พูดคุย:กบฏทหารนอกราชการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

จาก http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=1028

เส้นทาง สู่ อำนาจ เส้นทาง ทหาร การเมือง เส้นทาง 9 ก.ย. 28 คอลัมน์ หักทองขวาง ข่าวสด

สถานการณ์ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2528 เป็นสถานการณ์ยึดอำนาจที่ดำเนินไปอย่างกำกวมเหมือนๆ กับสถานการณ์ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2520 เมื่อเดือนมีนาคม 2520 หัวหน้าคณะปฏิวัติชื่อ พล.อ.ประเสริฐ ธรรมศิริ เมื่อเดือนกันยายน 2529 หัวหน้าคณะปฏิวัติชื่อ พล.อ.เสริม ณ นคร

แต่ภายหลังจากสถานการณ์ยึดอำนาจจบสิ้น ฝ่ายปฏิวัติกลายเป็นฝ่ายกบฏ สภาพกลับแปรเปลี่ยน แปรเปลี่ยนเป็นทั้ง พล.อ.ประเสริฐ ธรรมศิริ และ พล.อ.เสริม ณ นคร ไม่รู้เรื่องด้วย

หนังสือ "วีรบุรุษสะพานมัฆวานฯ" อันเป็นการบันทึกประวัติของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ตีพิมพ์โดยกองทัพบกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2529 ได้กล่าวถึงสถานการณ์ยึดอำนาจเมื่อเดือนกันยายน 2528 ไว้อย่างค่อนข้างละเอียด แม้จะเป็นการบันทึกจากมุมของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก มิได้เป็นมุมของ พ.อ.มนูญ รูปขจร แต่ก็สมควรให้ความสนใจ ก่อนที่จะไปศึกษาเปรียบเทียบกับที่บันทึกไว้ในหนังสือ "รัฐบุรุษชื่อเปรม"

วันที่เกิดเหตุการณ์ก่อความไม่สงบขึ้นนั้น เป็นวันที่ทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปต่างประเทศ โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เดินทางไปดูงานที่ประเทศอินโดนีเซีย พันธมิตรอาเซียน ส่วน พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เดินทางไปเยี่ยมและดูงานการทหารและกิจการโทรศัพท์ของประเทศในยุโรปที่มีหนังสือเชิญมา ได้แก่ ประเทศเยอรมนีตะวันตก สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี

ประเทศแรกที่ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เดินทางไปถึงคือประเทศสวีเดนแต่ยังไม่ทันที่จะมีโอกาสได้ดูงานตามแผนที่เจ้าหน้าที่ของประเทศสวีเดนกำหนดไว้ ก็ได้รับการติดต่อจากฝ่ายทหารในประเทศไทยว่า เกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้นในประเทศ โดยมีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งประกาศชื่อ พล.อ.เสริม ณ นคร เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ได้ก่อความไม่สงบขึ้นในกรุงเทพมหานครด้วยการใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศได้ เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2528 และได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญพร้อมกับล้มล้างรัฐสภากับคณะรัฐมนตรี

พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก จึงเปลี่ยนแปลงกำหนดการดูงานและขอให้ทางองค์การโทรศัพท์สวีเดนช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้วิทยุโทรศัพท์ติดต่อกับผู้บังคับหน่วยทหารในกรุงเทพมหานครให้ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางประเทศสวีเดนได้ให้ความร่วมมือด้วยดีจนสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารดังกล่าวสั่งการและอำนวยการกอบกู้สถานการณ์ปฏิวัติข้ามทวีปได้ แม้ในขณะที่ตัวเองจะยังเดินทางกลับมาไม่ถึงกรุงเทพมหานคร

