วิว-มาสเตอร์
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
กล้องวิว-มาสเตอร์ โมเดล แอล (L) สีแดง ปุ่มทรงกลม ก้านโลหะ ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 (1977) โดย กาฟ (GAF) | |
| อักษรย่อ | VM |
|---|---|
| ชื่ออื่น | กล้องดูภาพสามมิติ, กล้องดูภาพสเตอริโอแยกซ้าย-ขวา |
| การใช้งาน | ใส่แผ่นรีลวงกลมลงในกล้อง เพื่อดูสไลด์ซ้าย-ขวา สองตาพร้อมกัน สมองจะรวมเป็นภาพสามมิติ กดปุ่มหรือโยกคันสับเพื่อเลื่อนเปลี่ยนภาพได้ 7 ภาพ |
| ผู้ประดิษฐ์ | วิลเลี่ยม บี. กรูเบอร์ (William B. Gruber) และ บริษัทซอว์เยอร์ส |
| ผู้ผลิต | ซอว์เยอร์ส กาฟ VMI ไอดีล ทอย ไทโค ฟิชเชอร์-ไพรซ์ แมทเทล |
| รุ่น | รุ่นแรก โมเดล เอ(A) พ.ศ. 2482(1939) รุ่นล่าสุด เวอร์ชวล รีอาลลิตี้ พ.ศ. 2558(2015) |
| ปี | พ.ศ. 2482 - ปัจจุบัน |
| อุปกรณ์อ้างอิง | ระบบภาพสามมิติ |
วิว-มาสเตอร์ (อังกฤษ: View-Master) เป็นชื่อการค้าผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่เกี่ยวกับระบบภาพสามมิติ มีจุดกำเนิดจาก กล้องดูภาพสามมิติ ซึ่งมีรูปลักษณ์เหมือน กล้องส่องทางไกลแบบสองตา ต้องใส่แผ่นรีล (Reel) เพื่อส่องดูฟิล์มสไลด์ (slides) พร้อมกัน 2 ภาพแยกสำหรับตาซ้าย-ขวา แล้วสมองจะแปรผลรวมเป็นภาพเดียวที่มีมิติตื้นลึกสมจริง กดเปลี่ยนภาพต่อเนื่องได้ 7 ภาพ
แผ่นรีลของวิว-มาสเตอร์ มีลักษณะเป็นกระดาษแข็งตัดเป็นรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ซม. หรือ 3.5 นิ้ว ฉลุช่องสี่เหลี่ยม ผนึกประกบฟิล์มสไลด์ 14 สไลด์ หรือ 7 คู่ภาพ โดยใช้สไลด์ โกด้าโครม (Kodachrome พ.ศ. 2478-2550 (1935-2007)) ของ อีสต์แมนโกดัก (Eastman Kodak พ.ศ. 2431-2555 (1888-2012))
ผู้ประดิษฐ์วิว-มาสเตอร์คือ วิลเลี่ยม บี. กรูเบอร์ (William B. Gruber) หลังจากที่ได้พบปะพูดคุยกับ ฮาโรลด์ เจ. เกรฟ (Harold J. Graves) ในปี พ.ศ. 2481 (1938) จึงชักชวนให้มาทำงานร่วมกันใน ซอว์เยอร์ส (Sawyer’s Inc.) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตโปสการ์ดที่ระลึก ตั้งอยู่ในพอร์ตแลนด์ โอเรกอน สหรัฐอเมริกา และแล้ว กล้องดูสไลด์สามมิติวิว-มาสเตอร์ก็ได้เปิดตัวครั้งแรกช่วงปลายปี พ.ศ. 2482 (1939) ในงานนิวยอร์กเวิร์ลสแฟร์ (1939 New York World’s Fair)
ยุคเริ่มต้น กล้องวิวมาสเตอร์ มีสีดำ หรือน้ำตาลเข้ม เน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายผู้ใหญ่ ใช้เพื่อการศึกษา และใช้ดูภาพสถานที่ท่องเที่ยว แต่ก็ปรับปรุงพัฒนาต่อมาอีกหลายสิบรุ่น ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของกิจการหลายบริษัท ปัจจุบันเป็นของแมทเทล (Mattel) และถูกวางตัวเป็นสินค้าเพื่อความบันเทิง ของเล่น-ของที่ระลึกสำหรับเด็ก
ผลิตภัณฑ์ล่าสุดคือ View-Master Virtual Reality พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) เป็นกล้องดูภาพสามมิติจากจอภาพสมาร์ตโฟน ร่วมกับ app เห็นภาพแบบเวอร์ชวล รีอาลลิตี้ (Virtual Reality (VR), สภาพสามมิติรอบตัวเสมือนจริง) และดูแอนิเมชัน 3 มิติ แบบ อ๊อกเมนเต็ด รีอาลลิตี้ (Augmented Reality (AR) แอนิเมชันผสานสภาพสามมิติรอบตัวเสมือนจริง) โดยการส่องกล้องไปที่ แผ่นพรีวิวรีล (Preview Reel) ซี่งทำรูปลักษณ์ให้คล้ายรีลแบบเดิม-แต่ไม่มีการใช้สไลด์อีกแล้ว (ตัวอย่าง อ๊อกเมนเต็ด รีอาลลิตี้ เช่น ภาพในเกมโปเกมอน โก ตอนที่ ม็อนสเตอร์โผล่มาให้จับบนสถานที่จริง)

วิวมาสเตอร์ เริ่มแพร่หลายในประเทศไทย ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนมีทีวีช่อง 3, (สถานีโทรทัศน์ แห่งที่ 4) และทีวียังเป็นภาพขาว-ดำ, หนังโรงเป็นเรื่องไกลตัว หนังกลางแปลงและงานวัดเป็นสถานบันเทิงที่ชุมนุมของคนทั่วไป ภาพจากภาพยนตร์ สถานที่ท่องเที่ยวสีสันสวยงาม หรือการ์ตูน ยังหาดูได้ยาก ในขณะที่ วิวมาสเตอร์ สามารถนำเสนอภาพสวยงามเหล่านั้นแถมยังเห็นมิติตื้นลึกได้ เป็นของเล่นที่พอจะมีเด็ก ๆ พกมาโรงเรียน แต่ก็ไม่มาก นอกจากนี้มีพ่อค้าทำแผงเร่-รถเร่ จัดเอา กล้องวิวมาสเตอร์ หลาย ๆ ตัว ยึดติดเรียงแถวกับแผง (มีหลอดไฟเปิดให้ความสว่างด้านหลัง) พร้อมเอาหน้าซองแผ่นรีลซึ่งพิมพ์ภาพสีสวยงาม ติดแขวนโชว์เป็นชั้น ๆ ด้านบน อย่างกับรถเข็นขายปลาหมึกปิ้ง[1] แล้วรถเร่ก็จะตระเวณไปตามโรงเรียน, งานวัด สถานชุมชน ฯลฯ เด็ก ๆ จำนวนมาก รวมถึงผู้ใหญ่ จะมาเช่าดูในราคาถูก ไม่กี่บาท (ดูภาพจำลองอดีตจากภาพยนตร์ "ตุ๊กแกรักแป้งมาก") ทำให้กล้องวิวมาสเตอร์และรถเร่เป็นสิ่งติดตาฝังใจของเด็ก-ผู้ใหญ่ มาถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะ กล้องวิว-มาสเตอร์ โมเดล แอล (L) สีแดง ปุ่มกลมก้านอลูฯ สีสดสะดุดตาเด็ก ๆ มาก, โมเดล จี (G) ทูโทนแดง-ขาว[2] และสีเบจ, ส่วนโมเดลอื่น เช่น โมเดล ซี (C) สีดำ, โมเดล อี (E) สีน้ำตาลเข้ม แม้จะเป็นรุ่นที่ผลิตแรก ๆ เก่ามาก สีเข้มทึบไม่สะดุดตา แต่ก็ด้วยความทนทาน(วัสดุเป็นแบ๊กกะไลต์) จึงถูกนำมาใช้งานอย่างยาวนานมาก ผ่านตาเด็ก ๆ หลายยุคหลายสมัย

กล้องวิวมาสเตอร์ ถูกเรียกด้วยหลากหลายชื่อ เช่น หนังวง, หนังแผ่น, ภาพลอย, ถ้ำมอง, ตู้มอง ฯลฯ [3]
จากนั้นก็เริ่มมีกล้องแนว พ็อคเก็ต ฟลิกซ์ (มูฟวี่-วิวเวอร์, movie viewer) แบบพกพา ซึ่งสามารถดูฟิล์มภาพยนตร์หรือการ์ตูนเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวแต่ไม่มีเสียง และไม่สามมิติ เข้ามาร่วมแผงเร่ ฮิตด้วยกันอยู่สักพักก็ค่อย ๆ หมดความนิยม ทั้งนี้ ทีวีสีมีบทบาทมากขึ้น หนังสือ-สื่อต่าง ๆ มีให้เลือกเยอะขึ้น, รถเร่-แผงเร่วิวมาสเตอร์จึงเลือนหายไป, กล้องวิว-มาสเตอร์เคยหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้า ก็ค่อย ๆ ลดจำนวนจนเลิกขายไปในที่สุด ฟิล์มสไลด์ของโกดักที่เคยใช้ทำรีลก็เลิกผลิตแล้ว, สื่อบันทึกภาพทยอยเปลี่ยนไปเป็นระบบดิจิตอล, การส่องดูภาพนิ่งสามมิติไม่ดึงดูดใจอย่างแต่ก่อน เทคโนโลยีสามมิติพัฒนาไปมาก สามารถเปิดดูได้ง่าย ๆ จากทีวี และสมาร์ตโฟน

ประวัติ
[แก้]เอ็ดวิน เมเยอร์ ซื้อ ซอว์เยอร์ส
[แก้]บริษัทซอว์เยอร์ส (Sawyer's) ก่อตั้งโดย คาร์ลตัน ซอว์เยอร์ (Carleton Sawyer) และ เอ อาร์ สเปคต์ (A. R. Specht) ช่วงปี พ.ศ. 2457(1914) โดยให้บริการหลังการถ่ายภาพ (Photo finishing)
เอ็ดวิน ยูจีน เมเยอร์ (Edwin Eugene Mayer) จบการศึกษาด้านเภสัชกรรม หลังกลับจากการเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) ก็มาทำงานเป็นเภสัชกรในร้าน Owl Drug มีความชื่นชอบเรื่องกล้องเป็นพิเศษ ตามที่เขาเล่าไว้ในจดหมาย เมื่อ 1 เมษายน พ.ศ. 2497 (1954) ว่า เขารวบรวมเงินจากญาติพี่น้อง และภรรยาเพื่อซื้อหุ้นจาก ซอว์เยอร์ และ สเปคต์ ได้ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2462 (1919) แล้วสานต่อธุรกิจเกี่ยวกับภาพถ่าย ผลิตโปสการ์ดภาพวิว และอัลบั้มภาพที่ระลึก กิจการของซอว์เยอร์ส ได้รับความนิยมเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเพิ่มผู้ร่วมลงทุน
