ข้ามไปเนื้อหา

สะพานเวสต์มินสเตอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สะพานเวสต์มินสเตอร์
เส้นทางถนน A302
ข้ามแม่น้ำเทมส์
ที่ตั้งลอนดอน
ผู้ดูแลการขนส่งลอนดอน
สถานะสิ่งก่อสร้างภายใต้การพิทักษ์ Grade II*
เหนือน้ำสะพานแลมเบธ
ท้ายน้ำสะพานฮังเกอร์ฟอร์ดและสะพานโกลเดนจูบิลี
ข้อมูลจำเพาะ
ประเภทสะพานโค้ง
ความยาว820 ฟุต (250 เมตร)
ความกว้าง85 ฟุต (26 เมตร)
จำนวนช่วง7
ประวัติ
ผู้ออกแบบทอมัส เพจ
วันเปิด(สะพานแรก) 18 พฤศจิกายน 1750
(สะพานที่สอง) 24 พฤษภาคม 1862
ที่ตั้ง
แผนที่
สะพานเวสต์มินสเตอร์โดยโจเซฟ ฟาร์ริงตัน, ค.ศ. 1789 (สะพานเดิม)

สะพานเวสต์มินสเตอร์ (อังกฤษ: Westminster Bridge) เป็นสะพานรถยนต์และคนเดินเท้าทอดข้ามแม่น้ำเทมส์ในลอนดอน เชื่อมระหว่างเวสต์มินสเตอร์ทางฝั่งตะวันตกและแลมเบธทางฝั่งตะวันออก

ตัวสะพานทาสีเป็นสีเขียวเป็นหลัก ซึ่งเป็นสีเดียวกับเบาะหนังที่นั่งในสภาสามัญชนที่ตั้งอยู่ด้านที่ใกล้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์มากที่สุด แต่เป็นโทนธรรมชาติที่คล้ายสีสนิมเขียว (verdigris) สิ่งนี้มีความต่างจากสะพานแลมเบธที่ทาสีแดง สีเดียวกับที่นั่งในสภาขุนนางและตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของอาคารรัฐสภา[1]

ในช่วง ค.ศ. 2005–2007 สะพานได้ผ่านการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด รวมถึงการเปลี่ยนเชิงชายและการทาสีสะพานใหม่ทั้งหมด สะพานแห่งนี้เชื่อมต่อกับพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำกับเคาน์ตีฮอลล์และลอนดอนอายทางฝั่งตะวันออกและเคยเป็นจุดสิ้นสุดการแข่งขันในช่วงปีแรก ๆ ของลอนดอนมาราธอน

สะพานถัดไปทางท้ายน้ำคือสะพานฮังเกอร์ฟอร์ดและสะพาโกลเดนจูบิลีและสะพานที่อยู่เหนือน้ำคือสะพานแลมเบธ สะพานเวสต์มินสเตอร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งก่อสร้างภายใต้การพิทักษ์ Grade II* ใน ค.ศ. 1981[2]

ประวัติศาสตร์

[แก้]

เป็นเวลากว่า 600 ปี (อย่างน้อยระหว่าง ค.ศ. 1129–1729) สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่อยู่ใกล้สะพานลอนดอนที่สุดคือที่คิงส์ตัน ตั้งแต่ปลายสมัยทิวเดอร์ การจราจรคับคั่งในช่วงเวลาค้าขายที่สะพานลอนดอน (สำหรับสินค้าทางถนนและรถม้าจากเคนต์ เอสเซกซ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเซอร์รีย์ มิดเดิลเซกซ์ และอื่น ๆ) มักใช้เวลานานกว่าชั่วโมง[3] มีการเสนอสร้างสะพานที่เวสต์มินสเตอร์ใน ค.ศ. 1664 แต่ถูกต่อต้านโดยสภาลอนดอนและกลุ่มคนพายเรือ การต่อต้านเพิ่มเติมยังคงมีอิทธิพลจนถึง ค.ศ. 1722 อย่างไรก็ดี มีการสร้างสะพานกลางคัน (แม้จะเป็นสะพานไม้) ที่พัตนีย์ใน ค.ศ. 1729 และโครงการสะพานเวสต์มินสเตอร์ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาใน ค.ศ. 1736 สะพานเวสต์มินสเตอร์ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากทุนเอกชน การออกสลากกินแบ่ง และเงินอุดหนุน โดยถูกสร้างขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1739–1750 ภายใต้การดูแลของวิศวกรชาวสวิส ชาลส์ ลาเบลลี[4] สะพานเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1750[5]

นครลอนดอนตอบสนองต่อการมีสะพานเวสต์มินสเตอร์และการเพิ่มขึ้นของประชากรด้วยการรื้อถอนอาคารบนสะพานลอนดอนและขยายความกว้างของสะพานในช่วง ค.ศ. 1760–63 การมีอยู่ของสะพานนี้และสะพานพัตนีย์ปูทางให้มีการสร้างสะพานอื่นอีกสี่แห่งภายในสามทศวรรษถัดมา ได้แก่ สะพานแบล็กไฟรเออส์ (1769, สร้างโดยนครลอนดอน), สะพานคิว (1759), สะพานแบตเตอร์ซี (1773), และสะพานริชมอนด์ (1777) ซึ่งเป็นช่วงที่ถนนและยานพาหนะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นและมีการขนส่งสินค้าทางน้ำน้อยลง

