 เพลง ไซรัสออกผลงานเดี่ยวชุดแรก Meet Miley Cyrus เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2007 จากนั้นออกผลงานอัลบั้มที่ 2 Breakout เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 ถือเป็นอัลบั้มแรกที่ไม่เกี่ยวกับซีรีส์ ฮันนาห์ มอนทานา ซึ่งทั้งสองอัลบั้มก็ประสบความสำเร็จขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ในชาร์ทบิลบอร์ด 200[4] ในปี 2008 ภาพยนตร์เรื่อง Hannah Montana & Miley Cyrus: Best of Both Worlds Concert ออกฉายด้วยรายได้สูงสุดในสัปดาห์ด้วยจำนวนโรงฉาย 1000 โรง เธอยังบันทึกเสียงในเพลง "I Thought I Lost You" เป็นเพลงประกอบ ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำอีกด้วย จากนั้นเธอเสร็จสิ้นการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Hannah Montana, titled Hannah Montana: The Movie ที่ออกฉายวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2009[5][6][7]

ในปี 2008 ไซรัสได้อยู่ในรายชื่อท่ามกลางศิลปิน นักแสดง และเหล่าเอนเทอร์เทนเนอร์ จากนิตยสารไทม์ ในการจัดอันดับ 100 อันดับ คนที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก[8] ฟอร์บ ยังจัดอันดับเธออยู่อันดับ 35 ในหัวข้อ "100 คนดัง" ด้วยเธอมีรายได้มากกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2008[9]

ชีวิตและครอบครัว[แก้]

ไมลีย์เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2535 ที่เมืองแฟรงคลิน รัฐเทนเนสซี[10] เป็นธิดาของบิลลี เรย์ ไซรัส นักร้อง กับเลทีเชีย จีน "ทีช" ไซรัส (สกุลเดิม ฟินลีย์) มารดา[10] เมื่อแรกเกิดเธอมีปัญหาภาวะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเร็วที่สม่ำเสมอ (supraventricular tachycardia)[11][12] เธอมีชื่อเดิมว่า เดสทินี โฮป ไซรัส (Destiny Hope Cyrus) ที่บิดามารดาตั้ง เพราะเชื่อว่าชีวิตเธอจะมีแต่สิ่งดี ๆ และตั้งชื่อเล่นให้ว่า สไมลีย์ (Smiley) ที่แปลว่ายิ้มแย้ม เพราะขณะที่เธอยังเป็นทารกเธอมักยิ้มอยู่เนืองนิจ[13] ในปี 2551 เธอเปลี่ยนชื่อเป็น ไมลีย์ เรย์ ไซรัส (Miley Ray Cyrus) โดยชื่อกลางมาจากชื่อของรอนัลด์ เรย์ ไซรัส (Ronald Ray Cyrus) ปู่ที่เป็นนักการเมืองซึ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้า[14]

ด้วยคำแนะจากค่ายเพลงที่พ่อของเธอสังกัดอยู่[15] พ่อแม่ของไมลีย์จึงสมรสอย่างเงียบ ๆ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2536[16] และมีบุตรด้วยกันอีกสองคนคือไบรสัน (Braison) และโนอาห์ (Noah)[17] นอกจากนี้ทีช มารดายังมีบุตรจากการสมรสก่อนหน้าสองคน คือ เทรซ (Trace) และแบรนดี (Brandi)[18] ส่วนบิลลีบิดาก็มีบุตรจากความสัมพันธ์กับคริสติน ลักกี (Kristin Luckey) ชื่อคริสโตเฟอร์ โคดี (Christopher Cody) ปัจจุบันอยู่ที่รัฐเซาท์แคโรไลนา[19] ซึ่ง สำนักข่าวเอบีซีไพร์มไทม์ (ABC News: Primetime) ว่าทั้งไมลีย์และคริสโตเฟอร์ เป็นพี่น้องต่างมารดาที่เกิดในปีเดียวกัน และเป็นบุตรนอกสมรสทั้งคู่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ถูกปกปิดโดยค่ายเพลงที่บิลลีสังกัดด้วยเช่นกัน[15][20][21] ทั้งนี้พี่น้องทั้งสี่คนของเธอล้วนเข้าวงการบันเทิงในฐานะนักร้องและมือกีตาร์ของวง เมโทรสเตชัน (Metro Station) โนอาห์เป็นนักแสดงหญิง ไบรสันเป็นนายแบบ และแบรนดีเป็นนักข่าว[22][23][24] ทั้งนี้ไมลีย์มีดอลลี พาร์ตันเป็นแม่ทูนหัว[25]

