เจ้าหญิงฟัตมา เนสลีชาห์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าหญิงฟัตมา เนสลีชาห์
Princess Neslişah of Ottoman.jpg

พระนามเต็ม ฟัตมา เนสลีชาห์
พระอิสริยยศ เจ้าหญิงแห่งออตโตมัน
เจ้าหญิงแห่งอียิปต์
ราชวงศ์ ออตโตมัน (ประสูติ)
มูฮัมหมัดอาลี (เสกสมรส)
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464
พระราชวังนิซันตาซี นครอิสตันบูล จักรวรรดิออตโตมัน
สิ้นพระชนม์ 2 เมษายน พ.ศ. 2555 (91 ปี)
นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี
พระบิดา เจ้าชายเซซาด โอมาร์ ฟารุก เอฟเฟนดี
พระมารดา เจ้าหญิงรูกิเย ซาบิฮะ สุลต่าน
พระสวามี เจ้าชายมูฮัมหมัด อับเดล โมนีม
พระบุตร เจ้าชายอับบัส ฮิลมีแห่งอียิปต์
เจ้าหญิงอิกบาล ฮิลมิ อับดุลมูนิม ฮานิมสุลต่าน
พระมหากษัตริย์แห่งอียิปต์
– ตำแหน่งในนาม –
พระราชวงศ์แห่งอียิปต์
Coat of arms of Egypt (1922–1953).svg
พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์

เจ้าหญิงฟัตมา เนสลีชาห์แห่งออตโตมัน (ตุรกี:Fatma Neslişah Osmanoğlu Sultan; ประสูติ: 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1921สิ้นพระชนม์ 2 เมษายน ค.ศ. 2012) พระปนัดดาของกาหลิบคนสุดท้ายแห่งจักรวรรดิออตโตมัน โดยพระบิดาคือเจ้าชายเซซาด โอมาร์ ฟารุก เอฟเฟนดี เป็นโอรสในกาหลิบอับดุลเมซิดที่ 2 กับพระมเหสีพระองค์แรก และพระมารดาคือเจ้าหญิงรูกิเย ซาบิฮะ สุลต่าน เป็นพระธิดาในสุลต่าน และกาหลิบคนสุดท้ายแห่งออตโตมัน สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 6 กับพระมเหสีพระองค์แรก

พระประวัติ[แก้]

เจ้าหญิงฟัตมา เนสลีชาห์ เป็นพระปนัดดาของกาหลิบคนสุดท้ายแห่งจักรวรรดิออตโตมัน โดยพระบิดาคือเจ้าชายเซซาด โอมาร์ ฟารุก เอฟเฟนดี (ประสูติ 27/29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1898 พระราชวังโอตากอย อิสตันบูล- สิ้นพระชนม์ 28 มีนาคม ค.ศ. 1969/1971) ทรงเป็นโอรสในกาหลิบอับดุลเมซิดที่ 2 กับพระมเหสีพระองค์แรก และพระมารดาคือเจ้าหญิงรูกิเย ซาบิฮะ สุลต่าน (ประสูติ 19 มีนาคม/1 เมษายน ค.ศ. 1894 พระราชวังโอตากอย อิสตันบูล - สิ้นพระชนม์ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1971 ที่อิสตันบูล) เป็นพระธิดาในสุลต่าน และกาหลิบคนสุดท้ายแห่งออตโตมัน สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 6 กับของพระมเหสีพระองค์แรก โดยเจ้าหญิงเจริญพระชันษาในเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส หลังจากการเสด็จลี้ภัย ตั้งแต่พระองค์ยังมีพระชันษาได้ 3 ชันษา

เสกสมรส[แก้]

เจ้าหญิงฟัตมา เนสลีชาห์ ได้ดำรงพระอิสริยยศเป็น เจ้าหญิงแห่งอียิปต์[1][2] จากการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายมูฮัมหมัด อับเดล โมนีม พระราชโอรสในคีดิฟอับบาส ฮิลมีที่ 2 กับอิกบาล ฮานิม โดยงานเสกสมรสดังกล่าวถูกจัดขึ้นในพระราชวังเฮลิโอโปลิส กรุงไคโร เมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1940 แต่สองปีก่อนหน้านี้เจ้าชายผู้เป็นพระสวามีเคยทูลขอพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าฟารุกที่ 1 เพื่ออภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงมือเซเยน (1909–1969) พระขนิษฐาในพระเจ้าซ็อกที่ 1 แห่งแอลเบเนีย ด้วยสินสอดมูลค่า 50,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่สำเร็จ[3] โดยทั้งสองพระองค์ ได้มีพระโอรส-ธิดา 2 พระองค์ คือ

