วัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร
อุโบสถวัดกาญจนสิงหาสน์.jpg
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อวัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร
ที่ตั้งเลขที่ ๖๘๖ ริมคลองบางพรมฝั่งเหนือ แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
ประเภทพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
นิกายมหานิกาย (เถรวาท)
พระประธานพระพุทธรูป ปางมารวิชัย ขนาดพระเพลากว้าง ๔ ศอก สูงตลอดพระรัศมี ๕ ศอก ๑๐ นิ้ว
เจ้าอาวาสพระราชสุทธิญาณ
จุดสนใจสักการบูชา พระพุทธศิริกาญจโนภาส, หลวงพ่อทอง

วัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 686 ริมคลองบางพรมฝั่งเหนือ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร มีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย'[1]

อาณาเขต[แก้]

  • ทิศเหนือ ติดโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (กาญจนสิงหาสน์ อุปถัมภ์)'
  • ทิศตะวันออก จดสวนราษฎร
  • ทิศใต้ จดคลองบางพรม
  • ทิศตะวันตก ติดถนนแก้วเงินทอง
  • บริเวณวัดมีเนื้อที่รวมเขตธรณีสงฆ์แล้วประมาณ ๒๑ ไร่ '.[2]

ประวัติ[แก้]

วัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร เดิมชื่อ วัดทอง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฏนามผู้สร้างและปีที่สร้าง[3] แต่ตามประวัติที่เล่าสืบต่อ ๆ กันมาว่า เมื่อในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีพ่อค้าชาวจีนสองพี่น้อง แซ่ตัน ชาวบ้านเรียกกันว่า เจ้าขรัวเงินและเจ้าขรัวทอง'ได้เข้ามาตั้งรกรากค้าขายจนร่ำรวยแล้วจึงได้สร้างวัดขึ้นที่บริเวณสองฝั่งปากคลองนี้[4] คือ วัดเงินกับวัดทอง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ วัดนี้ทรุดโทรมลงเป็นอย่างมาก สมเด็จพระรูปศิริโสภาคย์มหานาคนารี พระชนนีของสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี โปรดให้ทำการบูรณะเสียใหม่ และโปรดให้สร้างกุฏิเพิ่มขึ้นเป็น ๓ คณะ คือ คณะกลาง สร้างเป็นกุฏิชนิด ๔ ห้อง ปลูกขวางทิศเหนือกับกุฏิชนิดแถว ๒ แถว แถวละ ๖ ห้อง โดยมีหอฉันอยู่ตรงกลาง และสร้างหอระฆังไว้ด้านหน้า ส่วนคณะตะวันออกและคณะตะวันตก สร้างเป็นหอฉันขวางทางทิศเหนือ ๒ คณะ ทางทิศใต้ สร้างหอพระไตรปิฏกอยุ่ติดกับกำแพง นอกจากนี้ ยังโปรดให้สร้างศาลาการเปรียญไว้ริมคลองหน้าพระอุโบสถ ศาลาสามหน้า และศาลา ๒ หลัง หลังหนึ่งตั้งอยู่หน้าปรก อีกหลังหนึ่งอยู่ข้างศาลาการเปรียญทางทิศตะวันออก พร้อมทั้งโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุอื่น ๆ จนครบบริบูรณ์

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ให้บูรณปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม แล้วทรงสถาปนาวัดทองขึ้นเป็นพระอารามหลวง ทั้งยังทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเพื่ออุทิศถวายแด่ สมเด็จพระรูปศิริโสภาคย์มหานาคนารีด้วย[5]

เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๗ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดเสียใหม่ว่า "วัดกาญจนสิงหาสน์" ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๐๖ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์แล้วลงรักปิดทองพระประธานและฐานชุกชี นับจากนั้นมาก็ไม่ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อีกทำให้เสนาสนะชำรุดทรุดโทรมและหักพังลงเป็นส่วนมาก มีเพียงพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และศาลาสามหน้า ที่ยังคงเป็นรูปเดิมอยู่[6] ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา จนถึง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทำให้วัดมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก

เสนาสนะ[แก้]

