เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน
Edward Snowden-2.jpg
ภาพจากการสัมภาษณ์เมื่อ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556
เกิด เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน
21 มิถุนายน ค.ศ. 1983 (32 ปี)
เมืองอลิซาเบธ, นอร์ทแคโรไลนา, สหรัฐอเมริกา
ถิ่นพำนัก ประเทศรัสเซีย (ลี้ภัยชั่วคราว)
สัญชาติ อเมริกัน
อาชีพ ผู้ดูแลระบบ
เป็นที่รู้จักจาก เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ปริซึม ที่สอดส่องข้อมูลชาติอื่นๆ

เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน (ดัตช์: Edward Joseph Snowden) เป็นอดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรอง[1]ชาวอเมริกัน ผู้ปล่อยข่าวรายละเอียดของโครงการการสอดส่องดูแลมวลชนลับสุดยอดของรัฐบาลสหรัฐและอังกฤษหลายโครงการแก่สื่อ[2][3] สโนว์เดนเป็นอดีตผู้รับจ้างเทคนิคของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ของสหรัฐ และอดีตลูกจ้างของหน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีไอเอ)

สโนว์เดนปล่อยสารสนเทศดังกล่าวแก่หนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน ของอังกฤษเป็นหลัก ในฤดูใบไม้ผลิปี 2556 ขณะรับจ้างเป็น "นักวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐาน" ของผู้รับจ้างเอ็นเอสเอ เดอะการ์เดียนตีพิมพ์ชุดการเปิดโปงในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ปีเดียวกัน และเปิดเผยโครงการต่าง ๆ เช่น การดักเมทาดาทา (metadata) โทรศัพท์ของสหรัฐและยุโรป และโครงการสอดส่องดูแลอินเทอร์เน็ต อย่าง ปริซึม ฯลฯ กล่าวกันว่าการเปิดเผยความจริงของสโนว์เดนจัดเป็นการฝ่าฝืนความมั่นคงของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ[4][5]

สโนว์เดนสามารถหลบหนีออกจากฮาวายได้ก่อนที่จะถูกทางการสหรัฐจับกุม เขาบินไปยังฮ่องกงคนเดียว เมื่อ 20 พฤษภาคม 2556 สโนว์เดนมีแผนจะเดินทางต่อไปยังเอกวาดอร์ ที่พร้อมให้สิทธิ์ลี้ภัยแก่เขา ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐยื่นคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนแก่ฮ่องกง ต่อมาการข่าวพบว่าเขาได้เดินทางไปรัสเซียแล้วเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2556 ข่าวนี้สร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลสหรัฐมากที่ฮ่องกงเพิกเฉยต่อคำขอของสหรัฐ และปล่อยสโนว์เดนเดินทางไปยังรัสเซีย ในวันเดียวกันที่สโนว์เดนไปถึงรัสเซีย พบว่าก่อนเที่ยวบินของสโนว์เดนจะออกจากฮ่องกง สหรัฐได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของเขา[6]

ในระหว่างนี้ สโนว์เดนต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่รอเปลี่ยนเครื่อง ของสนามบินเชเรเมเตียโวในมอสโก ด้วยหนังสือเดินทางถูกระงับ และการเดินทางไปยังประเทศอื่นก็ยากลำบาก เนื่องจากสหรัฐกดดันหลายประเทศห้ามสโนว์เดนบินผ่านน่านฟ้า ขณะที่หลายประเทศที่ไม่ลงรอยกับสหรัฐกำลังพิจารณาในการให้สิทธิลี้ภัยทางการเมืองแก่สโนว์เดน และในวันที่ 1 กรกฎาคม[7] เขามีถ้อยความว่า

ไม่ว่าผมจะถูกตัดสินหรือไม่อย่างไร เขา(รัฐบาลสหรัฐ)ได้เพิกถอนหนังสือเดินทางเพียงฉบับเดียวของผม ตอนนี้ผมเป็นคนไร้รัฐ โดยปราศจากคำสั่งศาลใดๆ พวกเขาได้พยายามที่จะหยุดยั้งผมจากการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานที่ถูกต้อง สิทธิที่เป็นของทุกคน สิทธิที่จะแสวงหาที่ลี้ภัย[8]

รถของสถานทูตเอกวาดอร์ประจำมอสโก ถูกจัดเตรียมไว้รอรับสโนว์เดนหน้าสนามบิน วันที่ 23 มิถุนายน 2556

ต่อมาในปลายเดือนกรกฎาคม รัฐบาลรัสเซียได้ให้สิทธิการลี้ภัยทางการเมืองแก่สโนว์เดนเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยในระหว่างการลี้ภัยนี้ สโนว์เดนได้เปิดเผยข้อมูลออกมาเป็นระยะ ๆ ซึ่งแต่ละข้อมูลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสหรัฐกับชาติอื่น ๆ รวมไปถึงภาพลักษณ์ของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ทางการสหรัฐต้องการตัวมากที่สุดในห้วงเวลานี้[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Defiant Russia Grants Snowden Year’s Asylum". New York Times. August 1, 2013. สืบค้นเมื่อ 2013-08-13. 
  2. Gellman, Barton; Markon, Jerry (June 9, 2013). "Edward Snowden says motive behind leaks was to expose 'surveillance state'". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ June 10, 2013. 
  3. Gellman, Barton; Blake, Aaron; Miller, Greg (June 9, 2013). "Edward Snowden comes forward as source of NSA leaks". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ June 10, 2013. 
  4. Shane, Scott; Somaiya, Ravi (June 16, 2013). "New Leak Indicates U.S. and Britain Eavesdropped at '09 World Conferences". The New York Times. 
  5. Ellsberg, Daniel (June 10, 2013). "Edward Snowden: saving us from the United Stasi of America". The Guardian. สืบค้นเมื่อ June 10, 2013. 
  6. A wanted man without a passport, Snowden could join ranks of unwitting airport denizens
  7. http://wikileaks.org/Statement-from-Edward-Snowden-in.html
  8. http://www.huffingtonpost.com/norman-solomon/why-snowdens-passport-mat_b_4150236.html