เจนนิเฟอร์ อนิสตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจนนิเฟอร์ อนิสตัน
JenniferAnistonHWoFFeb2012.jpg
อนิสตันในงานจารึกฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟมในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ชื่อเกิดเจนนิเฟอร์ โจอันนา อนิสตัน[1]
เกิด 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 (50 ปี)
เชอร์แมนโอกส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
คู่สมรส แบรด พิตต์
(2543–2548)
จัสติน เทอรู
(2558–2561)
อาชีพ นักแสดง โปรดิวเซอร์ นักธุรกิจ
รางวัลเอมมี
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม สาขาซีรีส์ตลก
พ.ศ. 2545 - เฟรนด์ส
รางวัลลูกโลกทองคำ
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากซีรีส์ทางโทรทัศน์ประเภทเพลงหรือตลก
พ.ศ. 2546 - เฟรนด์ส
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
เว็บทางการ

เจนนิเฟอร์ โจอันนา อนิสตัน[1] (อังกฤษ: Jennifer Joanna Aniston; เกิด 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512) เป็นนักแสดง, โปรดิวเซอร์​ และนักธุรกิจชาวอเมริกัน​ เธอเป็นบุตรสาวของ จอห์น อนิสตัน (ชื่อเดิม ยานนิส อนาสตาซาคิส)[2] นักแสดงชาวกรีก​-อเมริกัน​ และ แนนซี โดว์ นางแบบและนักแสดงหญิงชาวอเมริกัน โดยอนิสตันเริ่มต้นอาชีพนักแสดงจากบทบาทตัวประกอบฉากหลังที่ไม่ขึ้นเครดิตในภาพยนตร์แนวไซไฟ​เรื่อง Mac and Me ในปี ค.ศ. 1988 และมีผลงานละครซิตคอมที่ออกอากาศทางช่องฟ็อกซ์และเอ็นบีซี​ ต่อมาในปี ค.ศ. 1993 เธอ​ได้รับบทบาทนักแสดงนำเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์สยองขวัญ​เรื่อง Leprechaun -​ มันแอบอยู่ในบ้าน ก่อนที่จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและได้กลายมาเป็นนักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูดโดยเฉพาะในช่วงต้นยุคคริสต์ทศวรรษ 1990​ โดยอนิสตันจัดเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่มีค่าตัวสูงที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูดในช่วงเวลาดังกล่าว

เจนนิเฟอร์ อนิสตัน มีชื่อเสียงทั่วโลกจากบทบาท เรเชล กรีน ในละครซิตคอมเรื่อง เฟรนส์ ที่ออกอากาศทางสถานีเอ็นบีซีในปี ค.ศ. 1994 ซึ่งจากบทบาทนี้ทำให้เธอได้รับรางวัลเอมมี, รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ โดยตัวละครตัวนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและกลายเป็นหนึ่งในตัวละครหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกา[3][4]นอกจากนี้เธอยังประสบความสำเร็จในการแสดงภาพยนตร์แนวคอมเมดี​และโรแมนติก-คอมเมดี​หลายเรื่องเช่น Bruce Almighty -​ 7 วันนี้พี่ขอเป็นพระเจ้า (ค.ศ. 2003), Rumor Has It -​ อยากลือดีนัก งั้นรักซะเลย (ค.ศ. 2005), The Break-Up -​ เตียงหัก แต่รักไม่เลิก (ค.ศ. 2006), แกล้งแต่งไม่แกล้งรัก (ค.ศ. 2011)

อนิสตันได้รับการจารึกชื่ออยู่บนฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟมในปี พ.ศ. 2555 จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอบส์ เธอได้อันดับที่ 3 ในรายชื่อ "นักแสดงหญิงที่มีรายได้สูงที่สุดในฮอลลีวูด" ในปี พ.ศ. 2557 ด้วยรายได้ 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[5][6] หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ประเมินทรัพย์สินของอนิสตัน ว่ามีมูลค่าสุทธิอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[7] นอกจากนี้เธอยังอยู่ในรายชื่อ "ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก"[8][9][10] ในปี พ.ศ. 2547 นิตยสารพีเพิล จัดให้เธอเป็น "ผู้หญิงที่สวยที่สุด" และได้รับการโหวตให้เป็น "ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดอยู่ตลอดเวลา" ของนิตยสารเม็นส์เฮลต์ ประจำปี พ.ศ. 2554[11] เธอสมรสกับแบรด พิตต์ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 โดยจัดพิธีสมรสที่ชายหาดแมลิบู แต่ต่อมาในวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2548 พวกเขาได้หย่าร้างกันหลังจากใช้ชีวิตคู่กัน 5 ปี ในปี พ.ศ. 2558 อนิสตันสมรสกับนักแสดง จัสติน เทอรู

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Jennifer Aniston- Biography". Yahoo! Movies. สืบค้นเมื่อ May 17, 2013.
  2. "John Aniston bio". Soap Opera Digest. Archived from the original on September 5, 2015. สืบค้นเมื่อ September 1, 2015. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  3. Adam B. Vary (November 14, 2014). "The 100 Greatest Characters of the Last 20 Years: Here's our full list!". Entertainment Weekly. Time Inc. สืบค้นเมื่อ July 7, 2012.
  4. Potts, Kim (November 14, 2014). "100 Most Memorable Female TV Characters". AOL TV. สืบค้นเมื่อ July 20, 2012.
  5. "Hollywood's Highest Paid Actresses". Forbes. สืบค้นเมื่อ December 24, 2014.
  6. "Sandra Bullock's $51 million tops Forbes list of highest paid actresses". nydailynews.com. August 4, 2014. สืบค้นเมื่อ December 24, 2014.
  7. Tucker, Reed (May 4, 2014). "10 years later, how do the 'Friends' stack up?". New York Post. สืบค้นเมื่อ August 22, 2015.
  8. "Beautiful 'People'". cbs news. สืบค้นเมื่อ December 3, 2014.
  9. Amelia Gayle (September 15, 2009). "Why They Still Look This Fantastic". cosmopolitan magazine. สืบค้นเมื่อ December 3, 2014.
  10. "Women we love". Esquire magazine. สืบค้นเมื่อ December 3, 2014.
  11. Moraski, Lauren (December 12, 2011). "Jennifer Aniston named hottest woman of all time by Men's Health". CBS News. CBS Corporation. สืบค้นเมื่อ August 19, 2013.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]