โมฮาเหม็ด ดียาเม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โมฮาเหม็ด ดียาเม
(Mohamed Diamé)
Mohamed Diamé with West Ham United.jpg
ดียาเมขณะลงเล่นให้กับเวสต์แฮมยูไนเต็ดในปี ค.ศ. 2012
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม โมฮาเหม็ด ดียาเม[1]
วันเกิด 14 มิถุนายน ค.ศ. 1987 (32 ปี)[2]
สถานที่เกิด เครแตย์, ประเทศฝรั่งเศส
ส่วนสูง 1.84 เมตร (6 ฟุต 0 นิ้ว)[3]
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
หมายเลข 10
สโมสรเยาวชน
2000–2003 แกลร์ฟงแตน
2003–2005 ล็องส์
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2005–2007 ล็องส์ ชุด B 28 (1)
2007–2008 ลินาเรส 31 (1)
2008–2009 ราโย บาเยกาโน 35 (1)
2009–2012 วีแกน แอทเลติก 96 (5)
2012–2014 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 71 (7)
2014–2016 ฮัลล์ ซิตี 50 (13)
2016– นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 90 (5)
ทีมชาติ
2012 เซเนกัล (โอลิมปิก) 4 (0)
2011–2017 เซเนกัล 31 (1)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 08:05, 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 08:19, 14 มกราคม ค.ศ. 2018 (UTC)

โมฮาเหม็ด ดียาเม (เกิดวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1987) หรือ โมโม ดียาเม[4] เป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ลงเล่นตำแหน่งกองกลางให้กับสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ด เขาเกิดที่ประเทศฝรั่งเศส แต่ในนามทีมชาติ เขาเลือกเล่นให้กับทีมชาติเซเนกัล และลงเล่นไป 31 นัด ก่อนที่จะเลิกเล่นทีมชาติในปี ค.ศ. 2017 เขานับถือศาสนาอิสลาม[5]

สโมสรอาชีพ[แก้]

ช่วงแรก[แก้]

ดียาเมเกิดที่ Créteil ในย่านชานเมืองของปารีส และเข้าร่วมชุดเยาวชนของสโมสร Clairefontaine ในช่วงปี ค.ศ. 2000-2003.[6] เขาเริ่มเล่นในสโมสรชุดใหญ่ในปี ค.ศ. 2003 กับสโมสร RC Lens แต่ในอีก 4 ปีถัดมาต้องหยุดเล่นชั่วคราวเนื่องจากปัญหาสุขภาพ[7] หลังจากที่หายจากอาการบาดเจ็บ เขาย้ายไปร่วมทีมในลีกรองของสเปนอย่าง CD Linares เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2007[8] และย้ายไปราโยบาเยกาโนในปีถัดมา[9] เขามีส่วนช่วยให้สโมสรเลื่อนชั้นสุ่ลาลิกาในฤดูกาล 2007–08 ระหว่างที่เขาอยู่กับราโยบาเยกาโน เขาได้รับความสนใจจากสองสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลาลิกาอย่างเรอัลมาดริดและบาร์เซโลนา[10] เช่นเดียวกันกับอาร์เซนอลจากพรีเมียร์ลีก[11]

วีแกนแอทเลติก[แก้]

วันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 2009 ดียาเมย้ายไปสโมสรฟุตบอลวีแกนแอทเลติก ด้วยสัญญา 3 ปี[12] แต่การซื้อ-ขายก็มีอุปสรรคเล็กน้อยจากปัญหาหัวใจของเขา[13] ดียาเมลงเล่นนัดแรกให้กับสโมสรในนัดที่แพ้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 5–0[14] และทำประตูแรกในนัดที่พบกับซันเดอร์แลนด์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010[15] แต่หลังจบฤดูกาล 2011–12 เขาได้ย้ายออกจากวีแกน[16]

เวสต์แฮมยูไนเต็ด[แก้]

วันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 2012 ดียาเมย้ายไปร่วมทีมเวสต์แฮมยูไนเต็ดด้วยสัญญา 3 ปี[17][18] เขาลงเล่นนัดแรกให้กับสโมสรเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2012 ในนัดที่ชนะแอสตันวิลลา 1–0[19] และทำประตูแรกในนัดที่แพ้อาร์เซนอล 3–1 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 2012[20] ต่อมาประตูที่สองของเขาเกิดขึ้นในนัดที่ชนะเชลซี 3–1 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2012[21] ต่อมาวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ดียาเมได้รับบาดเจ็บในนัดที่พบกับลิเวอร์พูล ทำให้เขาลงเล่นไม่ได้อีก 3 เดือน[22] ต่อมาในเดือนมกราคม ค.ศ. 2013 มีหลายสโมสรที่สนใจในตัวดียาเม แต่เขาเลือกที่จะอยู่กับเวสต์แฮมต่อไป[23][24] สุดท้ายดียาเมก็ไม่ได้ย้ายออกจากสโมสร และผู้จัดการทีมอย่างแซม อัลลาร์ไดซ์ ก็กล่าวว่ามันเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ[25]

ฮัลล์ซิตี[แก้]

ดียาเมขณะลงเล่นให้กับฮัลล์ซิตีในปี ค.ศ. 2014 นัดที่พบกับเอฟเวอร์ตัน

วันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2014 ดียาเมย้ายไปฮัลล์ซิตีด้วยสัญญา 3 ปี[26] สองสัปดาห์ถัดมา เขาได้ลงเล่นนัดแรกที่เคซี สเตเดียม และทำประตูได้ในนัดนั้น เป็นนัดที่เสมอ 2–2 กับเวสต์แฮม ซึ่งสโมสรเก่าของเขา[27]

ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ดียาเมทำประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป ช่วยให้ฮัลล์เฉือนชนะเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ 1–0 ทำให้ฮัลล์กลับสู่พรีเมียร์ลีกได้ภายในฤดูกาลเดียว[28]

นิวคาสเซิลยูไนเต็ด[แก้]

วันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 2016 ดียาเมย้ายไปนิวคาสเซิลยูไนเต็ดด้วยสัญญา 3 ปี[29] เขาทำประตูแรกและประตูที่สองในนามสโมสรในอีเอฟแอลคัพ นัดที่ชนะเปรสตันนอร์ธเอ็นด์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2016[30]

ทีมชาติ[แก้]

วันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 2011 ดียาเมมีชื่อติดทีมชาติเซเนกัลครั้งแรก เนื่องจากเขามีเชื้่อสายเซเนกัลจากบิดา ซึ่งเกิดที่ดาการ์[31] และได้ลงเล่นทีมชาติครั้งแรกในเดือนนั้นเอง[32] ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2012 ดียาเมเป็นหนึ่งในสามผู้เล่นที่อายุเกินกำหนดในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012[33] ประตูแรกของเขาในนามทีมชาติเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 2016 ในนัดที่เซเนกัลเอาชนะไนเจอร์ 2–0 ในรอบคัดเลือกของแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2017[34]

เขาเลิกเล่นให้กับทีมชาติในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2017[35]

สถิติ[แก้]

ทีมชาติ ปี ค.ศ. ลงเล่น ประตู
เซเนกัล[32] 2011 5 0
2012 8 0
2013 5 0
2014 5 0
2015 1 0
2016 5 1
2017 2 0
ทั้งหมด 31 1

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 2016
ลำดับ วันที่ สนาม คู่แข่ง ประตู ผล การแข่งขัน
1. 26 มีนาคม ค.ศ. 2016 Stade Léopold Sédar Senghor ดาการ์ เซเนกัล ธงชาติไนเจอร์ ไนเจอร์ 1–0 2–0 แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2017 รอบคัดเลือก[34]

เกียรติประวัติ[แก้]

ฮัลล์ซิตี

นิวคาสเซิลยูไนเต็ด

อ้างอิง[แก้]