  • ๑.๑ อุโบสถหลังเก่า (พระวิหาร) มีลักษณะแบบศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีพาไลด้านหน้าและด้านหลัง ยาว ๑๔ วา กว้าง ๕ วา ๑ คืบ สูงตั้งแต่พื้นถึงเพดาน ๓ วา ๒ ศอก ตั้งแต่เพดานถึงอกไก่ ๓ วา ด้านในกว้าง ๔ วา ๑๕ นิ้ว ยาว ๘ วา ๑ ศอก ๑๑ นิ้ว เพดานเขียนลวดลายดาว มีหน้าต่าง ๑๒ หน้าต่าง เขียนลายรดน้ำเป็นลายดอกลอยพุ่มข้าวบิณฑ์ มีประตู ๔ ประตู เขียนลายรดน้ำเป็นภาพต้นไม้และรูปสัตว์ต่าง ๆ หน้าบรรณเป็นปูนปั้นลายพรรณพฤกษา ไม่มีช่อฟ้าใบระกา หลังคามุงกระเบื้องดินเผา มีกำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ มีประตูกำแพงแก้ว ๔ ประตู ซุ้มประตูเป็นลายอย่างฝรั่งและจีน มุมกำแพงแก้วเป็นเสาหัวเม็ด ทรงมัณฑ์ ภายในกำแพงแก้วมีพระปรางค์แลเจดีย์ พระอุโบสถหลังนี้ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๕ และมีการวางแนวเขตใน พ.ศ. ๒๕๒๘ ปัจจุบันพระอุโบสถหลังเก่านี้ได้ทำพิธีถอนสีมาแล้ว ใช้เป็นพระวิหาร และได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นมาแทน
  • ๒ พระอุโบสถหลังใหม่ กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร มุงกระเบื้องเกล็ดปลา ลักษณะ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงจีนแบบโบราณ มีระเบียงครอบหลังคาเป็นแบบหลังคากันสาด ภายในสร้างเลียนแบบพระอุโบสถหลังเดิม.'[7]
  • ๑.๓ ศาลาการเปรียญ กว้าง ๔ วา ๓ ศอก ๑๑ นิ้ว ยาว ๘ วา ๑๑ นิ้ว สูงตั้งแต่พื้นถึงอกไก่ ๑๕ วา ๓ ศอก ๓ นิ้ว
  • ๑.๔ ศาลาอเนกประสงค์ เป็นอาครก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว มีกระจกรอบ หลังคาเป็นกันสาดรอบ หน้าบันลายปูนปั้นเขียนสีทอง ไม่มีช่อฟ้าใบระกา
  • ๑.๕ ศาลาท่าน้ำ มี ๒ หลัง เป็นอาคารโถง เครื่องไม้ มีมาแต่เดิม และได้รับการบูรณะซ่อมแซมบ้าง หลังคาจั่ว เครื่องปิดเครื่องมุงเป็นเครื่องลำยองประดับกระจก หน้าบันแกะสลักเขียนสีทองเป็นลายใบไม้ดอกไม้
  • '๑.๔ โรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ๔ ชั้น แบบสถาปัตยกรรมไทย มีมุขด้านหน้า แต่ละชั้นมีคันทวยรองรับหลังคากันสาดโดยรอบ เครื่องปิดเครื่องมุงเป็นรวยระกา.[8]
  • นอกจากนี้ ยังมี ศาลาขวางทางริมคลอง ๑ หลัง ศาลาขวางทางทิศเหนือ ๑ หลัง กุฏิ ๑๘ หลัง เตียงอาสนสงฆ์ ๑๒ เตียง ธรรมาสน์ของเดิม ๑ ธรรมาสน์ และยังมีของที่ได้รับพระราชทานและมีผู้ให้ไว้สำหรับวัดคือ ธรรมาสน์ลายทองในงานถวายพระราชทานพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑ ธรรมาสน์ พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ในรัชกาลที่ ๕ พร้อมทั้งตู้สำหรับบรรจุ ๑ ตู้ ธรรมาสน์ปาติโมกข์และเชิงเทียนทองเหลืองในงานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีรัตน์โกสินทร์ ๑ ชุด พระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องยศจอมพลทหารบก ๑ องค์ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑ องค์ โต๊ะหมู่ลายทองในงานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ๑ ชุดกุฏิเจ้าอาวาส หอระฆัง ศาลาบำเพ็ญกุศล ฌาปนสถาน โรงครัว เรือนเก็บพัสดุอีกด้วย.[9]