ปี พ.ศ. 2469 (1926) ฮาโรลด์ เจ เกรฟ (Harold J. Graves) ซึ่งเคยทำงานเป็นช่างภาพให้กับกองทัพสหรัฐ ได้เข้ามาร่วมหุ้นกับซอว์เยอร์ส โดยเกรฟ ดูแลทำตลาด ส่วน เมเยอร์ บริหารธุรกิจ มีการเปลี่ยนชื่อกิจการเป็น Sawyer Service, Inc. ต่อมาซอว์เยอร์สได้เริ่มผลิตการ์ดอวยพร และวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ขายดีมากจนกระทั่ง ซอว์เยอร์ส ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตโปสการ์ดภาพวิวทิวทัศน์รายใหญ่อันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ในทศวรรษ 1920 (ช่วง พ.ศ. 2463-2473)
ช่วงทศวรรษเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2467 (1924) วิลเลียม บี กรูเบอร์ (William B. Gruber / 1 June 1903 - 16 October 1965)[4] อพยพมาอยู่ พอร์ตแลนด์ โอเรกอน, อเมริกา[5] เดิมเขาชื่อ วิลเฮล์ม กรูเบอร์ (Wilhelm Gruber) ชาวเยอรมัน มีถิ่นกำเนิดในเมืองมิวนิก เป็นช่างซ่อม-ตั้งเสียงเปียโน ชอบคิดประดิษฐ์สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ และหลงใหลการถ่ายภาพมาก
วิลเลียม กรูเบอร์ พบกับ ฮาโรลด์ เกรฟ
[แก้]23 เมษายน พ.ศ. 2481 (April 23,1938) กรูเบอร์ สมรสกับ นอร์มา (Norma)[6] แล้วไปเที่ยวที่ โรงแรมโอเรกอนเคฟ (the Lodge at Oregon Cave)[7]
ขณะที่กรูเบอร์ ถ่ายรูปสามมิติที่ถ้ำโอเรกอน (Oregon Caves)[8] ด้วยกล้องถ่ายภาพนิ่งที่เขาดัดแปลงเองจาก กล้องแบนทัม สเปเชียล ของโกดัก[9] สองตัวยึดกับขาตั้งกล้อง (tripod) และได้เจอกับ ฮาโรลด์ เกรฟ โดยบังเอิญ ซึ่งก็สนใจสิ่งประดิษฐ์ของกรูเบอร์ ทั้งสองพบปะพูดคุยกันอย่างถูกคอ เกรฟจึงชักชวนกรูเบอร์ให้มาร่วมงานกันใน ซอว์เยอร์ส เพื่อผลิตอุปกรณ์ดูภาพสามมิติในเชิงพาณิชย์[10]

กรูเบอร์ ออกแบบเครื่องสำหรับวางตำแหน่งแผ่นฟิล์มสไลด์ขนาดจิ๋ว (ซอว์เยอร์ส เรียกว่า ชิพ chips) ประกบด้วยกระดาษแข็งวงกลม2แผ่น ผนึกติดกันโดยใช้ความร้อน ออกมาเป็นแผ่นเรียกว่า "รีล (Reel)" วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 3.5 นิ้ว หรือ 9 ซม.[11] รวมทั้งออกแบบและผลิตกล้องดูภาพชนิดพิเศษ (special viewer) ด้วยการปรับกล้องสเตอริโอสโคป Stereoscope (กล้องดูภาพสามมิติ)ทรงโบราณ โดยเปลี่ยนจากภาพนิ่งไปใช้ฟิล์มสไลด์ โกดาโครม ขนาด 16 มม. ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกใหม่ได้ไม่นาน, ด้วยแผ่นรีลแบบวงกลมของกรูเบอร์ สามารถบรรจุฟิล์มสไลด์ได้ 14 แผ่น หรือ 7 คู่ภาพ ทำให้ดูภาพสามมิติต่อเนื่องได้ 7 ภาพ หรือดูวนซ้ำไปได้เรื่อย ๆ, ฟิล์มสไลด์ 2 ภาพสำหรับ ตาซ้าย-ตาขวา จะคล้ายกัน ต่างมุมมองเพียงเล็กน้อย เมื่อมองผ่านกล้องจะเห็นภาพมีมิติตื้นลึก

ซอว์เยอร์ส วิว-มาสเตอร์
[แก้]จากเอกสารในศาล ปี พ.ศ. 2503 (1960) บันทึกว่า กิจการร่วมค้า กรูเบอร์-ซอว์เยอร์ส (Gruber-Sawyer partner venture) ถือกำเนิดหลังการประชุมครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2481 (1938) โดยระหว่างนี้ เอ็ด เมเยอร์ ยังคงเจรจาในรายละเอียดกับ กรูเบอร์
สามปีต่อมา ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2485 (1942) จึงบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ว่าให้ออกผลิตภัณฑ์กล้องดูภาพสามมิติภายใต้ บริษัทซอว์เยอร์ส
เอ็ด เมเยอร์ และ ซอว์เยอร์ส ตกลงตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ว่า วิว-มาสเตอร์ (View-Master) ซึ่งจริง ๆ แล้ว กรูเบอร์ ไม่ชอบชื่อนี้เลย เพราะฟังดูเหมือนเครื่องใช้ในครัว หรือ เครื่องปิ้งขนมปัง (โทสต์มาสเตอร์, Toast-Master) หรือ เครื่องผสมอาหาร (มิกซ์ มาสเตอร์, Mix-Master) ทว่าจากผลการสำรวจภายหลังในปัจจุบัน แบรนด์ "วิว-มาสเตอร์" เป็นชื่อที่คนจำนวนกว่า 65% จากทั่วโลก จดจำได้เป็นอย่างดี
กล้องวิว-มาสเตอร์ เปิดตัวครั้งแรกในงาน นิวยอร์กเวิร์ลสแฟร์ ปี พ.ศ. 2482 (1939 New York World's Fair) มีข้อความบนตัวกล้องว่า "Patent Applied For" (อยู่ระหว่างรอสิทธิบัตร), วิว-มาสเตอร์วางจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ถ่ายภาพ, ร้านเครื่องเขียน และร้านขายของที่ระลึกในแหล่งท่องเที่ยว โดยถูกเสนอเป็นสินค้าทางเลือกใหม่ในกลุ่มโปสการ์ดภาพวิวที่ระลึก, วิวมาสเตอร์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทำยอดขายดีมาก
แผ่นรีลแรกๆ ที่ผลิตขายเป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อ เช่น อุทยานแห่งชาติถ้ำคาร์ลสแบด (Carlsbad Caverns) ในรัฐนิวเม็กซิโก และ แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) ในรัฐอริโซนา ฯลฯ
- กันยายน พ.ศ. 2482 (1939) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) เริ่มในยุโรป
สิทธิบัตรสำหรับกล้องดูภาพสามมิติของกรูเบอร์ ออกอย่างเป็นทางการวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2483(1940)[12]
ชื่อรุ่นของกล้องวิว-มาสเตอร์ ใช้อักษรอังกฤษเป็นรหัสชื่อรุ่น เรียงไปเรื่อย ๆ เช่น โมเดล เอ (A), บี (B) ฯลฯ
ยุครุ่งเรืองของซอว์เยอร์ส
[แก้]- มกราคม พ.ศ. 2485 (1942) สหรัฐเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ
กองทัพสหรัฐ ได้ทำการสั่งซื้อ กล้องวิวมาสเตอร์ รวมแล้วนับ 100,000 เครื่อง อีกทั้งซื้อแผ่นรีลเกือบ หกล้านแผ่น เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียน-การฝึกในกองทัพ เพราะช่วยให้เห็นระยะตื้น-ลึกได้สมจริง การจัดซื้อตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 (1942) ไปจนถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2488 (1945) และสหรัฐเป็นฝ่ายชนะสงคราม
ปี พ.ศ. 2487 (1944) ซอว์เยอร์ส ออกวิว-มาสเตอร์โมเดล บี (B) และต่อเนื่องจนถึง โมเดล เฮช (H ~1966)
ปี พ.ศ. 2494 (1951) ซอว์เยอร์ส ซื้อกิจการ ทรู-วิว (Tru-Vue) เพื่อขจัดคู่แข่งหลัก และทำให้ได้ไลเซนส์ในการผลิตเนื้อหาจาก วอล์ทดิสนีย์สตูดิโอ (Walt Disney Studio) มาด้วย ซอว์เยอร์สจึงผลิตรีลที่เกี่ยวกับ ตัวการ์ตูนคาแร็คเตอร์ของดิสนีย์ออกมาจำหน่ายอย่างมากมาย รวมถึงภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกตอนปี พ.ศ. 2498(1955)
ซอว์เยอร์สมีทีมฝ่ายผลิตเนื้อหาสามมิติสำหรับเด็ก เป็นของตนเองด้วย โดยว่าจ้างศิลปินช่างปั้นดินเหนียว มาปั้นตุ๊กตา และสร้างฉากจำลองเล่าเรื่องประกอบนิทาน-ตำนาน-วรรณกรรมต่าง ๆ ถ่ายเป็นสไลด์สามมิติ จัดเป็นชุดเซ็ท 3 แผ่นจบ พร้อมหนังสือเล่มเล็ก (storybooks, booklet) เล่าเนื้อเรื่องละเอียดขึ้น