ชีวิตด้านการงาน[แก้]

ไมลี่ย์ ไซรัส เข้ามาโดยการพากย์เสียงเรื่อง Daisy Rock Guitars ในปี2004, เมื่อเธอได้แสดงงานของเธอในการพากย์เสียงนั้น The Stardust Series Acoustic Electric Pink Sparkle Disney ได้ปล่อยคลอเลคชั่นเสื้อผ้าของHannah Montana ในช่วงซัมเมอร์ปี 2007, ไมลี่ย์ได้ช่วยออกแบบเสื้อผ้าบางชุดในคลอเลคชั่นนี้ด้วย ในเดือนธันวาคม 2007 นั้นเธอได้อันดับที่ 17 การจัดอันดับ Top Twenty Superstars ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี และมีรายได้ 3.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปีของนิตยสารForbes ในเดือนเมษายน 2008 ได้มีการทำหุ่นขี้ผึ้งของไมลี่ย์ที่มาดามทุซโซ ในนิวยอร์ก และไมลี่ย์ได้เซ็นสัญญา เขียนอัตชีวประวัติของเธอจนมาถึงตอนที่เธออายุ 16 คือ “Miles To Go” เขียนกับ Hilary Liftin และได้วางจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ Disney-Hyperion Books ในเดือน มีนาคม 2009, ในหนังสือนั้นมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพ่อกับเธอ, ความคิดเห็นของเธอกับสื่อ, เรื่องด้านความรัก, อนาคตที่เธอใฝ่ฝัน เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาจนกระทั่งมีเธอในวันนี้ “Miles To Go” คว้าอันดับหนึ่งหนังสือขายดีของ New York Times children’s ครั้งแรกที่ได้จัดพิมพ์ไป 1 ล้านเล่มตามที่วางแผน ในเดือนสิงหาคม 2009, ไมลี่ย์ได้ร่วมกับMax Azria ออกแบบเสื้อผ้าสาววัยรุ่น สามารถหาซื้อได้ที่ Walmart เท่านั้น และไมลี่ย์ได้ปล่อย EP: The Time of Our Lives ออกมาร่วมกับเดอะ ลายน์ และ เวลมาร์ท The Line จะมีเสื้อผ้าลายมัดย้อม, ลายปัก และ ลายหมากรุก มีการ วิจารณ์เสื้อผ้าพวกนี้ว่า “เสื้อผ้าพวกนี้ไม่รกรุงรัง ดูมีค่า และน่าถะนุดถนอม แต่ยอมรับว่าเสื้อผ้าพวกนี้ไม่ได้ขายภายใต้แบรนด์ของ Hannah Montana แต่อย่างใด และคาดว่าจะได้คำตอบรับอย่างดี”

ผลงานด้านการแสดง[แก้]

หนังภาพยนตร์[แก้]

ผลงานทางภาพยนตร์
ปี ชื่อเรื่อง แสดงเป็น เพิ่มเติม
2546 Big Fish ( จอมโวผู้ยิ่งใหญ่ ) Ruthie ตัวประกอบ
2550 High School Musical 2 (มือถือไมค์ หัวใจปิ๊งรัก 2) เด็กผู้หญิงที่สระน้ำ ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ
2551 Bolt ( ซูเปอร์โฮ่ง ฮีโร่หัวใจเต็มร้อย ) เพ็นนี พากย์เสียง
2551 Hannah Montana & Miley Cyrus: Best of Both Worlds Concert เป็นตัวเธอเอง ภาพยนตร์คอนเสิร์ต
2552 Hannah Montana: The Movie ไมลี่ย์ สจ๊วต ตัวละครหลัก
2553 The Last Song เวอโรนิก้า "รอนนี่" มิเลอร์ ตัวละครหลัก
2553 Sex and The City 5 เป็นตัวเธอเอง ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ
2554 Justin Bieber: Never Say Never เป็นตัวเธอเอง ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ
2555 LOL: Laughing Out Loud โลล่า ตัวละครหลัก
2555 So Undercover มอลลี่ย์ ตัวละครหลัก
2557 Miley Cyrus: Tongue Tied เป็นตัวเธอเอง ตัวละครหลัก
2558 Jeremy Scott: The People's Designer เป็นตัวเธอเอง ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ
2558 The Night Before เป็นตัวเธอเอง ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ
2558 A Very Murray Christmas เป็นตัวเธอเอง ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ

ซีรีส์โทรทัศน์[แก้]

ซีรีส์ในโทรทัศน์
ปี ชื่อเรื่อง รับบทเป็น เพิ่มเติม
2546 Doc เคลี่ นักแสดงรับเชิญ
2549- 2554 Hannah Montana ไมลี่ย์ สจ๊วด / แฮนน่าห์ มอนทาน่า ตัวละครหลัก
2549 That's So Suite Life of Hannah Montana ไมลี่ย์ สจ๊วด ร่วมแสดงซีรีส์ตอนพิเศษกับซีรีส์ That's So Raven และ The Suite Life of Zack & Cody
2550 The Emperor's New School ย้าต้า พากย์เสียง
2550 2007 Disney Channel Games เป็นตัวเธอเอง รายการพิเศษ ดิสนี่ ชาแนล
2550 The Replacements ดาราดัง พากย์เสียง
2551 Studio DC: Almost Live เป็นตัวเธอเอง รายการพิเศษ ดิสนี่ ชาแนล
2552 Wizards on Deck with Hannah Montana ไมลี่ สจ๊วด ร่วมแสดงซีรีส์ตอนพิเศษกับซีรีส์ The Suite Life on Deck และ Wizards of Waverly Place
2555 Punk'd เป็นตัวเธอเอง 2 ตอน
2556 Miley: The Movement เป็นตัวเธอเอง สารคดีชีวประวัติส่วนตัว
2556 21 Candles: Miley's MTV Moments เป็นตัวเธอเอง รายการพิเศษ
2556 Saturday Night Live แขกรับเชิญ/นักร้อง ตอน "Miley Cyrus"
2557 MTV Unplugged เป็นตัวเธอเอง รายการพิเศษ
2557 Miley Cyrus: Bangerz Tour เป็นตัวเธอเอง รายการพิเศษ
2558 Stone Quackers Skateboarding pigeon (พากย์เสียง) ตอน "A Farewell to Kings"/"The Bug Show"
2558 Saturday Night Live แขกรับเชิญ/นักร้อง ตอน "Miley Cyrus"
2559 The Voice Key Advisor/Coach
2559 Crisis in six scenes ลูซี่ ตัวละครหลัก 6 ตอน

ผลงานเพลง[แก้]

อัลบั้มและซิงเกิ้ลจากอัลบั้ม[แก้]

สตูดิโออัลบั้ม[แก้]

  • 2550 : Hannah Montana 2 : Meet Miley Cyrus

- Start All Over (2551)

  • 2551 : Breakout

- 7 Things (2551) - See You Again (2551) - Fly on The Wall (2552)

  • 2553 : Can't Be Tamed

- Can't Be Tamed (2553) - Who Owns My Heart (2553)

  • 2556 : Bangerz

- We Can't Stop (2556) - Wrecking Ball (2556) - Adore You (2556)

  • 2558 : Miley Cyrus & Her Dead Petz

- Dooo It! (2558) - Lighter (2558) - BB Talk (2558)

  • 2560 : Younger Now

- Malibu (2560) - Younger Now (2560)

อัลบั้มพิเศษ (EP)[แก้]

  • 2552 : The Time Of Our Lives

- Party in the U.S.A. (2552) - When I Look at You (2553)

อัลบั้มอื่นๆ[แก้]

  • 2549 : Hannah Montana

- The Best of Both Worlds (2549)

  • 2550 : Hannah Montana 2: Meet Miley Cyrus

- Nobody's Perfect (2550) - Life's What You Make It (2550)

  • 2552 : Hannah Montana: The Movie

- The Climb (2551)

  • 2552 : Hannah Montana 3

- Let's Get Crazy (2552) - He Could Be the One (2552)

  • 2553 : Hannah Montana Forever

- Ordinary Girl (2553)

อัลบั้มสด[แก้]

  • 2551 : Hannah Montana & Miley Cyrus: Best of Both Worlds Concert – CD + DVD
  • 2552 : iTunes Live from London (2009) – EP

ทัวร์คอนเสิร์ต[แก้]

  • 2550 - 2551 : Best of Both Worlds Tour
  • 2552 : Wonder World Tour
  • 2554 : Gypsy Heart Tour
  • 2557 : Bangerz World Tour
  • 2558 : Milky Milky Milk Tour

