ข้ามไปเนื้อหา

สอพินยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สอพินยา
စောဗညား
เจ้าเมืองเมาะตะมะ
ครองราชย์คริสต์ทศวรรษ 1510 – 1541
ถัดไปเจ้าลครอินทร์
สวรรคตพฤษภาคม ค.ศ. 1541
เมาะตะมะ
คู่อภิเษกTala Kamu แห่งพะโค
ราชวงศ์หงสาวดี
ศาสนาพุทธเถรวาท

สอพินยา (พม่า: စောဗညား, เสียงอ่านภาษาพม่า: [sɔ́ bəɲá]; สิ้นพระชนม์ 1541) เป็นอุปราชเจ้าเมืองเมาะตะมะระหว่างประมาณคริสต์ทศวรรษ 1510 ถึง 1541 และตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรหงสาวดีระหว่าง ค.ศ. 1539 ถึง 1541 เดิมพระองค์ได้รับการแต่งตั้งครั้งแรกให้เป็นอุปราชแห่งเมืองเมาะตะมะ หนึ่งในสามเมืองสำคัญของอาณาจักรหงสาวดี โดย พญารามที่ 2 ซึ่งเมืองเมาะตะมะในสมัยการปกครองของพระองค์กลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญและร่ำรวยจากการค้าขาย นอกจากนี้พระองค์ยังสร้างกองกำลังส่วนพระองค์ที่เข้มแข็งผสมกับกองทหารรับจ้างชาวโปรตุเกส ภายหลังพระองค์จึงปฏิเสธที่จะร่วมรบกับ พระเจ้าสการะวุตพี กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรหงสาวดีซึ่งมีศักดิ์เป็นพระเชษฐาพระมเหสีของพระองค์ ระหว่างการพิชิตอาณาจักรหงสาวดีของอาณาจักรตองอูช่วง ค.ศ. 1534 – 1541 หลังอาณาจักรตองอูยึดหงสาวดีได้และไม่ไว้พระทัยพระองค์ อาณาจักรตองอูจึงยกทัพมารบกับพระองค์จนถูกจับสำเร็จโทษเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1541

เจ้าเมืองเมาะตะมะ

[แก้]

สอพินยาได้รับการแต่งตั้งเป็นอุปราชเมาะตะมะ หนึ่งในสามเมืองสำคัญของอาณาจักรหงสาวดี โดยพญารามที่ 2 เมื่อประมาณคริสต์ทศวรรษ 1510 (พระองค์เป็นอุปราชอยู่แล้วใน ค.ศ. 1519 เมื่อพระองค์ลงนามสนธิสัญญาทางการค้ากับโปรตุเกส[1] ที่สะกดพระนามพระองค์เป็น "Chau Bainha"[2] พระองค์อาจเป็นเชื้อพระวงศ์หงศาวดีชั้นสูง เนื่องจากมีเพียงเจ้าชายที่มีอาวุโสสูงสุดเท่านั้นที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอุปราช) เมื่อพระเจ้าสการะวุตพีขึ้นครองราชย์ใน ค.ศ. 1526 สอพินยาจึงนำเจ้าหญิง Tala Kamu พระขนิษฐาของพระเจ้าสการะวุตพี เป็นอัครมเหสี ตามธรรมเนียมเชื่อมสายพระโลหิตเข้ากับพระประมุข[3] แม้จะมีท่าทีในตอนแรก แต่พระองค์ก็ไม่เคารพกษัตริย์วัย 15 พรรษาผู้นี้ที่แสดงให้เห็นว่าไม่สนใจการปกครองเลย และใช้เวลาไปกับ "ความบันเทิงไร้สาระกับพระสหายที่ไม่ดี"[4]