หนังสือ "รัฐบุรุษชื่อเปรม" ให้รายละเอียดสถานการณ์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2528 มากยิ่งขึ้นไปอีกว่า กำลังทหารที่เข้ายึดอำนาจครั้งนี้มีประมาณ 500 นายเท่านั้น เป็นกองกำลังรถถังจากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ และกรมอากาศโยธินอีกจำนวนหนึ่ง ภายใต้การนำของ พ.อ.มนูญ รูปขจร กับ น.ท.มนัส รูปขจร น้องชาย นอกจากนี้ ก็ยังมีนายทหารนอกประจำการชั้นผู้ใหญ่อีก 4 คน คือ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อดีตนายกรัฐมนตรี OSK พล.อ.เสริม ณ นคร อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.กระแส อินทรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ขณะเดียวกัน ฝ่ายรัฐบาลก็ระแคะระคายมาล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการทำรัฐประหารแต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเมื่อใด จึงได้ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิดมาตลอด ก่อนที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เดินทางไปอินโดนีเซียไม่กี่นาทีฝ่ายข่าวได้รายงานว่ามีกลุ่มบุคคลคิดจะยึดอำนาจ แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มิได้เปลี่ยนกำหนดการเยือนต่างประเทศแต่อย่างใดเพียงแต่มอบหมายให้ พล.ท.ชวลิต ยงใจยุทธ รองเสนาธิการทหารบกเป็นผู้ประสานงานและคลี่คลายสถานการณ์ คำเดียวที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อุทานเมื่อได้รับรายงานการรัฐประหารระหว่างที่อยู่อินโดนีเซียก็คือ -- นึกแล้ว

ความน่าตื่นเต้นมิได้อยู่ที่เป็นการรัฐประหารโดยมี พ.อ.มนูญ รูปขจร เป็นเลขาธิการ หากแต่เป็นความน่าตื่นเต้นเพราะ "รายงาน" ผ่าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กับที่ผ่าน พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก มีความแตกต่างกันในรายละเอียด ตรงนี้เองคือความลึกลับของสถานการณ์วันที่ 9 กันยายน 2528

ทั้งๆ ที่กล่าวสำหรับ สภาพการณ์ ทางการเมือง และ ทางการทหาร จังหวะเวลาของการยึดอำนาจค่อนข้างสวย

  • สวยเพราะ 2 คนสำคัญที่กุมอำนาจทางการเมือง อำนาจทางการทหาร ไม่อยู่
  • สวยเพราะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปอินโดนีเซีย
  • สวยเพราะ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวีเดน เป็นการเดินทางไปดูงานการโทรศัพท์ ไม่ใช่งานการทหาร
  • สวยเพราะว่ามีอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีที่มีสายสัมพันธ์กับกองทัพเป็นอย่างดีมีชื่อร่วมอยู่ในคณะปฏิวัติ อย่างเช่น พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อย่างเช่น พล.อ.เสริม ณ นคร อย่างเช่น พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และรวมถึง พล.อ.อ.กระแส อินทรัตน์

แต่เอาเข้าจริง คณะปฏิวัติก็มีชีวิตอยู่ได้เพียง 9 ชั่วโมงก็ต้องอำลา ถามว่าสาเหตุแท้จริงของรัฐประหารเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2529 มาจากอะไร

  • ประการ 1 มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ ความไม่พอใจต่อรัฐบาลใน 2 เรื่องใหญ่
  • เรื่อง 1 คือ อารมณ์และกระแสความรู้สึกที่ตกค้างมาจากการลดค่าเงินบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทั้งที่เป็นนักธุรกิจ นักการเงิน และที่มิได้เป็น
  • เรื่อง 1 คือ เรื่องเกี่ยวกับความพยายามที่จะจัดการกับธุรกิจเงินนอกระบบ

แม้ว่าไม่มีเบาะแสว่ามีเงินจากขบวนการแชร์ไม่ว่าจะเป็น "แม่ชม้อย" หรือ "แม่นกแก้ว" หากแต่ที่เด่นชัดเป็นอย่างมากก็คือ มีเจ้าของ "แชร์ชาเตอร์" ร่วมอยู่ในการก่อการครั้งนี้ด้วย นั่นก็คือ การไปปรากฏตัวที่สำนักงานองค์การร.ส.พ.

