เจ้าหญิงเบียทริซแห่งสเปน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าหญิงเบียทริซแห่งสเปน
BeatrizSpain.jpg
พระนามเบียทริซ อิซาเบล เฟเดริกา อัลฟอนซา เอวเคเนีย คริสตินา มาเรีย เทเรซา เบียนเบนิดา ลาดิสลา เด บอร์บอน อี บัตเต็นแบร์ก
พระนามเต็มเจ้าหญิงเบียทริซแห่งสเปน
พระอิสริยยศเจ้าหญิงแห่งสเปน
ราชวงศ์ราชวงศ์บูร์บง
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ22 มิถุนายน ค.ศ. 1909(1909-06-22)
เซกอเวีย, สเปน
สิ้นพระชนม์22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 (93 ปี)
โรม, อิตาลี
พระราชบิดาพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 13 แห่งสเปน
พระราชมารดาวิกตอเรีย ยูจีนีแห่งบัทเทนแบร์ก สมเด็จพระราชินีแห่งสเปน
พระสวามีอเลสซานโดร ตอร์โลเนีย
พระบุตร4 พระองค์

เจ้าหญิงเบียทริซแห่งสเปน (Infanta Beatriz of Spain; เบียทริซ อิซาเบล เฟเดริกา อัลฟอนซา เอวเคเนีย คริสตินา มาเรีย เทเรซา เบียนเบนิดา ลาดิสลา เด บอร์บอน อี บัตเต็นแบร์ก; Beatriz Isabel Federica Alfonsa Eugenia Cristina Maria Teresa Bienvenida Ladisla de Borbon y Battenberg; ประสูติ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2452 สิ้นพระชนม์ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545) เป็นพระราชธิดาในพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 13 แห่งสเปน และ สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ยูจีนีแห่งสเปน และพระปิตุจฉาในสมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์โลสที่ 1 แห่งสเปน อีกทั้งยังทรงเป็นหนึ่งในพระราชปนัดดาที่มีพระชนม์ชีพยืนยาวของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย

ชีวิตในวัยเยาว์[แก้]

เจ้าหญิงเบียทริซประสูติเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2452 ณ พระราชวังลากรันยา เมืองซานอิลเดฟอนโซ โดยเป็นพระราชธิดาพระองค์โตในพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 13 แห่งสเปน พระราชโอรสของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 12 แห่งสเปน และ สมเด็จพระราชินีมาเรีย คริสตินาแห่งสเปน กับ สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ยูจีนีแห่งสเปน พระธิดาองค์เดียวในเจ้าชายเฮนรีแห่งแบ็ตเต็นเบิร์ก และ เจ้าหญิงเบียทริซแห่งสหราชอาณาจักร พระราชธิดาองค์เล็กของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งแซ็กซ์-โคบูร์กและก็อตธา

เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2474 ขณะที่เจ้าหญิงมีพระชนมายุ 11 พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสเปนเสด็จออกจากประเทศสเปนต่อหน้าการเดินขบวนประท้วงของพวกลัทธิสาธารณรัฐนิยม พระองค์เสด็จไปเพียงลำพังโดยทิ้งพระมเหสีกับพระโอรสและธิดาไว้ แม้ว่าจะไม่ทรงสละราชสมบัติจนกระทั่งถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2484 พระองค์ประทับลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศโดยทรงมองดูประเทศสเปนที่เต็มไปด้วยการนองเลือด ความรุนแรง และความเป็นอนาธิปไตยภายใต้รัฐบาลสาธารณรัฐใหม่ อันนำไปสู่สงครามกลางเมืองของสเปนในอีกไม่กี่ปีต่อมา

เจ้าหญิงเบียทริซประทับอยู่ในพระราชวังหลวงกับพระชนนีและพระเชษฐา พระอนุชาและพระขนิษฐา ทุกพระองค์ทรงอยู่ในประเทศสเปนในระยะสุดท้ายที่พระราชวังถูกปิดล้อมด้วยกลุ่มคนนิยมสาธารณรัฐ สมเด็จพระราชินีเอนาทรงสงสัยว่าครอบครัวของพระองค์ต้องทนทุกข์ทรมานในชะตากรรมเดียวกับพระญาติในราชวงศ์รัสเซียหรือไม่ แต่สุดท้ายทุกพระองค์สามารถเสด็จออกจากพระราชวังไปทางประตูลับในอุทยาน มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟเอสกอเรียล และประทับรถไฟข้ามชายแดนไปยังประเทศฝรั่งเศส

หมั้นหมายและอภิเษกสมรส[แก้]

ในปี พ.ศ. 2476 พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 13 และพระราชธิดาสองพระองค์คือ เจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงมาเรีย คริสตินาทรงย้ายไปประทับที่กรุงโรม เจ้าหญิงทั้งสองพระองค์มีพระนามเล่น "สาวน้อยน่ารักแห่งยุโรป" แต่เงาของโรคเฮโมฟีเลียยังคงวนเวียนอยู่ใกล้กับอนาคตทางการอภิเษกสมรสอยู่ ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นพาหะที่เป็นไปได้และพระชนกของเจ้าหญิงทั้งสองทรงเตือนผู้ที่จะมาอภิเษกสมรสอย่างละเอียดรอบคอบถึงอันตรายของโรคเฮโมฟีเลียที่มีมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งได้ส่งผลกระทบถึงพระราชโอรสสองพระองค์คือ เจ้าชายอัลฟอนโซและเจ้าชายกอนซาโล ด้วยเหตุนี้ การหมั้นหมายของเจ้าหญิงเบียทริซกับเจ้าชายอัลบาโร พระโอรสองค์โตในเจ้าชายอัลฟองโซแห่งออร์เลอ็องส์-บอร์บอนและเจ้าหญิงเบียทริซแห่งแซ็กซ์-โคบูร์กและก็อตธาในปี พ.ศ. 2474 ถูกยกเลิก

