แม่หอบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แม่หอบ
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ไมโอซีน ถึง ปัจจุบัน
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Arthropoda
ไฟลัมย่อย: Crustacea
ชั้น: Malacostraca
อันดับ: Decapoda
อันดับฐาน: Gebiidea
วงศ์: Thalassinidae
Latreille, 1831
สกุล: Thalassina
Latreille, 1806
ชนิดต้นแบบ
Thalassina scorpionides
Latreille, 1806
ชนิด

แม่หอบ หรือ จอมหอบ[1] (อังกฤษ: Mud lobster, Mangrove lobster) เป็นสัตว์น้ำประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจำพวกครัสเตเชียนชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสกุล Thalassina และวงศ์ Thalassinidae จัดเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณหรือซากดึกดำบรรพ์มีชีวิตที่ดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน โดยถือกำเนิดมาตั้งแต่ยุคไมโอซีนยาวนานถึง 16 ล้านปี[2]

มีรูปร่างคล้ายกุ้งผสมกับปูโดยขาคู่แรกขนาดใหญ่คล้ายก้ามปู นอกจากใช้เดินแล้วยังทำหน้าที่ขุดรูและขนดินออกมากองคล้ายจอมปลวก แต่มีขนาดเล็กกว่า หัวเหมือนกุ้งมีขนาดใหญ่ ลำตัวสีแดงเข้มเป็นปล้อง ๆ คล้ายกั้ง ท้องขนาดเล็กยาวเรียวไม่มีแพนหาง ลักษณะคล้ายแมงป่อง มีขนาดความยาวประมาณ 20–30 เซนติเมตร (7.9–12 นิ้ว[3])[4]

อาศัยโดยการขุดรูอยู่ตามพื้นป่าชายเลน โดยขนดินขึ้นมากองทับถมกันเป็นเนินสูง และอาศัยอยู่ด้านใต้กองดินนั้น สามารถอยู่บนบกได้เป็นเวลานานกว่าครัสตาเซียนจำพวกอื่น ๆ กินอาหารจำพวกอินทรีย์สารที่อยู่ในดินเลนในเวลากลางคืน ในประเทศไทยพบเฉพาะป่าชายเลนทางภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ในต่างประเทศพบได้ที่รัฐเกรละ ในอินเดีย, ศรีลังกาจรดถึงเวียดนาม, หมู่เกาะริวกิวของญี่ปุ่น จนถึงชายฝั่งทะเลของปาปัวนิวกินีและออสเตรเลียทางตอนเหนือและตะวันตก รวมถึงฟิจิและซามัว[4] พบได้รอบ ๆ พื้นที่เกษตรกรรม เช่น พื้นที่เพาะเลี้ยงปลาหรือกุ้ง โดยถือว่าเป็นสัตว์คุกคาม[3]

การที่ได้ชื่อในภาษาไทยว่า "แม่หอบ" เนื่องจากมีความเชื่อว่า เนื้อของแม่หอบสามารถรักษาอาการหอบหืดได้ จึงนิยมนำมาเผาไฟรับประทานกันในอดีต[5][6] สอดคล้องกับชื่อวิทยาศาสตร์ Thalassina ที่หมายถึง "การย้อนกลับทางเดินหายใจ" เพื่อให้เหงือกไม่มีสิ่งสกปรก[7]

สถานะปัจจุบันของแม่หอบ ถือได้ว่าหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์ อันเนื่องจากสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ประกอบกับเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างบอบบางตายง่าย[5] เช่น ในช่วงฤดูมรสุมน้ำทะเลอาจท่วมรูของแม่หอบ จนทำให้แม่หอบตายได้[8]

การจำแนก[แก้]

ในอดีตเคยเชื่อว่า แม่หอบ มีเพียงชนิดเดียว คือ Thalassina anomala มาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันได้มีการศึกษาเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 2009 โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาด้านครัสเตเชียนชาวเวียดนาม เหงียน หง็อก-โฮ และมิเชลล์ เดอ แซงต์ ลอรองต์ ชาวฝรั่งเศส พบว่ามีแปดชนิดและพบซากดึกดำบรรพ์ โดยจัดให้วงศ์ Thalassinidae อยู่ในอันดับฐาน Gebiidea พร้อมกับวงศ์ Upogebiidae, Axianassidae และLaomediidae [9][10]

