เรือดำน้ำโซเวียต เอส-194

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ORP Orzel2 317.jpg
เรือดำน้ำชั้นวิสกี้
ประวัติเรือ กองทัพเรือโซเวียต
ต่อที่: สหภาพโซเวียต
ต่อเรือ: ค.ศ. 1957
ขึ้นระวางประจำการ: ค.ศ. 1958
ปลดประจำการ: ค.ศ. 1991 [1]
สถานภาพ: จมนอกชายฝั่งเดนมาร์ก
ข้อมูลจำเพาะ
ชื่อเรือ: • Soviet Projektu 613
• NATO code named Whiskey-class
หมายเลขประจำเรือ: S-194
ประเภท: เรือดำน้ำ
ระวางขับน้ำ: • บนผิวน้ำ 1,050 ตัน
• ขณะดำ 1,350 ตัน
ความยาว: 75.20 เมตร
ความกว้าง: 6.30 เมตร
กินน้ำลึก: 4.90 เมตร
ระบบขับเคลื่อน: • เครื่องยนต์ดีเซล 2 x 37-D กำลัง 2,000 แรงม้า
• เครื่องไฟฟ้ากำลัง 150 kW (ใช้เดินใต้น้ำ)
ความเร็ว: • ผิวน้ำ 17 นอต
• ใต้น้ำ 13 นอต
รัศมีทำการ: 13,500 ไมล์ทะเล
กำลังพลประจำการ: • ทหารประจำเรือ 56 นาย
อาวุธ: • ตอร์ปิโดขนาด 530 มม. ที่หัวเรือ 4 ท่อ
• ตอร์ปิโดขนาด 530 มม. ที่ท้ายเรือ 2 ท่อ
• ปินใหญ่ขนาด 76 มม. 1 กระบอก
• ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 25 มม. 1 กระบอก [2]

เรือดำน้ำโซเวียต เอส-194 เป็นเรือดำน้ำของสหภาพโซเวียต ในชั้น โปรเจกต์ 613 หรือที่นาโตกำหนดรหัสเรียกขานว่า เรือดำน้ำชั้นวิสกี้ ซึ่งต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือของโซเวียต ระหว่าง พ.ศ. 2492 - พ.ศ. 2501 เป็นจำนวน 236 ลำ ประจำการในกองทัพเรือโซเวียตระหว่างสงครามเย็น [3] พัฒนามาจากเรืออู Type-XXI ของเยอรมนี [3] ที่โซเวียตยึดได้ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังสิ้นสุดสงครามเย็น กองทัพเรือโซเวียตปลดประจำการเรือในชั้นนี้ และแยกชิ้นส่วนขายเป็นเศษเหล็ก สำหรับเรือ S-194 ลำนี้ นาย Timo Wallin นักธุรกิจชาวสวีเดนได้ซื้อไว้ เปลี่ยนชื่อเป็น ยู-194 [4] และปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ และให้เช่าเป็นสถานที่จัดเลี้ยง [2] โดยถอดเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ออก จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ เมือง Helsingborg ประเทศสวีเดน

ต่อมา นาย Wallin ได้ประกาศขายเรือลำนี้ในราคา 250,000 ยูโร [3] และตกลงขายให้ เจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์เจษฎา เทคนิค มิวเซียม เพื่อนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่กำลังสร้างที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพิธีส่งมอบเรือเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2550 [5] และใช้เรือลากจูงมาประเทศไทย โดยมีกำหนดเปิดให้ประชาชนเข้าชมในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550 นำไปปรับปรุง และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2550

เรือ S-194 ผ่านการซ่อมแซมที่อู่เรือ Gryfia เมือง Szczecin ประเทศโปแลนด์ [6] และจะลากจูงกลับประเทศไทย แต่เกิดอุบัติเหตุอับปางลงนอกชายฝั่งเมือง Thyborøn ประเทศเดนมาร์ก 50 กิโลเมตร หลังจากเจอพายุ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 [4][6] นายเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ กำลังศึกษาความเป็นไปได้ ที่จะกู้เรือขึ้นมาใหม่ เพื่อนำมาจัดแสดงต่อไป [7]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]