ศาสนวัตถุ[แก้]

  • ๑.๑ พระประธานในอุโบสถ พระพุทธศิริกาญจโนภาส พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูป ปางมารวิชัย ขนาดพระเพลากว้าง ๔ ศอก สูงตลอดพระรัศมี ๕ ศอก ๑๐ นิ้ว
  • ๑.๒ หลวงพ่อทอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยอยุธยา '.[10]

ลำดับเจ้าอาวาส[แก้]

ลำดับเจ้าอาวาส
ลำดับที่ รายนาม/สมณศักดิ์ เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ หมายเหตุ
พระดำ - -
พระสน - -
พระครูนิโรธรักขิต (นา) - -
พระครูนิโรธรักขิต (มี) - -
พระครูนิโรธรักขิต (เนตร) - -
พระครูนิโรธรักขิต (ตุ้ม) - -
พระครูนิโรธรักขิต (ตุ๋ย) - -
พระครูนิโรธรักขิต (อบ) พ.ศ. ๒๔๖๗ พ.ศ. ๒๔๗๖
พระนิโรธรักขิต (อ่อน จนฺทสโร) พ.ศ. ๒๔๗๘ -
๑๐พระราชสุทธญาณ.jpg พระราชสุทธิญาณ พ.ศ. ๒๕๓๑ - ปัจจุบัน

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสในปัจจุบัน

1.พระครูอนุกูลวิบูลกิจ (อุดม รกฺขิโต)

2.พระมหาโสมินทร์ อคฺคธมฺโม ป.ธ๙

3.พระครูศรีกาญจนสุนทร (วันทอง มหาปญฺโญ)

4.พระครูกาญจนกิจจารักษ์ (บัณฑิต ปภสฺสโร)

5.พระมหาอุบล ญาณเมธี ป.ธ๓

                              6.พระพิเชฐ ปญฺญาธโร น.ธเอก

ระเบียงภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. หนังสือประวัติวัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร]],ราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์เป็นที่ระลึก. งานถวายผ้ากฐินพระราชทานพุทธศักราช ๒๕๕๓ หน้า ๗ , ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ:ราชบัณฑิตยสถาน.
  2. หนังสือประวัติวัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร,ราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์เป็นที่ระลึก. งานถวายผ้ากฐินพระราชทานพุทธศักราช ๒๕๕๓ หน้า ๗ , ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ:ราชบัณฑิตยสถาน.
  3. http://wattong-library.freeoda.com/
  4. http://www.lovethailand.biz/travel/th/17-กรุงเทพมหานคร/1056-วัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร-(วัดทองบางพรม).html
  5. http://wattong-library.freeoda.com/
  6. http://wattong-library.freeoda.com/
  7. หนังสือประวัติวัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร, ราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์เป็นที่ระลึก. งานถวายผ้ากฐินพระราชทานพุทธศักราช ๒๕๕๓ หน้า ๒๒-๒๕ , ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ : ราชบัณฑิตยสถาน.
  8. หนังสือประวัติวัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร, ราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์เป็นที่ระลึก. งานถวายผ้ากฐินพระราชทานพุทธศักราช ๒๕๕๓ หน้า ๒๘-๓๒ , ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ : ราชบัณฑิตยสถาน.
  9. หนังสือประวัติวัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร, ราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์เป็นที่ระลึก. งานถวายผ้ากฐินพระราชทานพุทธศักราช ๒๕๕๓ หน้า ๒๒-๒๕ , ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ : ราชบัณฑิตยสถาน.
  10. หนังสือประวัติวัดกาญจนสิงหาสน์วรวิหาร, ราชบัณฑิตยสถานจัดพิมพ์เป็นที่ระลึก. งานถวายผ้ากฐินพระราชทานพุทธศักราช ๒๕๕๓ หน้า ๒๑,๒๖ , ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ : ราชบัณฑิตยสถาน.