ในปีถัด ๆ มา สอพินยาแทบไม่ยอมรับเจ้าเหนือหัวของตนที่พะโค และปกครอง "32 เขตของเมาะตะมะ" (บริเวณรัฐมอญในปัจจุบัน และรัฐกะเหรี่ยงทางใต้) ดั่งกษัตริย์ พระยาอู่ รองผู้ว่าราชการของพระองค์ ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองมะละแหม่ง สมรสกับพระเชษฐภคินี/ขนิษฐาของพระเจ้าสการะวุตพีเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังภักดีต่อสอพินยามากกว่ากษัตริย์องค์สูงสุด[5] สอพินยาทำการค้าและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยตนเอง เมาะตะมะภายใต้การนำของพระองค์กลายเป็นเมืองแห่งการค้าขาย และตามคำบอกเล่าของนักสำรวจชาวโปรตุเกส เมาะตะมะมีรายได้จนร่ำรวยมหาศาล พระองค์ใช้ความมั่งคั่งจากการค้าขายเพื่อรวบรวมกองทหารที่แข็งแกร่ง ซึ่งใน ค.ศ. 1540 พระองค์ได้จ้างทหารรับจ้างชาวโปรตุเกสที่มีราคาแพง อาวุธปืน และเรือรบของพวกเขา[6]

พระองค์ประกาศอิสรภาพจากพะโคใน ค.ศ. 1534 โดยปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุนความพยายามทำสงครามของพระเจ้าสการะวุตพีต่อราชวงศ์ตองอูตามที่ข้าราชบริพารต้องทำ พระเจ้าสการะวุตพีผู้ไม่ใช่กษัตริย์ที่มีความสามารถ จึงไม่สามารถจัดการตอบโต้ต่อตองอูหรือเมาะตะมะได้ ในปีต่อ ๆ มา สอพินยาพอใจที่จะมองดูกองทัพตองอูโจมตีพม่าตอนล่างลึกขึ้นเรื่อย ๆ พระองค์ไม่คาดว่าจะมีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นกับอาณาจักรของพระองค์เอง เนื่องจากตองอูที่ไม่มีอาวุธจากต่างประเทศไม่สามารถยึดพะโค เมืองหลวงหงสาวดีที่ได้รับการปกป้องโดยทหารรับจ้างจากต่างประเทศได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อตองอูยึดพะโคได้ในที่สุดเมื่อช่วงปลาย ค.ศ. 1538 พระเจ้าสการะวุตพีไม่ไว้วางพระทัยสออพินยาอย่างมาก จึงเลือกที่จะล่าถอยไปยังอาณาจักรแปร ซึ่งเป็นอีกรัฐหนึ่ง แทนที่จะไปเมาะตะมะ[7]

สงครามกับตองอู

[แก้]

สิ้นพระชนม์

[แก้]

ในวัฒนธรรมสมัยนิยม

[แก้]

สอพินยา เป็นที่รู้จักในประเทศไทยจากนวนิยายเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ แต่งโดย โชติ แพร่พันธุ์ หรือ ยาขอบ ต่อมาได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย โดยมีนักแสดงผู้รับบท สอพินยา ได้แก่

  • แมน ธีระพล จากภาพยนตร์เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ตอน ยอดขุนพล (2509), ผู้ชนะสิบทิศ ตอน บุเรงนองลั่นกลองรบ และ ผู้ชนะสิบทิศ ตอน บุเรงนองถล่มหงสาวดี (2510)
  • สุประวัติ ปัทมสูต จากละครเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ (2523) ทางช่อง 9
  • ศานติ สันติเวชกุล จากละครเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ (2532-33) ทางช่อง 3
  • ปรมะ อิ่มอโนทัย จากละครเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ (2556) ทางช่อง 8

อ้างอิง

[แก้]
  1. Phayre 1967: 96
  2. Harvey 1925: 155
  3. Hmannan Vol. 2 2003: 196
  4. Phayre 1967: 94
  5. Sein Lwin Lay 2006: 179
  6. Phayre 1967: 96–97
  7. Htin Aung 1967: 109–110

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd.
  • Htin Aung, Maung (1967). A History of Burma. New York and London: Cambridge University Press.
  • Phayre, Lt. Gen. Sir Arthur P. (1883). History of Burma (1967 ed.). London: Susil Gupta.
  • Royal Historical Commission of Burma (1832). Hmannan Yazawin (ภาษาพม่า). Vol. 1–3 (2003 ed.). Yangon: Ministry of Information, Myanmar.
  • Sein Lwin Lay, Kahtika U (1968). Mintaya Shwe Hti and Bayinnaung: Ketumadi Taungoo Yazawin (ภาษาพม่า) (2006, 2nd printing ed.). Yangon: Yan Aung Sarpay.