ซากดึกดำบรรพ์ที่นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ออสเตรเลีย

ประกอบไปด้วย: [9]

  • Thalassina anomala Herbst, 1804 – อินโด-เวสต์แปซิฟิก, ชื่อพ้อง T. maxima
  • Thalassina gracilis Dana, 1852 – ประเทศไทย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย
  • Thalassina kelanang Moh & Chong, 2009 – มาเลเซีย
  • Thalassina krempfi Ngoc-Ho & de Saint Laurent, 2009 – เวียดนาม, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
  • Thalassina pratas Lin, Komani & Chan, 2016 – จีน
  • Thalassina spinirostris Ngoc-Ho & de Saint Laurent, 2009 – สิงคโปร์, มาเลเซีย
  • Thalassina spinosa Ngoc-Ho & de Saint Laurent, 2009 – อินโดนีเซีย, อินเดีย และปาปัวนิวกินี
  • Thalassina squamifera de Man, 1915 – ประเทศไทย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ปาปัวนิวกินี, หมู่เกาะโซโลมอน, ฟิจิ, ตอนเหนือของออสเตรเลีย

และซากดึกดำบรรพ์, Thalassina emerii พบที่ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย, ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซีย[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. ตามหาจอมหอบ, "สองกำลังสื่อ". รายการทางไทยพีบีเอส: เสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557
  2. H. Karasawa & I. Nishikawa (1991). "Thalassina anomala (Herbst, 1804) (Thalassinidea: Decapoda) from the Miocene Bihoku Group, southwest Japan". Transactions and Proceedings of the Palaeontological Society of Japan 163: 852–860. 
  3. 3.0 3.1 Kelvin K. P. Lim, Dennis H. Murphy, T. Morgany, N. Sivasothi, Peter K. L. Ng, B. C. Soong, Hugh T. W. Tan, K. S. Tan & T. K. Tan (1999). "Mud lobster, Thalassina anomala". In Peter K. L. Ng; N. Sivasothi. A Guide to the Mangroves of Singapore. Singapore Science Centre. ISBN 981-04-1308-4. 
  4. 4.0 4.1 Lipke B. Holthuis (1991). "Thalassina anomala". Marine Lobsters of the World. FAO Fisheries Synopsis No. 125. Food and Agriculture Organization. pp. 229–231. ISBN 92-5-103027-8. 
  5. 5.0 5.1 "มหัศจรรย์...สัตว์น้ำสวยงาม". ไทยรัฐ. วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553. 
  6. Lipke B. Holthuis (1991). "Thalassina anomala". Marine Lobsters of the World. FAO Fisheries Synopsis No. 125. Food and Agriculture Organization. pp. 229–231. ISBN 92-5-103027-8. 
  7. Zenon B. Batang & H. Suzuki (1999). "Gill-cleaning mechanisms of the mud lobster Thalassina anomala (Decapoda: Thalassinidea: Thalassinidae)". Journal of Crustacean Biology 19 (4): 671–683. JSTOR 1549290. doi:10.2307/1549290. 
  8. แลปูลม ชมแม่หอบ ลอบดูปูไก่...ที่เกาะยาวน้อย
  9. 9.0 9.1 9.2 Nguyen Ngoc-Ho & Michèle de Saint Laurent (2009). "The genus Thalassina Latreille, 1806 (Crustacea: Thalassinidea: Thalassinidae)" (PDF). Raffles Bulletin of Zoology. Suppl. 20: 121–158. 
  10. K. Sakai (2004). "The diphyletic nature of the Infraorder Thalassinidea (Decapoda, Pleocyemata) as derived from the morphology of the gastric mill". Crustaceana 77 (9): 1117–1129. JSTOR 20107419. doi:10.1163/1568540042900268. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]