แคพิบารา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แคพิบารา
Capybara (Hydrochoerus hydrochaeris).JPG
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
สกุล: Hydrochoerus
สปีชีส์: hydrochaeris
Hydrochoerus hydrochaeris range.png
ถิ่นที่อยู่

คาปิบารา (อังกฤษ: capybara) เป็นหนูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อวิทยาศาสตร์ของมันคือ Hydrochaeris hydrochaeris เป็นสมาชิกของสกุล Hydrochoerus และมีสมาชิกที่อยู่ในสกุลเดียวกันที่หลงเหลืออยู่นั้นคือ Hydrochoerus isthmius ญาติใกล้ชิดของแคพิบาราคือหนูตะเภามีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้และที่อาศัยอยู่ในหุบเขาที่มีป่าหนาทึบและอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ มันเป็นสัตว์สังคมที่มีจำนวนในฝูงเยอะมากและในฝูงของพวกมันอาจพบได้มากถึง100ตัว แต่ส่วนมากพวกมันจะอยู่เป็นฝูงแค่ 10-20 ตัวเท่านั้น พวกมันไม่ได้ถูกล่าเพื่อเอาเนื้อเอาหนังจากมนุษย์เท่าไหร่นัก จึงทำให้พวกมันไม่มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ แต่ถึงอย่างนั้นไขมันของพวกนั้นสามารถเอามาทำยาได้[2]

นิรุกติศาสตร์[แก้]

ชื่อวิทยาศาสตร์ของมันทั้ง hydrochoerus และ hydrochaeris มาจากภาษากรีกโบราณที่แปลว่า ὕδωρ (hydor "น้ำ") และ χοῖρος (choiros "หมู")[3][4]

การแบ่งประเภทและวิวัฒนาการ[แก้]

แคพิบาราจัดอยู่ในสายพันธุ์ Hydrochoerinae [5]ในปี2002จากการศึกษาการวิวัฒนาการโมเลกุลของแคพิบาราได้ได้มีการยอมรับว่าแคพิบารามีความสัมพันธ์ใกล้กันชิดระหว่าง Hydrochoerus และ Kerodon[6]ซึ่งถือว่ามีความใกล้ชิดกับหนู[3][7][8]

ลักษณะ[แก้]

แคพิบารา

แคพิบารามีลักษณะเป็นทรงกระบอกหัวสั้นขนสีน้ำตาลแดงหรือสีน้ำตาลอมเหลือง[5]และสัตว์ฟันแทะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะคล้ายหนูตะเภาหูสั้น ไม่มีหาง มีพังผืดที่เท้า ขนสีน้ำตาลอ่อนถึงสีดำ เมื่อโตเต็มที่อายุ 15–18 เดือน จะมีน้ำหนักมากถึง 35 ถึง 66 กิโลกรัม (77 ถึง 146 ปอนด์) ลำตัวอาจยาวประมาณ 45-60 เซนติเมตร [9]ตัวเมียจะมีน้ำหนักมากกว่าตัวผู้เล็กน้อย[10][11] พวกมันมีพังผืดที่ขาหลังและขาหลังของพวกมันจะยาวกว่าขาหน้าเล็กน้อย[5] เท้าหลังของพวกมันมี 3 นิ้วในขณะที่เท้าหน้านั้นจะมี 4 นิ้ว[12] พวกมันเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำและดำน้ำเก่ง นอนแช่น้ำได้ทั้งวันแม้ในเวลาขับถ่ายหรือผสมพันธุ์ เพราะชื่นชอบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ จะขึ้นจากน้ำก็ต่อเมื่อออกหาอาหารในช่วงเช้าและเย็น[13]

อาหาร[แก้]

แคพิบาราเป็นสัตว์กินพืชเป็นส่วนใหญ่ซึ่งส่วนมากจะเป็นจำพวกหญ้าและพืชน้ำ[10][14]รวมไปถึงผลไม้และเปลือกไม้[11]หรืออะไรก็ได้ที่เป็นพืช[15] เพราะเนื่องจากเวลาถึงฤดูแล้ง พวกมันก็จะกินพืชอะไรก็ได้ที่มีอยู่ พอถึงฤดูฝน มันก็จะกินหญ้าและพืชน้ำ[16]

สังคม[แก้]

พวกมันเป็นสัตว์สังคมแต่ถึงพวกมันจะเป็นสัตว์สังคมก็มีบางตัวที่อยู่ตัวเดียว ปกติพวกมันจะอยู่กันเป็นกลุ่มประมาณ 10-20ตัว[17] และกลุ่มที่มีขนาดใหญ่อาจมีมากถึง 50-100 ตัว การที่มันจะมีกลุ่มใหญ่ขนาดนี้ก็เป็นผลมาจากการรวมตัวกันในช่วงหน้าแล้ง[18][19]

ถิ่นที่อยู่[แก้]

แคพิบาราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม[11]ที่สามารถพบได้ทั้วไปในทวีปอเมริกาใต้ยกเว้นประเทศชิลี[5]พบว่าพวกกระจายพันธุ์ตั้งแต่ประเทศอาร์เจนตินา ประเทศบราซิล ประเทศโคลัมเบีย รวมถึงที่เคยพบในรัฐฟลอริดาที่รัฐแคลิฟอร์เนียอีกด้วย[20][21]

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ iucn
  2. Capybara (Hydrochoerus hydrochaeris). ARKive.org
  3. 3.0 3.1 แม่แบบ:MSW3 Woods
  4. Darwin, Charles R. (1839). Narrative of the surveying voyages of His Majesty's Ships Adventure and Beagle between the years 1826 and 1836, describing their examination of the southern shores of South America, and the Beagle's circumnavigation of the globe. Journal and remarks. 1832–1836. London: Henry Colburn. p. 619.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 Mones, Alvaro; Ojasti, Juhani (16 June 1986). "Hydrochoerus hydrochaeris. Brisson, 1762" (PDF). Mammalian Species. 264 (264): 1–7. doi:10.2307/3503784. JSTOR 3503784.
  6. Rowe, D. L.; Honeycutt, R. L. (2002). "Phylogenetic relationships, ecological correlates, and molecular evolution within the Cavioidea (Mammalia, Rodentia)". Molecular Biology and Evolution. 19 (3): 263–277. doi:10.1093/oxfordjournals.molbev.a004080. PMID 11861886.
  7. Vucetich, M. G.; Deschamps, C. M.; Olivares, A. I.; Dozo, M. T. (2005). "Capybaras, size, shape, and time: A model kit". Acta Palaeontologica Polonica. 50 (2): 259–272. สืบค้นเมื่อ 2012-05-21.
  8. Deschamps, C. M.; Olivares, A. I.; Vieytes, E. C.; Vucetich, M. G. (2007). "Ontogeny and diversity of the oldest capybaras (Rodentia: Hydrochoeridae; late Miocene of Argentina)". Journal of Vertebrate Paleontology. 27 (3): 683–692. doi:10.1671/0272-4634(2007)27[683:oadoto]2.0.co;2. JSTOR 30126368.
  9. Capybara, Arkive
  10. 10.0 10.1 Capybara Facts. Smithsonian National Zoological Park. Retrieved on December 16, 2007.
  11. 11.0 11.1 11.2 Capybara. Palm Beach Zoo. Retrieved on December 17, 2007.
  12. "Capybara Printout". Enchantedlearning.com. สืบค้นเมื่อ 2013-05-27.
  13. [1]
  14. Forero-Montana J, Betancur J, Cavelier J (2003). "Dieta del capibara Hydrochaeris hydrochaeris (cavia: Hydrochaeridae) en Caño Limón, Arauca, Colombia". Revista de Biología Tropical. 51 (2): 571–578. PMID 15162749. PDF
  15. Quintana, R.D.; S. Monge; A.I. Malvárez (1998). "Feeding patterns of capybara Hydrochaeris hypdrochaeris (Rodentia, Hydrochaeridae) and cattle in the non-insular area of the Lower Delta of the Parana River, Argentina". Mammalia. 62 (1): 37–52. doi:10.1515/mamm.1998.62.1.37.
  16. Barreto, Guillermo R.; Herrera, Emilio A. (1998). "Foraging patterns of capybaras in a seasonally flooded savanna of Venezuela". Journal of Tropical Ecology. 14: 87. doi:10.1017/S0266467498000078. JSTOR 2559868.
  17. Alho C. J. R.; Rondon N. L. (1987). "Habitats, population densities, and social structure of capybaras (Hydrochaeris hypdrochaeris, Rodentia) in the Pantanal, Brazil". Revista Brasileira de Zoologia. 4 (2): 139–149. doi:10.1590/s0101-81751987000200006.
  18. Lord-Rexford, D. (1994). "A descriptive account of capybara behaviour". Studies on Neotropical Fauna and Environment. 29 (1): 11–22. doi:10.1080/01650529409360912.
  19. Macdonald, D. W. (1981). "Dwindling resources and the social behavior of Capybaras, (Hydrochoerus hydrochaeris) (Mammalia)". Journal of Zoology. 194 (3): 371–391. doi:10.1111/j.1469-7998.1981.tb04588.x.
  20. Florida Fish and Wildlife Conservation Commission: Capybara – ''Hydrochaeris hydrochaeris''
  21. Mather, Kate (18 August 2011). "A gnawing question answered: It's a capybara roaming Paso Robles". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 10 January 2012.

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Bristol" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "r6" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "SoundsandColours" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "SFZoo" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "SDzoo" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Murphey 1985" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "r1" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "r2" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "r3" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Macdonald 1984" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "NYSun" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "inRich" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า