แซม วอลตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แซม วอลตัน
Sam-Walton.jpg
เกิด29 มีนาคม ค.ศ. 1918(1918-03-29)
คิงฟิชเชอร์ รัฐโอคลาโฮมา สหรัฐ
เสียชีวิต5 เมษายน ค.ศ. 1992 (74 ปี)
ลิตเทิลร็อก รัฐอาร์คันซอ สหรัฐ
สุสานสุสานเบนตันวิล
สัญชาติอเมริกัน
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมิสซูรี ค.ศ. 1940
อาชีพผู้ก่อตั้งวอลมาร์ต และแซมส์คลับ
สินทรัพย์สุทธิ8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ เวลาที่เสียชีวิต)[1]
คู่สมรสเฮเลน ร็อบสัน (สมรส ค.ศ. 1943)
บุตร
ญาติ

ซามูเอล มัวร์ วอลตัน (อังกฤษ: Samuel Moore Walton; 29 มีนาคม ค.ศ. 1918 – 5 เมษายน ค.ศ. 1992) เป็นนักธุรกิจและผู้ประกอบการชาวอเมริกันที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในการก่อตั้งร้านค้าปลีกวอลมาร์ต และแซมส์คลับ ซึ่งวอลมาร์ตสโตส์ อิงก์. เติบโตขึ้นจนกลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยรายรับ ตลอดจนบริษัทว่าจ้างเอกชนรายใหญ่ที่สุดในโลก[2] และวอลตันเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาเป็นระยะเวลาหนึ่ง[3]

ชีวิตในวัยเด็ก[แก้]

ซามูเอล มัวร์ วอลตัน เป็นลูกของทอมัส กิบสัน วอลตัน และแนนซี ลี โดยเกิดที่คิงฟิชเชอร์ รัฐโอคลาโฮมา เขาอาศัยอยู่ที่นั่นกับพ่อแม่ของเขาในฟาร์มจนถึง ค.ศ. 1923 อย่างไรก็ตาม การทำฟาร์มไม่ได้ให้เงินเพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว และทอมัส วอลตัน ก็ไปจำนองฟาร์ม เขาทำงานให้แก่วอลตันมอร์กิจคอมปานีของพี่ชาย ซึ่งเป็นตัวแทนของเมโทรโพลิทันไลฟ์อินชัวแรนซ์[4][5] ซึ่งเขายึดทรัพย์สินในฟาร์มในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่[6]

เขาและครอบครัว (ปัจจุบันมีลูกชายอีกคนคือเจมส์เกิดใน ค.ศ. 1921) ได้ย้ายจากรัฐโอคลาโฮมา พวกเขาย้ายจากเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งเป็นเวลาหลายปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในรัฐมิสซูรี ขณะเรียนเกรดแปดในเชลไบนา รัฐมิสซูรี แซมกลายเป็นลูกเสืออินทรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ[7] ซึ่งในวัยผู้ใหญ่ วอลตันได้รับรางวัลลูกเสืออินทรีดีเด่นจากลูกเสือแห่งอเมริกา[8]

ในที่สุด ครอบครัวนี้ก็ย้ายไปโคลัมเบีย รัฐมิสซูรี เมื่อเติบโตขึ้นมาในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ เขาทำงานบ้านเพื่อช่วยให้ครอบครัวของเขาได้รับผลตอบแทนทางการเงินเหมือนเช่นเคยในขณะนั้น เขารีดนมวัวของครอบครัว, บรรจุขวดส่วนเกิน และขับรถส่งให้ลูกค้า หลังจากนั้น เขาจะจัดส่งหนังสือพิมพ์โคลัมเบียเดลีทริบูนในงานประจำ นอกจากนี้ เขายังขายการสมัครสมาชิกนิตยสาร[9] เมื่อสำเร็จการศึกษาจากเดวิด เอช. ฮิกแมน ไฮสกูล ในโคลัมเบีย เขาได้รับการโหวตให้เป็น "เด็กชายที่เก่งกาจที่สุด"

แซม วอลตัน ในหนังสือรุ่นไฮสกูลของเขา

อ้างอิง[แก้]

  1. Thomas C. Hayes (April 6, 2002). "Sam Walton Is Dead At 74". The New York Times. สืบค้นเมื่อ May 25, 2016.
  2. "Sam Walton Biography". 7infi.com. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ August 10, 2017. สืบค้นเมื่อ August 10, 2017.
  3. Harris, Art (1985-11-17). "America's Richest Man Lives...Here?Sam Walton, Waiting in Line At the Wal-Mart With Everybody Else". Washington Post (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0190-8286. สืบค้นเมื่อ 2021-03-22.
  4. Walton, Sam. Sam Walton: Made in America. Random House Publishing Group. p. 4. ISBN 978-0-345-53844-4.
  5. Lee, Sally (2007). Sam Walton: Business Genius of Wal-Mart. Enslow Publishers, Inc. p. 13. ISBN 978-0766026926. สืบค้นเมื่อ December 30, 2012.
  6. Landrum, Gene N. (2004). Entrepreneurial Genius: The Power of Passion. Brendan Kelly Publishing. p. 120. ISBN 1895997232. สืบค้นเมื่อ December 30, 2012.
  7. Townley, Alvin (December 26, 2006). Legacy of Honor: The Values and Influence of America's Eagle Scouts. Asia: St. Martin's Press. pp. 88–89. ISBN 0-312-36653-1. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 19, 2006. สืบค้นเมื่อ December 29, 2006.
  8. "Distinguished Eagle Scouts" (PDF). Scouting.org. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ March 12, 2016. สืบค้นเมื่อ November 4, 2010.
  9. Gross, Daniel; Forbes Magazine Staff (August 1997). Greatest Business Stories of All Time (First ed.). New York: John Wiley & Sonsf. p. 269. ISBN 0-471-19653-3. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ June 10, 2020. สืบค้นเมื่อ December 18, 2019.

แหล่งที่มา[แก้]

อ่านเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]