แม็คลาเรน เอฟ1

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แม็คลาเรน เอฟ1
McLaren F1 in Geneva, Switzerland.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิต แม็คลาเรน ออโตโมทีฟ
เริ่มผลิตเมื่อ ค.ศ. 1992 – 1998[1] (106 คัน)
แหล่งผลิต โวคิง, เซอร์รีย์, สหราชอาณาจักร
ผู้ออกแบบ กอร์ดอน เมอเรย์ (Gordon Murray) & ปีเตอร์ สตีเฟนส์ (Peter Stevens)
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท รถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง 2 ประตู คูเป 1+2 ที่นั่ง
โครงสร้าง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR)
จำนวนประตู 2 แบบบัตเทอร์ฟลายดอร์ (Butterfly doors)
รุ่นที่คล้ายกัน แม็คลาเรน เอฟ1 จีทีอาร์
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ 6.1 L BMW S70/2 V12
ระบบเกียร์ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ 2,718 มม. (107.0 นิ้ว)
ความยาว 4,287 มม. (168.8 นิ้ว)
ความกว้าง 1,820 มม. (71.7 นิ้ว)
ความสูง 1,140 มม. (44.9 นิ้ว)
น้ำหนัก 1,138 กก. (2,509 ปอนด์)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นต่อไป

แม็คลาเรน 12ซี

แม็คลาเรน พี1

แม็คลาเรน เอฟ1 (อังกฤษ: McLaren F1) เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR) 2 ประตู 1+2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท แม็คลาเรน ออโตโมทีฟ บริษัทสัญชาติอังกฤษ เริ่มแรกนั้น เอฟ1 เป็นโปรเจกต์ที่นายกอร์ดอน เมอเรย์ (Gordon Murray) วิศวกรเครื่องกลชาวแอฟริกาใต้[2] เป็นผู้ริเริ่ม และได้ปรึกษากับนายรอน เดนนิส ประธานบริษัทแม็คคลาเรนในการสร้างรถซูเปอร์คาร์ ทำให้โปรเจกต์ แม็คลาเรน เอฟ1 เริ่มขึ้นมาได้ โดยได้นายกอร์ดอน เป็นหัวหน้าโปรเจกต์ครั้งนี้ มีนายปีเตอร์ สตีเฟนส์ (Peter Stevens) เป็นผู้ออกแบบรถทั้งคัน ในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1998 เอฟ1 ได้สร้างสถิติเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 386.4 กม./ชม. (240.1 ไมล์/ชม.)[3] และเป็นรถที่ใช้เครื่องยนตร์ที่ไม่ใช้ระบบอัดอากาศ (N/A) ที่เร็วที่สุดในโลกอยู่ในปัจจุบัน[4]

เอฟ1 เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและการออกแบบในอีกนวัตกรรมหนึ่ง ที่ทำให้รถเบากว่าและคล่องตัวมากยิ่งขึ้นกว่ารถสปอร์ตหลายคันในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาให้เป็นรถวิ่งถนนคันแรกของโลกที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์เรนฟอร์สเซตพลาสติก (CFPR) ในการทำโครงตัวถังทั้งคัน[5] หรือแม้แต่การออกแบบตามหลักแอโรไดนามิก ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศพลศาสตร์ (Drag coefficient) ที่ 0.32[6] ซึ่งมีค่าเร็วกว่าบูกัตติ เวย์รอน ที่ทำได้เพียง 0.36 ขณะที่เอสเอสซี อัลทีเมท เอโร ทำได้ที่ 0.357[7]

สิ่งหนึ่งที่แม็คลาเรน เอฟ1 แตกต่างจากรถสปอร์ตทั่วๆไปคือ การออกแบบรถยนต์ 1 ที่นั่ง โดยให้ตำแหน่งที่นั่งอยู่ส่วนกลางของรถ (ที่นั่งยื่นออกไปข้างเล็กน้อย) และมีที่นั่งเล็กๆ 2 ที่ ด้านขวาและซ้ายของรถ การออกแบบเช่นนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าโค้งและการแซงได้ดี สำหรับเครื่องยนตร์นั้นได้ใช้เครื่องยนตร์ที่ใช้กันในสนามแข่งรถ ซึ่งในปัจจุบันไม่นิยมนำมาใช้แล้ว เนื่องจากความไม่สะดวกสบายในการใช้งาน เอฟ1 ยังเป็นรถที่ได้รับการออกแบบให้เป็นที่รถที่ใช้วิ่งบนถนนทั่วไป โดยมีความเป็นที่สุดของรถ (Ultimate road car) ถึงอย่างไรก็ดี เอฟ1 ก็ยังคงมีการโมดิฟายด์เป็นรถในสนามแข่งหลายสนาม อาทิเช่น รายการ24 ชั่วโมง เลอม็อง ในปี ค.ศ. 1995

สายการผลิตของเอฟ1 ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 จนถึง ค.ศ. 1998 โดยผลิตมาได้ทั้งหมด 106 คัน ในจำนวนนี้รวมถึงรถที่ดัดแปลงในสนามแข่งและรุ่นเสริมย่อยๆอีกด้วย[8]

ในปี ค.ศ. 1994 นิตยสารรถยนต์จากอังกฤษ ออโตคาร์ ได้ทำการทดสอบรถยนต์คันนี้และได้กล่าวยกย่องว่า "แม็คลาเรน เอฟ1 เป็นรถยนต์ขับขี่ที่ดีที่สุดที่ใช้วิ่งบนถนนสาธารณะ" และต่อด้วยว่า "เอฟ1 จะได้รับการจดจำในฐานะช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการรถยนต์ และอาจจะเป็นไปได้ที่มันจะเป็นผลิตภัณฑ์รถยนต์ที่เร็วที่สุดที่โลกเคยมีมา"[9]

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2003 ในงานประมูลสินค้าที่เพบเบิลบีช (Pebble Beach) ได้มีการเสนอขายตัวถัง หมายเลข 006 ของแม็คลาเรน เอฟ1 ไว้ที่ 8.47 ล้านดอลลาร์ หรือเป็นเงินไทยราว 254 ล้านบาท[10]

อ้างอิง[แก้]