ต่อมาพระสวามีของเจ้าหญิง ซึ่งเคยเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระเจ้าฟูอัดที่ 2 ที่ยังเป็นทารกแรกประสูติ ซึ่งเป็นผลจากการสละราชสมบัติของพระเจ้าฟารุกที่ 1 แต่หลังการยกเลิกผู้สำเร็จราชการทั้งสามคนในวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1952 คงเหลือแต่เจ้าชายโมฮัมหมัดแต่เพียงพระองค์เดียว พระสวามีจึงกลายเป็นเจ้าชายผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (Prince regent)[4] เจ้าหญิงฟัตมาต้องประกอบพระกรณียกิจเยี่ยงพระชายาของพระมหากษัตริย์ ทรงเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา อาทิการแข่งขันโปโลและการแข่งขันเทนนิสทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติรอบสุดท้าย[5]

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง[แก้]

หลังการดำรงตำแหน่งในการเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของเจ้าชายมูฮัมหมัด ท้ายที่สุดอียิปต์ก็ทำการปฏิวัติยกเลิกระบอบสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 1953 ต่อมาในปี ค.ศ. 1957 พระสวามีและพระองค์ถูกจับกุมด้วยข้อหาวางแผนต่อต้านนายพลกาเมล อับเดล นัสซอร์[6] ในเวลาต่อมาทั้งสองได้ถูกเนรเทศอีกครั้งซึ่งครั้งนี้เจ้าหญิงฟัตมาทรงพำนักในยุโรประยะหนึ่ง ก่อนที่จะเสด็จนิราศไปประทับในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี[7] จนท้ายที่สุดเจ้าชายโมฮัมหมัดได้สิ้นพระชนม์ลงที่นั้นในปี ค.ศ. 1979

เจ้าหญิงฟัตมา เนสลีชาห์ ทรงใช้ชีวิตบั้นปลายพระชนม์พำนักอยู่ในนครอิสตันบูลร่วมกับพระธิดาที่ไม่เสกสมรสคือ เจ้าหญิงอิกบาล[5] และเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงองค์สุดท้ายของราชวงศ์ออตโตมัน[8]

สิ้นพระชนม์[แก้]

เจ้าหญิงฟัตมา เนสลีชาห์ เจ้าหญิงองค์สุดท้ายของราชวงศ์ออตโตมัน สิ้นพระชนม์เมื่อวันจันทร์ที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2012 ด้วยพระอาการพระหทัยพิการ สิริพระชนมายุได้ 91 พรรษา[9][10] และมีพิธีฝังพระศพในวันอังคารที่ 3 เมษายนปีเดียวกัน ณ นครอิสตันบูล อดีตราชธานีของจักรวรรดิออตโตมัน[11]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Montgomery-Massingberd 1980, p. 35
  2. Montgomery-Massingberd 1980, p. 247
  3. "TO WED KING ZOG'S SISTER; Prince Abdul Moneim Receives Egyptian Ruler's Permission". The New York Times. 12 July 1938.
  4. Rizk, Yunan Labib (27 January – 2 February 2005). "Royal help". Al-Ahram Weekly (727). สืบค้นเมื่อ 2008-08-02.
  5. 5.0 5.1 Raafat, Samir (2005). "Egypt's First Ladies". Egy.com. สืบค้นเมื่อ 2010-02-27. Unknown parameter |month= ignored (help)[ลิงก์เสีย]
  6. http://news.google.com/archivesearch?q=It+said+a+relative+of+former+King+Farouk%2C+Prince+Abdel+Moneim%2C+and+his+socialite+wife%2C+Nazli+Shaa%2C+had+been+arrested+in+connection+with+the+plot.&btnG=Search&um=1&ned=uk&hl=en&scoring=a
  7. http://web.archive.org/web/20091027082105/http://geocities.com/hazemsakr/royal/neslisah.html
  8. http://www.ottomanfamily.com/index.php?page=4
  9. "Death of HIH The Princess Fatma Neslişah" (Press release) (in อังกฤษ). Possenhofen. 5 เมษายน 2555. Archived from the original on 2012-07-16. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2555.
  10. "Eldest member of Ottoman dynasty, Neslişah Sultan, dies" (Press release) (in อังกฤษ). Today's Zaman. 2 เมษายน 2555. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2555.
  11. "Neslisah Sultan, Last Ottoman Dynasty Member, Dies at 91" (Press release) (in อังกฤษ). The Inquisitr. 4 เมษายน 2555. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2555.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]