อ้างอิง[แก้]

  1. Gina Serpe (May 1, 2008). "Miley Turns Her Back On Destiny". E! Online. สืบค้นเมื่อ 2009-01-29. 
  2. David Hiltbrand (May 14, 2006). "Miley Cyrus braced for Disney stardom". The San Diego Union-Tribune. สืบค้นเมื่อ 2006-10-01. 
  3. "Miley Cyrus biography". สืบค้นเมื่อ 2007-10-20. 
  4. Keith Caulfield and Katie Hasty, "Miley Trumps Sugarland To Lead Billboard 200", Billboard.com, July 31, 2008.
  5. Shawn Adler (September 22, 2008). "‘Hannah Montana: The Movie’ Shifts Release Date. Film Set To Open April 10, 2009". Globofan.org. สืบค้นเมื่อ 2008-12-13. 
  6. Pamela McClintock (February 20, 2008). "Disney unveils 2009 schedule". Variety.com. สืบค้นเมื่อ 2008-04-27. 
  7. "States fight for Hannah Montana movie". CNN. November 23, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-12-11. 
  8. The 2008 TIME 100, Time.
  9. http://www.forbes.com/lists/2008/53/celebrities08_The-Celebrity-100_Rank_2.html
  10. 10.0 10.1 "Miley Cyrus Biography". The Biography Channel. สืบค้นเมื่อ April 7, 2014. 
  11. "Miley Cyrus Suffers From Heart Condition". Calgary Herald. April 16, 2014. สืบค้นเมื่อ July 11, 2014. 
  12. "Miley Cyrus reveals heart condition". WE Women. March 10, 2009. สืบค้นเมื่อ April 29, 2014. 
  13. Hiltbrand, David (May 20, 2006). "Miley Cyrus braced for Disney stardom". The San Diego Union-Tribune. Platinum Equity. สืบค้นเมื่อ May 30, 2010. 
  14. France, Lisa Respers (August 25, 2009). "'Eraserhead' director inspired Billy Ray Cyrus". CNN. สืบค้นเมื่อ July 21, 2013. 
  15. 15.0 15.1 "Once a Country Superstar, He Got Out of the Spotlight for Fatherhood". abcnews.com. March 13, 2004. สืบค้นเมื่อ August 14, 2007. "Cyrus pledged to support the woman who was carrying his first baby. And against his record company's advice, he secretly married Finley on Dec. 28 1992. Finley gave birth to Cyrus' daughter, Miley. The other woman had his son, Cody." 
  16. Heath, Chris (March 2011). "Mr. Hannah Montana's Achy Broken Heart". GQ. "He and Tish married the following year, when she was pregnant with their son, Braison." 
  17. "Miley Cyrus' Brother Hospitalized With Serious Bleeding". The Hollywood Reporter. July 15, 2012. สืบค้นเมื่อ April 7, 2014. 
  18. Michelle Tan (July 2, 2007). "My Girl". People Magazine. สืบค้นเมื่อ January 1, 2009. "Tish's kids from a previous relationship, Brandi, 20, and Trace, 18, whom Billy Ray adopted as tots" 
  19. Dougherty, Steve (October 5, 1992). "Road Warrior". People 38 (14). สืบค้นเมื่อ July 22, 2013. 
  20. "Billy Ray Cyrus Divorce". TMZ.com. October 27, 2011. 
  21. Heath, Chris (March 2011). "Mr. Hannah Montana's Achy Broken Heart". GQ. "He and Tish married the following year, when she was pregnant with their son, Braison." 
  22. Fisher, Luchina (November 25, 2013). "5 Things About Miley Cyrus' Sister Brandi". ABC News. สืบค้นเมื่อ April 7, 2014. 
  23. "See Miley Cyrus' Brother Braison Make His Modeling Debut". E! Magazine. November 25, 2013. สืบค้นเมื่อ April 7, 2014. 
  24. Vena, Jocelyn (April 3, 2009). "Cyrus And Jonas Siblings Team Up For Miyazaki Movie". MTV Movies Blog. สืบค้นเมื่อ April 4, 2009. "voice actors in the animated flick, "Ponyo," by "Sed Away" director Hayao Miyazaki." 
  25. Geller, Wendy (January 18, 2013). "Dolly Parton Has A Surprising Family Role–That You Just May Not Know About!". Yahoo Music.