สะพานเวสต์มินสเตอร์
สะพานเวสต์มินสเตอร์ | |
|---|---|
| เส้นทาง | ถนน A302 |
| ข้าม | แม่น้ำเทมส์ |
| ที่ตั้ง | ลอนดอน |
| ผู้ดูแล | การขนส่งลอนดอน |
| สถานะ | สิ่งก่อสร้างภายใต้การพิทักษ์ Grade II* |
| เหนือน้ำ | สะพานแลมเบธ |
| ท้ายน้ำ | สะพานฮังเกอร์ฟอร์ดและสะพานโกลเดนจูบิลี |
| ข้อมูลจำเพาะ | |
| ประเภท | สะพานโค้ง |
| ความยาว | 820 ฟุต (250 เมตร) |
| ความกว้าง | 85 ฟุต (26 เมตร) |
| จำนวนช่วง | 7 |
| ประวัติ | |
| ผู้ออกแบบ | ทอมัส เพจ |
| วันเปิด | (สะพานแรก) 18 พฤศจิกายน 1750 (สะพานที่สอง) 24 พฤษภาคม 1862 |
| ที่ตั้ง | |
![]() | |

สะพานเวสต์มินสเตอร์ (อังกฤษ: Westminster Bridge) เป็นสะพานรถยนต์และคนเดินเท้าทอดข้ามแม่น้ำเทมส์ในลอนดอน เชื่อมระหว่างเวสต์มินสเตอร์ทางฝั่งตะวันตกและแลมเบธทางฝั่งตะวันออก
ตัวสะพานทาสีเป็นสีเขียวเป็นหลัก ซึ่งเป็นสีเดียวกับเบาะหนังที่นั่งในสภาสามัญชนที่ตั้งอยู่ด้านที่ใกล้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์มากที่สุด แต่เป็นโทนธรรมชาติที่คล้ายสีสนิมเขียว (verdigris) สิ่งนี้มีความต่างจากสะพานแลมเบธที่ทาสีแดง สีเดียวกับที่นั่งในสภาขุนนางและตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของอาคารรัฐสภา[1]
ในช่วง ค.ศ. 2005–2007 สะพานได้ผ่านการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด รวมถึงการเปลี่ยนเชิงชายและการทาสีสะพานใหม่ทั้งหมด สะพานแห่งนี้เชื่อมต่อกับพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำกับเคาน์ตีฮอลล์และลอนดอนอายทางฝั่งตะวันออกและเคยเป็นจุดสิ้นสุดการแข่งขันในช่วงปีแรก ๆ ของลอนดอนมาราธอน
สะพานถัดไปทางท้ายน้ำคือสะพานฮังเกอร์ฟอร์ดและสะพาโกลเดนจูบิลีและสะพานที่อยู่เหนือน้ำคือสะพานแลมเบธ สะพานเวสต์มินสเตอร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งก่อสร้างภายใต้การพิทักษ์ Grade II* ใน ค.ศ. 1981[2]
ประวัติศาสตร์
[แก้]เป็นเวลากว่า 600 ปี (อย่างน้อยระหว่าง ค.ศ. 1129–1729) สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่อยู่ใกล้สะพานลอนดอนที่สุดคือที่คิงส์ตัน ตั้งแต่ปลายสมัยทิวเดอร์ การจราจรคับคั่งในช่วงเวลาค้าขายที่สะพานลอนดอน (สำหรับสินค้าทางถนนและรถม้าจากเคนต์ เอสเซกซ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเซอร์รีย์ มิดเดิลเซกซ์ และอื่น ๆ) มักใช้เวลานานกว่าชั่วโมง[3] มีการเสนอสร้างสะพานที่เวสต์มินสเตอร์ใน ค.ศ. 1664 แต่ถูกต่อต้านโดยสภาลอนดอนและกลุ่มคนพายเรือ การต่อต้านเพิ่มเติมยังคงมีอิทธิพลจนถึง ค.ศ. 1722 อย่างไรก็ดี มีการสร้างสะพานกลางคัน (แม้จะเป็นสะพานไม้) ที่พัตนีย์ใน ค.ศ. 1729 และโครงการสะพานเวสต์มินสเตอร์ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาใน ค.ศ. 1736 สะพานเวสต์มินสเตอร์ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากทุนเอกชน การออกสลากกินแบ่ง และเงินอุดหนุน โดยถูกสร้างขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1739–1750 ภายใต้การดูแลของวิศวกรชาวสวิส ชาลส์ ลาเบลลี[4] สะพานเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1750[5]