เจ้าหญิงเบียทริซทรงอภิเษกสมรสวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2478กรุงโรม กับ ดอน อเลสซานโดร ตอร์โลเนีย เจ้าชายแห่งซีวีเตลลา-เชซี ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลผู้ดีของประเทศอิตาลี อเลสซานโดรเป็นโอรสองค์เดียวของดอน มารีโน ตอร์โลเนีย เจ้าชายที่ 4 แห่งซีวีเตลลา-เชซี กับ แมรี เอลซี มัวร์ สตรีชาวอเมริกัน ด้วยความบังเอิญทางด้านวงศ์วานวิทยา เจ้าชายอเลสซานโดรเป็นปู่ทวดของนักแสดงชาวอเมริกันคือ บรูค ชีลดส์ (ที่เป็นหลานสาวของดอนนา มารีนา ตอร์โลเนีย กนิษฐาของเจ้าชายอเลสซานโดร) ในการอภิเษกสมรสก็ได้มีผู้มาร่วมงานมากมาย อาทิ พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 13 แห่งสเปน สมเด็จพระราชาธิบดีและพระราชินีแห่งอิตาลี เจ้าชายจากเชื้อพระวงศ์ 52 พระองค์ และผู้มาเยือนจำนวนมากกว่า 4,000 คนจากประเทศสเปน หลังจากจบงานพิธีทั้งสองพระองค์ทรงได้รับการต้อนรับจากสมเด็จพระสันตะปาปาไพอัสที่ 11 เจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าชายอเลสซานโดร ตอร์โลเนียทรงมีโอรสและธิดาสี่คน ดังนี้

ทั้งนี้พระองค์ ถือเป็นพระอัยยิกาใน เจ้าหญิงซิบิลลาแห่งลักเซมเบิร์ก พระชายาใน เจ้าชายกีโยมแห่งลักเซมเบิร์ก

ปลายพระชนม์ชีพ[แก้]

เจ้าหญิงเบียทริซแห่งสเปนในบั้นปลายพระชนม์ชีพ
Coat of Arms of Spanish Infantas (1700-1931), Ornaments as single women.svg

เจ้าหญิงเบียทริซประทับในพระราชวังตอร์โลเนีย กรุงโรมกับพระโอรสและพระธิดา สมเด็จพระราชาธิบดีอัลฟองโซที่ 13 พระชนกได้เสด็จสวรรคตในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2484 ณ กรุงโรม พระองค์ประทับในกรุงโรมตลอดพระชนม์ชีพ เมื่อเจ้าหญิงโอลิมเปียสมรสกับพอล-แอนนิค ไวล์เลอร์ พ่อของเขาได้รักษาพระราชวังตอร์โลเนียไว้ให้กับครอบครัวด้วย

ในขณะที่เจ้าหญิงทรงมีเสน่ห์ อารมณ์ขัน และความเรียบง่ายจากพระชนนี แต่พระองค์มิทรงเคยสูญเสียบุคลิกภาพอันสง่างามและยึดถือพิธีในทางราชวงศ์อย่างเคร่งครัด ทำให้พระธิดาของพระองค์หนักใจเวลาพบกับดัชเชสแห่งวินด์เซอร์ เจ้าหญิงทรงห้ามไม่ให้ถอนสายบัวและทำให้ต้องแสดงอากับกิริยาอย่างฉับไวระหว่างการถอนสายบัวและบิดตัวไปมา เพื่อให้ผ่านพ้นการจ้องมองอย่างจับผิดที่ดุดันของพระมารดาและดยุกแห่งวินด์เซอร์

เจ้าหญิงเบียทริซสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนพ.ศ. 2545 ณ พระราชวังตอร์โลเนีย กรุงโรม สิริรวมพระชนมายุ 93 พรรษา 5 เดือน โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน เค้านท์ ซิกวาร์ด เบอร์นาด็อต อดีตเจ้าชายแห่งสวีเดน สิ้นพระชนม์ขณะมีพระชนมายุ 94 พรรษา 7 เดือน 28 วัน ทำให้ในขณะนั้นมีพระราชปนัดดาที่ยังทรงพระชนม์ชีพในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียอีกสองพระองค์คือ เลดี้ แคทเธอรีน แบรนด์แรม (สิ้นพระชนม์แล้วในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 สิริพระชันษา 94 ปี) และ เค้านท์ คาร์ล โยฮัน เบอร์นาด็อต (สิ้นพระชนม์แล้วในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2555 สิริพระชันษา 95 ปี)

พระอิสริยยศ[แก้]

  • พ.ศ. 2452 - พ.ศ. 2478: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงเบียทริซแห่งสเปน (Her Royal Highness Infanta Beatriz of Spain)
  • พ.ศ. 2478 - พ.ศ. 2545: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงเบียทริซ ตอร์โลเนีย เจ้าหญิงพระชายาแห่งซีวีเตลลา-เชซี (Her Royal Highness Infanta Beatriz Torlonia, Princess of Civitella-Cesi)

บรรณานุกรม[แก้]

  • Eilers, Marlene A., Queen Victoria’s Descendants, Rosvall Royal Books, Falköping, 1997, 2nd Edition.
  • Eilers, Marlene A., Queen Victoria’s Descendants: Companion Volume, Rosvall Royal Books, Falköping, 2004.

อ้างอิง[แก้]