เจฟฟ์ ลินน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Jeff Lynne
ชื่อจริงเจฟฟ์ ลินน์
ชื่ออื่นOtis Wilbury / Clayton Wilbury
เกิด30 ธันวาคม ค.ศ. 1947 (71 ปี)
ที่เกิดเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
แนวเพลงโปรเกรสซีฟร็อก ป็อปร็อก
อาชีพนักร้อง นักดนตรี โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง
เครื่องดนตรีร้องนำ กีตาร์ คีย์บอร์ด เบส กลอง เพอร์คัชชั่น ไวโอลิน เชลโล
ช่วงปี1966 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลงJet, Harvest, Epic, SonyBMG, Reprise
ส่วนเกี่ยวข้องอีเล็กทริกไลท์ออเคสตรา
เดอะบีตเทิลส์
แทรเวลลิง วิลเบอร์รีส์
จอร์จ แฮร์ริสัน

เจฟฟ์ ลินน์ (อังกฤษ: Jeff Lynne) นักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ หัวหน้าวงอีเล็กทริกไลท์ออเคสตรา (อีแอลโอ) ผลงานเพลงที่มีชื่อเสียงเช่นเพลง "Evil Woman", "Telephone Line", "Livin' Thing", "Mr. Blue Sky", "Don't Bring Me Down" และ "Sweet Talkin' Woman" งานเพลงของเขาได้รับอิทธิพลจากผลงานของเดอะบีตเทิลส์ ในช่วงปี ค.ศ. 1968-69 [1] โดยเข้าไปใช้ชีวิตคลุกคลีกับสมาชิกวงเดอะ บีตเทิลส์ โดยสนิทสนมกับจอร์จ แฮร์ริสันเป็นพิเศษ จอห์น เลนนอนชื่นชอบเพลง "Showdown" ของอีแอลโอมาก ถึงกับเคยกล่าวว่า "อีแอลโอเป็นทายาทของเดอะบีตเทิลส์" [2]

ภายหลังการเสียชีวิตของจอห์น เลนนอน เจฟฟ์ ลินน์ได้ร่วมงานกับสมาชิกสามคนที่เหลือของเดอะ บีตเทิลส์ และโยโกะ โอโนะ สร้างผลงานใหม่จากเสียงร้องเดโมของเลนนอนที่บันทึกเสียงไว้ ได้ออกมาเป็นเพลง "Free as a Bird" และ "Real Love" ที่ได้รับรางวัลแกรมมี [3]

เจฟฟ์ ลินน์ได้ร่วมกับจอร์จ แฮร์ริสัน บ็อบ ดิลลัน ทอม เพตตี และรอย ออร์บิสัน ตั้งวงดนตรีซูเปอร์กรุ๊ป ชื่อ "แทรเวลลิง วิลเบอร์รีส์" (Traveling Wilburys) ระหว่างปี 1988 ถึง 1990 โดยสมมุติว่าเป็นวงดนตรีของพี่น้องตระกูล Wilbury [4] โดยเจฟฟ์ ลินน์ใช้ชื่อสมมุติว่า Otis Wilbury และ Clayton Wilbury แทรเวลลิง วิลเบอร์รีส์มีผลงานออกมาสองชุด

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.absoluteradio.co.uk/vip/profile/ELObsessive/blog/5137/John__Paul__George_and_Ringo_____and_Jeff_Lynne.html John Paul George Ringo and Jeff Lynne
  2. McGee, Alan. "ELO: The band the Beatles could have been". Guardian. สืบค้นเมื่อ 2 January 2009.
  3. http://www.face-the-music.de/beatle_e.html Jeff Lynne and the Beatles
  4. มาจากมุกตลกของแฮร์ริสัน ที่กล่าวถึงคำพูดของลินน์ ที่เคยพูดไว้ระหว่างการทำดนตรีว่า "We'll bury 'em in the mix". [1] [2]