นครลอนดอนตอบสนองต่อการมีสะพานเวสต์มินสเตอร์และการเพิ่มขึ้นของประชากรด้วยการรื้อถอนอาคารบนสะพานลอนดอนและขยายความกว้างของสะพานในช่วง ค.ศ. 1760–63 การมีอยู่ของสะพานนี้และสะพานพัตนีย์ปูทางให้มีการสร้างสะพานอื่นอีกสี่แห่งภายในสามทศวรรษถัดมา ได้แก่ สะพานแบล็กไฟรเออส์ (1769, สร้างโดยนครลอนดอน), สะพานคิว (1759), สะพานแบตเตอร์ซี (1773), และสะพานริชมอนด์ (1777) ซึ่งเป็นช่วงที่ถนนและยานพาหนะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นและมีการขนส่งสินค้าทางน้ำน้อยลง
สะพานแห่งนี้ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเวสต์เอนด์ไปยังเซาท์ลอนดอนที่กำลังพัฒนารวมถึงการขนส่งสินค้าและรถม้าจากเทศมณฑลทางปากแม่น้ำและท่าเรือของอีสต์ซัสเซกซ์และเคนต์ หากไม่มีสะพานนี้ การจราจรเข้าและออกจากเวสต์เอนด์ที่ใหญ่กว่าจะต้องผ่านถนนที่มักคับคั่งพอ ๆ กับสะพานลอนดอน โดยเฉพาะสแตรนด์/ฟลีตสตรีต และนิวอ็อกซ์ฟอร์ดสตรีต/โฮลบอร์น นอกจากนี้ ยังมีการสร้างและปรับปรุงถนนทั้งสองฝั่งแม่น้ำ รวมถึงถนนแชริงครอสและบริเวณรอบเอเลแฟนต์แอนด์คาสเซิลในเซาท์วาร์ก
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 สะพานทรุดตัวอย่างหนักและต้องเสียค่าบำรุงรักษาสูง สะพานปัจจุบันได้รับการออกแบบโดยทอมัส เพจและเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1862[6] ด้วยความยาว 820 ฟุต (250 เมตร) และความกว้าง 85 ฟุต (26 เมตร)[7] เป็นสะพานเหล็กหล่อที่มีเจ็ดซุ้มโค้ง[8] พร้อมรายละเอียดแบบกอทิกโดยชาลส์ แบร์รี (สถาปนิกของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์) สะพานนี้เคยมีรางรถรางอยู่เป็นส่วนใหญ่ของครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 ตั้งแต่ ค.ศ. 1906 จนถึง 1952 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมในปีนั้น รถรางคันสุดท้ายได้เดินทางข้ามสะพานอย่างเป็นพิธี[9] นับตั้งแต่มีการรื้อถอนสะพานลอนดอนใหม่ของเรนนีใน ค.ศ. 1967 สะพานแห่งนี้จึงเป็นโครงสร้างถนนที่เก่าแก่ที่สุดที่ทอดข้ามแม่น้ำเทมส์ใจกลางฝลอนดอน
วันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 2017 เกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นบนสะพานและต่อเนื่องไปยังบริดจ์สตรีตและโอลด์พาเลซยาร์ด มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ห้าคน ได้แก่ คนเดินเท้าสามคน เจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งคน และผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งประจำการอยู่ใกล้เคียงได้ยิงผู้ก่อเหตุเสียชีวิต มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน การสอบสวนเหตุการณ์นี้ดำเนินการโดยตำรวจนครบาล[10]
เนื่องจากอยู่ใกล้รัฐสภาบริติช สะพานเวสต์มินสเตอร์จึงเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการประท้วงในลอนดอน ตัวอย่างเช่น ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2024 ผู้ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ นำโดยแนวร่วมปาเลสไตน์เสรี (FPC) พยายามเข้ายึดพื้นที่บนสะพาน มีรายงานการปะทะกันซึ่งนำไปสู่การจับกุมโดยตำรวจนครบาล หลังจากนั้นผู้ประท้วงได้ย้ายไปยึดถนนโดยรอบเมื่อตำรวจจำกัดการเข้าถึงสะพาน[11][12]
แกลเลอรี
[แก้]- The Building of Westminster Bridge โดย ซามูเอล สก็อตต์, ค.ศ. 1742
- สะพานเวสต์มินสเตอร์แรกในภาพวาดของกานาเลตโต, ค.ศ. 1747 จัดแสดงที่ศูนย์ศิลปะบริติชแห่งเยล นิวเฮเวน
- London Seen Through an Arch of Westminster Bridge โดยกานาเลตโต, ค.ศ. 1747
- An Arch of Westminster Bridge โดยซามูเอล สก็อตต์, ค.ศ. 1750