น่าสนใจก็คือ พร้อมกันกับการเคลื่อนกำลังทหารจากกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ และทหารบางส่วนจากกรมอากาศโยธิน รวมแล้วประมาณ 500 คน ก็มีการชุมนุมพลังของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เรียกตนเองว่า "กลุ่มแรงงานประชาธิปไตย" ซึ่งประสานกับนักศึกษาที่เคยมีบทบาทเมื่อเดือนตุลาคม 2516 จำนวนหนึ่ง

ประการ 1 คือ ความขัดแย้งและแย่งชิงอำนาจระหว่างกลุ่มนายทหารที่สูญเสียอำนาจไปในรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2524 กับ นายทหารที่กำลังเติบใหญ่ ได้แก่ จปร.1 ที่มี พล.ท.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้นำ กับ จปร.5 ที่มี พล.ท.สุจินดา คราประยูร เป็นผู้นำ

น่าสนใจก็ตรงที่แม้ พ.อ.มนูญ รูปขจร จะปรากฏตัวขึ้นในตำแหน่งเลขาธิการคณะปฏิวัติแต่ไม่มีเพื่อนจปร.7 ร่วมด้วยแม้แต่คนเดียว

รอยแค้นที่เห็นอย่างเด่นชัด คือ การยิงถล่มสถานีวิทยุการพลที่ 1 รักษาพระองค์ เป็นการยิงปืนจากรถถังที่มาจากกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ เป้าหมายแท้จริงคือต้องการท้าทายโดยตรงไปยัง พล.ต.อิสระพงศ์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ นายทหารคนสำคัญแห่งจปร.5

เป็นรอยแค้นจากฝีมือนายทหารจปร.7 ที่ฝังจำอย่างไม่ลืมเลือน

เพียง 9 ชั่วโมง กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ พล.อ.เทียนชัย สิริสัมพันธ์ รองผู้บัญชาการทหารบก ก็สามารถคลี่คลายให้สงบลงได้โดยราบรื่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2528 จากนั้น ก็เดินทางเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ก่อนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ในเวลา 22.45 น.

ขณะที่ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เดินทางจากสวีเดนมาถึงกรุงเทพมหานครในเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2528 เป็นการเดินทางมาเมื่อสถานการณ์สงบเรียบร้อยแล้ว

เป็นการเดินทางมาภายหลังจาก พล.ท.พิจิตร กุลละวณิชย์ นำ พ.อ.มนูญ รูปขจร กับ จ.ส.อ.สานิตย์ โสมานิกรณ์ และ จ.ส.อ.วิเชียร วรชัย เดินทางโดยเครื่องบินไปยังท่าเรือบินชางยีแห่งสิงคโปร์

การก่อการเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2528 จึงสงบลงเร็วกว่าการก่อการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2524

สถานการณ์วันที่ 9 กันยายน 2528 เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. อีก 3 ชั่วโมงต่อมาก็สามารถเข้าควบคุมอาคารกองบัญชาการทหารสูงสุด สนามเสือป่า อาคารกรมประชาสัมพันธ์และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ขณะเดียวกัน 07.00 น. กองอำนวยการต่อต้านภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.อ.เทียนชัย สิริสัมพันธ์ รองผู้บัญชาการทหารบก ก็จัดตั้งขึ้นที่ กรมทหารราบที่ 11 รอ.บางเขน เวลา 18.30 น. ทุกอย่างก็เรียบร้อย

เป็นการเรียบร้อยโดยมีจุดรับรู้ตรงที่ พล.ท.พิจิตร กุลละวณิชย์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้คุมตัว พ.อ.มนูญ รูปขจร และพวก เดินทางไปส่งยังประเทศสิงคโปร์เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่ 3

เป็นความเรียบร้อยโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากนั้น นั่นก็คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม คณะรัฐบาลของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

ขณะเดียวกัน พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ก็ยังดำรงตำแหน่งเป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบกเหมือนเดิม

กระนั้น ปมจากรัฐประหารเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2528 ก็ยังกรุ่นอยู่ในทางความคิด หากพิจารณาจาก แถลงการณ์ ของคณะปฏิวัติที่ลงนามโดย พล.อ.เสริม ณ นคร อย่างประสานกับองค์ประกอบบางส่วนภายในคณะปฏิวัติก็จะมองเห็นเบาะแสบางประการในทางเศรษฐกิจและในทางการเมืองได้

  • ประการ 1 มีความไม่พอใจในเรื่องเกี่ยวกับสถาบันการเงิน
  • ประการ 1 มีความไม่พอใจในเรื่องเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แชร์ลูกโซ่
  • รูปธรรม 1 ก็คือ การเข้าร่วมของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร
  • รูปธรรม 1 ก็คือ การที่ผู้นำแรงงานในกลุ่มแรงงานประชาธิปไตยอย่าง นายอาหมัด ขามเทศทอง และ นายสวัสดิ์ ลูกโดด มีชื่อร่วมอยู่ด้วย

จากการเปิดเผยของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ในหนังสือ "ยุทธการล้มทักษิณ" "ผมบินเข้าไปแต่ตัวเงินอยู่ในธนาคารที่เมืองไทย แต่ใช้ไปไม่ถึง 200 ล้านบาท---เงินทั้งหมดใส่ไว้ในท้ายรถเบนซ์"

ไม่ว่า "ข้อมูล" ที่เปิดเผยในปี2547 ของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร จะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด แต่การยอมรับของเขาก็ทำให้ภาพที่ว่างอยู่บางภาพภายในรัฐประหารวันที่ 9 กันยายน 2528 มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

เป็นความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นของความต่อเนื่องในเรื่องผลสะเทือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลสะเทือนในทางเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจจากการลดค่าเงินบาทเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2527

ที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เคยสรุปอย่างรวบรัดว่า การรัฐประหารทุกครั้งล้วนมีผลสะเทือนมาจากเรื่องทางเศรษฐกิจ เป็นผลสะเทือนจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแล้วนำไปสู่ปัญหาทางการเมือง

สถานการณ์ลดค่าเงินบาทในเดือนพฤศจิกายน 2527 เป็นรูปธรรม 1 ที่สะท้อนให้เห็นจุดขัดแย้งระหว่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กับ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก

แม้ว่าความขัดแย้งนี้จะลงเอยด้วยการต่ออายุราชการ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก แต่เมื่อย่างเข้าสู่เดือนมกราคม 2529 ประเด็นเกี่ยวกับการต่ออายุราชการ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ก็นำเข้าสู่การถกเถียงในทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ประเด็นทางการเมืองก็มีความร้อนแรงเป็นอย่างยิ่ง เป็นความร้อนแรงที่ไม่เพียงแต่ภายในพรรคชาติไทยจะมีการแย่งชิงอำนาจระหว่าง พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร กับ พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ หากเป็นการแย่งชิงอำนาจบนพื้นฐานการเลือกข้างอีกด้วย นั่นก็คือ จะเลือกอิงอยู่กับอำนาจของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรือ จะอิงอยู่กับอำนาจที่กำลังเติบใหญ่ของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก

ขณะเดียวกัน การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็สร้างความร้อนแรงเป็นอย่างสูงให้กับพรรคกิจสังคม ที่ต้องไม่ลืมอย่างเด็ดขาดก็คือ พรรคกิจสังคมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่แนบแน่นอย่างเป็นพิเศษอยู่กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ การเปลี่ยนหัวหน้าพรรคนำไปสู่การปรับครม.เมื่อเดือนมกราคม 2529

รายละเอียดการปรับครม.โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัดส่วนของพรรคกิจสังคมนี้เองที่ก่อให้เกิดผลสะเทือนในทางการเมือง กระทั่งนำไปสู่การยุบสภาในเดือนพฤษภาคม 2529

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03col04221048&day=2005/10/22 http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03col04121148&day=2005/11/12 http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03col04261148&day=2005/11/26