การผลิตแผ่นรีลภาพสามมิตินอกเหนือจาก ภาพวิวทิวทัศน์, ภาพนิ่งภาพยนตร์ ภาพจากรายการทีวี การ์ตูน นิทานตุ๊กตาดินปั้น ฯลฯ กรูเบอร์ยังได้ร่วมมือกับ "เดวิด แบสเซ็ตต์ (David L. Bassett)" ถ่ายภาพสามมิติกายวิภาคของมนุษย์ "StereoScopic Atlas of Human Anatomy"[13] เพื่อใช้เป็นสื่อการศึกษาด้านการแพทย์ โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491(1948) เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2505(1962) ได้ภาพถ่ายสามมิติราว 1,554 ภาพ ผลิตแผ่นวิวมาสเตอร์รีล ประมาณ 221 แผ่น เป็นอีกหนึ่งผลงานที่โด่งดังมากเช่นกัน (ดูภาพนิ่งเบื้องหลังการถ่ายทำ จะเห็นกรูเบอร์ ใช้เครื่องโปรเจกต์เตอร์ของวิวมาสเตอร์ เป็นไฟส่องถ่ายภาพด้วย[14])
ปี พ.ศ. 2495 (1952) ซอว์เยอร์ส เปิดสาขา และสร้างโรงงานผลิต ชื่อ Sawyer's Europe ที่ประเทศเบลเยี่ยม
ปีเดียวกันนี้ ซอว์เยอร์ส เปิดสายการผลิต กล้องถ่ายรูปสามมิติ วิว-มาสเตอร์ เพอร์ซันนอล โดยผลิตออกมา 2 รุ่น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายทำภาพสามมิติได้ด้วยตัวเอง แม้จะประสบความสำเร็จในช่วงแรก แต่ก็ยุติการผลิตลงในสิบปีต่อมา

ปี พ.ศ. 2499 (1956) เอ็ดวิน เมเยอร์ เสียชีวิตจากโรคหัวใจ เขาบริหารงานที่ซอว์เยอร์สยาวนานกว่า 30 ปี [15]
ปี พ.ศ. 2501 (1958) ซอว์เยอร์ส เปิดอีก 3 สาขา ที่ ซิดนีย์ ออสเตรเลีย, โตเกียว ญี่ปุ่น และ ฝรั่งเศส (เป็นสาขาย่อยของ Sawyer's Europe) และจะขยายไปอีกหลายประเทศ
เรื่องราวความสำเร็จของ ซอว์เยอร์ส มีถ่ายทำเป็นสารคดีทีวี ชื่อ "Success Story" สัมภาษณ์ "บ็อบ บรอสต์ (Bob Brost)" ประธานบริษัทซอว์เยอร์ส(ราวปี 1959), ชมโรงงาน ดูขั้นตอนการผลิต-ประกอบชิ้นส่วน, จะเห็นภาพกล้องวิว-มาสเตอร์โมเดล อี, โมเดล เอฟ (~1952) รวมถึงสัมภาษณ์กรูเบอร์ด้วย รายการมีความยาว 30 นาที/ขาวดำ ออกอากาศทางช่อง King TV หาดูได้จาก Vimeo[16]
กาฟ วิว-มาสเตอร์
[แก้]
พ.ศ. 2509 (1966) ซอว์เยอร์ส (Sawyer's) ถูกซื้อโดย General Aniline & Film (GAF) Corporation เรียกย่อว่า กาฟ แต่ยังคงใช้ตราซอว์เยอร์สกับสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องฉายสไลด์ ฯลฯ, กาฟ ปรับทิศทางการผลิต ลดภาพทิวทัศน์ให้น้อยลง แต่เน้นไปที่เนื้อหาสำหรับเด็ก เช่น ของเล่น คาร์แรคเตอร์ตัวการ์ตูน รายการทีวี กล้องวิว-มาสเตอร์จึงเริ่มมีสีสันสดใส โดยเฉพาะสีแดง ยอดขายวิวมาสเตอร์ยังคงพุ่งแรงอยู่ แต่ต่อมาตลาดกลุ่มผู้ซื้อค่อย ๆ หดตัวเล็กลง
พ.ศ. 2510 (1967) ป้ายหินอนุสรณ์เป็นเกียรติแก่กรูเบอร์ซึ่งติดอยู่ที่โรงงานฟิชเชอร์-ไพร้ซ์ แกะสลักว่าเสียชีวิตปี 1967[17] หลังจากที่โรงงานผลิต ปิดตัวไป ฟิชเชอร์-ไพร้ซ์ได้ส่งมอบป้ายหินนี้ให้เป็นสมบัติของบุตรชายกรูเบอร์ในวอชิงตัน
ปี พ.ศ. 2511 (1968) กาฟ เปลี่ยนชื่อเป็น GAF Materials Corporation
กาฟ สานต่อ วิว-มาสเตอร์โมเดล จี (G), เฮช (H), ทอล์คกิ้ง (Talking) และออกโมเดลใหม่เช่น เจ (J), เค (K), โมเดล 12 และ แอล (L)
วิว-มาสเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
[แก้]ปลายทศวรรษ 1970 วิดีโอเกม มีบทบาท และพัฒนาการมากขึ้น จนเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ วิดีโอเกม เลยทีเดียว บริษัทผลิตของเล่นชื่อดังหลายแห่งถึงกับต้องปิดกิจการ สินค้าวิว-มาสเตอร์ก็ประสบปัญหาเช่นกัน มีการขายเปลี่ยนมือไปหลายบริษัทภายในช่วงเวลาสั้น ๆ
พ.ศ. 2524 (1981) GAF ขาย View-Master ให้กลุ่มนักลงทุนนำโดย อาร์โนลด์ แธลเลอร์ (Arnold Thaler) ในราคา $20,000,000 และเปลี่ยนชื่อเป็น View-Master International (VMI) Group
วิว-มาสเตอร์ ไอดีล
[แก้]
ประมาณปี พ.ศ. 2527 (1984)[18] หรือ พ.ศ. 2528(1985)[19] ซีบีเอส ทอยส์ (CBS Toys) ขาย ไอดีล ทอย (Ideal Toy) ให้ VM Inter และใช้ชื่อรวมกันเป็น View-Master Ideal Group (ไอดีล ทอย เป็นผู้จัดจำหน่าย รูบิค Rubik's Cube)
VM Ideal ออกวิว-มาสเตอร์รุ่นใหม่คือ โมเดล เอ็ม(M)
พ.ศ. 2531 (1988) View-Master Ideal Group, Inc ขยายไลน์ ออกผลิตภัณฑ์ เครื่องเล่นเกมคอนโซล โดยอิงชื่อแบรนด์วิว-มาสเตอร์ View-Master Interactive Vision มีเกมเกี่ยวกับ เซซามี สตรีท, หุ่นมหาสนุก (the Muppet Show), ดิสนีย์ การ์ตูน อาเขต (ไม่ได้เป็นภาพสามมิติ)
ไทโค วิว-มาสเตอร์
[แก้]พ.ศ. 2532 (1989) View-Master Ideal ถูกซื้อโดย Tyco Toys[20] (ไทโค มีชื่อเสียงในเรื่อง รถแข่งวิทยุบังคับ)
ไทโค ผลิต เฟซ วิวเวอร์ โดยทำชิ้นส่วนเฉพาะใบหน้าคาแร็คเตอร์ต่าง ๆ ติดเพิ่มที่ชิ้นฝาหลัง (ช่องรับแสง) ของกล้องโดยมากใช้กล้องโมเดลแอล (L) เช่น ใบหน้ามิคกี้เม้าส์, หน้านกบิ๊กเบิร์ด, หน้าแบทแมน ฯลฯ นอกจากนี้ก็ออกผลิตภัณฑ์วิว-มาสเตอร์โปรเจกต์เตอร์ขนาดเล็กสำหรับเด็ก (ภาพไม่เป็นสามมิติ)
พ.ศ. 2535 (1992) ไทโค ออกวิว-มาสเตอร์รุ่นใหม่คือ โมเดล เอ็น (N) รุ่นฟักทอง สีส้ม รับแสงได้ทั้งจากแสงธรรมชาติ และหลอดไฟในตัวเครื่อง
- พ.ศ. 2536 (1993) Mattel กลุ่มบริษัทที่ทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ ทารก และเด็กก่อนวัยเรียน ต้องการขยายกิจการสู่ต่างประเทศ จึงทำการซื้อ Fisher-Price
พ.ศ. 2540 (1997) ไทโค ออกวิว-มาสเตอร์ทอล์คกิ้ง รุ่นที่ 3 (Talking III) แต่ใช้ตลับฟิล์มพิเศษ ไม่ได้ใช้แผ่นรีล
ฟิชเชอร์-ไพร้ซ และ แมทเทล
[แก้]27 มีค. พ.ศ. 2540 (1997) ไทโค ทอยส์ (Tyco Toys) ควบรวมกับ แมทเทล (Mattel) ทำให้กลายเป็นบริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกา
แบรนด์ ไทโค ยังคงถูกใช้ภายใต้แผนก Mattel Tyco R/C จวบจนถึงช่วงต้นทศวรรษ 2010 (ช่วง พ.ศ. 2553) ก็ปิดตำนานแบรนด์ ไทโค โดยถูกยุบย้ายสินค้า เช่น เซซามี สตรีท, วิว-มาสเตอร์ไปอยู่ภายใต้แบรนด์ ฟิชเชอร์-ไพร้ซ์ (Fisher-Price) ของแมทเทล (ฟิชเชอร์-ไพร้ซ์ ดูแลสินค้ากลุ่มเด็กและเยาวชน)
ปัจจุบัน กล้องวิว-มาสเตอร์ วีอาร์ ใช้แบรนด์แมทเทล
ผลิตภัณฑ์ กล้องดูภาพสามมิติ
[แก้]รุ่นโปรโตไทป์
[แก้]สีดำหน้ากลม เปิดแบบฝาหอยเพื่อใส่แผ่นรีล บานพับอยู่ด้านล่าง วัสดุเป็นพลาสติกโกดักเทไนท์ (Kodak Tenite) ข้อเสียคือ บิดโก่งตัวได้ ไม่คงรูปเดิม[21]
โมเดล เอ (A)
[แก้]

พ.ศ. 2481-2487 (1938-1944) [22]
หน้ากลม เปิดแบบฝาหอยเพื่อใส่แผ่นรีล (มองเห็นกลไกการหมุนรีล) บานพับอยู่ด้านล่าง[23] วัสดุเป็นพลาสติกโกดักเทไนท์ (Kodak Tenite) โดยทั่วไปมีสีดำ, ดำเจือสีอื่น และบางรุ่นเติมประกายมุก แม้จะมีการดีไซน์เสริมเส้นโครงสร้าง แต่ตัวกล้องก็ยังคงบิดโก่ง นอกจากนี้ยังพบปัญหาขณะส่องดู เห็นแสงเรืองรอบภาพสไลด์ (halo) ทั้งนี้เพราะ ผิววัสดุภายในท่อเลนส์ตาสะท้อนแสงเยอะ
โมเดล บี (B)
[แก้]พ.ศ. 2487-2490 (1944-1947)