- สะพานเวสต์มินสเตอร์, ราว ค.ศ. 1750. เจ้าของสะพานต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ประกอบการเรือข้ามฟาก 'Horseferry' เดิม และคนพายเรือในท้องถิ่น
- เวสต์มินสเตอร์และแลมเบธ, ค.ศ. 1746. สะพานเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งเปิดใน ค.ศ. 1740, เชื่อมเวสต์มินสเตอร์กับแลมเบธ; เรือข้ามฟากฮันต์ลีย์ข้ามแม่น้ำในบริเวณที่จะมีการสร้างสะพานว็อกซอลล์ในอนาคต
- The Burning of the Houses of Lords and Commons โดย เจ. เอ็ม. ดับเบิลยู. เทอร์เนอร์, ค.ศ. 1835, โดยมีสะพานเวสต์มินสเตอร์อยู่ทางขวา
- แผนที่ ค.ศ. 1897 แสดงพระราชวังแลมเบธ สะพานแลมเบธ อาคารรัฐสภา และสะพานเวสต์มินสเตอร์
- โคมไฟถนนบนสะพาน
- ตราอาร์มของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ต พระราชสวามีบนสะพาน
- ตราอาร์มของเฮนรี จอห์น เทมเพิล ไวเคานต์พาเมอร์สตันที่ 3 บนสะพาน พาเมอร์สตันเป็นนายกรัฐมนตรีขณะที่สะพานปัจจุบันเปิดใช้งาน
- ป้ายประกาศข้อบังคับของสะพานเวสต์มินสเตอร์
- รูปปั้นสิงโตเซาท์แบงก์ที่ปลายสะพานเวสต์มินสเตอร์ฝั่งตะวันออก
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ Becky Jones,Clare Lewis (2012). The Bumper Book of London: Everything You Need to Know About London and More... Frances Lincoln. p. 127. ISBN 978-1-781011-03-4.
- ↑ Historic England. "Westminster Bridge (1081058)". National Heritage List for England. สืบค้นเมื่อ 27 November 2008.
- ↑ Pierce, Patricia, Old London Bridge – The Story of the Longest Inhabited Bridge in Europe, Headline Books, 2001, ISBN 0-7472-3493-0 at p.45
- ↑ Walker, R. J. B. (1979). Old Westminster Bridge: The Bridge of Fools. Newton Abbot: David & Charles. ISBN 978-0715378373.
- ↑ Cookson, Brian (October 2010). "Westminster Bridge" (PDF). London Historians. สืบค้นเมื่อ 15 August 2017.
- ↑ John Eade. "Where Thames Smooth Waters Glide". Thames.me.uk. สืบค้นเมื่อ 28 November 2011.
- ↑ Thames Tideway Tunnel (September 2013). "Tunnel and Bridge Assessments: Central Zone: Westminster Bridge" (PDF). Thames Water Utilities. p. 4. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 18 May 2015. สืบค้นเมื่อ 13 May 2015.
- ↑ Roberts, Howard; Godfrey, Walter H., บ.ก. (1951). "Westminster Bridge". Survey of London (ภาษาอังกฤษ). Vol. 23, Lambeth: South Bank and Vauxhall. London: London County Council. pp. 66–68. สืบค้นเมื่อ 2017-04-01 – โดยทาง British History Online.
- ↑ Marshall, Prince (1972) (2 February 1972). Wheels of London. The Sunday Times Magazine. p. 95. ISBN 0-7230-0068-9.
- ↑ "London attack: What we know so far". BBC News. BBC. 27 March 2017. สืบค้นเมื่อ 27 March 2017.
- ↑ "Pro-Palestinian protesters block bridge outside UK parliament". Reuters (ภาษาอังกฤษ). 2024-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-09-12.
- ↑ "Hundreds of pro-Palestinian protesters block Westminster Bridge with sit-in". The Independent (ภาษาอังกฤษ). 2024-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-09-12.
