แม็คลาเรน 12ซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แม็คลาเรน 12ซี
McLaren MP4-12C – Frontansicht (3), 30. August 2012, Düsseldorf.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิต แม็คลาเรน ออโตโมทีฟ
เริ่มผลิตเมื่อ ค.ศ. 2011 – 2014
แหล่งผลิต โวคิง, เซอร์รีย์, สหราชอาณาจักร
ผู้ออกแบบ แฟรงก์ สตีเฟนสัน (Frank Stephenson)
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท รถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง 2 ประตู คูเป
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้าง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR)
จำนวนประตู 2 แบบบัตเทอร์ฟลายดอร์ (Butterfly doors)
รุ่นที่คล้ายกัน แม็คลาเรน 650เอส
แม็คลาเรน พี1
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ แม็คลาเรน M838T ทวิน-เทอร์โบ 3.8 L V8
ระบบเกียร์ เกียร์ดูอัล-คลัช 7 จังหวะ 7-speed
มิติ
ระยะฐานล้อ 2,670 มม. (105.1 นิ้ว)[1]
ความยาว 4,509 มม. (177.5 นิ้ว)[1]
ความกว้าง 1,908 มม. (75.1 นิ้ว)[1]
ความสูง 1,199 มม. (47.2 นิ้ว)[1]
น้ำหนัก 1,434 กก. (3,161 ปอนด์)[2]
ระยะเหตุการณ์
รุ่นต่อไป แม็คลาเรน 650เอส

แม็คลาเรน 12ซี (อังกฤษ: McLaren 12C) หรือที่รู้จักกันในชื่อ แม็คลาเรน เอ็มพี4-12ซี (อังกฤษ: McLaren MP4-12C)[3] เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท แม็คลาเรน ออโตโมทีฟ บริษัทสัญชาติอังกฤษ รถได้เปิดตัวภายหลังการหายหน้าไปของรถจากค่ายแม็คลาเรน นับตั้งแต่สิ้นสุดสายการผลิต แม็คลาเรน เอฟ1 ในปี ค.ศ. 1998 และในเดือนกันยายน ปี ค.ศ.2009 12ซี ก็ได้รับการเปิดตัว และเริ่มวางจำหน่ายในช่วงกลางปี ค.ศ. 2011

เอ็มพี4-12ซี ได้รับการออกแบบโดย แฟรงค์ สเตเฟนสัน (Frank Stephenson) นักออกแบบรถยนต์ชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง รถทำจาก คาร์บอน ไฟเบอร์ และกำลังจากเครื่องยนตร์กลางลำท้ายจากแมคลาเรน รุ่น M838T ขนาด 3.8 ลิตร วี8 ทวิน-เทอร์โบ สามารถทำกลังได้ถึง 592 แรงม้า (441 kW; 600 PS) และให้แรงบิดที่ 601 นิวตัว/เมตร (443 lb·ft) รถได้นำเทคโนโลยีจากฟอร์มูลาวันมาปรับใช้ อาทิเช่น "เบรกพวงมาลัย" (Brake steer)[4] ที่ทำให้ล้อหลังเบรกขณะทำความเร็วในช่วงโค้งเพื่อลดการเลี้ยวช้าของพวงมาลัย สำหรับระบบเกียร์ เป็นเกียร์ 7 จังหวะ ชนิดดูอัล-คลัทซ์

รถสามารถทำความเร็วสูงสุดอ้างอิงจากค่ายรถได้ถึง 333 กม./ชม. (207 ไมล์/ชม.)[5] แต่จริงแล้วสามารถทำได้ถึง 343 กม./ชม. (213.2 ไมล์/ชม.)[6] อ้างอิงจากสปอร์ตออโต้.ดีอี ในส่วนอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อ้างอิงจาก แดรกไทม์.คอม ได้โพสต์ลงยูทูปว่า 12ซี สามารถทำได้ที่ 2.8 วินาที[7] จึงเป็นรถที่แรงที่สุดอันดับที่ 3 ที่มีขายในท้องตลาด ในขณะนั้น

โฉมเปิดประทุน ในปี ค.ศ. 2012 ใช้ชื่อใหม่ว่า เอ็มพี4-12ซี สไปเดอร์ (MP4-12C Spider) ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 แม็คลาเรนก็ได้เปิดตัว รุ่นต่อมาของ 12ซี คือ แม็คลาเรน 650เอส มาพร้อมกับการปรับปรุงส่วนของตัวถัง มีการพัฒนาเครื่องยนตร์และเทคโนเลยีทางเทคนิคอื่นๆ ในเดือนเมษายน 2014 แมคลาเรนก็ได้ยุติสายการผลิต 12ซี และให้ 650เอส มาเป็นรุ่นต่อไป[8]

ชื่อ[แก้]

เอ็มพี4-12ซี สไปเดอร์

ชื่อของ เอ็มพี4-12ซี โดย เอ็มพี4 ย่อมาจาก McLaren Project 4 (ในอดีต "เอ็ม" หมายถึง มาร์ลโบโล บริษัทผลิตบุหรี่ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักของแม็คลาเรน) ส่วน 12 อ้างอิงถึง "คุณภาพ" ที่อ้างอิงจาก กำลัง น้ำหนัก อัตราการปล่อยคาร์บอนไดอ็อกไซด์ และระบบแอโรไดนามิก ซึ่งเป็นบรรทัดฐานของการผลิตทุกรุ่นของแม็คลาเรน และ ซี หมายถึง คาร์บอน ซึ่งต้องการเน้นถึงอนาคตที่แม็คลาเรนจะใช้วัสดุตัวถังนี้ในวงการมอเตอร์สปอร์ตต่อไป

โฉมย่อย[แก้]

  • สไปเดอร์
  • เอชเอส
  • แคน-แอม
  • เอ็กซ์-วัน

อ้างอิง[แก้]