พระมหากษัตริย์อิตาลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ประวัติศาสตร์อิตาลี
Coat of Arms of Italy
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความที่เกี่ยวกับ
ประเทศอิตาลี

ตามลำดับเหตุการณ์
อิตาลีก่อนประวัติศาสตร์
เกรตเตอร์กรีซ
(ศตวรรษที่ 8 ก่อน ค.ศ. – 7 ก่อน ค.ศ)
อิตาลีระหว่างการปกครองของโรมัน
(ศตวรรษที่ 8 ก่อน ค.ศ. – 6 ก่อน ค.ศ.)
อิตาลีในยุคกลาง
(คริสต์ศตวรรษ 6–14)
อิตาลีระหว่างยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา
(คริสต์ศตวรรษ 14–16)
สงครามอิตาลี
(ค.ศ. 1494–ค.ศ. 1559)
ระหว่างอิทธิพลของต่างประเทศและการรวมตัว
(ค.ศ. 1559–ค.ศ. 1814)
การรวมชาติอิตาลี
(ค.ศ. 1814–ค.ศ. 1861)
สมัยราชาธิปไตยและสมัยสงครามโลก
(ค.ศ. 1861–ค.ศ. 1945)
สมัยสาธารณรัฐ
(ค.ศ. 1945–"ปัจจุบัน")
ตามหัวข้อ
ประวัติศาสตร์การทหาร
รัฐในประวัติศาสตร์

สถานีย่อยอิตาลี
มงกุฎเหล็กแห่งลอมบาร์เดียที่ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19

พระมหากษัตริย์อิตาลี (ละติน: rex Italiae, อิตาลี: re d'Italia, อังกฤษ: King of Italy) เป็นตำแหน่งที่ใช้สำหรับประมุขผู้ครองคาบสมุทรอิตาลีมาตั้งแต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน แต่ก็ไม่มีพระมหากษัตริย์องค์ใดที่ปกครองคาบสมุทรอิตาลีทั้งหมดมาจนถึงสมเด็จพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ในปี ค.ศ. 1870 แม้ว่าจะมีกษัตริย์บางพระองค์ก่อนหน้านั้นที่ทรงอ้าง

หลังจากการปลดจักรพรรดิโรมิวลัส ออกัสตัสแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันตกในปี ค.ศ. 476 แล้วพระเจ้าโอเดเซอร์ (Odoacer) ประมุขของเฮรูลิ (Heruli) ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น "dux Italiae" หรือ "ดยุคแห่งอิตาลี" โดยจักรพรรดิเซโนแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก ต่อมาโอเดเซอร์ใช้ตำแหน่ง "rex" หรือ "ราช"/"กษัตริย์" แต่กระนั้นก็ยังถือว่าตนเองเป็นข้าราชการของจักรวรรดิโรมันตะวันออก ในปี ค.ศ. 493 พระมหากษัตริย์ออสโตรกอธพระเจ้าธีโอดอริคมหาราชก็ทรงพิชิตพระเจ้าโอเดเซอร์ และทรงก่อตั้งราชวงศ์อามาล (Amal dynasty) ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งอิตาลี การครอบครองอิตาลีโดยออสโตรกอธมาสิ้นสุดลงเมื่อจักรวรรดิไบแซนไทน์กลับมายึดอำนาจคืนในปี ค.ศ. 552

แต่การยึดอำนาจของจักรวรรดิไบแซนไทน์ก็เป็นไปเพียงระยะเวลาอันสั้น ในปี ค.ศ. 568 ชนลอมบาร์ดก็เข้ามารุกรานคาบสมุทรอิตาลี และก่อตั้งราชอาณาจักรอนารยชนเพื่อเป็นการต่อต้านอำนาจของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ราชอาณาจักรส่วนใหญ่อยู่ในอิตาลีโดยเฉพาะในลอมบาร์เดีย ยกเว้นอาณาจักรบริวารราเวนนา (Exarchate of Ravenna) และอาณาจักรดยุคต่าง ๆ ที่รวมทั้งโรม, เวเนเชีย, เนเปิลส์ และทางตอนใต้ ระหว่างสองศตวรรษต่อมาลอมบาร์ดและไบแซนไทน์ก็ต่อสู้แย่งอำนาจกันในคาบสมุทรอิตาลี

ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิโรมันในอิตาลีและไบแซนไทน์ก็เปิดโอกาสให้ลอมบาร์ดยึดอำนาจของดินแดนโรมันทางตอนเหนือของอิตาลี แต่ในปี ค.ศ. 774 ลอมบาร์ดก็พ่ายแพ้ต่อชาร์เลอมาญ ผู้ทรงปลดกษัตริย์ลอมบาร์ดและก่อตั้งตำแหน่ง "rex Italiae" หรือ "กษัตริย์แห่งอิตาลี" ราชอาณาจักรอิตาลีในช่วงนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิออตโตที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ต่อมาก็ถือตำแหน่งเป็นกษัตริย์แห่งอิตาลี และกษัตริย์ส่วนใหญ่ก็ได้รับการราชาภิเษกที่เมืองปาวีอาที่เป็นเมืองหลวงของลอมบาร์เดียก่อนที่จะเดินทางต่อไปทำการราชาภิเษกเป็นจักรพรรดิในกรุงโรม แต่จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็ยังทรงปกครองเพียงบางส่วนของอิตาลี โดยมีอาณาจักรอื่นบนคาบสมุทรที่ยังคงเป็นอิสระจากจักรวรรดิต่อมาอีกหลายร้อยปี บางอาณาจักรก็มีฐานะเป็นราชอาณาจักรเช่นราชอาณาจักรซิซิลี และ ราชอาณาจักรเนเปิลส์

ตามข้อตกลงของสนธิสัญญาสันติภาพเวสต์ฟาเลียในปี ค.ศ. 1648 จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็สูญเสียดินแดนส่วนใหญ่ในอิตาลีแก่ราชบัลลังก์อิตาลี ต่อมาในปี ค.ศ. 1805 จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ก็เข้ามามีอำนาจในอิตาลี และทรงทำพิธีราชาภิเษกโดยการสวมมงกุฎเหล็กแห่งลอมบาร์เดียที่เมืองปาวีอา ปีต่อมาสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็ทรงสละราชสมบัติ หลังจากจักรพรรดินโปเลียนทรงถูกปลดจากราชบัลลังก์ในปี ค.ศ. 1814 มาจนกระทั่งถึงการรวมชาติอิตาลี (Italian unification) ในปี ค.ศ. 1861 อิตาลีก็ไม่มีพระมหากษัตริย์มาจนเมื่อราชวงศ์ซาวอยขึ้นครองราชอาณาจักรอิตาลีที่เป็นผลจากการรวมตัวของอาณาจักรต่าง ๆ ในคาบสมุทรอิตาลีที่รวมทั้งราชอาณาจักรซาร์ดิเนียและราชอาณาจักรซิซิลีทั้งสอง ระบบราชาธิปไตยมาถูกยุบเลิกในปี ค.ศ. 1946 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 2 แห่งอิตาลี และมาแทนด้วยสาธารณรัฐอิตาลี (อิตาลี: Repubblica Italiana)

อ้างอิง[แก้]

  • Davis, John A. Italy in the Nineteenth Century. London: Oxford University Press, 2000.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ พระมหากษัตริย์อิตาลี