เปลี่ยนวัสดุไปเป็น แบ็กกะไลต์ ซึ่งทนทานมาก รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนโมเดล เอ หน้ากลม เปิดใส่แผ่นรีลแบบฝาหอย ท่อช่องมองยืดยาวขึ้น มีสีดำ, น้ำตาล, น้ำเงิน และ สองสีดูโอโทน ดำ-น้ำเงิน (หน้ากากชิ้นรับแสง และถ้วยครอบตาเป็นสีดำ , ชิ้นส่วนด้านเลนส์ตาเป็นสีน้ำเงิน)
- เวอร์ชันอเมริกา ถ้วยครอบตาเป็นแบบวงกลม (round eyecups)
- เวอร์ชันอังกฤษ ออกมา 2 รุ่นย่อย คล้ายรุ่นของอเมริกา แต่ถ้วยครอบตาเป็นรูปกรวยเพื่อโอบปิดรอบเบ้าตามากขึ้น กันแสงรั่วเข้ามาจากภายนอก ผลิตในช่วงเวลาสั้นๆ โดยบริษัท Salford Electric Company
โมเดล ซี (C)
[แก้]
พ.ศ. 2489-2498 (1946-1955)
โมเดลนี้ได้ชื่อว่า เป็นกล้องสามมิติที่ดูเลิศหรูมากในยุคนั้น (Deluxe Stereoscope) กรอบหน้าเหลี่ยมตัดมุม มีสีดำเงา กับน้ำตาลเป็นหลัก เปลี่ยนระบบการใส่และเลื่อนรีลแบบใหม่ เป็นรุ่นแรกที่สอดแผ่นรีลลงทางช่องด้านบน ไม่ต้องเปิด-ปิดฝาอีก ชิ้นส่วนด้านช่องรับแสงกับด้านเลนส์ตา ถูกยึดประกบติดตายด้วยหมุดสีเงินเปิดออกไม่ได้ เลนส์ตามีกำลังขยายภาพ 5x ไม่มีถ้วยครอบตา คันสับเป็นแผ่นโลหะสีเงินมีตุ่มเล็กๆ สำหรับกด (โมเดลนี้ จดสิทธิบัตร ผู้ประดิษฐ์คือ กรูเบอร์)[24]
- อุปกรณ์เสริม กล่องไฟ (The light attachment) ประกบครอบปิดทับช่องรับแสงทั้งแผง มีขนาดค่อนข้างใหญ่โตมโหฬาร ออกแบบโดย Gordon N. Smith[25] ผลิตโดย ซอว์เยอร์ส
- อุปกรณ์เสริม กล่องไฟ (View-Lite Illuminator) ผลิตโดยบริษัทร่วมค้า View-Lite Co. แคนซัส อเมริกา มีขนาดเล็กครอบปิดเฉพาะช่องหน้าต่างรับแสง น้ำหนักเบาใช้งานง่ายกว่า
โมเดล ดี (D)
[แก้]พ.ศ. 2498-2515 (1955-1972)
รุ่นนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดผลงานของวิว-มาสเตอร์ เป็นรุ่นแรกที่ต้องใช้แสงจากหลอดไฟในตัวกล้อง ไม่สามารถรับแสงจากภายนอก บอดี้หน้ากากชิ้นนอก(ฝาครอบรังถ่าน)ปิดทึบ มีแผ่นป้ายเพลทพิมพ์สีเงิน (หรือสีทอง) พร้อมอักษร VIEW-MASTER คาดยาวแนวนอนตรงกลางฝาครอบรังถ่าน ซึ่งใช้เป็น ปุ่มกดเปิด-ปิดไฟด้วย, ใช้ถ่านไซส์ D สองก้อน ใส่ถ่านด้วยการหมุนเฟืองเกลียวใต้กล้องเพื่อถอดชิ้นฝาครอบรังถ่านออก, ปุ่มกดปลายคันสับเลื่อนภาพออกแบบอย่างวิจิตรบรรจงในรายละเอียด, มีแผ่นเหรียญวงกลม(medallion)สีเงินแกะสลักเป็นตราโลโก้ ทำพิเศษแยกชิ้น ติดที่มุมบนซ้ายของบอดี้กล้องด้านใกล้ใบหน้า, กระจกเลนส์ตาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม (เลนส์ตารุ่นอื่น เป็นวงกลมทุกรุ่น) เพิ่มกำลังขยายเป็น 7x และเป็นรุ่นเดียวที่ ปรับโฟกัสสายตาได้ (focusing viewer) ด้วยการใช้นิ้วชี้มือขวาหมุนเฟือง น้ำหนักรวมค่อนข้างหนักพอควร วัสดุแบ็กกะไลต์ (เบคิไลต์) สีหลักมีสองสี คือ สีดำ กับ สีน้ำตาล (กล้องสีน้ำตาลมีรายงานว่าพบปัญหา เกิดแสงเรืองรอบภาพสไลด์ halo ขณะส่องดูภาพ เพราะผิววัสดุภายในท่อเลนส์ตาสะท้อนแสงจากสไลด์)
โมเดล อี (E)
[แก้]
พ.ศ. 2498-2504 (1955-1961)
วัสดุแบ๊กกะไลต์ สีหลักคือสีน้ำตาลเข้ม ปรับดีไซน์ให้โมเดิร์นขึ้น ช่องใส่แผ่นรีลตัดเป็นคอวี ช่วยให้จับดึงแผ่นรีลออกง่ายขึ้น ปุ่มกดเลื่อนภาพขนาดใหญ่สีงาช้าง ก้านคันสับโลหะ รุ่นนี้มีผลิตในหลายประเทศ และรายละเอียดแตกต่างกันไปเล็กน้อย ที่ประหลาดหน่อยก็คือรุ่นผลิตในสเปน ตัวกล้องสีดำ ปุ่มกดเลื่อนภาพสีแดง และพิมพ์โลโก้ VM กลับหัว
- มีอุปกรณ์เสริม กล่องไฟ ติดประกบตรงช่องรับแสง
โมเดล เอฟ (F)
[แก้]
พ.ศ. 2502-2509 (1959-1966)
เป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้วัสดุแบ๊กกะไลต์ รูปร่างหน้าตาสีสันคล้ายๆ โมเดล อี, หน้ากากชิ้นนอก(ฝาครอบรังถ่าน)ปิดทึบ รับแสงจากภายนอกไม่ได้ ใช้แสงจากหลอดไฟในตัว ถ่านไซส์ C สองก้อน, ปุ่มเปิด-ปิดไฟเป็นพลาสติกแผ่นยาวสีงาช้างอยู่ด้านบน กดแช่ด้วยนิ้วชี้สองมือ มีเพลทป้ายชื่อสีทองคาดยาวใต้แนวใส่แผ่นรีล ปุ่มกดคันสับเลื่อนภาพทรงสามเหลี่ยมสีงาช้าง โทนสีดูกลมกลืนงดงาม ออกแบบภายใต้การนำทีมโดย ชาร์ลส ชัคค์ แฮริสัน (Charles "Chuck" Harrison) เลนส์ตามีกำลังขยาย 5.5x ผลิตในอเมริกา และเบลเยี่ยม
รุ่นคอมแพ็ค (Compact Viewer)
[แก้]ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2502-2504 (1959-1961)
ชิ้นส่วนทำจากพลาสติก รอยต่อบานพับติดด้วยกระดาษกาว พับเก็บแล้วแบนราบ มีหนังสติ๊กอยู่ด้านในช่วยดึงรั้งให้ชิ้นส่วนตั้งขึ้นรูปคงสภาพกล่อง การเลื่อนภาพต้องใช้นิ้วหมุนแผ่นรีลเอง [26] ออกแบบโดย เค็นเน็ธ โกลเด้น (Kenneth E Golden)[27] ผลิตโดย ซอว์เยอร์ส ปัจจุบันหาได้ยากมาก
โมเดล จี (G)
[แก้]

พ.ศ. 2502-2520 (1959-1977)
โมเดลนี้ ถือว่ายุคเปลี่ยนครั้งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการปรับให้ กล้องวิว-มาสเตอร์ เป็นสินค้าประเภทของเล่น เน้นกลุ่มเป้าหมายเด็ก (จากเดิมที่กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่, ช่างภาพ, ผู้ที่ชื่นชอบดูภาพทิวทัศน์-สิ่งของ สามมิติ) ชาร์ลส แฮริสัน (Charles Harrison) [28] เป็นผู้ออกแบบปรับโฉมวิว-มาสเตอร์ใหม่ ช่วงปี พ.ศ. 2501 (ค.ศ.1958) รูปทรงกล้องกระทัดรัดเหมาะมือ น่าจับต้อง ดูเป็นมิตรใช้งานง่าย, มีการเปลี่ยนวัสดุจากเบคิไลต์ไปใช้เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ทำให้น้ำหนักเบา ทนทานขึ้น ปุ่มกดเป็นพลาสติกแต่ก้านคันสับยังเป็นโลหะ มีรุ่นย่อยมากมาย สีที่ติดตาคือ แดง-ขาว (สองสีดูโอโทน), สีเบจ, สีแดงล้วน, สีขาว (off-white) สีฟ้า และอีกสารพัดสี ในตลาดอเมริกามีการทำบรรจุภัณฑ์ใหม่ เป็นถังทรงกระบอกพิมพ์ภาพลวดลายสีสันสดใสดึงดูดใจเช่นกัน ทำให้สินค้าวิว-มาสเตอร์ โด่งดังขึ้นอีก ยอดขายถล่มทลาย โมเดลนี้จัดเป็นรุ่นมาตรฐานรุ่นหนึ่ง ผลิตจำหน่ายยาวนานกว่า 20 ปี บอดี้กล้องมีทั้งปัมป์โลโก้ซอว์เยอร์ส และโลโก้กาฟ
ปี พ.ศ. 2509 (1966) ซอว์เยอร์ส ถูกซื้อกิจการโดย กาฟ (General Aniline & Film (GAF) Corporation)
- โมเดลจี รุ่นอัปเดต พ.ศ. 2527-2529 (1984-1986) ก้านคันสับและปุ่มกด เป็นพลาสติกเนื้อเดียวกัน ผลิตโดย VM International[29]
โมเดล เฮช (H)
[แก้]พ.ศ. 2509-2524 (1966-1981)
เป็นรุ่นที่มีหลอดไฟในตัว (Lighted Viewer) ฝานอกปิดทึบ กล้องที่ผลิตในอเมริกากับยุโรป มีรูปทรงหน้าตาไม่เหมือนกัน แต่จัดเป็นโมเดลเดียวกัน
- รุ่นผลิตในเบลเยี่ยม บอดี้โดยรอบเป็นทรงเหลี่ยมตรง สีเบจเป็นหลัก โลโก้กาฟ
- รุ่นผลิตในอเมริกา บอดี้กล้องด้านล่าง โค้งกลม มีขาตั้ง สีที่พบเห็นคือ สีน้ำตาล โลโก้ซอว์เยอร์ส[30] กับสีฟ้า โลโก้ กาฟ
ทอล์คกิ้ง 1 (Talking I)
[แก้]ช่วงปีพ.ศ. 2513-2524 (~1970-1981)
