ข้ามไปเนื้อหา

เอเค-103

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอเค-103
ชนิดไรเฟิลจู่โจม
ชาติกำเนิดประเทศรัสเซีย รัสเซีย
บทบาท
ประจำการ2001–ปัจจุบัน
ผู้ใช้งานดูประเทศผู้ใช้งาน
ผ่านศึก
ประวัติการผลิต
ผู้ออกแบบมีฮาอิล คาลาชนิคอฟ
ช่วงการออกแบบ1993
ผู้ผลิตคาลาชนิคอฟ คอนเซิร์น
ช่วงการผลิต1994–ปัจจุบัน
จำนวนที่ผลิต250,000+
รุ่นย่อยเอเค-104
ข้อมูลจำเพาะ
มวล3.6 กก. (7.9 ปอนด์) ไม่มีกระสุน
ความยาว943 มม (37.1 นิ้ว) ยืดพานท้าย
704 มม. (27.8 นิ้ว) พับพานท้าย
ความยาวลำกล้อง415 มม. (16.3 นิ้ว)

กระสุน7.62×39 มม.
ขนาดลำกล้อง7.62 มม.
การทำงานแรงดันแก๊ส ลูกเลื่อนหมุนตัว
อัตราการยิง600 นัด/นาที
ความเร็วปากกระบอก715 เมตร/วินาที (2,346 ฟุต/วินาที)
ระยะหวังผล500 เมตร (550 หลา)
ระบบป้อนกระสุนแมกกาซีนความจุ 30 นัดแบบถอดได้
ศูนย์เล็งศูนย์เปิด มีรางหางเหยี่ยวด้านข้างสำหรับการมองเห็น และศูนย์กลางคืน

เอเค-103 (อังกฤษ: AK-103) เป็นไรเฟิลจู่โจมสัญชาติรัสเซีย ออกแบบโดยมีฮาอิล คาลาชนิคอฟ

ประวัติ

[แก้]

เอเค-103 ซึ่งมีพื้นฐานมาจากปืนไรเฟิลจู่โจม เอเค-74เอ็ม ได้รับการออกแบบมาเพื่อแทนที่เอเคแบบคลาสสิก เอเค-103 ได้รับการเสนอเพื่อส่งออกอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 1993

การออกแบบ

[แก้]

เอเค-103 ถอดแบบมาจาก เอเค-74เอ็ม แต่ใช้กระสุนขนาด 7.62×39 มม. ซึ่งคล้ายกับเอเคเอ็ม เอเค-103 สามารถติดตั้งศูนย์เล็งได้หลากหลาย รวมถึงดาบปลายปืนหรือเครื่องยิงลูกระเบิด เช่น จีพี-34 เอเค-103 เวอร์ชันใหม่สามารถติดตั้งรางพิคาทินีได้ทำให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้มากขึ้น ส่วนประกอบใช้พลาสติกแทนไม้และโลหะ โดยส่วนประกอบดังกล่าว ได้แก่ กริปมือ ประกับมือ พานท้าย และแม็กกาซีน

แม็กกาซีน

[แก้]

รุ่นต่างๆ

[แก้]

ประเทศผู้ใช้งาน

[แก้]

แผนที่ ประเทศผู้ใช้เอเค-103

รูปภาพ

[แก้]
  1. "Update II: AK-103 Exports to Libya". Security Scholar. 31 October 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 December 2014. สืบค้นเมื่อ 14 November 2014.
  2. "New military welfare company formed" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2018-10-17. สืบค้นเมื่อ 2024-12-03.
  3. "Pakistan Ordnance Factories Reveals New PK18 and PK21 Assault Rifles". Quwa (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2019-10-31. สืบค้นเมื่อ 2020-12-31.
  4. "Research Report No. 5: A Tale of Two Rifles". Armament Research Services. 2 March 2016.
  5. Jenzen-Jones, N.R. (September 2012). "The 100-Series Kalashnikovs: A Primer". Small Arms Review. Vol. 16 no. 3. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-03-06. สืบค้นเมื่อ 2019-03-06.
  6. "How an AK-103 Works". allinallnews. November 3, 2015. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 18, 2017.
  7. "Saudi Arabia to Start Licensed Manufacturing of AK-103 Rifles". 10 October 2017. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 October 2017. สืบค้นเมื่อ 10 October 2017.
  8. "РФ и Саудовская Аравия подписали меморандум о покупке и локализации продукции ВПК". TASS. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 October 2017. สืบค้นเมื่อ 10 October 2017.
  9. Moss, Matthew (2019-02-19). "Saudi Arabia to Receive First AK-103s Soon". Overt Defense (ภาษาอังกฤษแบบแคนาดา). สืบค้นเมื่อ 2021-04-19.
  10. "From Russia with Love, Syria's AK-74Ms". 19 February 2015. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-02-06. สืบค้นเมื่อ 2017-11-03.
  11. полковник С. Сергеев. О реформе вооруженных сил Венесуэлы // "Зарубежное военное обозрение", № 8, 2006. стр.22-24
  12. Khakee, Anna; Dreyfus, Pablo; Glatz, Anne-Kathrin (10 June 2006). "3. An Uphill Battle: Understanding Small Arms Transfers". Small Arms Survey 2006: Unfinished Business (ภาษาอังกฤษ). Geneva, Switzerland: Oxford University Press. p. 87. ISBN 9780199298488. สืบค้นเมื่อ 19 September 2023.
  13. "Venezuelan AK-103 Factory Will Start Working in 2019 -". 12 December 2016. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-04-17. สืบค้นเมื่อ 2018-04-16.
  14. "Venezuelan Kalashnikov Plant to Begin AK-103 Manufacture in 2019 -". 13 April 2018. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-04-17. สืบค้นเมื่อ 2018-04-16.
  15. "Russia has launched a factory for the production of cartridges for Kalashnikov assault rifles in Venezuela". LIGA. 2025-07-02. สืบค้นเมื่อ 2025-07-04.
  16. "El Ministerio del Interior de Uruguay adquiere 500 fusiles de asalto AK-103 para su Guardia Nacional".
  17. "The Yemeni-Made AK-103 -The Firearm Blog". 3 February 2022. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 February 2022. สืบค้นเมื่อ 6 August 2023.