วัดชัยมงคล (จังหวัดสงขลา)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับวัดชัยมงคลแห่งอื่น ดูที่ วัดชัยมงคล
วัดชัยมงคล
ชื่อสามัญวัดชัยมงคล, วัดโคกเสม็ด
ที่ตั้งตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
ประเภทพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ
นิกายมหานิกาย
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

วัดชัยมงคล เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 44 ตารางวา

วัดชัยมงคลตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2320 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2524 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร ทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อ วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2524 วัดมีพระบรมธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดสงขลา ซึ่งสร้างเมื่อใดไม่ทราบชัด เดิมวัดมีชื่อว่า วัดโคกเสม็ด เพราะตั้งอยู่บนเนินทรายที่มีต้นเสม็ดอยู่จำนวนมาก ในสมัยพระอาจารย์ศรีเป็นเจ้าอาวาส วัดชัยมงคลมีความเจริญรุ่งเรืองมาก และสมัยที่พระมหาแฉล้ม เขมปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาส ได้ทำเรื่องเสนอคณะสงฆ์และบ้านเมืองเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสถาปนาวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวง จนยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2528

พระสถูปเจดีย์ทรงลังกาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เจดีย์พระบรมธาตุเกิดจากที่อาจารย์นะ ติสสโร มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าที่ได้พระบรมสารีริกธาตุจากเศรษฐีลังกา[1] เจดีย์พระบรมธาตุสร้างแล้วเสร็จและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ เมื่อวันวิสาขบูชาปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2439 ท่านอาจารย์นะยังได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ ประดิษฐานทางด้านทิศใต้ของพระเจดีย์ไว้ด้วยด้วย

พระอุโบสถหลังสร้างขึ้นใหม่แทนพระอุโบสถหลังเดิม เป็นพระอุโบสถทรงไทยภาคกลางประยุกต์ กว้าง 7.05 เมตร ยาว 11.15 เมตร มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หลังคาลด 3 ชั้น มีพาไลหน้าหลัง หน้าบันด้านหน้าปั้นเป็นลายกระหนกปูนปั้นนูนแสงลอยตัวรูปของพระพุทธรูป ซุ้มประตู และซุ้มหน้าต่างเป็นรูปพระมงกุฎ และหอระฆังสร้างเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2540 โดยนายท่ามไกว่ นางบุญช่วย เหล่าสิริพรวัฒนา ปูชนียวัตถุมี พระพุทธไสยาสน์ สร้างด้วยปูนปั้น ขนาดองค์พระยาว 5.52 เมตร ลงรักปิดทอง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2484[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. "วัดชัยมงคล". การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.).
  2. "วัดชัยมงคล (Wat Chaimongkol)". ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้-มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.