ตัวกล้องขนาดใหญ่เพราะบรรจุเครื่องเล่นแผ่นเสียง, ลำโพง ไว้ในตัวเครื่อง ใส่ถ่านไซส์ C สองก้อน แผ่นเสียงมีลักษณะเป็นพลาสติกใส เกาะกับรีลภาพที่จุดศูนย์กลางแต่หมุนได้อิสระ ขั้นตอนการใช้งานค่อนข้างวุ่นวาย เมื่อใส่แผ่นรีลและกดคันสับตั้งต้นที่ภาพแรก ให้กดปุ่มรีเซ็ทที่ชิ้นฝาหลัง(อยู่ตรงกลางเหนือแผ่นรับแสง)เพื่อตั้งไฟล์เสียงไปยังแทร็คแรก จากนั้นกดปุ่ม "Sound Bar" ที่ฝาหลังด้วยสองนิ้ว เข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงจึงจะเริ่มเล่นแทร็คแรกแล้วหยุด คุณภาพเสียงไม่ค่อยดีนัก เสียงรบกวนก็ค่อนข้างเยอะ[31], บรรจุภัณฑ์บางรุ่นเป็นกระป๋องทรงกระบอก Gift Pak ขายกล้องพร้อมแผ่นรีลหลายแผ่น
มี 3 รุ่นย่อย[32]
- สีน้ำตาล (Talking View-Master Stereo Viewer)
- สีแดง, ขาว, ฟ้า (GAF Talking View-Master Stereo Viewer)
- สีฟ้า (GAF Talking View-Master Electronic/Lighted Stereo Viewer) ใช้แสงจากหลอดไฟ และมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง[33]
ชื่อ ทอล์คกิ้ง ยังถูกใช้ผลิต อีก 2 โมเดลที่ปรับปรุงพัฒนาต่อมา หน้าตากล้อง และระบบภายในแตกต่างกันค่อนข้างมาก
- ทอล์คกิ้งรุ่น 2 (Talking II) ปี พ.ศ. 2527(1984) ผลิตโดย กาฟ ปรับปรุงระบบใหม่ ลำโพงเสียงดีขึ้น แผ่นรีลภาพและแผ่นเสียงวางต่อกันแนวดิ่งในแผ่นคาร์ทริดจ์ทรงสูงอีกที ตัวเครื่องสีขาว ปุ่มกดสีแดง (ดูรูป)[34]
- ทอล์คกิ้งรุ่น 3 (Talking III) ปี พ.ศ. 2540(1997) ผลิตโดย ไทโค เล่นไฟล์เสียงดิจิตอล ด้วยชิป (chip) อิเล็คทรอนิคส์ บอดี้กล้องสีขาว-แดง ใช้ตลับภาพทำเฉพาะไม่สามารถใช้แผ่นรีลวงกลม
คอมแพ็ค โฟลดิ้ง วิวเวอร์
[แก้]GAF COMPACT FOLDING VIEWER ช่วงปีพ.ศ. 2513-2517 (~1970-1974)
เป็นพลาสติกพับแบน แถมไว้ท้ายเล่มกับหนังสืออ้างอิงทางด้านการแพทย์ ตีพิมพ์โดย Mosby [35] เมื่อประกอบเป็นกล้องแล้วไม่ควรพับเก็บกลับ ใส่รีลทางด้านบน แล้วใช้นิ้วหมุนแผ่นรีลเพื่อเลื่อนภาพเอง ออกแบบโดย George H Patton[36] ผลิตโดย GAF
โมเดล เจ (J) หรือ โมเดล 10
[แก้]พ.ศ. 2518-2537 (1975-1994)
แรกเริ่มผลิตในเบลเยี่ยม ด้วยความที่การติดต่อสื่อสารทางไกลจากอเมริกาไปฝั่งยุโรป และสำเนียงภาษาต่างกัน นำมาซึ่งความสับสนการออกเสียงระหว่าง ตัวอักษร เจ (J) กับ จี (G) รุ่นนี้จึงมักเรียกแทนด้วยหมายเลข 10 (เพราะอักษร J เป็นอักษรตัวที่ 10 ในภาษาอังกฤษ) มีชื่อเต็มว่า ยูโรเปี้ยน โมเดล 10 (European Model 10)[37] ทำออกมาสารพัดสี โดยมีสีแดงเป็นหลัก มีรุ่นพิเศษ เช่น สีม่วง ในวาระเฉลิมฉลองพิธีสมรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส กับ เลดี้ ไดอาน่า วันที่ 29 กรกฎาคม 2524 (1981) ประเทศอังกฤษ ผลิตโดย GAF
โมเดจ เจ รุ่นนี้มีผลิตโดย VM International ซึ่งจะเปลี่ยนโลโก้ GAF เป็นคำว่า 3D ในกรอบสี่เหลี่ยม[38]
โมเดล เค (K) หรือ โมเดล 11
[แก้]
"กล้องอวกาศ (space viewer)", "กล้องตากลม (eyeball viewer)"
ผลิตในช่วงพ.ศ. 2518-2527 (1975-1984) โดย กาฟ ทำในเบลเยี่ยมเท่านั้น
โมเดลนี้อิงกระแสเรื่องการส่งมนุษย์ไปลงบนดวงจันทร์ ชิ้นส่วนด้านนอกที่เป็นแผ่นรับแสงผิวฝ้าขุ่น ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ บอดี้ตีโป่งโค้งทรงกลมโปนเหมือนหน้ากากนักบินอวกาศ มีสารพัดสี เช่น ดำ แดง ส้ม เขียวอ่อน สีทอง และสีเงิน ซึ่งหายากมาก, สีมาตรฐานคือ แดง คันสับสีดำและก้านเป็นพลาสติกเนื้อเดียวกับจานประกับแผ่นรีล
- พ.ศ. 2526 (1983) ออก โมเดล เค (K) เอ็พค็อทวิวเวอร์ (EPCOT Viewer) เป็นโมเดล 11 รุ่นพิเศษ ผลิตและจำหน่ายโดย EPCOT ขายในช่วงเปิดตัว วอล์ทดิสนีย์เวิร์ล ฟลอริด้า บอดี้กล้องสีเงิน [39]
โมเดล 12
[แก้]พ.ศ. 2519-2522 (1976-1978)
European Lighted Viewer
เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อจากโมเดล เค แต่ฝาหลังตัดตรงปิดทึบไม่ตีโป่ง มีโลโก้ กาฟ ใช้แสงจากหลอดไฟใส่ถ่านหรือเสียบไฟจากอแดปเตอร์ ปุ่มกดเปิด-ปิดไฟอยู่ทางซ้ายมือ ผลิตจำนวนน้อยในเบลเยี่ยมเท่านั้น สีมาตรฐานคือ สีเทาปุ่มกดดำ, สีแดงปุ่มกดขาว และสีน้ำเงินปุ่มกดดำ [40]
โมเดล แอล (L)
[แก้]
พ.ศ. 2520-ปัจจุบัน (1977-)
เป็นรุ่นยอดนิยมมาก ผลิตต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน สีที่เป็นสัญลักษณ์ของรุ่นนี้คือสีแดง รุ่นแรกๆ ที่ผลิตโดย กาฟ ปุ่มกดเป็นลูกทรงกลมสีส้ม-ก้านคันสับโลหะ เมื่อกาฟขายวิว-มาสเตอร์ออกไปก็มีการเปลี่ยนวัสดุชิ้นส่วนภายในเป็นพลาสติกเนื้อเดียวกันหมด ตั้งแต่จานประกับแผ่นรีล-ก้านคันสับ-ปุ่มกดรูปวงกลมแบนสีส้ม และอีกจุดสังเกตคือ โลโก้ GAF ตัวนูน ที่มุมบนซ้ายของฝาหลัง (ชิ้นส่วนด้านรับแสง) ก็เปลี่ยนเป็นคำว่า "3D" ตัวนูนแทน
ช่วงยุคโมเดลนี้ วิว-มาสเตอร์ มีการเปลี่ยนบริษัทถือครองถึง 4 บริษัท จาก GAF ไปเป็น VMI (View-Master International Group) แล้วรวมกับ Ideal พ.ศ. 2529(1986) เป็น VM Ideal และปี พ.ศ. 2532(1989) ถูกซื้อกิจการไปโดย Tyco ซึ่งก็ผลิตโมเดลนี้ออกมาตลอด มีรุ่นย่อยมากมาย สารพัดสี สารพัดลาย
ปัจจุบัน ไทโค ควบรวมเป็นแผนกหนึ่งในฟิชเชอร์-ไพร้ซ์ ของ แมทเทล (Mattel ) ก็ยังคงผลิตโมเดลนี้อยู่
โทมี วิวเวอร์ (TOMY Viewer)
[แก้]พ.ศ. 2525-2528 (1982-1985)
บริษัท โทมี่ ซื้อสิทธิ์จาก VM International ไปผลิตขายในญี่ปุ่น โดยใช้รุ่น แอล มาตรฐานสีแดง-ก้านพลาสติกสีส้ม และ กล้องสีดำ ก้านสีแดง มีโลโก้ Tomy ปัมป์นูนบนตัวกล้อง บรรจุแพ็คขายเป็นเซ็ท พร้อมรีลสามแผ่น [41]
- ภาษาญี่ปุ่นออกเสียง วิว-มาสเตอร์ ว่า บิว มาสุต้า
ติดตราแบรนด์บริษัทอื่นๆ (Branded)
[แก้]มีการใช้กล้องวิวมาสเตอร์สกรีนโลโก้บริษัทอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการขาย บางครั้งผลิตเป็นชุดของขวัญพร้อมแผ่นรีล เช่น คิตตี้, อีเบย์, ไอ้แมงมุม, บาร์บี้ ฯลฯ [42]
ชุดครบรอบ 65 ปี
[แก้]พ.ศ. 2547 (2004)
ออกชุดเซ็ทเนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี (65th Anniversary Collection Set) แพ็คเกจใหญ่โตโอฬาร ตัวกล้องใช้โมเดลแอล(L)สีแดงโครเมี่ยม ปุ่มกลมแบนสีน้ำเงิน (เป็นพลาสติกเนื้อเดียวกับก้านคันสับและจานประกับรีล) มาพร้อมกับแผ่นรีล 8 แผ่น รวมภาพเหตุการณ์สำคัญๆ ในแต่ละทศวรรษ ผลิตโดย ฟิชเชอร์-ไพร้ซ (แม็ทเทล) เม็กซิโก[43]
เฟซ วิวเวอร์ (Face Viewer)
[แก้]ทำเฉพาะส่วนใบหน้าตัวคาแร็คเตอร์ ติดประกอบทับบอดี้ฝาหลัง (ชิ้นส่วนรับแสง)[44]
- ฮัลค์ (Hulk) พ.ศ. 2523 (1980) ใบหน้าสีเขียวทำจากพลาสติกแว็คคั่มขึ้นรูปโค้ง น้ำหนักเบา มียางยืดสำหรับคล้องศีรษะเหมือนใส่หน้ากาก ใช้กล้องโมเดล เจ(J) สีแดง โลโก้กาฟ ขายเป็นชุดเซ็ทพร้อมแผ่นรีล 3 แผ่น
- มิกกี้เม้าส์ พ.ศ. 2532-2539 (1989-1996) Mickey Look Viewer[45]
- รุ่นที่ผลิตในอเมริกา ใช้กล้อง โมเดล แอล(L) สีแดง มิกกี้เม้าส์ใส่แว่นสี่เหลี่ยมเส้นกรอบโค้ง ที่หลังใบหูขวาของมิกกี้เม้าส์ มีตัวอักษรนูนระบุว่า 1989 View Master ideal group inc, a Subsidiary of Tyco toys inc., Made in China[46]
- รุ่นที่ผลิตในยุโรป ใช้กล้องโมเดล เจ(J) (โมเดล 10) สีแดง มิกกี้เม้าส์ใส่แว่นสี่เหลี่ยมเส้นกรอบตรง และแว่นใหญ่กว่า
