เฉลิมชาติ การุญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เฉลิมชาติ การุญ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 ธันวาคม พ.ศ. 2510 (51 ปี)
พรรคการเมือง ภูมิใจไทย
ศาสนา พุทธ

นายเฉลิมชาติ การุญ เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร และเป็นอดีตประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน และรองประธานกรรมาธิการการพลังงาน ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 23

ประวัติ[แก้]

เฉลิมชาติ การุญ เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2510

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ[1]

Conflicting Management จาก Royal Roads University. British Columbia., Canada

การทำงาน[แก้]

ก่อนเข้ามาทำงานด้านการเมือง เฉลิมชาติ การุญ ได้ผ่านงานด้านวิศวกรรม โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมพลังงาน และวิศวกรรมไฟฟ้า มีผลงานด้านดังกล่าวในภาคอุตสาหกรรมจนกระทั่งปี 2547 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ครั้งแรกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 สังกัดพรรคพลังประชาชน ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค เขาจึงย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย

เขาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 23 (ชุดจากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550)

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 เขาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยแพ้ให้กับนายนริศร ทองธิราช ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

ในระหว่างการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เฉลิมชาติ การุญ ได้นำความรู้และประสบการณ์ด้านวิศวกรรมและพลังงาน มาสร้างการเรียนรู้กับชาวบ้าน จนเกิดโครงการ ไบโอดีเซลช่วยชาติ โดยผลิตเครื่องทำน้ำมันไบโอดีเซลขนาด 400 ลิตรต่อวันและสร้างเครือข่ายพลังงานชุมชน

หลังการเลือกตั้งทั้วไป พศ 2554 เฉลิมชาติ การุญได้หยุดบทบาททางการเมืองและไม่ลงสมัครการเลือกตั้งไดๆ แต่ยังอยู่เบื่องหลัง และได้กลับสู่ภาคอุตสาหกรรม วิศวกรรม และงานด้านวิชาการ ค้นคว้าและออกแบบ โดยปัจจุบันมีตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ที่ปรึกษา และกรรมการบริษัทชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนมีตำแหน่งกรรมการ กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าอีเล็กทรอนิคและคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรรมการสภาองค์การนายจ้าง ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญต่อภาคการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของประเทศ

อ้างอิง[แก้]