แม็คลาเรน พี1

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แม็คลาเรน พี1
McLaren P1.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิต แม็คลาเรน ออโตโมทีฟ
เริ่มผลิตเมื่อ ตุลาคม ค.ศ. 2013 – ธันวาคม ค.ศ. 2015
(375 คันรวมถึงคันต้นแบบ, GTRs 58 คันรวมกับคันต้นแบบอีก 2 และ LMs 5 คัน รวมกับ XP1LM คันต้นแบบอีกคัน)
รุ่นปี ค.ศ. 2014 – 2016
แหล่งผลิต โวคิง, เซอร์รีย์, สหราชอาณาจักร
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท รถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง 2 ประตู คูเป
โครงสร้าง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR)
รุ่นที่คล้ายกัน แม็คลาเรน 12ซี
แม็คลาเรน 650เอส
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ 3.8 L ทวิน-เทอร์โบ M838TQ V8
มอเตอร์ไฟฟ้า McLaren ECU motor
(904 hp รวม)
ระบบเกียร์ เกียร์ดูอัล-คลัช 7 จังหวะ
ระยะทางที่วิ่งได้ 480 กิโลเมตร (300 ไมล์) (EPA)[1]
ระยะทางที่รถไฟฟ้าวิ่งได้ 11 กิโลเมตร (6.8 ไมล์) (combined NEDC)[2]
31 กิโลเมตร (19 ไมล์) (EPA)[1]
มิติ
ระยะฐานล้อ 2,680 มม. (106 นิ้ว)
ความยาว 4,588 มม. (181 นิ้ว)
ความกว้าง 1,946 มม. (77 นิ้ว)
ความสูง 1,188 มม. (47 นิ้ว)
น้ำหนัก 1,547 กก. (3,410 ปอนด์)[3]
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้า แม็คลาเรน เอฟ1

แม็คลาเรน พี1 (อังกฤษ: McLaren P1) เป็นรถยนต์นั่งปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูง (Plug-in hybrid sport car) เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท แม็คลาเรน ออโตโมทีฟ บริษัทสัญชาติอังกฤษ รถได้เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2012 ที่งานปารีสมอเตอร์โชว์[4] และเริ่มจำหน่ายให้เฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ประเทศอังกฤษ ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2013[5] พี1 ทั้งหมด 375 คันได้ถูกจำหน่ายเรียนร้อยแล้วในเดือนพฤศจิกายน 2013[6] ส่วนพี1 ที่ปรับปรุงให้เป็นรถแข่งสนาม ใช้ชื่อว่า "พี1 จีทีอาร์" (P1 GTR) ได้เปิดตัวตามมาในปี 2015 ที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์ ซึ่งจะจำหน่ายจำกัดจำนวนเพียง 35 คัน และพี1 ทั้ง 375 คัน จะอนุญาตให้เจ้าของเป็นเจ้าของได้เพียงคันเดียวเท่านั้น[7]

พี1 นับเป็นรุ่นตัวสูงสุดของค่าย และเป็นสายการผลิตต่อจาก แม็คลาเรน เอฟ1 ที่ยุติการผลิตไปเมื่อปี ค.ศ. 1998 โดยมีการนำเทคโนโลยีไฮบริดเข้ามาใช้รวมถึงเทคโนโลยีจากสนามแข่งฟอร์มูลาวัน แต่พี1 ก็ไม่ได้คงการออกแบบให้มี 1+2 ที่นั่ง ที่มีที่นั่งตรงกลางเหมือน เอฟ1 สิ่งหนึ่งที่ยังคงไว้เช่นเดิมอาทิ การออกแบบให้เครื่องอยู่กลางลำท้าย และขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง มีการใช้คาร์บอนไฟเบอร์โมโนค๊อก (Carbon fibre monocoque) ในโครงของรถ ส่วนหลังคาได้ใช้วัสดุใหม่ที่เรียกว่า "โมโนเคจ" (MonoCage) ซึ่งพัฒนามาจาก โมโนเซลล์ ที่เคยใช้กับ 12ซี สไปเดอร์ ที่มาในช่วงต้นปี ค.ศ. 2012 จุดเด่นของพี1 นั้นเป็นที่ไฟหน้าที่ลอกเลียนมาจากตราสัญลักษณ์ประจำยี่ห้อแม็คลาเรน

พี1 ได้ใช้เครื่องยนต์ McLaren M838TQ twin-turbo 3.8 ลิตร V8 ซึ่งสามารถให้กำลังได้ถึง 727 แรงม้า (542 kW) และแรงบิดที่ 719 นิวตัน/เมตร (531 lb ft) ส่วนเครื่องยนต์ไฟฟ้า สามารถทำกำลังได้ที่ 176 แรงม้า (131 kW) และแรงบิดที่ 260 นิวตัน/เมตร (192 lb ft) เมื่อรวมกันแล้วสามารถทำกำลังได้มากถึง 903 แรงม้า และแรงบิดที่ 978 นิวตัน/เมตร สำหรับในเรื่องของอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ที่ 2.8 วินาที 0-200 กม./ชม. ได้ที่ 6.8 วินาที และ 0-300 กม./ชม. ได้ที่ 16.5 วินาที ซึ่งเร็วกว่าแม็คลาเรน เอฟ1 ถึง 5.5 วินาที ในเรื่องของความเร็วสูงสุดของเครื่องยนตร์ไฟฟ้า สามารถทำได้ที่ 349 กม./ชม. (217 ไมล์/ชม.)[8]

สำหรับราคาจำหน่ายเฉลี่ย พี1 สูงกว่า 1.6 ล้านดอลลาร์ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 48 ล้านบาท[9] ส่วนพี1 จีทีอาร์ นั้นมีราคาสูงถึง 2.8 ล้านดอลลาร์ หรือ 84 ล้านบาทในเงินไทย[10]

พี1 จีทีอาร์[แก้]

พี1 จีทีอาร์ ที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์

เป็นรุ่นที่ผลิตมาเพื่อเฉลิมฉลอง 20 ปีแห่งชัยชนะที่สนามแข่ง 24 ชั่วโมง เลอม็อง ถือเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อใช้วิ่งบนสนามแข่งของ พี1 โดยตรง

พี1 จีทีอาร์ จะจำกัดจำนวนเพียง 35 คันเท่านั้น โดยได้เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกที่ เพบเบิลบีช (Pebble Beach) ปี ค.ศ. 2014 และเป็นอย่างทางการในปี ค.ศ. 2015 ที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์ 2015

พี1 จีทีอาร์ จะถือเป็นรถที่มีกำลังมากที่สุดเท่าที่แม็คลาเรนเคยทำมา ด้วยแรงม้าถึง 986 ตัว (1,000 PS)[11]

อ้างอิง[แก้]