- บิ๊กเบิร์ด (1989) นกยักษ์ขนสีเหลือง ใส่แว่นรูปหัวใจสีชมพู จากรายการเซซามี สตรีท ตัวกล้องใช้โมเดล แอล(L) สีน้ำเงิน ผลิตโดย ไทโค เฉพาะในอเมริกาเท่านั้น
- ผีน้อยแคสเปอร์ พ.ศ. 2536-7 (1993-94) ใบหน้าแคสเปอร์สีขาวทำจากพลาสติกแวคคั่มขึ้นรูปโค้ง ผิวค่อนข้างบาง ติดกับกล้องโมเดล แอล(L) สีม่วง พร้อมรีล 3 แผ่นใช้โปรโมทภาพยนตร์Casper the Friendly Ghost, 1995 (แคสเปอร์ผีน้อยผู้น่ารัก) ผลิตโดย ไทโค
- แบ็ทแมน พ.ศ. 2538 (1995) มนุษย์ค้างคาว ดวงตาของแบ็ทแมนเป็นช่องรับแสง ทำเพื่อโปรโมทภาพยนตร์ Batman Forever 1995 ใช้กล้องโมเดล แอล(L) สีดำ พร้อมรีล 3 แผ่น ผลิตโดย ไทโค
- พาวเวอร์ เรนเจอร์ (Mighty Morphin Power Rangers Viewer) (1995-96) กรอบตาของเรนเจอร์เร้ด วางตำแหน่งเดียวกับช่องรับแสง ดูสวยงามลงตัว ใช้กล้องโมเดล แอล(L) ผลิตโดย ไทโค
- นกทวิตตี้ (Tweety) พ.ศ. 2538 (1995) สีเหลืองสดใส่แว่นตาสีแดง ผลิตเพื่อขายในสวนสนุก ซิกส์แฟล็กสธีมพาร์ค (Six Flags Theme Parks) และในเครือเท่านั้น มีจำนวนน้อย ไม่ได้วางจำหน่ายทั่วไป หายากมาก ตัวกล้องใช้โมเดล แอล(L) สีแดง ของ ไทโค
กาฟ ทอล์คกิ้ง 1984 (Talking II)
[แก้]พ.ศ. 2527(1984) ผลิตโดย กาฟ
ชื่อรุ่นยังคงใช้คำว่า ทอล์คกิ้ง แต่ปรับปรุงระบบใหม่ไม่เหมือนรุ่นแรก แผ่นรีลภาพและแผ่นเสียงวางเรียงกันแนวดิ่งบนแผ่นคาร์ทริดจ์ เสียงออกทางลำโพงในตัว หรือเสียบหูฟัง ปรับความดังของเสียงได้ ระบบการใช้งานดีขึ้น แต่ก็มีเสียง "บี๊บ" เตือนบ่อยครั้งจนกลายเป็นรบกวน ตัวเครื่องสีขาว ปุ่มกดสีแดง ใช้ไฟ 6V ได้ทั้งจากถ่าน หรือหม้อแปลง [47]
โมเดล เอ็ม (M)
[แก้]
พ.ศ. 2529-2533 (1986-1990)
รุ่นหน้ากากดำน้ำ เป็นรุ่นเดียวของวิวมาสเตอร์ ที่ใช้การเลื่อนเปลี่ยนภาพ ด้วยระบบปุ่มกดสีเหลือง (push-button) บอดี้ฝาหลังใส(ฝ้านิดๆ) เห็นกลไกการหมุนแผ่น และใช้ช่วยกระจายแสงเข้า บอดี้ฝาหน้ามี 2 รุ่นคือสีแดง กับรุ่นสีฟ้า ผิวฝาหน้าสลักอักษรเป็นร่องว่าออกแบบโดย Design Logic ส่วนชื่อนักประดิษฐ์บนสิทธิบัตรคือ Martin Thaler, Alan G. Lewis, David M. Gresham [48] ผลิตโดย View-Master Ideal Group
โมเดล เอ็น (N)
[แก้]
พ.ศ. 2535-2541 (1992-1998)
รุ่นฟักทอง เป็นรุ่นเดียวที่รับแสงได้ 2 ระบบ คือส่องดูกับแหล่งกำเนิดแสงภายนอกแบบปกติ หรือใช้แหล่งกำเนิดแสงจากหลอดไฟใส่ถ่านในตัวกล้อง สีหลักคือ สีส้มแดง ผลิตโดย ไทโค ทอย
ไทโค มินิ (Tyco Mini)
[แก้]กล้องวิวมาสเตอร์มินิรุ่นนี้เป็นของแถมเมื่อซื้อ แม็คโดนัลด์ แฮปปี้มีล ในบราซิล มาพร้อมกับรีล 1 แผ่น บรรจุในถุงพลาสติก มี 4 สีให้เลือก เนื่องจากเป็นเพียงของแถมสำหรับเด็ก คุณภาพการผลิตจึงค่อนข้างต่ำ การประกอบ-ให้วางแผ่นรีล บนชิ้นส่วนที่เป็นแผ่นฝาจุก แล้วยึดประกบกับตัวกล้อง การเลื่อนภาพ-กดไปบ้างไม่ไปบ้าง, ต่อมามีการผลิตโมเดลนี้เพื่อโปรโมทภาพยนตร์ Toy Story พ.ศ. 2538(1995) ในออสเตรเลีย [49]
ไทโค ทอล์คกิ้ง 1997 (Talking III)
[แก้](Digital Talking View-Master 3D Viewer) พ.ศ. 2540(1997)
ผลิตโดยไทโค (แมทเทล) ใช้ชื่อว่า ทอล์คกิ้ง เป็นรุ่นที่สาม แต่ระบบไม่เหมือนกับสองรุ่นแรก เพราะมีไมโครชิปที่ฝังในกล้องเพื่อเล่นไฟล์เสียงแบบดิจิตอลแท้ ต้องใช้กับตลับคาร์ทริดจ์ทำขึ้นเฉพาะ ดูภาพสามมิติได้ 16 ภาพ (กล้องรุ่นนี้ไม่สามารถเล่นแผ่นรีลแบบปกติ) ใส่ถ่าน AA 3 ก้อน ตัวเครื่องทรงแนวนอนสีแดง-ขาว-ดำ รับแสงจากด้านบน รุ่นนี้มักผลิตเพื่อโปรโมทแอนิเมชันหรือภาพยนตร์ เช่น แบทแมน (The Adventures of Batman & Robin 1993) พ.ศ. 2536[50], จูราสสิค พาร์ค 3 เดอะ ลอสต์ เวิลด์ พ.ศ. 2544(2001) [51] (ดูภาพกล่องด้านหน้า-หลัง[52]) ด้านหน้าแพ็คพิมพ์ Tyco ส่วนด้านหลังพิมพ์ Mattel
เวอร์ชวล วิวเวอร์ (Virtual Viewer)
[แก้]

พ.ศ. 2541-ปัจจุบัน (1998-)
บอดี้ทรงลูกรักบี้ แผ่นรับแสงรูปรีผิวฝ้าขุ่น ตีโป่งโค้งเป็นชิ้นเดียว เลนส์ตาเพิ่มกำลังขยายสูง มองเห็นภาพใหญ่กว่าทุกรุ่น แต่ก็มีปัญหาเรื่องคุณภาพของเลนส์ที่ให้ภาพผิดเพี้ยน และมีสีเหลือบฟ้าตามขอบ ถูกนำไปจัดชุดส่งเสริมการขายติดแบรนด์อื่นมากมาย ตัวกล้องมีสีหลากหลาย และแบบ สีใส (see-through) อีก 4 สี (ในภาพตัวอย่างเป็นสีชมพูใส) ผลิตโดย ฟิชเชอร์-ไพรซ์ (Fisher-Price) ชิ้นฝาหน้าตรงร่องจมูกมีตัวนูน แมทเทล 1998 ผลิตใน เม็กซิโก
กล้องส่องทางไกล/ดูภาพสามมิติ
[แก้]Convertible binocular/stereoscope พ.ศ. 2541-2543 (1998-2000)
ด้วยการหมุนสวิชทางซ้ายมือเพื่อพับ-ยกกระจกเงา ก็จะเลือกใช้เป็นกล้องดูภาพสามมิติ หรือกล้องส่องทางไกลแบบสองตา คุณภาพเลนส์ส่องทางไกลระดับของเด็กเล่นยังไม่ค่อยคมชัดนัก มีกำลังขยาย 4 เท่า เส้นผ่านศูนย์กลางของเลนส์วัตถุขนาด 12 มิลลิเมตร (4X12, 104.5 ม. @ 1000 ม.) ปรับเลื่อนความห่างของเลนส์ตาได้, แผ่นรีลวางตัวแนวนอนอยู่ทางด้านบน ฝาครอบเป็นแบบใส และพิมพ์ลายเส้นรูปแผนที่โลก ทำผิวบางส่วนฝ้าเพื่อช่วยกระเจิงแสงตรงช่องรับแสง การใส่แผ่นรีลต้องสอดเข้าจากด้านใกล้ตัว และหงายคำบรรยายภาพขึ้น แสงจากด้านบนจะสะท้อนกระจกเงามาที่เลนส์ตาอีกที ออกแบบโดย Jeffrey J. Miller, Peter F. Reile, Stephen D. Fantone[53] มีหลายสี และมักขายเป็นชุดเซ็ตพร้อมแผ่นรีลร่วมกับสินค้าอื่น เช่น ภาพยนตร์ ทอย สตอรี่ ภาค 3 (Toy Story 3) หรือเป็นแผ่นสารคดีร่วมกับ ดิสคัฟเวอรี่ แชนแนล ใช้ชื่อบนแพ็คเกจว่า Discovery Channel View-Master Binocular Viewer ผลิตโดยฟิชเชอร์-ไพร้ซ์
กล้องจุลทรรศน์/ดูภาพสามมิติ
[แก้]Discovery Kids Microscope & 3D Viewer Kit
ดิสคัฟเวอรี่แชนแนล ออกชุดคิทรุ่นพิเศษ เป็นกล้องจุลทรรศน์ และสลับเป็นกล้องดูภาพสามมิติวิว-มาสเตอร์ รูปลักษณ์คล้าย VM รุ่นกล้องส่องทางไกลแล้วต่อขาวางจานใส่สิ่งของ กับตัวหมุนปรับระดับความสูงเลื่อนขึ้น-ลง บอดี้สีเขียวอ่อน-เหลือง-ม่วง เลนส์คุณภาพไม่ดีนัก กำลังขยาย 5X [54] เน้นให้เด็กเล็กคุ้นเคยกับการใช้กล้องจุลทรรศน์ ส่องแมลงตัวเล็ก หรือผีเสื้อ ชุดคิทมาพร้อมแผ่นรีล Bug Micro-Adventure 3 แผ่น ผลิตโดย ฟิชเชอร์-ไพร้ซ์ [55]
โมเดล โอ (O) ฮอไรซันทอล วิวเวอร์
[แก้](Horizontal Viewer) พ.ศ. 2545-ปัจจุบัน (2002-)
รูปร่างเหมือนกล้องส่องทางไกลแบบสองตา ออกแบบให้แผ่นรีลวางแนวนอนด้านบน ช่องสอดแผ่นรีลอยู่ด้านไกลตัว (ทิศตรงข้ามกับรุ่น กล้องส่องทางไกล/ดูภาพสามมิติ) และหงายคำบรรยายขึ้น แสงเข้าทางด้านบนแล้วจะสะท้อนกับกระจกหักมุมมาสู่เลนส์ตา ช่วยให้ภาพสว่างชัดเจนดี กดเปลี่ยนภาพด้วยนิ้วโป้งมือขวา มีกลไกทดเฟืองคันสับ ช่วยให้ระยะกดเลื่อนภาพสั้นลง
โมเดล โอ รุ่นแรกๆ จะมีถ้วยครอบตา (ฮู้ด) เป็นยางนิ่มๆ สีดำอีกชิ้น แต่รุ่นย่อยถัดมาก็ตัดออกแล้วเพิ่มตะขอแขวน (Hang clip) เพื่อแขวนโชว์ ณ จุดขาย (ประหยัดค่าทำแพ็คเกจกระดาษ) มีสารพัดสีสัน และมักจัดขายเป็นกิฟต์เซ็ท พร้อมแผ่นรีล ผลิตโดยฟิชเชอร์-ไพร้ซ์
