วาฬสีน้ำเงิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วาฬสีน้ำเงิน
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: Quaternary – Recent
[1][2]
Anim1754 - Flickr - NOAA Photo Library.jpg
วาฬสีน้ำเงินขนาดโตเต็มที่
Image-Blue Whale and Hector Dolphine Colored.jpg
ขนาดเมื่อเทียบกับมนุษย์
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Cetacea
อันดับย่อย: Mysticeti
วงศ์: Balaenopteridae
สกุล: Balaenoptera
สปีชีส์: B.  musculus
ชื่อทวินาม
Balaenoptera musculus
(Linnaeus, 1722)
ชนิดย่อย
  • B. m. brevicauda Ichihara, 1966
  •  ?B. m. indica Blyth, 1859
  • B. m. intermedia Burmeister, 1871
  • B. m. musculus Linnaeus, 1758
Cetacea range map Blue Whale.PNG
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง[4]
  • Sibbaldius sulfureus Cope, 1869
  • Balaena musculus Linnaeus, 1758

วาฬสีน้ำเงิน (อังกฤษ: Blue whale; ชื่อวิทยาศาสตร์: Balaenoptera musculus) เป็นวาฬบาลีน (Balaenopteridae) และถือเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วาฬสีน้ำเงินในขนาดปกติโดยทั่วไปจะยาวประมาณ 30-35 เมตร แต่ถ้าขนาดเล็กจะมีความยาวน้อยกว่า 30 เมตร แต่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมีความยาว 56 เมตร โดยวัดจากช้างในปัจจุบันที่ยาวที่สุดในโลกจำนวนแปดเชือก น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ ประมาณ 100-200 ตัน เฉพาะลิ้นก็มีน้ำหนักเกือบเท่าช้างหนึ่งตัว หัวใจมีขนาดเท่ารถยนต์คันหนึ่ง และเส้นเลือดบางเส้นกว้างขนาดที่มนุษย์พอจะลงไปว่ายน้ำได้ และครีบหางก็มีขนาดกว้างกว่าปีกของเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก จัดเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา มีขนาดใหญ่กว่าไดโนเสาร์ชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก[5]

อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้, แอตแลนติกและมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงในมหาสมุทรแอนตาร์กติกด้วย และแม้จะมีขนาดร่างกายใหญ่โต แต่วาฬสีน้ำเงินก็มีรูปร่างเพรียวยาวเหมาะแก่การว่ายน้ำ จึงสามารถว่ายน้ำได้เร็วถึง 20 นอตต่อชั่วโมง[5]

ลูกวาฬจะกินเฉพาะนมแม่ที่มีไขมันสูงถึงร้อยละ 40 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 4 กิโลกรัม

กินเคยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แต่ก็อาจจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น ปลาขนาดเล็กเข้าไปด้วย สามารถดำน้ำลงไปหาอาหารได้ลึกถึง 150 เมตร และปกติจะดำน้ำนาน 30 นาที แต่มีบันทึกสูงสุดว่าดำได้นานถึง 50 นาที และพ่นน้ำได้สูงถึง 10 เมตร ทั้งนี้ วาฬสีน้ำเงินที่โตเต็มวัยกินเคยวันหนึ่งได้มากถึง 4 ตัน

วาฬสีน้ำเงินถูกล่าอย่างหนักเพื่อต้องการไขมันและน้ำมัน โดยเฉพาะในช่วง 70 ปีแรกของศตวรรษที่ 20 คาดว่ามีวาฬสีน้ำเงินราวเกิน 500,000 ตัวถูกฆ่าตาย ประชากรวาฬรอบเกาะเซาท์จอร์เจียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ถูกฆ่าแบบล้างบาง รวมทั้งพวกที่เคยหากินอยู่นอกชายฝั่งญี่ปุ่นด้วย ประชากรวาฬสีน้ำเงินบางกลุ่มลดจำนวนลงถึงร้อยละ 98 จนเข้าสู่สภาพของการเป็นสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ กระทั่งถึงช่วงกลางทศวรรษ 1950 จึงได้มีการอนุรักษ์ขึ้นมาอย่างจริงจัง [6]

นอกจากนี้แล้ว วาฬสีน้ำเงินยังเป็นสัตว์ที่ส่งเสียงร้องได้กว้างไกลที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสามารถส่งได้ได้ดังถึง 1,500 กิโลเมตร ในลักษณะของคลื่นเสียงที่มีความหลากหลาย ซึ่งเชื่อกันว่าไม่ได้เป็นไปในการสื่อสารเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังใช้การนำทางอีกด้วย

ปัจจุบัน มีปริมาณวาฬสีน้ำเงินในซีกโลกใต้อยู่ประมาณ 1,425 ตัว อีกทั้งมีหลักฐานว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ต่อปี แต่ยังไม่มีการประมาณจำนวนวาฬชนิดนี้ที่ดีพอในบริเวณอื่นของโลก [7]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Fossilworks Dataway". Fossilworks Gateway to Paleontology. สืบค้นเมื่อ 2018-04-20. 
  2. Deméré, Thomas A.; Berta, Annalisa; McGowen, Michael R. (June 2005). "The Taxonomic and Evolutionary History of Fossil and Modern Balaenopteroid Mysticetes". Journal of Mammalian Evolution 12 (1/2): 99–143. doi:10.1007/s10914-005-6944-3. 
  3. จาก IUCN (อังกฤษ)
  4. จาก itis.gov (อังกฤษ)
  5. 5.0 5.1 "อัศจรรย์โลกใต้น้ำ ตอนที่ 1". ช่อง 7. 3 January 2015. สืบค้นเมื่อ 3 January 2015. 
  6. วาฬสีน้ำเงิน
  7. “วาฬสีน้ำเงิน” เจ้าสมุทรที่ใกล้สูญพันธุ์ จากผู้จัดการออนไลน์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]