  1. "Updated squads for 2017/18 Premier League confirmed". Premier League. 2 February 2018. สืบค้นเมื่อ 15 February 2018.
  2. Hugman, Barry J., ed. (2010). The PFA Footballers' Who's Who 2010–11. Edinburgh: Mainstream Publishing. p. 117. ISBN 978-1-84596-601-0.
  3. "Mo Diamé". 11v11.com. AFS Enterprises. สืบค้นเมื่อ 7 June 2016.
  4. "Sevilla track Senegal midfielder Momo Diame". Afrikan Soccer. 18 May 2011. Archived from the original on 6 June 2011. สืบค้นเมื่อ 21 May 2011.
  5. Din, Tusdiq (23 August 2011). "Fasting and football. How do top-flight Muslims cope?". The Independent. London. สืบค้นเมื่อ 10 July 2013.
  6. "INF, formateur de talents" (in French). French Football Federationd. Archived from the original on 14 November 2012. สืบค้นเมื่อ 29 December 2012.
  7. "Profile" (in Spanish). descubrepromesas. 21 September 2008. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  8. García Caño, Pablo (31 July 2007). "Diame convence a Braojos y se queda en el CD Linares". Ideal (in Spanish). สืบค้นเมื่อ 3 August 2016.
  9. Agencia EFE (21 January 2008). "Diamé ficha por el Rayo Vallecano". La Voz Digital (in Spanish). สืบค้นเมื่อ 3 August 2016.
  10. "Barcelona, Real Madrid battle for Rayo Vallecano star Mohamed Diame". Tribal Football. 21 December 2008. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  11. "The lowdown on Arsenal target Mohamed Diame". IMScouting. 25 January 2009. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  12. "Wigan complete capture of Diame". BBC Sport. 22 August 2009. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  13. Froilán Mora (14 August 2009). "El corazón de Diamé frena su fichaje por el Wigan" [Diamé's heart halts signing with Wigan]. Marca (in Spanish). Madrid. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  14. Chris Bevan (22 August 2009). "Wigan 0–5 Man Utd". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  15. "Sunderland 1–1 Wigan". BBC Sport. 6 February 2010. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  16. Jones, Simon (15 May 2012). "Liverpool and Spurs lead chase for Diame with midfielder set to leave Wigan for free". Daily Mail. London. สืบค้นเมื่อ 13 June 2012.
  17. "Diame deal agreed". West Ham United F.C. 20 June 2012. Archived from the original on 22 June 2012.
  18. "Mohamed Diame to join West Ham from Wigan on a three-year deal". BBC Sport. 20 June 2012.
  19. "West Ham 1–0 Aston Vila". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 19 August 2012.
  20. "West Ham 1–3 Arsenal". BBC Sport. 6 October 2012.
  21. "West Ham 3–1 Chelsea". BBC Sport. 1 December 2012.
  22. "West Ham: Hamstring tear to sideline Mohamed Diame". BBC Sport. 9 December 2012.
  23. "Mohamed Diame 'very happy' at West Ham despite Arsenal link". BBC Sport. 24 January 2013.
  24. David Hytner (24 January 2013). "Tottenham aim to tempt Mohamed Diamé from West Ham for £3.5m". The Guardian. London.
  25. "West Ham: It was vital Mohamed Diame stayed – Sam Allardyce". BBC Sport. 1 February 2013.
  26. "Tigers Sign Mohamed Diame From West Ham". Hull City A.F.C. 1 September 2014. Archived from the original on 3 September 2014. สืบค้นเมื่อ 1 September 2014.
  27. "Hull City 2–2 West Ham United". BBC Sport. 15 September 2014. สืบค้นเมื่อ 15 September 2014.
  28. "Hull City 1–0 Sheffield Wednesday". BBC Sport. 28 May 2016. สืบค้นเมื่อ 28 May 2016.
  29. "Newcastle sign Mohamed Diamé from Hull City on a three-year contract". The Guardian. 3 August 2016.
  30. "Newcastle 6–0 Preston North End". BBC. 25 October 2016. สืบค้นเมื่อ 26 October 2016.
  31. "International Rescue!". Wigan Athletic F.C. 22 March 2011. Archived from the original on 5 August 2012. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  32. 32.0 32.1 โมฮาเหม็ด ดียาเม เว็บไซต์ National-Football-Teams.com (อังกฤษ)
  33. "Senegal leave Papiss Cisse out of Olympic squad". BBC Sport. 7 June 2012.
  34. 34.0 34.1 "Senegal vs. Niger 2–0". Soccerway. Perform Group. สืบค้นเมื่อ 7 June 2016.
  35. Oluwashina Okeleji (13 March 2017). "Mohamed Diame moves aside for new Senegal stars". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 13 March 2017.
  36. Williams, Adam (28 May 2016). "Hull City 1–0 Sheffield Wednesday". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 5 June 2016.
  37. "Newcastle United 3–0 Barnsley". BBC Sport. 7 May 2016. สืบค้นเมื่อ 7 May 2017.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]