ซุปเปอร์ ซาวด์ (Super Sounds)
[แก้]พ.ศ. 2548 (2005, 2014)
คล้ายโมเดลโอ วางแผ่นรีลแนวนอนด้านบนเหมือนกัน แต่เพิ่มชิป (chip)เสียงฝังไว้ในตัวกล้องสีเงิน สล็อตสำหรับเสียบตลับคาร์ทริดจ์เสียง(และแผ่นรีล)อยู่ทางด้านไกลตัว ตลับเสียงออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งติดอยู่กับตลับเก็บรีล เสียงออกทางลำโพงสีส้มตัวเดียวทางซ้ายสัมพันธ์กับการกดเลื่อนรีลแต่ละภาพ มีปุ่มสีส้มกดเพื่อเล่นไฟล์เสียงซ้ำ มีสวิชเลื่อนเพื่อปิด-เปิด-เพิ่มความดังเสียงอยู่ด้านข้าง รุ่นนี้จะแถมแผ่นตัวอย่างมาให้ 1 แผ่น ถ่าน AAA 2 ก้อน พร้อมฝังไฟล์เสียงตัวอย่างไว้ในกล้องเลย ผลิตโดยฟิชเชอร์-ไพร้ซ์
Learning 3D Viewer with Sounds
[แก้]พ.ศ. 2550 (2007)
รุ่นเฉพาะของ ดิสคัฟเวอรี่ แชนแนล (Discovery Channel) ตัวเครื่องเป็นทรงแนวตั้งสีม่วง ใช้ตลับเสียงเหมือนกับซุปเปอร์ ซาวด์ แต่เสียบแนวดิ่งด้านบน แผ่นรีลก็เสียบด้านบน(คล้ายรุ่นมาตรฐานทั่วไป) ผิวฝาหลังผิวกึ่งฝ้ากึ่งใส มีลายเส้นแผนที่โลก พร้อมโลโก้ Discovery Channel ปุ่มคันสับเลื่อนภาพสีเขียวอ่อน ปุ่มกดฟังเสียงซ้ำสีส้ม โดยฟิชเชอร์-ไพร้ซ์ (ฝาหน้ากล้อง มีตัวนูน คำว่า แมทเทล 2007 ผลิตในจีน) [56]
ไอแม็กซ์ เอ๊กซพีเรียนซ์ พ้อคเก็ต
[แก้](IMAX Experience Pocket Viewer)
ตัวกล้องจับถือดูแนวนอน ขนาดเล็กกระทัดรัด ภายในมีภาพสามมิติ 18 ภาพ ผลิตโดย ฟิชเชอร์-ไพรซ์ (Fisher-Price)
แฮรี่ พอตเตอร์ (Harry Potter)
[แก้]พ.ศ. 2544 (2001)
ทำเฉพาะเพื่อโปรโมตภาพยนตร์แฮรี่ พอตเตอร์ ภาคแรก ไม่ได้ใช้รีลวงกลม แต่ใช้เปลี่ยนการ์ดภาพทีละแผ่น การ์ดมีทั้งหมดประมาณ 60 ใบ (ปัจจุบันก็ยังออกไม่ครบ) ด้านหลังของการ์ดเมื่อนำมาวางเรียงเข้าด้วยกันจะได้รูปภาพขนาดใหญ่ ผลิตโดย ฟิชเชอร์-ไพรซ์ (Fisher-Price)
เวอร์ชวล รีอาลลิตี้ (Virtual Reality 2015)
[แก้]พ.ศ. 2558-ปัจจุบัน
กล้องดู สภาพสามมิติรอบตัวเสมือนจริง ต้องใช้ร่วมกับ สมาร์ตโฟน ที่มีกล้องหน้า, เซนเซอร์ตรวจจับการหมุนการเอียง และติดตั้ง app
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558(2015) แมทเทล ประกาศความร่วมมือกับ กูเกิล (Google) ทำผลิตภัณฑ์ View-Master Viewer DLX โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเวอร์ชวลรีอาลลิตี้ ของกูเกิ้ลการ์ดบอร์ด (Google Cardboard VR) ดูภาพเคลื่อนไหวสามมิติบนสมาร์ตโฟน และส่องดูแอนิเมชันแบบอ๊อกเมนเต็ดรีอาลริตี้ โดยใช้กล้องส่องไปที่แผ่นพรีวิวรีล วางจำหน่ายช่วงปลายปี พ.ศ. 2558
ปลายปี พ.ศ. 2559(2016) กำลังจะวางจำหน่าย Mattel View-Master VR 2.0 ปรับปรุงจากรุ่นแรก ให้รองรับสมาร์ตโฟนขนาดเล็กได้เพิ่มขึ้น ปรับระยะสายตาได้ เสียบหูฟังได้ ฯลฯ
โปรเจกต์เตอร์ (Projectors)
[แก้]เครื่องฉายสไลด์ออกจอภายนอก
[แก้]เครื่องฉายสไลด์โดย ซอว์เยอร์ส และ กาฟ
[แก้]เครื่องฉายสไลด์ของวิว-มาสเตอร์ ใส่แผ่นรีลวงกลมฉายภาพเข้าผนัง โดยเป็นภาพ 2 มิติเท่านั้น มีเพียงรุ่นเดียวที่สามารถฉายภาพ 3 มิติ คือ Stereo-matic 500 3-D Projector ผลิตโดย ซอว์เยอร์ส กับ กาฟ จำหน่ายยาวนานกว่า 10 ปี[57]
- Sawyers 'Junior' Projector วัสดุ แบ๊กกะไลต์
- Sawyers 'Standard' Projector วัสดุ แบ๊กกะไลต์
- Sawyers 'Deluxe N12' Projector
- Sawyers S1 Projector
- Stereo-matic 500 3-D Projector (สเตอริโอเมติก 500)

เป็นโปรเจกต์เตอร์รุ่นเดียวที่ฉายภาพสามมิติ โดยต้องฉายบน ฉากรับภาพผิวเมตัลลิคทำขึ้นพิเศษ และต้องสวมแว่นตาแบบโพลาไรซ์พิเศษ
- Sawyers De Luxe Projector
- GAF View-Master Standard Projector - 30 Watt
- GAF View-Master Deluxe 100-Watt Projector
- GAF View-Master Custom 300-Watt Projector
- GAF Talking ViewMaster Projector
ออกในช่วงทศวรรษ ~1970 ตัวเครื่องสีเขียวสด ใช้เล่นแผ่น ทอล์คกิ้ง (Talking I)[58]
ไทโค โชว์บีม
[แก้](Tyco Show Beam Cartoon Projector 1990)
รูปร่างเหมือนกระบอกไฟฉาย ต้องใช้ตลับฟิล์มภาพยนตร์ทำขึ้นเฉพาะ มีสีแดง-ดำ, เหลือง-ฟ้า, สีแสด ชื่อนักประดิษฐ์บนสิทธิบัตรคือ Vitolds Laizans, John J. Richardson[59]
ไทโค ซุเปอร์-โชว์
[แก้](Tyco Super-Show Battery Projector) ผลิตในปี พ.ศ. 2535-2538(1992-1995)
รูปร่างเหมือนกระบอกไฟฉาย สีฟ้า-เหลือง ใส่แผ่นรีลวิวมาสเตอร์มาตรฐาน ภาพไม่เป็น 3 มิติ, หมุนปรับโฟกัสที่ปลายกระบอก ใส่ถ่านขนาด "D" 2 ก้อน ถ้าเป็นห้องมืดฉายภาพใหญ่ 25x25 ซม. ก็ยังดูชัด
มีบอดี้สีน้ำเงิน ปุ่มเลื่อนภาพสีเหลือง, บอดี้สีฟ้า ปุ่มเลื่อนภาพสีเหลือง และ บอดี้สีม่วง ปุ่มเลื่อนภาพสีขาว พ.ศ. 2538(1995)
Show & Tell Projector (1998-2003)
[แก้]หน้าตาเหมือนเตารีดรีดผ้า รุ่นบอดี้สีน้ำเงิน ปุ่มเลื่อนสไลด์สีแดง ปี พ.ศ. 2541 (1998) ผลิตในเม็กซิโก พิมพ์อักษร แมทเทล, บอดี้สีฟ้า ปุ่มเลื่อนสไลด์สีส้ม ปี พ.ศ. 2546 (2003)
- Show & Tell Projector with remote control ปี 2003 (ดูคู่มือการใช้งาน[60]) ผลิตโดยฟิชเชอร์-ไพร้ซ์
Telescope and Lighted Projector 1999
[แก้]ร่วมกับ ดิสคัฟเวอรี่แชนแนล ทำกล้องดูดาวแบบตาเดียว (ลำกล้องยาว 15 นิ้ว) สีเหลือง และใช้ฉายสไลด์ได้ด้วย ใส่ถ่านไซส์ C 4 ก้อน (ภาพไม่สามมิติ)
Discovery Learning projector with sounds
[แก้]ปี พ.ศ. 2548 (2005) จากเทคโนโลยีชิปเสียง ซุปเปอร์ซาวด์ ถูกนำมาใส่ในโปรเจกต์เตอร์ รุ่นนี้ใช้แผ่นรีลร่วมกับตลับคาร์ทริดจ์เสียง เลิร์นนิ่งซาวด์ (Learning Sounds) หรือ ซุปเปอร์ซาวด์ (Super Sounds) จึงจะมีเสียงเอฟเฟค หรือคำบรรยายประกอบภาพ (ภาพไม่สามมิติ), ตัวกระบอกเลนส์ฉายภาพมีลักษณะเป็นลูกทรงกลม หมุนได้หลายทิศทาง ปรับโฟกัสได้ ฉายภาพขึ้นบนเพดานก็ได้, ช่องใส่ถ่าน AA สี่ก้อน อยู่ใต้ล่าง ต้องใช้ไขควงไข[61] โปรเจกต์เตอร์รุ่นนี้สีม่วง-ฟ้า-เหลือง-เงิน เป็นการร่วมกับ ดิสคัฟเวอรี่ ผลิตสื่อภาพ-เสียงแนวสารคดี มีแผ่นตัวอย่างหนึ่งแผ่นมาในชุดแพ็คเกจ พร้อมมีไฟล์เสียงฝังอยู่ในตัวโดยไม่ต้องเสียบตลับคาร์ทริดจ์เสียง ผลิตโดย ฟิชเชอร์-ไพร้ซ์
- Super Sounds FX Talking View-Master Projector with Remote Control
มีรีโมทคอนโทรล เครื่องสีส้ม-แดง-ม่วง-เงิน[62] ผลิตโดย ฟิชเชอร์-ไพร้ซ์
เครื่องฉายสไลด์ออกจอหลัง
[แก้]ช่วงต้นทศวรรษ 1970 (~พ.ศ. 2513)
- เครื่องฉายสไลด์ภาพออกจอหลัง (GAF Rear Screen Projector) ภาพที่ฉายออกจอเป็นเพียงภาพสองมิติ ตัวเครื่องเป็นแบบตั้งโต๊ะ[63] ผลิตโดย GAF
กล้องถ่ายรูปวิว-มาสเตอร์
[แก้]
เป็นกล้องถ่ายรูประบบสามมิติ (Stereo Camera) เมื่อกดชัตเตอร์จะได้ภาพสองภาพ มีเลนส์รับภาพ 2 ชุด บันทึกลงฟิล์มสไลด์ 35 สำหรับคนที่ต้องการถ่ายทำภาพสามมิติด้วยตัวเอง ซอว์เยอร์สจ้าง Stereocraft Engineering Co. ผลิตมีเพียงสองรุ่น