สะพานแห่งนี้ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเวสต์เอนด์ไปยังเซาท์ลอนดอนที่กำลังพัฒนารวมถึงการขนส่งสินค้าและรถม้าจากเทศมณฑลทางปากแม่น้ำและท่าเรือของอีสต์ซัสเซกซ์และเคนต์ หากไม่มีสะพานนี้ การจราจรเข้าและออกจากเวสต์เอนด์ที่ใหญ่กว่าจะต้องผ่านถนนที่มักคับคั่งพอ ๆ กับสะพานลอนดอน โดยเฉพาะสแตรนด์/ฟลีตสตรีต และนิวอ็อกซ์ฟอร์ดสตรีต/โฮลบอร์น นอกจากนี้ ยังมีการสร้างและปรับปรุงถนนทั้งสองฝั่งแม่น้ำ รวมถึงถนนแชริงครอสและบริเวณรอบเอเลแฟนต์แอนด์คาสเซิลในเซาท์วาร์ก

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 สะพานทรุดตัวอย่างหนักและต้องเสียค่าบำรุงรักษาสูง สะพานปัจจุบันได้รับการออกแบบโดยทอมัส เพจและเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1862[6] ด้วยความยาว 820 ฟุต (250 เมตร) และความกว้าง 85 ฟุต (26 เมตร)[7] เป็นสะพานเหล็กหล่อที่มีเจ็ดซุ้มโค้ง[8] พร้อมรายละเอียดแบบกอทิกโดยชาลส์ แบร์รี (สถาปนิกของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์) สะพานนี้เคยมีรางรถรางอยู่เป็นส่วนใหญ่ของครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 ตั้งแต่ ค.ศ. 1906 จนถึง 1952 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมในปีนั้น รถรางคันสุดท้ายได้เดินทางข้ามสะพานอย่างเป็นพิธี[9] นับตั้งแต่มีการรื้อถอนสะพานลอนดอนใหม่ของเรนนีใน ค.ศ. 1967 สะพานแห่งนี้จึงเป็นโครงสร้างถนนที่เก่าแก่ที่สุดที่ทอดข้ามแม่น้ำเทมส์ใจกลางฝลอนดอน

วันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 2017 เกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นบนสะพานและต่อเนื่องไปยังบริดจ์สตรีตและโอลด์พาเลซยาร์ด มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ห้าคน ได้แก่ คนเดินเท้าสามคน เจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งคน และผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งประจำการอยู่ใกล้เคียงได้ยิงผู้ก่อเหตุเสียชีวิต มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน การสอบสวนเหตุการณ์นี้ดำเนินการโดยตำรวจนครบาล[10]

เนื่องจากอยู่ใกล้รัฐสภาบริติช สะพานเวสต์มินสเตอร์จึงเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการประท้วงในลอนดอน ตัวอย่างเช่น ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2024 ผู้ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ นำโดยแนวร่วมปาเลสไตน์เสรี (FPC) พยายามเข้ายึดพื้นที่บนสะพาน มีรายงานการปะทะกันซึ่งนำไปสู่การจับกุมโดยตำรวจนครบาล หลังจากนั้นผู้ประท้วงได้ย้ายไปยึดถนนโดยรอบเมื่อตำรวจจำกัดการเข้าถึงสะพาน[11][12]

แกลเลอรี

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Becky Jones,Clare Lewis (2012). The Bumper Book of London: Everything You Need to Know About London and More... Frances Lincoln. p. 127. ISBN 978-1-781011-03-4.
  2. Historic England. "Westminster Bridge (1081058)". National Heritage List for England. สืบค้นเมื่อ 27 November 2008.
  3. Pierce, Patricia, Old London Bridge – The Story of the Longest Inhabited Bridge in Europe, Headline Books, 2001, ISBN 0-7472-3493-0 at p.45
  4. Walker, R. J. B. (1979). Old Westminster Bridge: The Bridge of Fools. Newton Abbot: David & Charles. ISBN 978-0715378373.
  5. Cookson, Brian (October 2010). "Westminster Bridge" (PDF). London Historians. สืบค้นเมื่อ 15 August 2017.
  6. John Eade. "Where Thames Smooth Waters Glide". Thames.me.uk. สืบค้นเมื่อ 28 November 2011.
  7. Thames Tideway Tunnel (September 2013). "Tunnel and Bridge Assessments: Central Zone: Westminster Bridge" (PDF). Thames Water Utilities. p. 4. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 18 May 2015. สืบค้นเมื่อ 13 May 2015.
  8. Roberts, Howard; Godfrey, Walter H., บ.ก. (1951). "Westminster Bridge". Survey of London (ภาษาอังกฤษ). Vol. 23, Lambeth: South Bank and Vauxhall. London: London County Council. pp. 66–68. สืบค้นเมื่อ 2017-04-01 โดยทาง British History Online.
  9. Marshall, Prince (1972) (2 February 1972). Wheels of London. The Sunday Times Magazine. p. 95. ISBN 0-7230-0068-9.
  10. "London attack: What we know so far". BBC News. BBC. 27 March 2017. สืบค้นเมื่อ 27 March 2017.
  11. "Pro-Palestinian protesters block bridge outside UK parliament". Reuters (ภาษาอังกฤษ). 2024-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-09-12.
  12. "Hundreds of pro-Palestinian protesters block Westminster Bridge with sit-in". The Independent (ภาษาอังกฤษ). 2024-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-09-12.