ฟริดา กาโล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ฟรีดา คาห์โล)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ฟริดา กาโล
Frida Kahlo, by Guillermo Kahlo.jpg
'ฟริดา กาโล, ภาพเหมือนกับสร้อยหนามและนกฮัมมิงเบิร์ด - พ.ศ. 2483
ชื่อเมื่อเกิดมักดาเลนา การ์เมน ฟริดา กาโล อี กัลเดรอน[1][2]
วันเกิด 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1907(1907-07-06)
โกโยอากัน เม็กซิโกซิตี เม็กซิโก[3]
วันเสียชีวิต 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1954 (47 ปี)
โกโยอากัน เม็กซิโกซิตี เม็กซิโก
เชื้อชาติ เม็กซิโก
สาขา จิตรกรรม

ฟริดา กาโล (สเปน: Frida Kahlo) มีชื่อเกิดว่า มักดาเลนา การ์เมน ฟริดา กาโล อี กัลเดรอน (Magdalena Carmen Frida Kahlo y Calderón; 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 – 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2497) เป็นจิตรกรชาวเม็กซิโกแนวผสมแบบเหมือนจริง สัญลักษณนิยม และเหนือจริง เป็นผู้สนับสนุนคอมมิวนิสต์ ภรรยาของดิเอโก ริเบรา (Diego Rivera) จิตรกรชาวเม็กซิโก

ฟริดา กาโล มีลักษณะเด่นเป็นที่สังเกตได้จากไรหนวดและขนคิ้วดกชนกัน ชอบแต่งกายด้วยชุดฟูฟ่องแบบชุดเม็กซิโก

ชีวประวัติวัยเยาว์[แก้]

ฟริดา กาโล เกิดในเขตโกโยอากัน (Coyoacán) ในเม็กซิโกซิตี บิดาชื่อ กิเยร์โม กาโล (Guillermo Kahlo) มีเชื้อสายเยอรมัน-ฮังการี อพยพจากประเทศเยอรมนี และสมรสกับมาติลเด กัลเดรอน อี กอนซาเลซ (Matilde Calderón y Gonzalez) มารดาผู้สืบเชื้อสายชาวสเปนกับชนพื้นเมือง ภายหลังภรรยาคนแรกเสียชีวิตเพราะการคลอดบุตร ฟริดาเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่มีความสุข แต่ใกล้ชิดกับบิดามากว่ามารดา เมื่อฟริดาอายุ 6 ขวบ ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ส่งผลให้ขาซ้ายลีบเล็กกว่าขาขวาแต่ก็สามารถพิชิตความพิการได้ในที่สุด ในปี พ.ศ. 2465 ฟริดาได้เข้าเรียนในโรงเรียนชั้นมัธยมปลาย (Preparatoria) เป็นหนึ่งในจำนวนนักศึกษาสตรี 35 คน ในช่วงนั้นเองฟริดาได้ประสบกับจลาจลบนท้องถนนของการปฏิวัติเม็กซิโก เหตุการณ์นี้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตของฟริดา

ในปี พ.ศ. 2468 รถรางชนกับรถประจำทางที่ฟริดานั่ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะที่กระดูกเชิงกราน และมดลูก เป็นสาเหตุให้ต่อมาตั้งครรภ์ด้วยความเสี่ยง ภายหลังจากการบาดเจ็บ ฟริดากลับมาเดินได้อีกแต่ก็กลับไปมีอาการเจ็บปวดไปตลอดชีวิต ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลครั้งละนาน ๆ และได้เข้ารับการผ่าตัด ถึง 35 ครั้ง ที่หลังและขาขวา

อาชีพจิตรกร[แก้]

ฟริดา กาโล กับดิเอโก ริเบรา ในปี พ.ศ. 2475

ภายหลังจากอุบัติเหตุฟริดาหันเหความสนใจไปศึกษาศิลปะแทน ภาพเขียนของฟริดาสะท้อนชีวิตอันขื่นขมอย่างตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ ทั้งการสมรสที่ล้มเหลว การตั้งครรภ์และการผ่าตัดต่าง ๆ 55 ภาพในจำนวน 143 ภาพเป็นภาพเหมือนของตัวเอง มักมีการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับบาดแผลทางกายและทางใจของฟริดา ฟริดาได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมพื้นถิ่นเม็กซิโกอย่างยิ่ง โดยสะท้อนเป็นสีสันอันสดใสในสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในภาพเขียน

แม้ว่างานของฟริดาถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบเหนือจริง และออกแสดงกับพวกลัทธิเหนือจริงของยุโรป แต่ฟริดาไม่นับตัวเองเป็นพวกลัทธิเหนือจริง งานที่มีท่วงทำนองส่วนใหญ่เกี่ยวกับสตรี ส่งให้ฟริดากลายเป็นแม่แบบของนักนิยมสิทธิสตรีในทศวรรษสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษที่ 20

มรสุมชีวิตสมรส[แก้]

ฟริดา กาโล (กลาง) กับดิเอโก ริเบรา ถ่ายโดยคาร์ล แวน เว็กเทน ในปี พ.ศ. 2475

ดิเอโก ริเบรา สนใจภาพเขียนของฟริดา ต่อมาทั้งคู่ก็แต่งงานกัน ทั้งสองมักถูกมารดาของฟริดา (ผู้ไม่ถูกชะตากับลูกเขย) ค่อนแคะเปรียบเปรยว่าเป็น "ช้างกับเขา" ตามขนาดร่างกาย เมื่อแรกแต่งงาน เขาอายุ 42 ปี สูง 186 เซนติเมตร หนัก 136 กิโลกรัม ส่วนฟริดา อายุ 22 ปี สูง 160 เซนติเมตร หนัก 44.5 กิโลกรัม

ชีวิตสมรสของทั้งคู่ไม่ใคร่ราบรื่น เพราะดิเอโกเป็นคนเจ้าชู้ อารมณ์ร้อนของทั้งสองก็มีส่วนกับชีวิตสมรสที่ไม่ราบรื่นด้วย ทั้งคู่ต่างคบชู้เหมือนกัน เมื่อฟริดาจับได้ว่าดิเอโกมีความสัมพันธ์กับพี่สาวก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทั้งคู่หย่าขาดจากกันแล้วกลับมาแต่งงานกันใหม่ในปี พ.ศ. 2483 แต่ชีวิตสมรสก็ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ เช่นเดิม

ฟริดาไม่คิดปกปิดดิเอโกว่าตนเป็นไบเซ็กชวล ดิเอโกยอมรับความสัมพันธ์กับหญิงอื่นของภรรยาไม่ได้ เพราะรู้สึกอิจฉายิ่ง

ชีวิตบั้นปลาย[แก้]

ฟริดาและดิเอโกต่างเป็นผู้ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ เป็นสหายของเลออน ทรอตสกี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากสหภาพโซเวียตภายใต้การปกครองของโจเซฟ สตาลิน แต่แรกนั้น ทรอตสกีอาศัยอยู่กับดิเอโกแล้วจึงมาอยู่ฟริดาเมื่อทั้งสองลักลอบเป็นชู้กัน ต่อมาทรอตสกีย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังกับภรรยาที่โกโยอากัน และถูกลอบสังหารในที่สุด ภายหลังการตายของทรอตสกี ฟริดาประณามเขาและหันมายกย่องสหภาพโซเวียตของสตาลิน ชื่นชอบนิยมเหมา เจ๋อตุง เรียกประเทศจีนว่าเป็น "ความหวังใหม่ของนักสังคมนิยม"

ฟริดาเจ็บกระเสาะกระแสะในช่วงหลายปีหลังและเกิดเนื้อตายที่ขา ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2497 ไม่มีการชันสูตรศพ และมีคำเล่าลือว่าเธอฆ่าตัวตาย เพราะก่อนหน้าการตายไม่กี่วัน ฟริดาเขียนอนุทินว่า "ฉันหวังว่าทางออกนั้นคงน่ายินดี ฉันหวังว่าคงไม่ต้องกลับมา"


อ้างอิง[แก้]

  1. Frieda is a German name from the word for peace (Friede/Frieden); Kahlo began omitting the "e" in her name about 1935 [1]
  2. Herrera, Hayden (1983). A Biography of Frida Kahlo. New York: HarperCollins. ISBN 978-0060085896.
  3. "Frida Kahlo". Smithsonian.com. สืบค้นเมื่อ 2008-02-18.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]