วิว-มาสเตอร์ เพอซันนอล สเตอริโอ
[แก้](View-Master Personal Stereo Camera)[64] พ.ศ. 2495 (1952)
วิว-มาสเตอร์ มาร์ค ทู
[แก้](VM MKII camera) พ.ศ. 2505 (1962) ใช้เลนส์ของ โรเด็นสต็อก (Rodenstock Trinar 1:2.8/20mm)[65]
ซอว์เยอร์ส ฟิล์ม คัตเตอร์
[แก้]ใช้สำหรับตัดฟิล์ม พร้อมคู่มือวิธีการสอดแผ่นสไลด์เข้าไปในรีล[66]
กล้องดูภาพเคลื่อนไหว (Movie Viewer)
[แก้]GAF Movie Viewer
[แก้](Double-Vue Movie Player) ตัวเครื่องสีฟ้า พิมพ์คำว่า GAF View-master Movie Viewer ใส่ถ่าน AA หนึ่งก้อน, เล่นฟิล์มภาพเคลื่อนไหวหนังใบ้ไม่มีเสียง ด้วยการเสียบ คาร์ทริดจ์-ตลับฟิล์ม (cartridge) ตลับนึงมีสองด้าน ด้านละเรื่อง [67] ชื่อนักประดิษฐ์บนสิทธิบัตรคือ Alan G. Lewis[68] บนแพ็คเกจเวอร์ชันฝรั่งเศส มีพิมพ์คำว่า CineMaster
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- หนังสือ ของเล่น กับ ความทรงจำ Toys & Memories โดย ประยูร สงวนไทร
พิมพ์ครั้งที่ 2 – กันยา 2552 ISBN 978-616-508-008-8 สำนักพิมพ์ แสงดาว
- หนังสือ "หยิบของเล่นมาเล่าเรื่อง" Yes'... Toys Story โดย มด ไวตามิลค์ / จุติ จันทร์คณา
- ↑ ภาพจำลองรถเร่วิว-มาสเตอร์ในอดีต จากภาพยนตร์ ตุ๊กแกรักแป้งมาก
- ↑ หนังสือ ของเล่น กับ ความทรงจำ Toys & Memories โดย ประยูร สงวนไทร พิมพ์ครั้งที่ 2 – กันยา 2552 ISBN 978-616-508-008-8 สำนักพิมพ์ แสงดาว
- ↑ หนังสือ "หยิบของเล่นมาเล่าเรื่อง" Yes'... Toys Story โดย มด ไวตามิลค์ / จุติ จันทร์คณา
- ↑ facebook Gretchen Harmon
- ↑ Looking Back: 75 Years of The View-Master[ลิงก์เสีย]
- ↑ facebook Gretchen Harmon ลูกสาวของกรูเบอร์
- ↑ The History of View-Master - September 20th, 2006 Mary Ann & Wolfgang Sell
- ↑ "VIEW-MASTER HISTORICAL MARKER: OREGON INVENTORS OF THE 3D VIEWER HONORED". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-08-07. สืบค้นเมื่อ 2016-07-16.
- ↑ กล้องถ่ายรูป Kodak’s Bantam Specials
- ↑ ประวัติคร่าวๆ viewmaster.co.uk
- ↑ เครื่องประกอบแผ่นรีล ระบบปัมป์ลม
- ↑ สิทธิบัตรกล้องดูภาพสามมิติ US2189285
- ↑ The Bassett Collection: Atlas of Human Anatomy
- ↑ The New York Times: An Atlas of the Human Body
- ↑ "Stereo Viewer Executive Victim of Heart Attack". The Oregonian. Portland, Oregon. April 11, 1956. p. 23.
- ↑ SUCCESS STORY - EPISODE: SAWYER VIEWMASTER FACTORY
- ↑ ภาพป้ายหินอนุสรณ์ (memorial plaque) จากเว็บ phsc.ca
- ↑ in 1984 the acquired the Ideal Toy Company and became known as View-Master Ideal Group.
- ↑ Viewmaster International bought Ideal from CBS in 1985 and changed its name to View-Master Ideal
- ↑ Reuters. "COMPANY NEWS; Tyco to Acquire View-Master Ideal," New York Times (May 24, 1989).
- ↑ Viewers รูปกล้องวิวมาสเตอร์ โปรโตไทป์ - โมเดล โอ(O)
- ↑ รูปกล้องวิวมาสเตอร์ ทุกรุ่น
- ↑ "View-Master Viewers โมเดล A - โมเดล 12". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-02-22. สืบค้นเมื่อ 2016-07-16.
- ↑ สิทธิบัตร โมเดล ซี (C) Gruber
- ↑ สิทธิบัตรอุปกรณ์เสริม กล่องไฟ
- ↑ Sawyers View-Master Compact Viewer
- ↑ สิทธิบัตร Folded plastic stereoscopic viewer
- ↑ [https://www.facebook.com/miniviewer/posts/1936503939771525 ชาร์ลส แฮริสัน (Charles Harrison) ผู้ออกแบบ วิว-มาสเตอร์โมเดล G เสียชีวิต 29 พ ย. 2561]
- ↑ Model G สีฟ้า คันสับพลาสติกสีส้ม โดย VM international Group
- ↑ วิวมาสเตอร์ โมเดล เฮช(H) สีน้ำตาล โลโก้ ซอว์เยอร์ส
- ↑ "รูปทอล์คกิ้ง และการใช้งาน". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-08-12. สืบค้นเมื่อ 2016-08-13.
- ↑ คู่มือกล้อง ทอล์คกิ้ง วิว-มาสเตอร์ 3 รุ่นย่อย 1974
- ↑ ภาพภายใน ทอล์คกิ้งวิวมาส-เตอร์ รุ่นใช้หลอดไฟ
- ↑ รูปกล้อง Talking View-Master
- ↑ GAF COMPACT FOLDING VIEWER
- ↑ สิทธิบัตร Collapsible plastic stereoscopic viewer ของ Sawyer's
- ↑ บันทึกของ ทิม มัวร์ (Tim Moore) พนักงานบริษัท GAF
- ↑ วิวมาสเตอร์ โมเดล เจ(J) โดย กาฟ และ VMI
- ↑ ดูรูปกล้อง โมเดล 11 EPCOT
- ↑ ดูรูปกล้องโมเดล 12 สีเทา และวิธีการถอดฝาครอบถ่าน
- ↑ "ภาพ Tomy Viewer". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-09-27. สืบค้นเมื่อ 2016-07-20.
- ↑ BRANDED VIEW-MASTER
- ↑ **รีวิว** Unbox กล้อง View-Master รุ่น 65th Anniversary โดย นัทกล้องฟิล์ม
- ↑ Face Viewers
- ↑ รูปเฟซวิวเวอร์ มิกกี้เม้าส์ ซ้าย=อเมริกา และ ขวา=ยุโรป
- ↑ ภาพหลังใบหู เฟซวิวเวอร์ มิกกี้เม้าส์[ลิงก์เสีย]
- ↑ "รูปกล้อง GAF Talking View-Master II และการใช้งาน". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-04-11. สืบค้นเมื่อ 2016-08-13.
- ↑ สิทธิบัตร โมเดล เอ็ม(M) View-Master Ideal Group Inc.
- ↑ รูปกล้อง Tyco Mini
- ↑ Talking View-Master 3 รุ่น
- ↑ "กล้อง Digital Talking Viewer - Lost World Jurassic Park". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-09-21. สืบค้นเมื่อ 2016-08-10.
- ↑ ภาพกล่อง ไทโค ทอล์คกิ้ง วิว-มาสเตอร์[ลิงก์เสีย]
- ↑ สิทธิบัตรกล้องสองตา/ดูภาพสามมิติ (Convertible binocular/stereoscope device) Fisher-Price
- ↑ "Microscope & 3D Viewer - Bug box, tools & 3 reel set". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-07-22. สืบค้นเมื่อ 2016-08-13.
- ↑ View-master microscope[ลิงก์เสีย]
- ↑ กล้อง Discovery Learning 3D with Sounds ในแพ็คเกจ
- ↑ ภาพเครื่องฉายสไลด์ของวิว-มาสเตอร์
- ↑ เครื่องฉายสไลด์ ทอล์คกิ้ง โปรเจกต์เตอร์
- ↑ สิทธิบัตร Hand-held transparency projector with simple advance mechanism ของ View-Master International Group, Inc.
- ↑ คู่มือ Show & Tell Projector with remote control 2003
- ↑ คู่มือ Learning projector with sounds
- ↑ "หน้าตา Super Sound View-Master Projector with Remote Control". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-11-21. สืบค้นเมื่อ 2016-08-10.
- ↑ คู่มือ GAF Rear Screen Projector
- ↑ กล้องถ่ายรูปสามมิติ วิว-มาสเตอร์ เพอซันนอล
- ↑ กล้องถ่ายรูปสามมิติ วิว-มาสเตอร์ มาร์ค ทู[ลิงก์เสีย]
- ↑ รูปตัวเครื่องฟิล์มคัตเตอร์ และคู่มือการใช้[ลิงก์เสีย]
- ↑ รูป GAF Movie Viewer
- ↑ สิทธิบัตร Hand held motion picture viewer, US 4171881 A โดย GAF
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|